LOGINหยางเยี่ยนชิง วัยสิบแปดปี นักเรียนตัวเล็กขี้หลงขี้ลืมป้ำๆ เป๋อๆ ผู้คิดว่าไม่มีใครรักเพราะมีแต่คนรุมแกล้ง กู้หมิงเยว่ วัยสิบแปดปีเรียนเอกวิทยายุทธในสำนักฝึกสอนปีสุดท้ายเช่นเดียวกันเคยเป็นว่าที่คู่หมั้นของเยี่ยนชิง หรูอี้หง วัยสิบแปดปีไม่ถูกกับกู้หมิงเยว่และชอบแกล้งเยี่ยนชิงเช่นกัน ทั้งสามเป็นหน่อเนื้อรากเหง้าของฮ่องเต้เมื่อพันปีก่อนก่อนจะเปลี่ยนแซ่ในช่วงโกลาหลจนแตกแยกอยู่ในความดูแลของสกุลอวิ๋นที่เข้ามาปกครองแคว้นแทน ความสงบราวกับน้ำวนใต้มหาสมุทรก็เริ่มขึ้นเมื่อวันใกล้จบการฝึกต้องออกตามหาต้นไม้ไร้รากในสุสานบรรพชนเก่า แถมก่อนจะไปเยี่ยนชิงดันเจอใครบางคนที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใครมาตามติดแจ คำเตือน นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวายจีนโบราณแฟนตาซีแต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพียงผู้เดียวชื่อตัวละคร เหตุการณ์ สถานที่ที่เอ่ยถึงไม่มีอยู่จริง มีการใช้สำนวนภาษาที่ไม่สมจริงไม่มีการอิงประวัติศาสตร์โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
View More使 使 使 使
人 人 人 人 失 失 身 心 明 语 热 动 แคว่ก! อี้หลานเจ้าฉีกมันทำไม ข้าชอบกวีนี้จะเก็บมันเอาไว้ตลอดไป ทำให้ตาบอด ทำให้เป็นใบ้ ทำให้ตัวร้อน ทำให้รัก บทกวีไร้นาม เยี่ยนชิง อี้หลาน ไม่ว่าจะนานเนิ่นนับร้อย นับพันปี.. จะยังคงเฝ้ารอพบเจอกัน..อีกครั้ง . . แคว้นต้าอวิ๋น นามเดิม หยางหยินสุ่ย! กริ้ง~ ลานฝึกด้านหลังสำนักฝึกซานสุ่ยแห่งต้าอวิ๋นยามบ่ายปลายลมหนาวพัดผ่านกระดิ่งทองเหลืองที่ชายคาดังกังวานหู ที่เแห่งนี้มีบุรุษหนุ่มมากมายเล่าเรียนเพราะเป็นสำนักที่ดีที่สุดในแคว้นต้าอวิ๋นที่บรรดาลูกหน่อเนื้อเชื้แพระวงศ์มารวมตัวมากมายไม่เว้นแม้แต่เชื้อสายเก่าแก่อย่างสกุลหยาง ผู้ก่อตั้งแคว้นก่อนถูกเปลี่ยนถ่ายอำนาจเป็นต้าอวิ๋นเมื่อพันปีก่อน เคร๊งงง เคร๊งงงง! ร่างผอมบางหอยหิ้วตำราสูงท่วมหัวเดินโงนเงนเตาะแตะเหมือนตัวตุ่นผ่านลาสฝึกกระบี่ของเหล่าศิษย์ร่วมสำนัก แทบทุกคนมาฝึกประลองฝีมือกันจะมีก็แต่.. ตึก ตึก ตึก ร่างเพรียวบางที่เดินตัวลีบก้มหน้าก้มตาไปทางคลังอักษรราวกับจะล้มแหล่มิล้มแหล่ สหายร่วมรุ่นฝึกวิทยายุทธกันคึกคักที่ลานกระบี่ ชายวัยเจริญพันธุ์ล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่มีวิทยายุทธไปถึงไหนต่อไหน แต่กับคนบางคนก็ไ่ม่ไปไหน กลุ่มศิษย์ร่วมสำนักส่งเสียงดังเซ็งแซ่แว่วมาใกล้ทำให้ต้องเร่งรีบเก็บคัมภีที่ถูกใช้ให้คัดเข้าชั้นหนังสืออย่างรีบร้อนลนลานจนพาลทำของตกหล่นไม่หยุด พรึ่บ! "บ้าจริงกระดาษปลิวรวมกันหมดแล้วทำเช่นไรดี..รวบๆ ไปก่อนก็แล้วกัน!" -สัตว์อสูร- -วิธีปราบสัตว์อสูร- -เอาตัวรอดจากสัตว์อสูร- ตำราอะไรกันมีแต่เรื่องสัตว์อสูรท่านอาจารย์จะเปิดรับลูกสัตว์อสูรมาเข้าเรียนในราชสำนักหรือไง? ตึก ตึก ตึก ในที่สุด.. กึก! ก็ไม่ทัน... “ดูซิเราเจอใคร กวีเอกหยางเยี่ยนชิงนี่เอง” แย่ล่ะ! ทั้งที่ไม่ถูกคบค้าสมาคมไม่สนิทสนมกันแต่ทุกครั้งที่ถูกมองเห็นคนเหล่านี้มักจะเข้ามาทักทายด้วยสายตาท่าทางแปลกๆ เสมอ ราวกับเจอของที่จะเล่นสนุกได้ ข้าไม่ใช่หนูที่แมวยักษ์อย่างพวกเจ้าชื่นชอบหรอกนะข้าเองก็เป็นแมวเช่นกัน กร้าววว! (คำรามในใจ) แต่ไม่กล้าเงยหน้า .. กู้หมิงเยว่!! เจ้าแมวยักษ์นั่นอาจจะเป็นคนละสายพันธุ์กับข้าเพราะเจ้านั่นเหมือนเสือมากกว่าน่ะสิ! สหายร่วมสำนักซานสุ่ยรุ่นเดียวกันแต่กลับเติบโตพรวดๆ ราวกับพืชสายพันธุ์ดีไม่ต้องดูแลประคบประหงมกลับเติบโตสูงส่งสง่าท้าสายลมที่แม้แต่พายุฝนก็ทำให้บอบช้ำไม่ได้ ทรหดยิ่งนัก! นั่นคนหรือควายป่า? เจ้าคนขี้แกล้งดูท่าจะไม่ชอบสกุลหยางเอามากๆ อาจเป็นเพราะเคยเป็นว่าที่คู่หมายของข้า ...ช่างน่ากลัวเหลือเกินห้องกลับมาเงียบอีกครั้งเยี่ยนชิงยืนอยู่ที่เดิม มองแท่นหมึกที่เอียงเล็กน้อย หมึกหยดหนึ่งไหลช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเยี่ยนชิงเม้มริมฝีปากบาง เงยหน้ามองหน้าต่าง ลมด้านนอกพัดผ่านกิ่งไม้เบาๆ“กับผู้อื่นกลัวหัวหดทีกับข้าแทบจะกินหัวแถมบ่นจนหูชา”เสียงที่ลอยมาตามลมของร่างสูงที่ยืนกอดอกปรายหางตามองมาแสยะยิ้มหนึ่งหนราวกับคนไม่เคยยิ้มแล้วเบะปากบึ้งตึงดังเดิมเยี่ยนชิงปาพูกันลอยละลิ่วปลิวไปถึงเสียงนั้นแต่มันก็ถูกหยุดลงแล้วกระเด็นออกนอกหน้าต่างไปเพียงโบกมือปัดผ่านลมเบาๆฟิ้วววตุ้บ!'โอ๊ย! ใครปาพู่กันมาใส่หัวข้า!'เสียงคนนอกห้องดังเล็ดลอดเข้ามาทำให้เยี่ยนชิงหดหัวหมอบลงบนโต๊ะแยกเขี้ยวใส่เจ้าของผลงาน“เยี่ยนชิงปาข้าวของทำไมไม่พอใจสิ่งใด~”เยี่ยนชิงสูดลมหายใจเข้ากัดฟันกรอด ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับคืนสู่ท่าทางเรียบร้อยเมื่อท่านอาจารย์ถือพู่กันเข้ามา"นี่ของเจ้า เยี่ยนชิง"“เอ่อ..ศิษย์ไล่แมลง ใช่ๆ ปาไล่แมลงน่ารำคาญอยู่ขอรับในห้องเรียนมีแมลง...น่ารำคาญอยู่่"เยี่ยนชิงหันมองหน้าต่างจัดชายแขนเสื้อ ทั้งที่สายตาแวบมองเงาสะท้อนบนพื้นอย่างระแวดระวังแน่ใจว่ามีเพียงคนตรงหน้าเห็นเหตุการณ์เมื่อค
“ได้ยินข่าวฆ่ายกครัวตระกูลหยางหรือไม่”เสียงสนทนากดต่ำดังลอดมาจากแถวหน้าในสำนักเรื่องเล่าเช้านี้คงไม่พ้นเรื่องนี้เพราะมันชวนสยดสยองเสียจนอดเล่าลือไมาได้ ช่วงนี้มีการเข่นฆ่ายกครัวเกิดขึ้นจนราชสำนักยุ่งเหยิงพอสมควรบรรยากาศอันหนักอึ้งไม่สดชื่นนัก“น่ากลัวมาก เด็กก็ไม่เว้น ฝีมือใครกันนะ”“สัตว์อสูรไง มันออกอาละวาดหลายหนผู้ใดใช้แซ่หยางก็ลำบากหน่อยนะไม่ว่าจะอดีตหรืออนาคต ก็คงย่ำแย่ราวกับต้องสาป”“ถ้าเป็นเช่นนั้นจะรับมือเช่นไรดี”ข่าวการตายยกครัวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันพิษ ลอยคลุ้งอยู่ในโรงน้ำชา ตลาด และลานประลองยุทธ์ ไม่มีผู้ใดไม่พูดถึง และไม่มีผู้ใดไม่หวาดหวั่นแซ่หยางเป็นแซ่ต้องสาปจริงหรือเยี่ยนชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเรียน ปลายพู่กันชะงักกลางตัวอักษร ได้ยินข่าวนั้นชัดเจนหากเป็นสัตว์อสูรละก็...มีตรงนี้หนึ่งตัวนะ...ไอ้คนที่ตามติดเป็นเงาตามตัวนี่ไง!ตาคู่สวยเผลอเหลือบลงไปใต้โต๊ะเตี้ยแม้ตรงนั้นจะไร้แสง แต่่เงาบนพื้นไม้กลับทอดยาวผิดธรรมชาติ ยาวเสียจนดูคล้ายกับเยี่ยนชิงตัวสูงใหญ่นักหนาจึงได้ทอดยาวบนพื้นไม้เช่นนี้ ราวกับเป็นเงาของใครอีกคนที่ซ้อนอยู่เยี่ยนชิงขยับตัวเล็กน้อยเงานั้น
"เจ้าเด็กนี่..อะไรที่ทำให้เป็นแบบนี้กัน ทำไมไม่เห็นความว่างเปล่า ทำไมต้องติดยันต์เชื้อเชิญสัตว์อสูร คนผู้นี้ปลดผนึกที่ไม่มีผู้ใดปลดได้ให้ข้าเพราะเหตุใด"ร่างสูงพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเรียบเฉยปรายสายตาคู่คมสอดส่ายทั่วเรือนไม้กว้างขวางสะอาดสะอ้านแต่ไร้วี่แววของการใช้ชีวิตอื่นนอกจากเสียงเดินของเท้าเล็ก ไม่มีกลิ่นอายมนุษย์อื่นนอกจากเจ้าของบ้าน“ที่นี่…เป็นบ้านใครกันแน่”คำถามที่เปล่งออกมาทำให้หมอกควันรอบบ้านสงบนิ่งราวกับหมดหน้าที่ลงแล้วร่างสูงยืนนิ่งมองร่องรอยแห่งการเข่นฆ่า เลือดสาดกระเซ็นทั่วบ้านเพียงแตะต้องผนัง สิ่งของ หรือแม้แต่ตอนแตะต้องเจ้าตัวเล็กเมื่อครู่ ก็เห็นบางอย่างย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำเพียงแต่เลือนลางไหลเข้ามาเร็วเสียจนจับต้นสายปลายเหตุไม่ได้ก็เท่านั้นตกดึกร่างหนาสวมผ้าที่เย็บต่อกันลวกๆ แต่กลับไม่ดูแย่ลงสักนิด อาจเป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่เข้าได้กับทุกสถาณการนั่นก็เป็นได้ห้้องนอนเยี่ยนชิงเงียบลงอีกครั้งท่ามกลางความมืด มีเพียงเสียงลมกับน้ำพัดผ่าน“ข้าไม่เข้าใจ…ว่าทำไมเจ้าถึงยอมให้ผู้อื่นแตะต้องร่างกายแรงเช่นนั้น”เสียงหนึ่งดังในความเงียบเยี่ยนชิงนอนไม่หลับแม้จะดึกดื่นมากแล
“รอยบนร่างกายเจ้ามีมากเพียงนี้เพราะซุ่มซ่ามสินะมือนั่นก็ด้วยผิวสวยเสียเปล่าไม่รักษา”เสียงเอ่ยตำหนิจากด้านหลังของเยี่ยนชิงมองชายผู้มีผิวพรรณเรียบเนียนดั่งอัญมณีแต่ปล่อยให้มีตราประทับเป็นรอยแผลเป็นมากมาย ราวกับเป็นคนทนุถนอมสิ่งของอย่างดีแม้สีหน้าน้ำเสียงจะราบเรียบแต่แววตาและถ้อยคำคุ้นหูราวกับมีคนพูดเช่นนั้นกับเยี่ยนชิงมาก่อนมือเล็กจึงชะงักมือที่จับสวมเสื้อผ้าชั่วขณะกึก..“นี่เจ้ายังไม่ออกไปอีกข้าผลัดผ้าอยู่ถึงเป็นบุรุษเช่นเดียวกันก็ไม่ควรมายืนมองคนไม่รู้จักกันเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่รู้จักมารยาท เป็นคนป่าหรือไร” เยี่ยนชิงหมุนตัวกลับทันที มือกุมเสื้อที่กำลังจะถอดแน่น“แค่สงสัย”“ไม่ต้องมายุ่งกับร่างกายข้าหันหลังไปข้าไม่เคยเห็นผู้ใดที่หน้าไม่อายเช่นเจ้า”เยี่ยนชิงรีบสวมเสื้อผ้าตัวใหม่ มือสั่นเล็กน้อยทั้งเพราะความหนาวเหน็บ“กลิ่นบ้านเจ้าเหมือนกลิ่นเจ้า”กลิ่นสะอาดอ่อนๆ ของดอกพลับพลึงที่ส่งกลิ่นยามค่ำกลิ่นไม้เก่าและกลิ่นหมึกซึมฝังเจืออยู่ในทุกอณูของผู้อาศัย ทุกซอกทุกมุม“บ้านข้ากลิ่นไม่เหมือนข้าจะเหมือนเจ้าหรือ” เยี่ยนชิงสวนตอบกลับเร็วตอกย้ำว่าที่นี่คือถิ่นตนชายแปลกหน้ายังคงถามต่อพลางกวาดสายตาม