Share

บทที่ 2 คนจะนอน

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2025-12-08 18:48:34

บทที่ 2 คนจะนอน

พอมาถึงที่ชั้นดาดฟ้า ธารน้ำก็ต้องอ้าปากค้าง‘โห... สวยอะ’ตรงหน้าคือสวนเล็ก ๆ ที่ถูกจัดไว้อย่างลงตัว มีทั้งไม้กระถาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ที่นั่งพักผ่อนหลากมุม และลมที่พัดเอื่อย ๆ มาพร้อมกลิ่นหอมของดอกไม้จาง ๆ

วิวตรงขอบรั้วเป็นกระจกใส มองออกไปเห็นตึกสูงเรียงรายกับท้องฟ้ากรุงเทพฯ ที่เริ่มมีเมฆลอยบาง ๆ แสงแดดช่วงเที่ยงสะท้อนเป็นประกายวาวระยิบเหมือนแผ่นทอง

“บริษัทนี่เขาทุ่มงบจัดวิวขนาดนี้เลยเหรอ”

เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะมองรอบ ๆ อีกครั้งไม่มีใครเลย… เงียบสงบ เหมือนโลกมีเขาคนเดียว

“อืม... เหมาะจะพักสมองสุด ๆ”เขายกขนมในมือขึ้นมากำไว้แน่นแล้วเดินไปหยุดตรงชิงช้าไม้ใหญ่ที่แกว่งเบา ๆ ตามแรงลม

“สวัสดีธารน้ำมาแล้วค้าบบบ~~”

เสียงของเขาดังก้องในอากาศ พร้อมเสียงหัวเราะสดใสที่หลุดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติวันแรกของการทำงานมันเหนื่อย แต่ตอนนี้มันเหมือนปลดล็อกทุกอย่างออกไปแล้วจริง ๆ

...จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลัง

“เสียงดังทำไม จะนอน”

“กริ๊ดดดดดดด!!!”

เสียงกรี๊ดของเขาแหวกอากาศออกไปจนแผ่นกระจกสะเทือน เขาสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเห็นเงาคนลุกขึ้นจากม้านั่งไม้ด้านในสุดของสวน

ชายคนนั้นสูงมาก สูงจนเงาทอดยาวทับร่างเขาเกือบมิดแขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักลายเส้นดำที่พันจากข้อมือขึ้นไปใต้แขนเสื้อ หน้าคม ดวงตาคมเฉียบเหมือนมองทะลุทุกอย่างได้ และริมฝีปากเรียวที่ขยับพูดช้า ๆ

“หยุดกรี๊ด หนวกหู”

เขารีบเอามือปิดปากทันทีเหมือนเด็กโดนจับได้

ตายแล้ว... ผีหล่อ... หรือคนจริง?

“จะมองอีกนานไหม” เสียงเข้มพูดอีกครั้ง

“ข... ขอโทษครับ”

เขารีบก้มหัวจนแทบจะชนพื้น ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงของตัวเองใครจะไปรู้ว่ามีคนอยู่ตรงนี้ เขามองตั้งนานแล้วนะ ไม่มีซักเงา!

“มานี่สิ”

“ค... ครับ?”

“บอกให้มานั่งตรงนี้”

คนตัวสูงตบมือลงบนม้านั่งข้างตัวหนึ่งที เสียงเบาแต่เด็ดขาดจนเขาเผลอขยับเท้าโดยไม่รู้ตัว

เขาเดินไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ มือกำขนมแน่นราวกับถืออาวุธไว้ป้องกันตัว แม่ครับ ถ้าผมโดนฆ่าตายบนดาดฟ้า ฝากบอกพ่อด้วยว่าผมรักเขา...

“มีอะไรครับ” เขาถามเสียงเบาแทบไม่ถึงหู

“มานั่งใกล้ ๆ สิ จะให้พูดอีกกี่รอบ”

“ครับ...”

เขาทรุดนั่งลงข้างชายแปลกหน้าอย่างกลัว ๆ กล้า ๆ ความห่างระหว่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ปนกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูกเป็นกลิ่นที่ไม่แรง แต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงเฉยเลย

“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะโดนเชือด”

“อ่า... คุณอ่านใจเราได้เหรอครับ”

“เพ้อเจ้อ”

“อ้าว แล้วคุณรู้ได้ไงครับว่าผมกลัว”

“หน้าตาฟ้องขนาดนี้” เขาพูดเรียบ ๆ แล้วเอนหลังพิงพนักหลับตาเหมือนจะกลับไปนอนต่อ

“แหะ ๆ ก็ผมนึกว่าที่นี่ไม่มีคน...”

“ก็ไม่มี….จนเมื่อกี้”

เขาเงียบไปทันที โดนพูดแซะกลับแบบนั้นถึงกับอ้าปากค้าง คนตรงหน้านี่พูดน้อยแต่คมทุกคำจริง ๆ เงียบไปพักหนึ่ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้จนธารน้ำเริ่มห่อไหล่แล้วหยิบขนมออกมาวางไว้บนตักอย่างเงียบ ๆ

“จะกินไหม”

เขาชูขนมขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆคนตรงหน้าลืมตาขึ้นมามอง... ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง

“แจกทุกคนที่หล่อเหรอ”

“ฮะ!?”

“ทำหน้าตกใจทำไม ก็เห็นยื่นให้”

“ก...ก็ไม่ได้แจกนะครับ แค่เห็นคุณยังไม่ได้นอนเลยคิดว่า...”

“ว่าอะไร” เสียงต่ำถามต่อ พร้อมรอยยิ้มมุมปากนิด ๆ ที่เหมือนกำลังแกล้ง

“ว่า... ถ้ากินขนมก่อนนอน จะหลับฝันดีครับ”

เขาพูดเสียงแผ่ว ๆ แล้วรีบก้มหน้างุด ร่างสูงหลุดหัวเราะเบา ๆ ครั้งแรกของวัน เสียงหัวเราะนั้นแปลก... มันไม่ได้ดังมาก แต่กลับอบอุ่นจนทำให้หัวใจเขาสั่นแปลก ๆ

“เด็กอะไรพูดตลก”

“ผมชื่อธารน้ำครับ”

“อืม...”

“แล้วคุณชื่ออะไรครับ”

“คนจะนอน ไม่คุย”

เขาอ้าปากจะเถียงแต่ก็ต้องเม้มปากไว้แทนเพราะอีกฝ่ายหลับตาไปแล้วจริง ๆ ธารน้ำเลยได้แต่นั่งเงียบ ๆ จ้องหน้าชายคนนั้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วค่อย ๆ หยิบขนมเข้าปากทีละชิ้น

นั่งกินขนมไปสักพัก เสียงกรุบกรอบจากถุงขนมเป็นเสียงเดียวที่กลบความเงียบระหว่างพวกเขา ธารน้ำเหลือบมองคนที่นอนเหยียดอยู่ข้าง ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นตุ้บ ๆ ตลอดเวลา

เขาไม่เคยนั่งอยู่ใกล้คนที่ดู ‘อันตรายแต่น่ามอง’แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิตรอยสักสีดำบนแขนอีกฝ่ายที่พาดผ่านกล้ามเนื้อชัดเจนขยับขึ้นลงเบา ๆ ตามจังหวะลมหายใจ เส้นเลือดบนแขนที่ปูดนิด ๆ ตอนมือวางทาบลงบนหน้าท้อง...เขาเผลอจ้องอยู่นานจนตัวเองต้องสะกิดสติกลับมา

“คุณทำงานอยู่แผนกไหนเหรอครับ?” เขาเอ่ยถามเสียงเบากล้า ๆ กลัว ๆ เหมือนคนจะยื่นมือไปแตะไฟดูว่าร้อนหรือเปล่า

“ทำไม?”เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาเรียบ ๆ เจ้าของร่างสูงยังคงหลับตาเหมือนเดิม ไม่แม้แต่จะขยับตัว

“ก็... เห็นเหมือนเพิ่งมาทำงานใหม่เหมือนกัน”

“อืม”

คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาพร้อมลมหายใจขี้เกียจ แต่สำหรับธารน้ำ มันคือสัญญาณว่า เขายอมคุยด้วยแล้ว!

“คุณไม่ต้องกลัวนะ” เขารีบพูดต่ออย่างตื่นเต้น

“มีอะไรบอกผมก็ได้ ผมจะช่วยคุณเอง”

เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะทุ้ม ๆ จะดังออกมาเบา ๆ จากคนที่นอนอยู่

“หึ หึ”

ธารน้ำขมวดคิ้วทันที

“หัวเราะอะไรครับ?”

“เปล่า” เสียงตอบยังนิ่งเหมือนเดิม แต่ปลายประโยคมีรอยยิ้มบาง ๆ แอบซ่อนอยู่

“ผมพูดจริงนะ ผมช่วยได้ทุกเรื่อง”

“ช่วยตัวเองให้รอดก่อนดีไหม”

“ห๊า?”

“หน้าแบบนั้น ตัวกลมขนาดนั้น จะช่วยใครได้”

เขาทำตาโตให้กับร่างสูงตรงหน้า

“นี่คุณว่าผมเหรอ”

“ไม่ได้ว่า บอกตามจริง”

“ชิ..แล้วคุณชื่ออะไรครับ”

“ลูคัส”

“ผมธารน้ำหรือเรียกว่า น้ำเฉยๆ ก็ได้”

“อ้วน?”

“ธารน้ำ”

“อ้วน”

“ธารน้ำไง!”

“อ้วน”

“คุณกวนตีนหรอ!?”

อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอเบา ๆ คราวนี้ชัดเจนจนธารน้ำอยากเขวี้ยงขนมใส่หน้า

“หึ หึ”

เสียงหัวเราะสั้น ๆ แต่มันกลับฟังดู...ดีจัง

เหมือนเสียงที่ฟังแล้วหัวใจมันอุ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“คุณนี่มัน...”

เขาบ่นพึมพำ แต่ไม่ทันได้พูดจบ ร่างสูงตรงหน้าก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหยิบแจ็กเก็ตที่พาดไว้ขึ้นมาสะบัดเบา ๆ แล้วสวมไว้บนไหล่

“ไปไหนครับ?”

“ไปนอนที่อื่น คนเสียงดังอยู่แถวนี้”

“เอ้า! ผมไม่ได้ดังแล้วนะ”

“หึ!”

“นี่คุณ!”

แต่ยังไม่ทันได้เถียงต่อ ลูคัสก็เดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่เหลียวหลัง กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ติดตัวอีกฝ่ายยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

ธารน้ำได้แต่นั่งหน้าเอ๋ออยู่ตรงนั้น มือหนึ่งกำถุงขนม อีกมือยกขึ้นเกาหัวแกรก ๆ

“บ้าเอ๊ย... หล่อแล้วยังปากหมาอีก”เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา แล้วเบิกตากว้าง

“เห้ย! บ่ายโมงแล้ว! เวรแล้วไหมละธารน้ำ!!!”

เขารีบลุกพรวด ยัดขนมที่เหลือเข้าถุง วิ่งพรวดไปที่ลิฟต์แทบจะสะดุดขาตัวเอง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทั้งจากความรีบ... และจากคนเมื่อกี้

‘ลูคัส…’ ชื่อก็เท่ แถมยังชอบกวนประสาทอีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 24 สู่ขอ(จบ)

    บทที่ 24 สู่ขอหลังจากวันประกาศิตในห้องประชุม ลูคัส ก็โทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องการแต่งงานกับ คริสเตียโน มัตเตโอ้ (แด๊ด) ที่อิตาลีทันที ด้วยความเร่งด่วนของสถานการณ์และเพื่อให้เรื่องจบอย่างสมบูรณ์“แด๊ดครับ ผมจะแต่งงานกับธารน้ำภายในเร็ว ๆ นี้” ลูคัสแจ้งอย่างไม่รอช้ามัตเตโอ้ที่เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดตอบกลับมาด้วยความเด็ดขาดตามสไตล์มาเฟีย“ดี! ฉันบอกแล้วว่าจะไปสู่ขอเอง”ภายในหนึ่งอาทิตย์นับจากวันนั้น มัตเตโอ้ก็เดินทางจากอิตาลีมาถึงประเทศไทย พร้อมด้วยคณะติดตามและลูกน้องอีกชุดใหญ่ เพื่อแสดงความจริงจังและศักดิ์ศรีของตระกูล มัตเตโอ้วันสำคัญมาถึง ขบวนสู่ขอ ที่ยิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงก็เคลื่อนตัวไปที่บ้านของธารน้ำในหมู่บ้านศุภาลัย รถหรูราคาแพงนับสิบคันนำหน้า ตามมาด้วยบอดี้การ์ดที่แต่งกายชุดดำอย่างเนี้ยบลูคัส และ มัตเตโอ้ เดินเข้าบ้านของธารน้ำอย่างสง่างาม โดยมีธารน้ำเดินเคียงข้างด้วยความประหม่า ส่วน ดีน และ คาล ก็ตามมาติด ๆ พร้อมพานสินสอดที่เตรียมไว้“พ่อครับ แม่ครับ นี่ แด๊ด ของผมครับ” ลูคัสแนะนำบิดาให้กับพ่อกับแม่ของธารน้ำอย่างเป็นทางการ“สวัสดีครับ ผม คริสเตียโน มัตเตโอ้” มัตเตโอ้ยกมือไหว้พ่อกั

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 23 กลับบ้านเรา

    บทที่ 23 กลับบ้านเราหลังจากที่นั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิตราวกับถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูล มัตเตโอ้ มาเป็นอาทิตย์ ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันที่เขาจะได้กลับเมืองไทยเสียที ก่อนกลับ ลูคัส ชวนเขาไปลา แด๊ด ของเขาก่อนทั้งคู่เดินไปที่สวนหย่อมเล็ก ๆ ด้านในคฤหาสน์ ซึ่ง มัตเตโอ้ กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งต้นบอนไซอยู่ เมื่อได้ยินเสียงลูกชายจึงเงยหน้าขึ้นมา“แด๊ดครับ” ลูคัสเรียก“ว่า” คริสเตียโน มัตเตโอ้ตอบสั้น ๆ“ผมมาลา ผมจะกลับไทยแล้วครับ”“อืม... จะแต่งเมื่อไหร่ หรือจะให้ไปขอเมื่อไหร่ก็บอก” มัตเตโอ้กล่าวอย่างเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นทำเอาธารน้ำหน้าแดงวาบ“ครับ” ลูคัสรับคำด้วยรอยยิ้ม“ผมลานะครับ คุณท่าน” ธารน้ำ พูดขึ้นด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ“เดินทางปลอดภัย” มัตเตโอ้ละสายตาจากต้นไม้มามองเขาอย่างจริงจัง “บอกกับครอบครัวไว้บ้างล่ะ ว่าอีกไม่นาน... ฉันจะไปสู่ขอ”“ครับ” ธารน้ำตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างไม่คาดคิดกับคำพูดที่ชัดเจนขนาดนั้นทั้งคู่ก้มศีรษะลาท่าน แล้วรีบเดินทางไปยังสนามบินด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น...หลังจากเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 22 เคลียร์ปัญหา

    บทที่ 22 เคลียร์ปัญหาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูคัส ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ โดยทิ้ง ธารน้ำ ไว้ในคฤหาสน์ภายใต้การดูแลของบอดี้การ์ดอย่างแน่นหนา จุดหมายของเขาคือโรงเก็บสินค้าเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดนัดพบเพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างตระกูล มัตเตโอ้ กับตระกูล เรนโซ่ ซึ่งเป็นอีกตระกูลใหญ่ที่อยู่ร่วมแก๊งมาเฟียเดียวกันเมื่อลูคัสมาถึง พร้อมด้วย ดีน และ คาล ก็พบกับ จิโอวานนี่ เรนโซ่ ผู้นำตระกูลเรนโซ่ที่ยืนรออยู่พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วนะ ลูคัส” จิโอวานนี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ชอบเรื่องยืดเยื้อ จิโอวานนี่ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” ลูคัสกล่าวอย่างเด็ดขาด จิโอวานนี่ต้องการให้ตระกูลมัตเตโอ้แบ่งอาณาเขตท่าเรือน้ำลึกให้มากกว่าเดิม ซึ่งลูคัสไม่ยอม จิโอวานนี่จึงเริ่มใช้เรื่องส่วนตัวเข้ามากดดัน“ก็ได้... ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน นายควรระวังเรื่องคนรักของนายไว้ให้ดีนะ ลูคัส”จิโอวานนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ใบหน้าของลูคัสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย“อย่าแตะต้องคนของฉัน! จิโอวานนี่!”“ถ้าไม่แบ่งอาเขต... ฉันก็คงต้องหาทางอื่นเพื่อให้เรื่องมันสนุกขึ้น” จิโอวานนี่ทำท่าจะเด

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 21 ไปอิตาลี

    บทที่ 21 ไปอิตาลีเย็นวันนั้น ลูคัส เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าระเบียงของคอนโดฯ เพียงลำพัง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด คิ้วชนกันแทบจะผูกเป็นโบว์ แสดงถึงเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเกิดขึ้น เขาคุยโทรศัพท์อยู่นานพักใหญ่แล้วจึงเดินกลับเข้ามาหา ธารน้ำ“พรุ่งนี้ไปอิตาลีกันครับ” ลูคัสแจ้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไปทำไม” ธารน้ำถามด้วยความประหลาดใจ“ไปพบแด๊ด”“ไปหาพ่อพี่?”“ใช่ครับ”“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ธารน้ำเริ่มสังเกตเห็นความไม่ปกติ“นิดหน่อยครับ” ลูคัสพยายามตอบเลี่ยง ๆ“เราโทรบอกพ่อกับแม่ก่อนได้ไหม”“ครับ” ลูคัสอนุญาตอย่างว่าง่ายธารน้ำหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกหาแม่ทันที แล้วบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตอนแรกเขาถึงกับตกใจที่ต้องเล่าเรื่องที่ถูกคุกคามและการหมั้นหมายที่ถูกยกเลิกให้แม่ฟัง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย กลัวแม่จะเป็นห่วง แต่พอเล่าแล้วแม่กลับเป็นห่วงมากกว่าเดิม จนถึงขั้นจะให้เขาเลิกลากับลูคัส เพราะกลัวเขาจะเป็นอันตรายพ่อต้องเข้ามาช่วยพูดว่าธารน้ำโตแล้ว จัดการตัวเองได้ และเคารพการตัดสินใจของลูกชาย กว่าจะทำให้แม่สบายใจได้ก็เล่นเอาพักใหญ่ จนกระทั่ง พี่ลูคัส ต้องมาช่วยพูด

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 20 มีแต่เรื่อง

    บทที่ 20 มีแต่เรื่องหลังจากวันนั้น ธารน้ำ ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่คนพี่กลับเพิ่มบอดี้การ์ดเข้ามาดูแลเขาอีกเท่าตัว! พวกบอดี้การ์ดแทบจะคุมทั้งคอนโดมิเนียมอยู่แล้วตอนนี้ ไหนจะที่บริษัทอีก! จนเขารู้สึกว่ามันมากเกินไปจนอึดอัด วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยแล้วไม่นานนัก เขาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของท่านประธาน เขาสามารถเข้าออกห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นคนสำคัญที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัยก๊อก ๆ“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำตอบรับลูคัส ยังคงก้มหน้าเซ็นเอกสารไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลย“พี่” ธารน้ำเรียกอย่างไม่พอใจ“อ้าว! อ้วน” ลูคัสเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำท่ากวักมือเรียกให้เขาไปนั่งตัก ทุกครั้งที่มาก็ชอบให้เขาไปนั่งตักอยู่เสมอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมด้วย“ไม่เอา เราตัวอ้วนขึ้น” ธารน้ำปฏิเสธ“มานี่” คนพี่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามดึงเขาเข้ามานั่งตักอยู่ดี“ไม่เห็นหนักตรงไหนเลย” ลูคัสพูดอย่างสบาย ๆ เมื่อดึงเขานั่งลงบนตักได้แล้ว“พี่! มันหนักจริง ๆ”“ต่อให้เราตัวเท่าโอ่ง พี่ก็อุ้มไหว”เพี๊ยะ!!“ปากเสีย!” ธารน้ำตีเข้าที่แขนของลูคัสเบา ๆ

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน

    บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นานวันนี้เป็นอีกวันที่ ธารน้ำ รู้สึกขี้เกียจมาก ๆ ถึงแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรได้หยุดพักผ่อนเต็มที่ เขารู้สึกว่าชีวิตช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาวนเวียนอยู่แต่การทำงาน กลับคอนโดฯ เพิ่มเติมก็แค่มีประธานหนุ่มสุดหล่ออย่าง ลูคัส มัตเตโอ้ มาคอยนอนกอดด้วยทุกคืน มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินไม่เคยขาด แถมยังมีบัตร Black Card ที่ให้มาแบบไม่จำกัดวงเงินอีก...แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงขี้เกียจอยู่ดี จนกระทั่งร่างสูงเดินเข้ามาหาถึงเตียง“ไปเที่ยวกันไหมครับ หมูอ้วน” ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ“ไปไหนครับ” ธารน้ำถามอย่างงัวเงีย“ไปซื้อของไหม? หรือเราอยากกินอาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ที่ร้านโปรด”“ไปช็อปปิ้งครับ!” ธารน้ำตอบรับทันที เพราะข้อเสนอนี้น่าสนใจที่สุด“โอเค ลุกได้แล้ว”“ครับ! ไปแค่สองคนเรานะครับ” ธารน้ำรีบย้ำ เพราะไม่อยากให้ลูกน้องคนสนิทตามไปวุ่นวาย“ได้ครับ... ตามใจเรา” ลูคัสยิ้มรับธารน้ำรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขา ส่วนร่างสูงใส่กางเกงยีนส์สีดำกับเสื้อยืดสีขาวที่เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่แขนทั้งสองข้

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 4 คุณเป็นใครกันแน่

    บทที่ 4 คุณเป็นใครกันแน่โห..รถอย่างสวย!ทันทีที่ธารน้ำก้าวขึ้นมานั่งในรถ เบาะหนังนุ่มนิ่มหอมกลิ่นใหม่ ๆ ทำเอาแทบอยากกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ตรงนั้นเลยทีเดียวแม่เจ้า... รถหรูขนาดนี้ คนขับก็หล่อ ลูกน้องยังดูดีอีก นี่มันชีวิตในฝันของใครสักคนแน่ ๆ แต่ทำไมมันดันเป็นเขานะ เขาเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 3 อุบัติเหตุ

    บทที่ 3 อุบัติเหตุเวลา 17.00 น.ในที่สุดก็เลิกงานสักที... เหนื่อยจนแทบจะบ้าตายกลับห้องเมื่อไหร่จะนอนให้จมเตียงเลยคอยดูคิดแค่นั้นใบหน้าก็เผลอคลี่ยิ้มออกมา แล้วหัวเราะเบา ๆ กับตัวเองเหมือนคนเพ้อ“เป็นอะไรเจ้าเด็ก ยิ้มคนเดียวอีกแล้วนะ”เสียงแซวของ ชมพู่ ดังขึ้นข้าง ๆ“แหะ ๆ ป่าวครับ”ธารน้ำตอบพลางยกมือ

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 1 เริ่มงานวันแรก

    บทที่ 1 เริ่มงานวันแรกแสงแดดยามเช้าสาดลงกระทบกระจกตึกระฟ้าในย่านอโศก เสียงเครื่องยนต์ รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ และเสียงบีบแตรประสานกันจนกลายเป็นจังหวะคุ้นเคยของเมืองที่ไม่เคยหยุดหายใจ ผู้คนสวมสูทถือกาแฟเร่งฝีเท้าเข้าสู่อาคารสำนักงานเหมือนฝูงมดกำลังเข้ารังในกลุ่มนั้นมีชายหนุ่มร่างกลมคนหนึ่งที่กำลังวิ่งส

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   แนะนำเจ้าหมูน้อย

    ชีวิตของ ธารน้ำ เป็นเพียงวงจรซ้ำ ๆ ของมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ทำงานบัญชีที่น่าเบื่อ กินข้าวคนเดียว และนอนดูซีรีส์อยู่ในคอนโดฯ ชีวิตเรียบง่ายเสียจนน่าเบื่อหน่าย จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด...หลายปีก่อน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ธารน้ำบังเอิญเจอผู้ชายคนหนึ่งนั่งซมซานอยู่ข้างถนน ใบหน้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status