แชร์

บทที่ 2 คนจะนอน

ผู้เขียน: Tawan miki
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-08 18:48:34

บทที่ 2 คนจะนอน

พอมาถึงที่ชั้นดาดฟ้า ธารน้ำก็ต้องอ้าปากค้าง‘โห... สวยอะ’ตรงหน้าคือสวนเล็ก ๆ ที่ถูกจัดไว้อย่างลงตัว มีทั้งไม้กระถาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ที่นั่งพักผ่อนหลากมุม และลมที่พัดเอื่อย ๆ มาพร้อมกลิ่นหอมของดอกไม้จาง ๆ

วิวตรงขอบรั้วเป็นกระจกใส มองออกไปเห็นตึกสูงเรียงรายกับท้องฟ้ากรุงเทพฯ ที่เริ่มมีเมฆลอยบาง ๆ แสงแดดช่วงเที่ยงสะท้อนเป็นประกายวาวระยิบเหมือนแผ่นทอง

“บริษัทนี่เขาทุ่มงบจัดวิวขนาดนี้เลยเหรอ”

เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะมองรอบ ๆ อีกครั้งไม่มีใครเลย… เงียบสงบ เหมือนโลกมีเขาคนเดียว

“อืม... เหมาะจะพักสมองสุด ๆ”เขายกขนมในมือขึ้นมากำไว้แน่นแล้วเดินไปหยุดตรงชิงช้าไม้ใหญ่ที่แกว่งเบา ๆ ตามแรงลม

“สวัสดีธารน้ำมาแล้วค้าบบบ~~”

เสียงของเขาดังก้องในอากาศ พร้อมเสียงหัวเราะสดใสที่หลุดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติวันแรกของการทำงานมันเหนื่อย แต่ตอนนี้มันเหมือนปลดล็อกทุกอย่างออกไปแล้วจริง ๆ

...จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลัง

“เสียงดังทำไม จะนอน”

“กริ๊ดดดดดดด!!!”

เสียงกรี๊ดของเขาแหวกอากาศออกไปจนแผ่นกระจกสะเทือน เขาสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเห็นเงาคนลุกขึ้นจากม้านั่งไม้ด้านในสุดของสวน

ชายคนนั้นสูงมาก สูงจนเงาทอดยาวทับร่างเขาเกือบมิดแขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักลายเส้นดำที่พันจากข้อมือขึ้นไปใต้แขนเสื้อ หน้าคม ดวงตาคมเฉียบเหมือนมองทะลุทุกอย่างได้ และริมฝีปากเรียวที่ขยับพูดช้า ๆ

“หยุดกรี๊ด หนวกหู”

เขารีบเอามือปิดปากทันทีเหมือนเด็กโดนจับได้

ตายแล้ว... ผีหล่อ... หรือคนจริง?

“จะมองอีกนานไหม” เสียงเข้มพูดอีกครั้ง

“ข... ขอโทษครับ”

เขารีบก้มหัวจนแทบจะชนพื้น ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงของตัวเองใครจะไปรู้ว่ามีคนอยู่ตรงนี้ เขามองตั้งนานแล้วนะ ไม่มีซักเงา!

“มานี่สิ”

“ค... ครับ?”

“บอกให้มานั่งตรงนี้”

คนตัวสูงตบมือลงบนม้านั่งข้างตัวหนึ่งที เสียงเบาแต่เด็ดขาดจนเขาเผลอขยับเท้าโดยไม่รู้ตัว

เขาเดินไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ มือกำขนมแน่นราวกับถืออาวุธไว้ป้องกันตัว แม่ครับ ถ้าผมโดนฆ่าตายบนดาดฟ้า ฝากบอกพ่อด้วยว่าผมรักเขา...

“มีอะไรครับ” เขาถามเสียงเบาแทบไม่ถึงหู

“มานั่งใกล้ ๆ สิ จะให้พูดอีกกี่รอบ”

“ครับ...”

เขาทรุดนั่งลงข้างชายแปลกหน้าอย่างกลัว ๆ กล้า ๆ ความห่างระหว่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ปนกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูกเป็นกลิ่นที่ไม่แรง แต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงเฉยเลย

“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะโดนเชือด”

“อ่า... คุณอ่านใจเราได้เหรอครับ”

“เพ้อเจ้อ”

“อ้าว แล้วคุณรู้ได้ไงครับว่าผมกลัว”

“หน้าตาฟ้องขนาดนี้” เขาพูดเรียบ ๆ แล้วเอนหลังพิงพนักหลับตาเหมือนจะกลับไปนอนต่อ

“แหะ ๆ ก็ผมนึกว่าที่นี่ไม่มีคน...”

“ก็ไม่มี….จนเมื่อกี้”

เขาเงียบไปทันที โดนพูดแซะกลับแบบนั้นถึงกับอ้าปากค้าง คนตรงหน้านี่พูดน้อยแต่คมทุกคำจริง ๆ เงียบไปพักหนึ่ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้จนธารน้ำเริ่มห่อไหล่แล้วหยิบขนมออกมาวางไว้บนตักอย่างเงียบ ๆ

“จะกินไหม”

เขาชูขนมขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆคนตรงหน้าลืมตาขึ้นมามอง... ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง

“แจกทุกคนที่หล่อเหรอ”

“ฮะ!?”

“ทำหน้าตกใจทำไม ก็เห็นยื่นให้”

“ก...ก็ไม่ได้แจกนะครับ แค่เห็นคุณยังไม่ได้นอนเลยคิดว่า...”

“ว่าอะไร” เสียงต่ำถามต่อ พร้อมรอยยิ้มมุมปากนิด ๆ ที่เหมือนกำลังแกล้ง

“ว่า... ถ้ากินขนมก่อนนอน จะหลับฝันดีครับ”

เขาพูดเสียงแผ่ว ๆ แล้วรีบก้มหน้างุด ร่างสูงหลุดหัวเราะเบา ๆ ครั้งแรกของวัน เสียงหัวเราะนั้นแปลก... มันไม่ได้ดังมาก แต่กลับอบอุ่นจนทำให้หัวใจเขาสั่นแปลก ๆ

“เด็กอะไรพูดตลก”

“ผมชื่อธารน้ำครับ”

“อืม...”

“แล้วคุณชื่ออะไรครับ”

“คนจะนอน ไม่คุย”

เขาอ้าปากจะเถียงแต่ก็ต้องเม้มปากไว้แทนเพราะอีกฝ่ายหลับตาไปแล้วจริง ๆ ธารน้ำเลยได้แต่นั่งเงียบ ๆ จ้องหน้าชายคนนั้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วค่อย ๆ หยิบขนมเข้าปากทีละชิ้น

นั่งกินขนมไปสักพัก เสียงกรุบกรอบจากถุงขนมเป็นเสียงเดียวที่กลบความเงียบระหว่างพวกเขา ธารน้ำเหลือบมองคนที่นอนเหยียดอยู่ข้าง ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นตุ้บ ๆ ตลอดเวลา

เขาไม่เคยนั่งอยู่ใกล้คนที่ดู ‘อันตรายแต่น่ามอง’แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิตรอยสักสีดำบนแขนอีกฝ่ายที่พาดผ่านกล้ามเนื้อชัดเจนขยับขึ้นลงเบา ๆ ตามจังหวะลมหายใจ เส้นเลือดบนแขนที่ปูดนิด ๆ ตอนมือวางทาบลงบนหน้าท้อง...เขาเผลอจ้องอยู่นานจนตัวเองต้องสะกิดสติกลับมา

“คุณทำงานอยู่แผนกไหนเหรอครับ?” เขาเอ่ยถามเสียงเบากล้า ๆ กลัว ๆ เหมือนคนจะยื่นมือไปแตะไฟดูว่าร้อนหรือเปล่า

“ทำไม?”เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาเรียบ ๆ เจ้าของร่างสูงยังคงหลับตาเหมือนเดิม ไม่แม้แต่จะขยับตัว

“ก็... เห็นเหมือนเพิ่งมาทำงานใหม่เหมือนกัน”

“อืม”

คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาพร้อมลมหายใจขี้เกียจ แต่สำหรับธารน้ำ มันคือสัญญาณว่า เขายอมคุยด้วยแล้ว!

“คุณไม่ต้องกลัวนะ” เขารีบพูดต่ออย่างตื่นเต้น

“มีอะไรบอกผมก็ได้ ผมจะช่วยคุณเอง”

เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะทุ้ม ๆ จะดังออกมาเบา ๆ จากคนที่นอนอยู่

“หึ หึ”

ธารน้ำขมวดคิ้วทันที

“หัวเราะอะไรครับ?”

“เปล่า” เสียงตอบยังนิ่งเหมือนเดิม แต่ปลายประโยคมีรอยยิ้มบาง ๆ แอบซ่อนอยู่

“ผมพูดจริงนะ ผมช่วยได้ทุกเรื่อง”

“ช่วยตัวเองให้รอดก่อนดีไหม”

“ห๊า?”

“หน้าแบบนั้น ตัวกลมขนาดนั้น จะช่วยใครได้”

เขาทำตาโตให้กับร่างสูงตรงหน้า

“นี่คุณว่าผมเหรอ”

“ไม่ได้ว่า บอกตามจริง”

“ชิ..แล้วคุณชื่ออะไรครับ”

“ลูคัส”

“ผมธารน้ำหรือเรียกว่า น้ำเฉยๆ ก็ได้”

“อ้วน?”

“ธารน้ำ”

“อ้วน”

“ธารน้ำไง!”

“อ้วน”

“คุณกวนตีนหรอ!?”

อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอเบา ๆ คราวนี้ชัดเจนจนธารน้ำอยากเขวี้ยงขนมใส่หน้า

“หึ หึ”

เสียงหัวเราะสั้น ๆ แต่มันกลับฟังดู...ดีจัง

เหมือนเสียงที่ฟังแล้วหัวใจมันอุ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“คุณนี่มัน...”

เขาบ่นพึมพำ แต่ไม่ทันได้พูดจบ ร่างสูงตรงหน้าก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหยิบแจ็กเก็ตที่พาดไว้ขึ้นมาสะบัดเบา ๆ แล้วสวมไว้บนไหล่

“ไปไหนครับ?”

“ไปนอนที่อื่น คนเสียงดังอยู่แถวนี้”

“เอ้า! ผมไม่ได้ดังแล้วนะ”

“หึ!”

“นี่คุณ!”

แต่ยังไม่ทันได้เถียงต่อ ลูคัสก็เดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่เหลียวหลัง กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ติดตัวอีกฝ่ายยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

ธารน้ำได้แต่นั่งหน้าเอ๋ออยู่ตรงนั้น มือหนึ่งกำถุงขนม อีกมือยกขึ้นเกาหัวแกรก ๆ

“บ้าเอ๊ย... หล่อแล้วยังปากหมาอีก”เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา แล้วเบิกตากว้าง

“เห้ย! บ่ายโมงแล้ว! เวรแล้วไหมละธารน้ำ!!!”

เขารีบลุกพรวด ยัดขนมที่เหลือเข้าถุง วิ่งพรวดไปที่ลิฟต์แทบจะสะดุดขาตัวเอง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทั้งจากความรีบ... และจากคนเมื่อกี้

‘ลูคัส…’ ชื่อก็เท่ แถมยังชอบกวนประสาทอีก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 24 สู่ขอ(จบ)

    บทที่ 24 สู่ขอหลังจากวันประกาศิตในห้องประชุม ลูคัส ก็โทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องการแต่งงานกับ คริสเตียโน มัตเตโอ้ (แด๊ด) ที่อิตาลีทันที ด้วยความเร่งด่วนของสถานการณ์และเพื่อให้เรื่องจบอย่างสมบูรณ์“แด๊ดครับ ผมจะแต่งงานกับธารน้ำภายในเร็ว ๆ นี้” ลูคัสแจ้งอย่างไม่รอช้ามัตเตโอ้ที่เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดตอบกลับมาด้วยความเด็ดขาดตามสไตล์มาเฟีย“ดี! ฉันบอกแล้วว่าจะไปสู่ขอเอง”ภายในหนึ่งอาทิตย์นับจากวันนั้น มัตเตโอ้ก็เดินทางจากอิตาลีมาถึงประเทศไทย พร้อมด้วยคณะติดตามและลูกน้องอีกชุดใหญ่ เพื่อแสดงความจริงจังและศักดิ์ศรีของตระกูล มัตเตโอ้วันสำคัญมาถึง ขบวนสู่ขอ ที่ยิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงก็เคลื่อนตัวไปที่บ้านของธารน้ำในหมู่บ้านศุภาลัย รถหรูราคาแพงนับสิบคันนำหน้า ตามมาด้วยบอดี้การ์ดที่แต่งกายชุดดำอย่างเนี้ยบลูคัส และ มัตเตโอ้ เดินเข้าบ้านของธารน้ำอย่างสง่างาม โดยมีธารน้ำเดินเคียงข้างด้วยความประหม่า ส่วน ดีน และ คาล ก็ตามมาติด ๆ พร้อมพานสินสอดที่เตรียมไว้“พ่อครับ แม่ครับ นี่ แด๊ด ของผมครับ” ลูคัสแนะนำบิดาให้กับพ่อกับแม่ของธารน้ำอย่างเป็นทางการ“สวัสดีครับ ผม คริสเตียโน มัตเตโอ้” มัตเตโอ้ยกมือไหว้พ่อกั

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 23 กลับบ้านเรา

    บทที่ 23 กลับบ้านเราหลังจากที่นั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิตราวกับถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูล มัตเตโอ้ มาเป็นอาทิตย์ ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันที่เขาจะได้กลับเมืองไทยเสียที ก่อนกลับ ลูคัส ชวนเขาไปลา แด๊ด ของเขาก่อนทั้งคู่เดินไปที่สวนหย่อมเล็ก ๆ ด้านในคฤหาสน์ ซึ่ง มัตเตโอ้ กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งต้นบอนไซอยู่ เมื่อได้ยินเสียงลูกชายจึงเงยหน้าขึ้นมา“แด๊ดครับ” ลูคัสเรียก“ว่า” คริสเตียโน มัตเตโอ้ตอบสั้น ๆ“ผมมาลา ผมจะกลับไทยแล้วครับ”“อืม... จะแต่งเมื่อไหร่ หรือจะให้ไปขอเมื่อไหร่ก็บอก” มัตเตโอ้กล่าวอย่างเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นทำเอาธารน้ำหน้าแดงวาบ“ครับ” ลูคัสรับคำด้วยรอยยิ้ม“ผมลานะครับ คุณท่าน” ธารน้ำ พูดขึ้นด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ“เดินทางปลอดภัย” มัตเตโอ้ละสายตาจากต้นไม้มามองเขาอย่างจริงจัง “บอกกับครอบครัวไว้บ้างล่ะ ว่าอีกไม่นาน... ฉันจะไปสู่ขอ”“ครับ” ธารน้ำตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างไม่คาดคิดกับคำพูดที่ชัดเจนขนาดนั้นทั้งคู่ก้มศีรษะลาท่าน แล้วรีบเดินทางไปยังสนามบินด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น...หลังจากเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 22 เคลียร์ปัญหา

    บทที่ 22 เคลียร์ปัญหาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูคัส ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ โดยทิ้ง ธารน้ำ ไว้ในคฤหาสน์ภายใต้การดูแลของบอดี้การ์ดอย่างแน่นหนา จุดหมายของเขาคือโรงเก็บสินค้าเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดนัดพบเพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างตระกูล มัตเตโอ้ กับตระกูล เรนโซ่ ซึ่งเป็นอีกตระกูลใหญ่ที่อยู่ร่วมแก๊งมาเฟียเดียวกันเมื่อลูคัสมาถึง พร้อมด้วย ดีน และ คาล ก็พบกับ จิโอวานนี่ เรนโซ่ ผู้นำตระกูลเรนโซ่ที่ยืนรออยู่พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วนะ ลูคัส” จิโอวานนี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ชอบเรื่องยืดเยื้อ จิโอวานนี่ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” ลูคัสกล่าวอย่างเด็ดขาด จิโอวานนี่ต้องการให้ตระกูลมัตเตโอ้แบ่งอาณาเขตท่าเรือน้ำลึกให้มากกว่าเดิม ซึ่งลูคัสไม่ยอม จิโอวานนี่จึงเริ่มใช้เรื่องส่วนตัวเข้ามากดดัน“ก็ได้... ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน นายควรระวังเรื่องคนรักของนายไว้ให้ดีนะ ลูคัส”จิโอวานนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ใบหน้าของลูคัสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย“อย่าแตะต้องคนของฉัน! จิโอวานนี่!”“ถ้าไม่แบ่งอาเขต... ฉันก็คงต้องหาทางอื่นเพื่อให้เรื่องมันสนุกขึ้น” จิโอวานนี่ทำท่าจะเด

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 21 ไปอิตาลี

    บทที่ 21 ไปอิตาลีเย็นวันนั้น ลูคัส เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าระเบียงของคอนโดฯ เพียงลำพัง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด คิ้วชนกันแทบจะผูกเป็นโบว์ แสดงถึงเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเกิดขึ้น เขาคุยโทรศัพท์อยู่นานพักใหญ่แล้วจึงเดินกลับเข้ามาหา ธารน้ำ“พรุ่งนี้ไปอิตาลีกันครับ” ลูคัสแจ้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไปทำไม” ธารน้ำถามด้วยความประหลาดใจ“ไปพบแด๊ด”“ไปหาพ่อพี่?”“ใช่ครับ”“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ธารน้ำเริ่มสังเกตเห็นความไม่ปกติ“นิดหน่อยครับ” ลูคัสพยายามตอบเลี่ยง ๆ“เราโทรบอกพ่อกับแม่ก่อนได้ไหม”“ครับ” ลูคัสอนุญาตอย่างว่าง่ายธารน้ำหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกหาแม่ทันที แล้วบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตอนแรกเขาถึงกับตกใจที่ต้องเล่าเรื่องที่ถูกคุกคามและการหมั้นหมายที่ถูกยกเลิกให้แม่ฟัง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย กลัวแม่จะเป็นห่วง แต่พอเล่าแล้วแม่กลับเป็นห่วงมากกว่าเดิม จนถึงขั้นจะให้เขาเลิกลากับลูคัส เพราะกลัวเขาจะเป็นอันตรายพ่อต้องเข้ามาช่วยพูดว่าธารน้ำโตแล้ว จัดการตัวเองได้ และเคารพการตัดสินใจของลูกชาย กว่าจะทำให้แม่สบายใจได้ก็เล่นเอาพักใหญ่ จนกระทั่ง พี่ลูคัส ต้องมาช่วยพูด

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 20 มีแต่เรื่อง

    บทที่ 20 มีแต่เรื่องหลังจากวันนั้น ธารน้ำ ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่คนพี่กลับเพิ่มบอดี้การ์ดเข้ามาดูแลเขาอีกเท่าตัว! พวกบอดี้การ์ดแทบจะคุมทั้งคอนโดมิเนียมอยู่แล้วตอนนี้ ไหนจะที่บริษัทอีก! จนเขารู้สึกว่ามันมากเกินไปจนอึดอัด วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยแล้วไม่นานนัก เขาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของท่านประธาน เขาสามารถเข้าออกห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นคนสำคัญที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัยก๊อก ๆ“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำตอบรับลูคัส ยังคงก้มหน้าเซ็นเอกสารไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลย“พี่” ธารน้ำเรียกอย่างไม่พอใจ“อ้าว! อ้วน” ลูคัสเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำท่ากวักมือเรียกให้เขาไปนั่งตัก ทุกครั้งที่มาก็ชอบให้เขาไปนั่งตักอยู่เสมอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมด้วย“ไม่เอา เราตัวอ้วนขึ้น” ธารน้ำปฏิเสธ“มานี่” คนพี่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามดึงเขาเข้ามานั่งตักอยู่ดี“ไม่เห็นหนักตรงไหนเลย” ลูคัสพูดอย่างสบาย ๆ เมื่อดึงเขานั่งลงบนตักได้แล้ว“พี่! มันหนักจริง ๆ”“ต่อให้เราตัวเท่าโอ่ง พี่ก็อุ้มไหว”เพี๊ยะ!!“ปากเสีย!” ธารน้ำตีเข้าที่แขนของลูคัสเบา ๆ

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน

    บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นานวันนี้เป็นอีกวันที่ ธารน้ำ รู้สึกขี้เกียจมาก ๆ ถึงแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรได้หยุดพักผ่อนเต็มที่ เขารู้สึกว่าชีวิตช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาวนเวียนอยู่แต่การทำงาน กลับคอนโดฯ เพิ่มเติมก็แค่มีประธานหนุ่มสุดหล่ออย่าง ลูคัส มัตเตโอ้ มาคอยนอนกอดด้วยทุกคืน มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินไม่เคยขาด แถมยังมีบัตร Black Card ที่ให้มาแบบไม่จำกัดวงเงินอีก...แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงขี้เกียจอยู่ดี จนกระทั่งร่างสูงเดินเข้ามาหาถึงเตียง“ไปเที่ยวกันไหมครับ หมูอ้วน” ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ“ไปไหนครับ” ธารน้ำถามอย่างงัวเงีย“ไปซื้อของไหม? หรือเราอยากกินอาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ที่ร้านโปรด”“ไปช็อปปิ้งครับ!” ธารน้ำตอบรับทันที เพราะข้อเสนอนี้น่าสนใจที่สุด“โอเค ลุกได้แล้ว”“ครับ! ไปแค่สองคนเรานะครับ” ธารน้ำรีบย้ำ เพราะไม่อยากให้ลูกน้องคนสนิทตามไปวุ่นวาย“ได้ครับ... ตามใจเรา” ลูคัสยิ้มรับธารน้ำรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขา ส่วนร่างสูงใส่กางเกงยีนส์สีดำกับเสื้อยืดสีขาวที่เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่แขนทั้งสองข้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status