Masukบทที่ 2 คนจะนอน
พอมาถึงที่ชั้นดาดฟ้า ธารน้ำก็ต้องอ้าปากค้าง‘โห... สวยอะ’ตรงหน้าคือสวนเล็ก ๆ ที่ถูกจัดไว้อย่างลงตัว มีทั้งไม้กระถาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ที่นั่งพักผ่อนหลากมุม และลมที่พัดเอื่อย ๆ มาพร้อมกลิ่นหอมของดอกไม้จาง ๆ วิวตรงขอบรั้วเป็นกระจกใส มองออกไปเห็นตึกสูงเรียงรายกับท้องฟ้ากรุงเทพฯ ที่เริ่มมีเมฆลอยบาง ๆ แสงแดดช่วงเที่ยงสะท้อนเป็นประกายวาวระยิบเหมือนแผ่นทอง “บริษัทนี่เขาทุ่มงบจัดวิวขนาดนี้เลยเหรอ” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะมองรอบ ๆ อีกครั้งไม่มีใครเลย… เงียบสงบ เหมือนโลกมีเขาคนเดียว “อืม... เหมาะจะพักสมองสุด ๆ”เขายกขนมในมือขึ้นมากำไว้แน่นแล้วเดินไปหยุดตรงชิงช้าไม้ใหญ่ที่แกว่งเบา ๆ ตามแรงลม “สวัสดีธารน้ำมาแล้วค้าบบบ~~” เสียงของเขาดังก้องในอากาศ พร้อมเสียงหัวเราะสดใสที่หลุดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติวันแรกของการทำงานมันเหนื่อย แต่ตอนนี้มันเหมือนปลดล็อกทุกอย่างออกไปแล้วจริง ๆ ...จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลัง “เสียงดังทำไม จะนอน” “กริ๊ดดดดดดด!!!” เสียงกรี๊ดของเขาแหวกอากาศออกไปจนแผ่นกระจกสะเทือน เขาสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเห็นเงาคนลุกขึ้นจากม้านั่งไม้ด้านในสุดของสวน ชายคนนั้นสูงมาก สูงจนเงาทอดยาวทับร่างเขาเกือบมิดแขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักลายเส้นดำที่พันจากข้อมือขึ้นไปใต้แขนเสื้อ หน้าคม ดวงตาคมเฉียบเหมือนมองทะลุทุกอย่างได้ และริมฝีปากเรียวที่ขยับพูดช้า ๆ “หยุดกรี๊ด หนวกหู” เขารีบเอามือปิดปากทันทีเหมือนเด็กโดนจับได้ ตายแล้ว... ผีหล่อ... หรือคนจริง? “จะมองอีกนานไหม” เสียงเข้มพูดอีกครั้ง “ข... ขอโทษครับ” เขารีบก้มหัวจนแทบจะชนพื้น ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงของตัวเองใครจะไปรู้ว่ามีคนอยู่ตรงนี้ เขามองตั้งนานแล้วนะ ไม่มีซักเงา! “มานี่สิ” “ค... ครับ?” “บอกให้มานั่งตรงนี้” คนตัวสูงตบมือลงบนม้านั่งข้างตัวหนึ่งที เสียงเบาแต่เด็ดขาดจนเขาเผลอขยับเท้าโดยไม่รู้ตัว เขาเดินไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ มือกำขนมแน่นราวกับถืออาวุธไว้ป้องกันตัว แม่ครับ ถ้าผมโดนฆ่าตายบนดาดฟ้า ฝากบอกพ่อด้วยว่าผมรักเขา... “มีอะไรครับ” เขาถามเสียงเบาแทบไม่ถึงหู “มานั่งใกล้ ๆ สิ จะให้พูดอีกกี่รอบ” “ครับ...” เขาทรุดนั่งลงข้างชายแปลกหน้าอย่างกลัว ๆ กล้า ๆ ความห่างระหว่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ปนกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูกเป็นกลิ่นที่ไม่แรง แต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงเฉยเลย “ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะโดนเชือด” “อ่า... คุณอ่านใจเราได้เหรอครับ” “เพ้อเจ้อ” “อ้าว แล้วคุณรู้ได้ไงครับว่าผมกลัว” “หน้าตาฟ้องขนาดนี้” เขาพูดเรียบ ๆ แล้วเอนหลังพิงพนักหลับตาเหมือนจะกลับไปนอนต่อ “แหะ ๆ ก็ผมนึกว่าที่นี่ไม่มีคน...” “ก็ไม่มี….จนเมื่อกี้” เขาเงียบไปทันที โดนพูดแซะกลับแบบนั้นถึงกับอ้าปากค้าง คนตรงหน้านี่พูดน้อยแต่คมทุกคำจริง ๆ เงียบไปพักหนึ่ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้จนธารน้ำเริ่มห่อไหล่แล้วหยิบขนมออกมาวางไว้บนตักอย่างเงียบ ๆ “จะกินไหม” เขาชูขนมขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆคนตรงหน้าลืมตาขึ้นมามอง... ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง “แจกทุกคนที่หล่อเหรอ” “ฮะ!?” “ทำหน้าตกใจทำไม ก็เห็นยื่นให้” “ก...ก็ไม่ได้แจกนะครับ แค่เห็นคุณยังไม่ได้นอนเลยคิดว่า...” “ว่าอะไร” เสียงต่ำถามต่อ พร้อมรอยยิ้มมุมปากนิด ๆ ที่เหมือนกำลังแกล้ง “ว่า... ถ้ากินขนมก่อนนอน จะหลับฝันดีครับ” เขาพูดเสียงแผ่ว ๆ แล้วรีบก้มหน้างุด ร่างสูงหลุดหัวเราะเบา ๆ ครั้งแรกของวัน เสียงหัวเราะนั้นแปลก... มันไม่ได้ดังมาก แต่กลับอบอุ่นจนทำให้หัวใจเขาสั่นแปลก ๆ “เด็กอะไรพูดตลก” “ผมชื่อธารน้ำครับ” “อืม...” “แล้วคุณชื่ออะไรครับ” “คนจะนอน ไม่คุย” เขาอ้าปากจะเถียงแต่ก็ต้องเม้มปากไว้แทนเพราะอีกฝ่ายหลับตาไปแล้วจริง ๆ ธารน้ำเลยได้แต่นั่งเงียบ ๆ จ้องหน้าชายคนนั้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วค่อย ๆ หยิบขนมเข้าปากทีละชิ้น นั่งกินขนมไปสักพัก เสียงกรุบกรอบจากถุงขนมเป็นเสียงเดียวที่กลบความเงียบระหว่างพวกเขา ธารน้ำเหลือบมองคนที่นอนเหยียดอยู่ข้าง ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นตุ้บ ๆ ตลอดเวลา เขาไม่เคยนั่งอยู่ใกล้คนที่ดู ‘อันตรายแต่น่ามอง’แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิตรอยสักสีดำบนแขนอีกฝ่ายที่พาดผ่านกล้ามเนื้อชัดเจนขยับขึ้นลงเบา ๆ ตามจังหวะลมหายใจ เส้นเลือดบนแขนที่ปูดนิด ๆ ตอนมือวางทาบลงบนหน้าท้อง...เขาเผลอจ้องอยู่นานจนตัวเองต้องสะกิดสติกลับมา “คุณทำงานอยู่แผนกไหนเหรอครับ?” เขาเอ่ยถามเสียงเบากล้า ๆ กลัว ๆ เหมือนคนจะยื่นมือไปแตะไฟดูว่าร้อนหรือเปล่า “ทำไม?”เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาเรียบ ๆ เจ้าของร่างสูงยังคงหลับตาเหมือนเดิม ไม่แม้แต่จะขยับตัว “ก็... เห็นเหมือนเพิ่งมาทำงานใหม่เหมือนกัน” “อืม” คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาพร้อมลมหายใจขี้เกียจ แต่สำหรับธารน้ำ มันคือสัญญาณว่า เขายอมคุยด้วยแล้ว! “คุณไม่ต้องกลัวนะ” เขารีบพูดต่ออย่างตื่นเต้น “มีอะไรบอกผมก็ได้ ผมจะช่วยคุณเอง” เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะทุ้ม ๆ จะดังออกมาเบา ๆ จากคนที่นอนอยู่ “หึ หึ” ธารน้ำขมวดคิ้วทันที “หัวเราะอะไรครับ?” “เปล่า” เสียงตอบยังนิ่งเหมือนเดิม แต่ปลายประโยคมีรอยยิ้มบาง ๆ แอบซ่อนอยู่ “ผมพูดจริงนะ ผมช่วยได้ทุกเรื่อง” “ช่วยตัวเองให้รอดก่อนดีไหม” “ห๊า?” “หน้าแบบนั้น ตัวกลมขนาดนั้น จะช่วยใครได้” เขาทำตาโตให้กับร่างสูงตรงหน้า “นี่คุณว่าผมเหรอ” “ไม่ได้ว่า บอกตามจริง” “ชิ..แล้วคุณชื่ออะไรครับ” “ลูคัส” “ผมธารน้ำหรือเรียกว่า น้ำเฉยๆ ก็ได้” “อ้วน?” “ธารน้ำ” “อ้วน” “ธารน้ำไง!” “อ้วน” “คุณกวนตีนหรอ!?” อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอเบา ๆ คราวนี้ชัดเจนจนธารน้ำอยากเขวี้ยงขนมใส่หน้า “หึ หึ” เสียงหัวเราะสั้น ๆ แต่มันกลับฟังดู...ดีจัง เหมือนเสียงที่ฟังแล้วหัวใจมันอุ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว “คุณนี่มัน...” เขาบ่นพึมพำ แต่ไม่ทันได้พูดจบ ร่างสูงตรงหน้าก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหยิบแจ็กเก็ตที่พาดไว้ขึ้นมาสะบัดเบา ๆ แล้วสวมไว้บนไหล่ “ไปไหนครับ?” “ไปนอนที่อื่น คนเสียงดังอยู่แถวนี้” “เอ้า! ผมไม่ได้ดังแล้วนะ” “หึ!” “นี่คุณ!” แต่ยังไม่ทันได้เถียงต่อ ลูคัสก็เดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่เหลียวหลัง กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ติดตัวอีกฝ่ายยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ธารน้ำได้แต่นั่งหน้าเอ๋ออยู่ตรงนั้น มือหนึ่งกำถุงขนม อีกมือยกขึ้นเกาหัวแกรก ๆ “บ้าเอ๊ย... หล่อแล้วยังปากหมาอีก”เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา แล้วเบิกตากว้าง “เห้ย! บ่ายโมงแล้ว! เวรแล้วไหมละธารน้ำ!!!” เขารีบลุกพรวด ยัดขนมที่เหลือเข้าถุง วิ่งพรวดไปที่ลิฟต์แทบจะสะดุดขาตัวเอง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทั้งจากความรีบ... และจากคนเมื่อกี้ ‘ลูคัส…’ ชื่อก็เท่ แถมยังชอบกวนประสาทอีกบทที่ 24 สู่ขอหลังจากวันประกาศิตในห้องประชุม ลูคัส ก็โทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องการแต่งงานกับ คริสเตียโน มัตเตโอ้ (แด๊ด) ที่อิตาลีทันที ด้วยความเร่งด่วนของสถานการณ์และเพื่อให้เรื่องจบอย่างสมบูรณ์“แด๊ดครับ ผมจะแต่งงานกับธารน้ำภายในเร็ว ๆ นี้” ลูคัสแจ้งอย่างไม่รอช้ามัตเตโอ้ที่เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดตอบกลับมาด้วยความเด็ดขาดตามสไตล์มาเฟีย“ดี! ฉันบอกแล้วว่าจะไปสู่ขอเอง”ภายในหนึ่งอาทิตย์นับจากวันนั้น มัตเตโอ้ก็เดินทางจากอิตาลีมาถึงประเทศไทย พร้อมด้วยคณะติดตามและลูกน้องอีกชุดใหญ่ เพื่อแสดงความจริงจังและศักดิ์ศรีของตระกูล มัตเตโอ้วันสำคัญมาถึง ขบวนสู่ขอ ที่ยิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงก็เคลื่อนตัวไปที่บ้านของธารน้ำในหมู่บ้านศุภาลัย รถหรูราคาแพงนับสิบคันนำหน้า ตามมาด้วยบอดี้การ์ดที่แต่งกายชุดดำอย่างเนี้ยบลูคัส และ มัตเตโอ้ เดินเข้าบ้านของธารน้ำอย่างสง่างาม โดยมีธารน้ำเดินเคียงข้างด้วยความประหม่า ส่วน ดีน และ คาล ก็ตามมาติด ๆ พร้อมพานสินสอดที่เตรียมไว้“พ่อครับ แม่ครับ นี่ แด๊ด ของผมครับ” ลูคัสแนะนำบิดาให้กับพ่อกับแม่ของธารน้ำอย่างเป็นทางการ“สวัสดีครับ ผม คริสเตียโน มัตเตโอ้” มัตเตโอ้ยกมือไหว้พ่อกั
บทที่ 23 กลับบ้านเราหลังจากที่นั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิตราวกับถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูล มัตเตโอ้ มาเป็นอาทิตย์ ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันที่เขาจะได้กลับเมืองไทยเสียที ก่อนกลับ ลูคัส ชวนเขาไปลา แด๊ด ของเขาก่อนทั้งคู่เดินไปที่สวนหย่อมเล็ก ๆ ด้านในคฤหาสน์ ซึ่ง มัตเตโอ้ กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งต้นบอนไซอยู่ เมื่อได้ยินเสียงลูกชายจึงเงยหน้าขึ้นมา“แด๊ดครับ” ลูคัสเรียก“ว่า” คริสเตียโน มัตเตโอ้ตอบสั้น ๆ“ผมมาลา ผมจะกลับไทยแล้วครับ”“อืม... จะแต่งเมื่อไหร่ หรือจะให้ไปขอเมื่อไหร่ก็บอก” มัตเตโอ้กล่าวอย่างเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นทำเอาธารน้ำหน้าแดงวาบ“ครับ” ลูคัสรับคำด้วยรอยยิ้ม“ผมลานะครับ คุณท่าน” ธารน้ำ พูดขึ้นด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ“เดินทางปลอดภัย” มัตเตโอ้ละสายตาจากต้นไม้มามองเขาอย่างจริงจัง “บอกกับครอบครัวไว้บ้างล่ะ ว่าอีกไม่นาน... ฉันจะไปสู่ขอ”“ครับ” ธารน้ำตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างไม่คาดคิดกับคำพูดที่ชัดเจนขนาดนั้นทั้งคู่ก้มศีรษะลาท่าน แล้วรีบเดินทางไปยังสนามบินด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น...หลังจากเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่
บทที่ 22 เคลียร์ปัญหาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูคัส ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ โดยทิ้ง ธารน้ำ ไว้ในคฤหาสน์ภายใต้การดูแลของบอดี้การ์ดอย่างแน่นหนา จุดหมายของเขาคือโรงเก็บสินค้าเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดนัดพบเพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างตระกูล มัตเตโอ้ กับตระกูล เรนโซ่ ซึ่งเป็นอีกตระกูลใหญ่ที่อยู่ร่วมแก๊งมาเฟียเดียวกันเมื่อลูคัสมาถึง พร้อมด้วย ดีน และ คาล ก็พบกับ จิโอวานนี่ เรนโซ่ ผู้นำตระกูลเรนโซ่ที่ยืนรออยู่พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วนะ ลูคัส” จิโอวานนี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ชอบเรื่องยืดเยื้อ จิโอวานนี่ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” ลูคัสกล่าวอย่างเด็ดขาด จิโอวานนี่ต้องการให้ตระกูลมัตเตโอ้แบ่งอาณาเขตท่าเรือน้ำลึกให้มากกว่าเดิม ซึ่งลูคัสไม่ยอม จิโอวานนี่จึงเริ่มใช้เรื่องส่วนตัวเข้ามากดดัน“ก็ได้... ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน นายควรระวังเรื่องคนรักของนายไว้ให้ดีนะ ลูคัส”จิโอวานนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ใบหน้าของลูคัสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย“อย่าแตะต้องคนของฉัน! จิโอวานนี่!”“ถ้าไม่แบ่งอาเขต... ฉันก็คงต้องหาทางอื่นเพื่อให้เรื่องมันสนุกขึ้น” จิโอวานนี่ทำท่าจะเด
บทที่ 21 ไปอิตาลีเย็นวันนั้น ลูคัส เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าระเบียงของคอนโดฯ เพียงลำพัง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด คิ้วชนกันแทบจะผูกเป็นโบว์ แสดงถึงเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเกิดขึ้น เขาคุยโทรศัพท์อยู่นานพักใหญ่แล้วจึงเดินกลับเข้ามาหา ธารน้ำ“พรุ่งนี้ไปอิตาลีกันครับ” ลูคัสแจ้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไปทำไม” ธารน้ำถามด้วยความประหลาดใจ“ไปพบแด๊ด”“ไปหาพ่อพี่?”“ใช่ครับ”“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ธารน้ำเริ่มสังเกตเห็นความไม่ปกติ“นิดหน่อยครับ” ลูคัสพยายามตอบเลี่ยง ๆ“เราโทรบอกพ่อกับแม่ก่อนได้ไหม”“ครับ” ลูคัสอนุญาตอย่างว่าง่ายธารน้ำหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกหาแม่ทันที แล้วบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตอนแรกเขาถึงกับตกใจที่ต้องเล่าเรื่องที่ถูกคุกคามและการหมั้นหมายที่ถูกยกเลิกให้แม่ฟัง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย กลัวแม่จะเป็นห่วง แต่พอเล่าแล้วแม่กลับเป็นห่วงมากกว่าเดิม จนถึงขั้นจะให้เขาเลิกลากับลูคัส เพราะกลัวเขาจะเป็นอันตรายพ่อต้องเข้ามาช่วยพูดว่าธารน้ำโตแล้ว จัดการตัวเองได้ และเคารพการตัดสินใจของลูกชาย กว่าจะทำให้แม่สบายใจได้ก็เล่นเอาพักใหญ่ จนกระทั่ง พี่ลูคัส ต้องมาช่วยพูด
บทที่ 20 มีแต่เรื่องหลังจากวันนั้น ธารน้ำ ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่คนพี่กลับเพิ่มบอดี้การ์ดเข้ามาดูแลเขาอีกเท่าตัว! พวกบอดี้การ์ดแทบจะคุมทั้งคอนโดมิเนียมอยู่แล้วตอนนี้ ไหนจะที่บริษัทอีก! จนเขารู้สึกว่ามันมากเกินไปจนอึดอัด วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยแล้วไม่นานนัก เขาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของท่านประธาน เขาสามารถเข้าออกห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นคนสำคัญที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัยก๊อก ๆ“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำตอบรับลูคัส ยังคงก้มหน้าเซ็นเอกสารไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลย“พี่” ธารน้ำเรียกอย่างไม่พอใจ“อ้าว! อ้วน” ลูคัสเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำท่ากวักมือเรียกให้เขาไปนั่งตัก ทุกครั้งที่มาก็ชอบให้เขาไปนั่งตักอยู่เสมอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมด้วย“ไม่เอา เราตัวอ้วนขึ้น” ธารน้ำปฏิเสธ“มานี่” คนพี่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามดึงเขาเข้ามานั่งตักอยู่ดี“ไม่เห็นหนักตรงไหนเลย” ลูคัสพูดอย่างสบาย ๆ เมื่อดึงเขานั่งลงบนตักได้แล้ว“พี่! มันหนักจริง ๆ”“ต่อให้เราตัวเท่าโอ่ง พี่ก็อุ้มไหว”เพี๊ยะ!!“ปากเสีย!” ธารน้ำตีเข้าที่แขนของลูคัสเบา ๆ
บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นานวันนี้เป็นอีกวันที่ ธารน้ำ รู้สึกขี้เกียจมาก ๆ ถึงแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรได้หยุดพักผ่อนเต็มที่ เขารู้สึกว่าชีวิตช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาวนเวียนอยู่แต่การทำงาน กลับคอนโดฯ เพิ่มเติมก็แค่มีประธานหนุ่มสุดหล่ออย่าง ลูคัส มัตเตโอ้ มาคอยนอนกอดด้วยทุกคืน มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินไม่เคยขาด แถมยังมีบัตร Black Card ที่ให้มาแบบไม่จำกัดวงเงินอีก...แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงขี้เกียจอยู่ดี จนกระทั่งร่างสูงเดินเข้ามาหาถึงเตียง“ไปเที่ยวกันไหมครับ หมูอ้วน” ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ“ไปไหนครับ” ธารน้ำถามอย่างงัวเงีย“ไปซื้อของไหม? หรือเราอยากกินอาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ที่ร้านโปรด”“ไปช็อปปิ้งครับ!” ธารน้ำตอบรับทันที เพราะข้อเสนอนี้น่าสนใจที่สุด“โอเค ลุกได้แล้ว”“ครับ! ไปแค่สองคนเรานะครับ” ธารน้ำรีบย้ำ เพราะไม่อยากให้ลูกน้องคนสนิทตามไปวุ่นวาย“ได้ครับ... ตามใจเรา” ลูคัสยิ้มรับธารน้ำรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขา ส่วนร่างสูงใส่กางเกงยีนส์สีดำกับเสื้อยืดสีขาวที่เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่แขนทั้งสองข้







