Inicio / LGBTQ+ / รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง / บทที่ 9 ความลับที่ต้องปกปิด

Compartir

บทที่ 9 ความลับที่ต้องปกปิด

last update Fecha de publicación: 2026-03-07 22:27:24

ทันทีที่บานประตูห้องทำงานปิดลง พิมพ์พิกาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนบ่าที่เกร็งอยู่ลู่ตกลง เธอพิงแผ่นหลังลงกับบานไม้มะฮอกกานีหนา พลางมองโทรศัพท์ในมือด้วยความสับสน

หัวใจของเลขาสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของวรารักษ์ แต่เป็นเพราะความไม่ปกติของเจ้านาย ที่เธอกำลังเผชิญอยู่ต่างหาก

สิบปีที่ทำงานเคียงข้างกันมา วรารักษ์คือหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมด้วยคำตัวเลขของยอดขายและเรื่องของผลกำไรขาดทุนมาโดยตลอด เธอไม่เคยเลื่อนประชุมบอร์ดโดยไม่มีเหตุผลคอขาดบาดตาย ที่สำคัญ วรารักษ์ไม่เคยใช้อารมณ์นำทางธุรกิจ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ทำให้พิมพ์พิกาคิดไม่ตก...

เลขาสาวตัดสินใจเดินเลี่ยงเข้าไปในมุมเงียบของโถงทางเดิน ปลายนิ้วสั่นเทากดเบอร์ติดต่อที่เธอเมมชื่อไว้ว่า คุณริณ

ถึงจะรู้ดีว่าการคาบข่าวภายในไปบอกน้องสาวเจ้านายเป็นเรื่องไม่สมควร และอาจเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างหากวรารักษ์รู้เข้า แต่ความอึดอัดที่แบกไว้นั้นหนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะจัดการเพียงลำพัง

พิมพ์พิการู้ดีว่าในบรรดาสามพี่น้อง มีเพียง ‘ณรินทิพย์’ หรือริณเท่านั้น ที่จะรับฟังเรื่องนี้ด้วยความใจเย็นและมีเหตุผลพอที่จะไม่ทำให้เรื่องราวบานปลาย

สัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงสองครั้ง เสียงเรียบนิ่งที่ฟังดูใจเย็นเสมอของริณก็ดังขึ้น

[ว่าไงพิมพ์ มีธุระอะไร]

“คุณริณคะ คือ พิมพ์มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยเกี่ยวกับคุณรักค่ะ”

พิมพ์พิกาพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น

[เรื่องพี่รักเหรอ ว่ามา]

น้ำเสียงปลายสายดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ตั้งใจเตรียมฟัง

“วันนี้คุณรักสั่งเลื่อนประชุมบอร์ดบริหารวันพรุ่งนี้ค่ะ เพื่อจะไปร้านอาหารที่เด็กพาร์ทไทม์คนหนึ่งทำงานอยู่”

ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ พิมพ์พิกาได้ยินเพียงเสียงนกร้องแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง ซึ่งเดาว่าคงเป็นโฮมสเตย์ที่เจ้าตัวพักผ่อนอยู่

[เลื่อนประชุมบอร์ด? ไปหาเด็กคนหนึ่ง?]

ริณถามย้ำอย่างไม่เชื่อหู ที่ผ่านมาเธอรู้ดีว่าพี่สาวตัวเองแทบไม่เปิดใจให้ใคร วรารักษ์แบกหน้าที่พี่สาวคนโตไว้เต็มเปี่ยม และมักจะพูดบ่อย ๆ ว่า ชาตินี้พี่คงไม่มีแฟนหรอก เป็นห่วงเธอสองคนจะแย่ แต่แล้ววันนี้กลับกลายเป็นว่าคำพูดในอดีตดูจะลอยหายไปกับสายลมเสียแล้ว

“ใช่ค่ะคุณริณ เด็กคนนั้นชื่อไทน์ ก่อนหน้านี้เธอทำงานที่ร้านสะดวกซื้อสาขา209 แต่คุณรักษ์ก็เพิ่งสั่งรีโนเวทร้านนั้นไป เรื่องนี้คุณท่านก็ยังไม่รู้เช่นกันค่ะ”

[เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมพี่รักไม่เอาเข้าที่ประชุม การปิดสาขาต้องแจ้งหุ้นส่วนทุกคนหนิ ฉันกับยัยรัญก็ต้องรู้เรื่องนี้เหมือนกัน]

“ตอนแรกพิมพ์คิดว่าคุณรักจะแจ้งที่ประชุมพรุ่งนี้ค่ะ แต่พอคุณรักรู้ว่าเด็กคนนั้นไปสมัครงานที่อื่น เธอก็ยกเลิกการประชุมไปดื้อ ๆ เลย”

ปลายสายยังคงเงียบ พิมพ์พิกาจึงพูดต่อ

“วันนี้ตอนคุณรักรู้ว่าเด็กคนนั้นไปทำงานที่อื่น ดูเธอจะหงุดหงิดมากเลยค่ะ ดูเสียอาการสุด ๆ”

[พี่สาวฉันเนี่ยนะเสียอาการ?] ริณหลุดขำเบาๆ ในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงที่หาได้ยาก

“จริง ๆ นะคะคุณริณ พิมพ์เองก็ไม่เคยเห็นคุณรักเป็นแบบนี้ อีกอย่าง ถ้าคุณท่านรู้เรื่องนี้ พิมพ์คงโดนดุไปด้วยแน่ ๆ ค่ะ”

[โอเค ๆ ฉันเข้าใจจุดประสงค์ของเธอแล้ว เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง ขอบใจมากที่โทรมาบอก]

เมื่อวางสาย พิมพ์พิกาก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก แต่อีกฟากหนึ่งของปลายสาย

ณริณทิพย์ที่นั่งอยู่บนระเบียงไม้ของโฮมสเตย์ 48-Hour Retreat กลับขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะเป็นปม

ริณมองออกไปที่ผืนป่าเบื้องหน้า แต่ในหัวกลับประมวลภาพพี่สาวผู้แข็งกร้าวของเธอ วรารักษ์ไม่ใช่คนใจร้าย เธอใจดีและมักจะบริจาคเงินให้การกุศลอยู่เสมอ แต่การ ช่วยเหลือของวรารักษ์มักจะเป็นไปในรูปแบบของระบบระเบียบและตัวเลข เธอไม่เคยลงไปเกลือกกลั้วหรือทำอะไรที่พร่ำเพรื่อจนเสียงานเสียการขนาดนี้

“เด็กคนนั้นต้องมีอะไรพิเศษจริงๆ สินะ ถึงทำให้พี่รักยอมวางความรับผิดชอบในมือลงได้”

ริณพึมพำกับตัวเองก่อนจะกดเบอร์โทรหาพี่สาวคนโตทันที เธอรู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้ พี่รักอาจจะถลำลึกจนกู่ไม่กลับ หรือไม่ก็อาจจะพลาดทำอะไรที่ทำร้ายความรู้สึกเด็กคนนั้นโดยไม่ตั้งใจเพราะความเอาแต่ใจแบบผู้บริหาร

รอสายไม่นาน เสียงที่พยายามทำให้ดูนิ่งแต่แฝงความขุ่นมัวของวรารักษ์ก็รับสาย

“ว่าไงริณ พี่กำลังยุ่ง”

[หึ ยุ่งขนาดไหนเชียว บอร์ดบริหารก็เลื่อนประชุมไปแล้วนี่พี่รัก]

ริณเปิดฉากทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง ปลายสายเงียบกริบไปโดยอัตโนมัติ ริณจินตนาการออกเลยว่าตอนนี้พี่สาวของเธอคงกำลังหน้าแดงด้วยความโกรธปนประหม่า และคงกำลังส่งสายตาคาดโทษไปที่ประตูห้องทำงานเพื่อหาตัวคนคาบข่าว

“เลขาของฉันนี่ขี้ฟ้องจริง ๆ สงสัยได้เวลารับสมัครเลขาคนใหม่แล้ว”

[อย่าหาใหม่เลยค่ะพี่รัก ไม่มีใครเป็นห่วงพี่ได้เท่าเลขาคนนี้แล้วค่ะ ที่พิมพ์เค้าโทรมาบอกริณก็เพราะเป็นห่วงพี่ พี่มีอะไรอยากเล่าให้ริณฟังมั้ยคะ]

“ไม่มี”

พี่สาวตอบทันที ไม่เสียเวลาคิดให้นาน

[เรื่องใหญ่ขนาดที่ปิดสาขาสามเดือน ไม่คิดจะแจ้งหุ้นส่วนคนอื่นเลยเหรอคะ พี่ลืมรึเปล่าว่าริณกับยัยรัญก็เป็นหุ้นส่วนเหมือนกันนะ]

คราวนี้วรารักษ์เงียบไปอีกหน หมดข้อโต้แย้งหรือหาเหตุผลอื่นที่จะเอามาแก้ต่างในตอนนี้

[พี่รัก เรื่องที่พี่ทำมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน นี่ถ้าคุณพ่อรู้-]

“ก็อย่าให้รู้สิ”

ไม่ทันที่น้องสาวจะพูดจบ คนพี่ก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

[พี่รัก พิมพ์บอกริณเรื่องเด็กคนนั้นแล้วนะ ไปไงมาไงพี่ถึงไม่บอกกันเลย อย่างน้อยไม่บอกพ่อแม่ก็ควรบอกน้องสาวของพี่ทั้งสองคนรึเปล่า?]

“โอ๊ย วันนี้แกกินอะไรมายัยริณถึงได้พูดมากขนาดนี้”

[พี่รัก พี่รู้ตัวมั้ยกำลังทำอะไรอยู่?]

รักเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงเบา “รู้น่า”

ปลายสายยังคงเงียบ วรารักษ์เริ่มรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้น ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อย่างที่น้องสาวบอกจริง ๆ

“พี่ก็แค่อยากช่วยเด็กคนหนึ่งที่สู้ชีวิต ทั้งเรียนทั้งทำงาน แล้วเค้าก็ตั้งใจทำงานที่ร้านมากด้วย พี่ทำธุรกิจ พี่ก็ต้องรักษาทรัพยากรมนุษย์สิริณ”

วรารักษ์พยายามยกเหตุผลทางธุรกิจมาอ้างเหมือนทุกครั้ง

[พี่รัก ริณเปิดโฮมสเตย์ ริณเจอคนมาเยอะแยะ การที่พี่ทำแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องทรัพยากรมนุษย์แล้วค่ะ” ริณดักคออย่างรู้ทัน

[พี่ใจดี พี่ชอบช่วยเหลือคน ริณรู้ แต่พี่ไม่เคยช่วยใครด้วยการประเคนให้ขนาดนี้ ปกติพี่จะให้ทุนการศึกษาหรือส่งฝ่ายบุคคลไปจัดการ แต่นี่พี่ลงไปในสนามแล้วนะคะ พี่เอาตำแหน่งพี่ไปเสี่ยงทำไม พี่กำลังห่วงเด็กคนนั้นเกินหน้าที่แล้วค่ะ]

“ริณ...ถ้าโทรมาเพื่อจะกวนประสาทพี่ พี่จะวางแล้วนะ”

[ริณแค่อยากจะเตือนค่ะ]

น้ำเสียงของริณเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น

[ริณไม่ได้จะห้ามนะคะ ถ้าพี่จะมีความรู้สึกดี ๆ กับใครสักคน แต่ช่วยตั้งสติหน่อยค่ะพี่ริณ]

“...”

[พี่ต้องใจเย็นกว่านี้นะคะ ทั้งเรื่องงาน และการเข้าหาเด็กคนนั้น...เค้ารู้รึเปล่าคะว่าพี่เป็นใคร?]

“บ้าเหรอ...พี่จะบอกได้ยังไงล่ะว่าพี่เป็นใคร”

รักตอบไปแค่นั้น แล้วต่างฝ่ายก็ต่างเงียบ จนสุดท้ายริณก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

[พี่รัก พี่ก็รู้ว่าเราสามคนใช้ชีวิตกันลำบากแค่ไหน ทำไมริณต้องไปเปิดโฮมสเตย์ ทำไมยัยรัญถึงเปลี่ยนธุรกิจไปเรื่อย ทำไมเราสามคนถึงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้เลย พี่ลืมที่พ่อกับแม่บอกแล้วเหรอคะ]

“พี่ไม่เคยลืมนะริณ”

[แล้วถ้าเด็กคนนั้นรู้ พี่คิดว่าเค้าจะรับได้มั้ยคะ]

ประโยคนั้นทำให้วรารักษ์ถึงกับนิ่งอึ้งไป มือที่ถือปากกาคลายออกช้าๆ

ความเงียบที่ปกคลุมบทสนทนาในวินาทีนั้นดูจะหนักอึ้งกว่าครั้งไหน ๆ วรารักษ์หลับตาลงพิงแผ่นหลังกับพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ภาพแววตาซื่อตรงของไทน์ที่มองเธออย่างไว้ใจในร้านอาหารตามสั่งวันนั้นผุดขึ้นมาซ้อนทับกับคำถามของน้องสาว

ถ้าเด็กคนนั้นรู้ความจริง เธอจะรับได้ไหม?

รับได้ไหมที่คนใจดีที่หยิบยื่นนามบัตรให้ แท้จริงแล้วคือเจ้าของอาณาจักรที่กุมชะตาชีวิตพนักงานตัวเล็กๆ อย่างเธอเอาไว้เพียงปลายนิ้ว

และรับได้ไหมที่การช่วยเหลือทั้งหมดนี้ อาจนำพาอันตรายจาก เงา ที่ตามหลอกหลอนตระกูลจิรเดชารัตน์มาถึงตัวเธอ

“เอาไว้ให้ถึงตอนนั้นก่อน ค่อยว่ากัน”

[วัวหายแล้วล้อมคอกไม่ดีเลยนะพี่รัก ริณไม่เคยเห็นพี่เป็นแบบนี้เลย]

“งั้นก็เห็นซะ”

[ชอบมากเลยเหรอคะคนนี้?]

วรารักษ์เงียบไปครู่หนึ่งกับคำถามของน้องสาว ชอบงั้นเหรอ...เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

“ไม่รู้ว่ามากมั้ย แต่ปล่อยไปไม่ได้”

[เอาเถอะค่ะ แล้วแต่พี่รักตัดสินใจ แต่หวังว่าเลขาของพี่คงไม่โทรมาฟ้องอะไรริณอีกนะคะ อย่าเที่ยวไปสั่งปิดร้านใครมั่วซั่วล่ะ]

“ยัยริณ! พี่ไม่ได้บ้าอำนาจขนาดนั้น”

รักดุน้องสาวแก้เขินก่อนจะวางสายไป ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาครอบครองห้องทำงานกว้างขวางอีกครั้ง

หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานยักษ์ เหม่อมองแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่ดูเหมือนเขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ

เธอหยิบนามบัตรสีทองใบหนึ่งขึ้นมาดู นามบัตรที่มีชื่อจริงและตำแหน่งที่เธอต้องปกปิดไว้สุดชีวิต แน่นอนว่ามันเป็นคนละใบกับที่ให้ไทน์ไป เพราะใบนี้มีทั้งตำแหน่งและเบอร์เลขา แต่นามบัตรที่ไทน์ได้รับไปนั้น เป็นนามบัตรส่วนตัวที่วรารักษ์เองก็ไม่คิดว่าวันหนึ่งเธอจะมีโอกาสหยิบยื่นให้ใคร

‘ไทน์...ถ้าเธอรู้ว่าฉันคือวรารักษ์ ลูกสาวคนโตของจิรเดชารัตน์ ประธานบริษัท 24 Hour ร้านสะดวกซื้อที่เธอเคยทำงาน

ร้านสะดวกซื้อที่ฉันใช้อำนาจเปลี่ยนกะให้เธอ

และร้านสะดวกซื้อที่ฉันยอมสั่งปิดรีโนเวทเพื่อให้เธอได้อ่านหนังสือ

เธอจะยังยิ้มให้ฉันเหมือนตอนที่เรากินข้าวผัดรถไฟด้วยกันไหม จะถอยห่างจากฉันไหม หากรู้ความจริงเข้าสักวัน

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 40 ความสำเร็จที่หอมกรุ่น

    เสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของหอประชุมมหาวิทยาลัยชื่อดัง แสงแดดยามสายส่องกระทบใบหน้าเปื้อนยิ้มของบัณฑิตใหม่ในชุดครุยสีน้ำเงินเข้มไทน์ยืนอยู่ตรงกลางท่ามกลางวงล้อมของคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต ในมือของเธอไม่ได้มีเพียงใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งที่เพิ่งได้รับมา แต่ยังมีช่อดอกไม้กุหลาบสีขาวช่อโตที่วรารักษ์เป็นคนสั่งทำเป็นพิเศษ“ยิ้มหน่อยนะคะคนเก่งของพี่...หนึ่ง สอง สาม!”วรารักษ์ในชุดสูทสีชมพูอ่อนดูสง่างามเป็นคนถือกล้องด้วยตัวเอง เธอพยายามเก็บทุกองศาความภูมิใจของแฟนเด็กเอาไว้ในความทรงจำ ถัดไปข้าง ๆ คือน้าเยาว์ที่วันนี้สวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ไทน์ตั้งใจซื้อให้ น้าเยาว์ไม่ได้ใช้ไม้เท้าแล้ว เธอประคองตัวยืนเคียงข้างหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุข“ถ้าพ่อกับแม่ของไทน์ได้เห็นไทน์ใส่ชุดนี้ น้าเชื่อว่าเค้าต้องดีใจมากแน่ ไทน์เก่งมากเลยลูก” น้าเยาว์เอ่ยเสียงสั่นพลางลูบแถบผ้าครุยของหลานสาวทว่าใบหน้าของไทน์กลับหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ในวันที่เธอประสบความสำเร็จมากที่สุด คนที่อยากให้อยู่ในวันนี้ด้วยกันกลับไม่อยู่ด้วยที่ผ่านมาไทน์รู้แค่พ่อกับแม่เอาเธอมาฝากไว้กั

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 39 กรรมตามสนอง

    แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมายังลานจอดรถของภัตตาคารจีนฮกเกี้ยนดูจะเจิดจ้ากว่าปกติในสายตาของวรารักษ์ เธอไม่ได้ขยับรถไปไหนแม้แต่น้อย ตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับเด็กน้อยของเธอ หัวใจที่เคยหนักอึ้งด้วยความกังวลค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของไทน์เดินก้าวพ้นประตูบานยักษ์ออกมาทว่าสิ่งที่ทำให้วรารักษ์ต้องรีบเปิดประตูรถลงไปหา คือหยาดน้ำตาที่คลอเคลียอยู่บนดวงตากลมโตและรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น“บี๋...เป็นอะไรคะ คุณพ่อทำอะไรหนูรึเปล่า”รักประคองใบหน้าหวานด้วยความร้อนรน ไทน์ส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะโผเข้ากอดคนพี่ไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยช่วยย้ำเตือนว่านี่คือเรื่องจริง“คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรค่ะ ท่าน...ท่านใจดีมากค่ะ”“แล้วร้องไห้ทำไมคะคนเก่ง ไหนบอกพี่สิ”“คุณพ่อบอกว่า ไว้วันหลังให้ไทน์พาพ่อไปกินโจ๊กร้านนั้นบ้างนะ ร้านหน้าโรงพยาบาลที่เราเคยไปกินกันน่ะค่ะ” ไทน์เอ่ยเสียงสั่นเครือ “พี่รักคะ...คุณพ่อแทนตัวเองว่าพ่อกับไทน์ด้วยค่ะ”วรารักษ์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เธอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพลางลูบหลังปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“พี่บอกแล้วไงคะว่าคุณ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 38 บททดสอบหัวใจ

    รถสปอร์ตสีดำขลับเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าภัตตาคารอาหารจีนชื่อดังใจกลางเมือง บรรยากาศเบื้องหน้าดูโอ่อ่าสมฐานะด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนร่วมสมัย เสาสีแดงชาดต้นใหญ่สลักลวดลายมังกรทองพันรอบดูน่าเกรงขาม กลิ่นอายของความเก่าแก่และหรูหราแผ่ออกมาจนวรารักษ์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยถึงกับขมวดคิ้วเธอทอดสายตามองป้ายชื่อร้านที่เป็นตัวอักษรพู่กันจีนสีทองพลางนึกสงสัยในใจ...ทำไมคุณพ่อถึงให้พิมพ์เลือกร้านนี้กันนะพ่อไม่ชอบกินอาหารแนวฮกเกี้ยนนี่นา หรือกำลังคิดจะทำอะไรอยู่?“พี่รักคะ จอดรถนิ่งนานไปแล้วนะคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ”เสียงใสของคนข้างกายเรียกสติให้วรารักษ์หันกลับมามองต้นเสียงวันนี้ไทน์อยู่ในชุดที่ดูเป็นทางการและสุภาพที่สุดเท่าที่เจ้าตัวจะหาได้ คนเด็กกว่านั่งหลังตรงดิ่ง แม้ใบหน้าจะพยายามประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เพื่อให้คนพี่สบายใจ แต่แววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยกับฝ่ามือที่ประสานกันแน่นบนตักก็ไม่อาจปิดบังความกังวลลึก ๆ ได้เลย“โอเคมั้ยคะคนเก่ง ถ้าไม่โอเคพี่จะเข้าไปด้วย”รักเอ่ยพลางเอื้อมมือไปกุมมือของคนน้องไว้แน่น เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำตามคำสั่งคุณพ่อเสียทีเดียว แม้ท่านจะบอกว่าอยากคุยกับไทน์แค่สองค

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 37 เข้าถ้ำเสือ

    ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ เจ้าสัวธนานั่งทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้าง บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่มีเอกสารวางกองอยู่ หนึ่งในนั้นคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุข้อมูลทุกอย่างของหญิงสาวที่ชื่อว่าไทน์เอาไว้อย่างละเอียดธนา จิรเดชารัตน์ เขาคือผู้ก่อตั้ง 24 Hour คือผู้ริเริ่มสร้างครอบครัว และสร้างบุตรสาวทั้งสามคนด้วยความรักยิ่ง สิ่งหนึ่งที่ธนามีอย่างเต็มเปี่ยมคือการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาวเสมอรัก ริณ รัญ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่เด็ก คนเป็นพ่อไม่เคยทำให้ลูกรู้สึกว่าขาดเหลืออะไร ความรักที่ทั้งสามคนได้รับเป็นไปอย่างเท่าเทียม แต่ถึงอย่างนั้นธนาก็รู้ดีว่า สำหรับวงการธุรกิจนั้น อันตรายมีรอบด้านธนาไม่ใช่คนประมาท ทันทีที่เขารู้ว่าลูกสาวคนโตอย่างวรารักษ์ติดต่อกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาก็ไม่รอช้าที่จะให้นักสืบมือหนึ่งติดตามดูแลทุกความเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นทว่าสิ่งที่ธนาได้รับการรายงานในแต่ละวัน คือพฤติกรรมธรรมดา ๆ อย่างคนทั่วไป หากแต่แฝงไว้ด้วยบางอย่างที่เขาไม่สามารถมองผ่านได้เจ้าสัวธนานึกย้อนไปถึงการรายงานความเคลื่อนไหวของไทน์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่เขาให้สายสื

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 36 อย่าเหยียบย่ำผู้อื่น

    หลายเดือนผ่านไป...กาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วเปรียบเสมือนลมพายุที่พัดพาเอาหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของไทน์ให้เจือจางหายไปไทน์ในตอนนี้ไม่ได้เป็นเด็กพาร์ทไทม์อย่างก่อนหน้านี้แล้ว จากมือที่มักจะถือถาดเสิร์ฟอาหาร หรือผ้าเช็ดเคาน์เตอร์ผืนเก่า ๆ ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นมือที่กำลังกระชับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ด้านในบรรจุใบรับรองการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอาไว้แนบอกไทน์มองกระดาษใบนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ความพยายามตลอดสามปีครึ่งที่เธอเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนัก ทั้งเรียนซัมเมอร์ เก็บหน่วยกิตจนครบ และการทำโปรเจกต์จบที่ได้ที่ปรึกษาพิเศษระดับประธานบริหารอย่างวรารักษ์คอยขัดเกลาให้จนสมบูรณ์แบบ วันนี้มันได้ส่งผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต“ยินดีด้วยนะคะคนเก่งของพี่”เสียงนุ่มละมุนที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู พร้อมกับอ้อมกอดอบอุ่นที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง วรารักษ์ในชุดสูทสีขาวครีมดูสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูงโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มแฟนเด็กเบาๆ เป็นการให้รางวัล“ขอบคุณนะคะพี่รัก ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”ไทน์หันกลับมาส่งยิ้มกว้างจนตาปิด ความสดใสของเธอในวันนี้ดูเจิดจ้ากว่าวันแรกที่ทั้

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 35 ติวเตอร์พี่รัก

    หลังจากค่ำคืนที่แสนยาวนานผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของวรารักษ์และไทน์ก็ขยับเข้าสู่โหมดที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าชีวิตจริงไม่ได้มีเพียงแค่บทรักอันเร่าร้อน เพราะการก้าวเข้าสู่โค้งสุดท้ายในเรื่องเรียนของไทน์มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งนั่นคือ โปรเจกต์จบ ที่เป็นเสมือนปราการด่านสุดท้ายก่อนจะคว้าใบปริญญาหลายวันนี้ไทน์ตั้งหน้าตั้งตากับงานชิ้นสุดท้ายของเธอในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ ค่ำคืนนี้ก็เช่นเดียวกันภายในห้องทำงานส่วนตัวของวรารักษ์ที่คฤหาสน์จิรเดชารัตน์ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเอื่อย ๆ และเสียงเคาะแป้นพิมพ์ที่ดังถี่ยิบจากมุมหนึ่งของห้อง ไทน์นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาว ดวงตากลมโตจ้องมองกราฟและแผนภูมิการตลาดบนหน้าจอโน้ตบุ๊กจนแทบจะถลนออกมา“เฮ้อ...ยากจัง” ไทน์พึมพำพลางทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรงวรารักษ์ที่นั่งจิบกาแฟอ่านรายงานการประชุมอยู่อีกด้านหนึ่งเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพด เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะสะท้อนเลนส์แว่นทำให้ดวงตาคมกริบของเธอดูทรงพลังและน่าเกรงขามกว่าปกติ“ถึงไหนแล้วคะบี๋” รักถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ไทน์ติด

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status