로그인บทที่ 1 เริ่มงานวันแรก
แสงแดดยามเช้าสาดลงกระทบกระจกตึกระฟ้าในย่านอโศก เสียงเครื่องยนต์ รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ และเสียงบีบแตรประสานกันจนกลายเป็นจังหวะคุ้นเคยของเมืองที่ไม่เคยหยุดหายใจ ผู้คนสวมสูทถือกาแฟเร่งฝีเท้าเข้าสู่อาคารสำนักงานเหมือนฝูงมดกำลังเข้ารัง ในกลุ่มนั้นมีชายหนุ่มร่างกลมคนหนึ่งที่กำลังวิ่งสุดแรง ใบหน้าแดงระเรื่อ ผมสีทองอ่อนยุ่งฟูจนแทบจะคลุมหน้า กระเป๋าเอกสารแน่นในมือเหงื่อเปียกเต็มขมับ เขาสูดลมหายใจแรง ๆ ก่อนจะตะโกนออกมาสุดเสียง “รอด้วยครับ!” เสียงตะโกนของผู้ชายร่างกลมมีพุง แก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อ ผมสีทองอ่อนยุ่งเล็กน้อยดังลั่นไปทั่วโถงหน้าลิฟต์ เขากำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาพร้อมกับกระเป๋าใส่เอกสารแน่นมือ เหงื่อผุดเต็มขมับ แต่ก็ยังพยายามส่งเสียงเรียกให้คนในลิฟต์รอก่อนประตูจะปิด วันนี้เป็น วันแรกของการเริ่มงานใหม่ ในบริษัทนำเข้าระดับยักษ์ใหญ่ของเครือ “มัตเตโอ้” ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ไกลถึงอิตาลีจะเรียกว่าโชคช่วยก็ได้ หรือว่าวาสนากันแน่เพราะหลังเรียนจบไม่นาน เขาก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งผลสัมภาษณ์เข้าทำงานที่นี่ทันที ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า เหมือนกำลังจะขึ้นชั้นสวรรค์ด้วยลิฟต์ตัวนี้เอง แฮ่ก... แฮ่ก… “ขอบคุณครับที่รอ” เขากล่าวขอบคุณพลางยิ้มให้คนในลิฟต์ แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เขากลืนคำพูดแทบไม่ลงชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสามคนยืนเรียงอยู่ในนั้น ใบหน้าเรียบเฉย ด้านข้างเขากลับเป็นผู้ชายที่ดูแล้วมีอำนาจคล้ายมาเฟียซะมากกว่าพนักงาน รอยสักโผล่พ้นจากขอบปกเสื้อขึ้นมาถึงลำคอ แขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนา เส้นเลือดขึ้นชัดขณะกลิ่นน้ำหอมผู้ชายกลิ่นเย็นปนควันจาง ๆ ลอยคลุ้งไปทั่ว ธารน้ำยืนเกร็ง มือจิกสายกระเป๋าแน่น พยายามเบือนหน้ามองปุ่มลิฟต์แทนใบหน้าของคนข้าง ๆ ที่รู้สึกเหมือน ‘อันตราย’ มากกว่าจะเป็นพนักงานบริษัททั่วไป แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็มีมากกว่า เขาเหลือบมองแอบสำรวจอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งสายตาคมเข้มคู่นั้นหันมามองตอบแบบตรง ๆหัวใจธารน้ำแทบหลุดจากอก “อ๊ะ ขอโทษครับ...”เขารีบยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนจะก้มหน้าบ่นกับตัวเองเสียงเบา “วันแรกก็สายแล้วไหมล่ะ แบบนี้จะโดนไล่ออกไหมเนี่ย” ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ แวบผ่านมุมปาก ก่อนที่ธารน้ำจะก้มมองชุดตัวเองเพื่อเบี่ยงความเขิน เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลครีดเรียบ... ถ้าไม่นับ พุงกลม ๆ ที่ล้ำหน้าเกินเข็มขัดนิดหน่อย ก็คงดูดีอยู่หรอก ติ๊ง! เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้น 5 เขารีบก้าวออกไปอย่างไว หัวใจเต้นตุบ ๆ ทั้งจากความตื่นเต้นและความโล่งใจโดยไม่รู้เลยว่าคนในลิฟต์ชายผมดำคนนั้นยังมองตามหลังอยู่ พร้อมรอยยิ้มบางที่ยากจะเข้าใจความหมาย ก๊อก ๆ “เข้ามา” เสียงเรียบทรงอำนาจจากในห้องทำให้ธารน้ำกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนเปิดประตูเข้าไปผู้หญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐาน นั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะทำงานใหญ่ ดวงตาหลังกรอบแว่นมองเขาแบบพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขารีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน “สวัสดีครับ ผมธารน้ำครับ” “ใครอนุญาตให้นั่ง?” “ขะ... ขอโทษครับ!” เขารีบลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว แก้มขึ้นสีจัดเพราะทั้งอายทั้งตกใจ หัวใจเต้นแรงราวกับจะหนีออกจากอก ‘วันแรกก็โดนแล้วไหมล่ะธารน้ำ... จะรอดมั้ยเนี่ย!’ “เชิญนั่ง” “ขอบคุณครับ...” เขาแทบทรุดนั่งแทบไม่ทัน “ฉันชื่อเพ็ญนภา เป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชี จะเรียกพี่เพ็ญก็ได้” “ครับพี่เพ็ญ” “ดี... เดี๋ยวพี่จะให้เธอไปทำงานกับชมพู่ ให้ชมพู่ช่วยสอนงานไปก่อน” “ครับ” “แล้วอย่ามาสายอีก เข้าใจไหม” “เข้าใจครับ” “บริษัทนี้มีคนจากสำนักงานใหญ่ที่อิตาลีมาตรวจบัญชีทุกเดือน ถ้าตัวเลขผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว คนทั้งแผนกโดนหมด เข้าใจไหม?” “เข้าใจครับ!” “งั้นไปได้ ชมพู่รออยู่ข้างนอก” “ครับ ขอบคุณครับพี่เพ็ญ” เขายกมือไหว้อีกครั้งก่อนออกจากห้อง ถอนหายใจแรงจนไหล่ตก ‘เห้อ... เกือบไม่รอดแล้วไหมละธารน้ำ’ . . . “ไงเรา ถึงกับหน้าซีดเลยหรือไง~”เสียงใสของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้ธารน้ำหันไปมอง เห็นหญิงสาวรูปร่างอวบเล็ก ใส่เดรสสีชมพูหวาน แว่นตากรอบหนา และรอยยิ้มที่สดใสราวแสงแดดยามเช้า “พี่ชมพู่ใช่ไหมครับ?” “ใช่แล้ววววว~” เธอลากเสียงยาวก่อนยิ้มกว้าง “ยินดีที่ได้รู้จักนะธารน้ำ เรียกพี่ว่า พี่ชมพู่คนสวย ก็ได้~” “ครับพี่ชมพู่” “ตกใจพี่เพ็ญใช่ไหมเรา?” “นิดหน่อยครับ” “อย่าไปกลัวเลย แกก็ปากร้ายแต่ใจดี ทำงานให้ตรงเวลาก็ไม่มีปัญหา ไป พี่พาไปดูโต๊ะเราก่อน” โต๊ะทำงานของเขาอยู่ติดกับพี่ชมพู่ ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย มีกระถางต้นไม้เล็ก ๆ วางอยู่ตรงมุมเหมือนจะต้อนรับสมาชิกใหม่ “นี่โต๊ะเรานะ เก็บของได้เลย แล้วนี่คือโปรแกรมบัญชีที่ใช้ ดูตรงนี้นะ...” พี่ชมพู่เริ่มอธิบายทีละขั้นตอน ทั้งเรื่องตัวเลข การส่งรายงาน และระเบียบการตรวจบัญชีจากสำนักงานใหญ่ ธารน้ำตั้งใจฟังเต็มที่ แต่บางจังหวะก็เผลอเหม่อเพราะคำว่า‘บริษัทแม่ที่อิตาลี’ มันยังติดอยู่ในหัว เขาแอบคิดขึ้นมาเบา ๆ ว่า ‘หรือว่าคนในลิฟต์เมื่อกี้... จะมาจากที่นั่น?’ “นี่คือระบบบัญชีของบริษัทนะ ต้องกรอกตัวเลขตรงนี้ให้ครบทุกช่องก่อนส่งเข้าฝ่ายตรวจสอบ” พี่ชมพู่พูดพลางชี้หน้าจอคอม มือข้างหนึ่งถือกาแฟ อีกข้างขยับเมาส์คล่องราวกับคนอยู่กับตัวเลขมานานสิบปี “ครับพี่ชมพู่” ธารน้ำพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็พยายามจดทุกคำ เพราะกลัวทำพลาดตั้งแต่วันแรก พักเที่ยง “เสร็จสักที” ธารน้ำบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างโล่งอก กว่าจะทำความเข้าใจกับระบบใหม่ ๆ ได้เล่นเอาปวดหัวแทบจะมึนตาย ตัวเลขในหน้าจอที่วิ่งวุ่นราวกับเส้นหมี่พันกันไปหมด ทำเอาสมองแทบไหม้ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี เขายืดแขน ยืดขา แล้วลูบพุงน้อย ๆ ของตัวเองเบา ๆ พลางถอนหายใจท้องร้องประท้วงรัว ๆ เหมือนจะบอกว่า พอที เหนื่อยแล้ว หิวแล้ว! “ธารน้ำ~ ไปทานข้าวกับพี่ไหม ถือว่าต้อนรับน้องใหม่ด้วย”เสียงใส ๆ ของพี่ชมพู่ดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มสดใสเหมือนเดิม “ได้ครับ!” ตอบแทบจะทันทีไม่ต้องคิด เพราะหิวจัดจนมือเริ่มสั่น ตาเริ่มลายตามประสาเด็กกินเก่งที่พลังหมดง่าย เขารีบเก็บของ ปิดระบบ แล้วหันไปยิ้มให้พี่ชมพู่ “พร้อมแล้วครับ” “ไปกันเลย เจ้าเด็ก~” “ครับ~” เขายิ้มกว้าง เดินตามหลังพี่ชมพู่ลงลิฟต์ไปด้วยความรู้สึกดีใจเล็ก ๆแค่มีคนใจดีในวันแรกของการทำงานก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นล่างของอาคารที่เต็มไปด้วยร้านอาหารเรียงราย กลิ่นอาหารหอมลอยมาแต่ไกล ทั้งกลิ่นผัดกะเพรา กลิ่นน้ำซุป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง แค่สูดกลิ่นก็แทบจะกลืนลิ้นตัวเองแล้ว “กินอะไรดีเรา เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง ถือว่าเลี้ยงน้องใหม่” “เอาข้าวหมูแดงครับ” “โอเค~ ไปนั่งรอได้เลย วันนี้คนสวยจะบริการเจ้าเด็กเอง” “ขอบคุณครับพี่ชมพู่” เขานั่งลงที่โต๊ะริมกระจกมองออกไปเห็นลานด้านนอกที่มีน้ำพุเล็ก ๆ ตรงกลาง บรรยากาศดีจนเผลออมยิ้ม พนักงานบริษัทเดินไปมาเต็มไปหมด ทุกคนดูมีจังหวะชีวิตที่รีบเร่ง แต่ก็มีสีหน้าเปี่ยมพลังดี ไม่นานนัก เสียงสดใสของพี่ชมพู่ก็ดังขึ้นพร้อมถาดอาหารในมือ “มาแล้วจ้าา~” “ขอบคุณครับพี่ชมพู่” “ไม่เป็นไรจ้า กินเลย อันนี้พี่สั่งพิเศษให้ หมูเยอะ น้ำราดเข้มข้นสุด ๆ” เขาตักข้าวคำแรกเข้าปาก แล้วถึงกับหลับตาพริ้ม อร่อยจนอยากร้องไห้น้ำราดไม่หวานเกินไป เนื้อหมูนุ่มแทบละลาย ปรุงได้พอดีทุกอย่าง “มาทำงานยังไงเราอ่ะ” “แว้นมาครับ” “หืม~ เก่งนี่ ขับรถเองด้วยเหรอ” “ครับ พอดีผมพักอยู่คอนโดใกล้ ๆ ที่นี่ครับ ไม่ไกลมาก” “อ๋อ~ ดีเลย แต่ระวังเรื่องมาสายล่ะ เจ้านายพี่ไม่ชอบคนสาย” “ครับ จะระวังครับ” ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ ไปพร้อมกัน ก่อนจะกลับไปกินต่ออย่างเงียบ ๆไม่นานก็หมดจาน ธารน้ำยกมือเช็ดปากเบา ๆ แล้วหันไปยิ้ม “อิ่มแล้วครับพี่ชมพู่” “งั้นพี่ไปทำธุระก่อนนะ บ่ายเจอกันที่โต๊ะทำงานจ้า~” “ครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ” เขามองตามหลังอีกฝ่ายที่เดินออกไปอย่างใจดี ก่อนจะถอนหายใจโล่ง ๆมือคว้ากระเป๋าสตางค์ออกมา เดินไปซื้อขนมขบเคี้ยวอีกสามสี่อย่าง ของหวานคือกำลังใจของมนุษย์ออฟฟิศจริง ๆ ตอนเดินผ่านโซนลิฟต์สายตาก็เหลือบเห็นป้าย ชั้นดาดฟ้า – Sky Garden(เฉพาะพนักงานภายใน) หืม มีดาดฟ้าด้วยเหรอ เขาคิดในใจ แล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นมา “ขึ้นไปกินขนมชมวิวหน่อยละกัน” มือเล็กกดปุ่ม “R” อย่างมั่นใจ ลิฟต์เคลื่อนขึ้นช้า ๆบทที่ 24 สู่ขอหลังจากวันประกาศิตในห้องประชุม ลูคัส ก็โทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องการแต่งงานกับ คริสเตียโน มัตเตโอ้ (แด๊ด) ที่อิตาลีทันที ด้วยความเร่งด่วนของสถานการณ์และเพื่อให้เรื่องจบอย่างสมบูรณ์“แด๊ดครับ ผมจะแต่งงานกับธารน้ำภายในเร็ว ๆ นี้” ลูคัสแจ้งอย่างไม่รอช้ามัตเตโอ้ที่เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดตอบกลับมาด้วยความเด็ดขาดตามสไตล์มาเฟีย“ดี! ฉันบอกแล้วว่าจะไปสู่ขอเอง”ภายในหนึ่งอาทิตย์นับจากวันนั้น มัตเตโอ้ก็เดินทางจากอิตาลีมาถึงประเทศไทย พร้อมด้วยคณะติดตามและลูกน้องอีกชุดใหญ่ เพื่อแสดงความจริงจังและศักดิ์ศรีของตระกูล มัตเตโอ้วันสำคัญมาถึง ขบวนสู่ขอ ที่ยิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงก็เคลื่อนตัวไปที่บ้านของธารน้ำในหมู่บ้านศุภาลัย รถหรูราคาแพงนับสิบคันนำหน้า ตามมาด้วยบอดี้การ์ดที่แต่งกายชุดดำอย่างเนี้ยบลูคัส และ มัตเตโอ้ เดินเข้าบ้านของธารน้ำอย่างสง่างาม โดยมีธารน้ำเดินเคียงข้างด้วยความประหม่า ส่วน ดีน และ คาล ก็ตามมาติด ๆ พร้อมพานสินสอดที่เตรียมไว้“พ่อครับ แม่ครับ นี่ แด๊ด ของผมครับ” ลูคัสแนะนำบิดาให้กับพ่อกับแม่ของธารน้ำอย่างเป็นทางการ“สวัสดีครับ ผม คริสเตียโน มัตเตโอ้” มัตเตโอ้ยกมือไหว้พ่อกั
บทที่ 23 กลับบ้านเราหลังจากที่นั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิตราวกับถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูล มัตเตโอ้ มาเป็นอาทิตย์ ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันที่เขาจะได้กลับเมืองไทยเสียที ก่อนกลับ ลูคัส ชวนเขาไปลา แด๊ด ของเขาก่อนทั้งคู่เดินไปที่สวนหย่อมเล็ก ๆ ด้านในคฤหาสน์ ซึ่ง มัตเตโอ้ กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งต้นบอนไซอยู่ เมื่อได้ยินเสียงลูกชายจึงเงยหน้าขึ้นมา“แด๊ดครับ” ลูคัสเรียก“ว่า” คริสเตียโน มัตเตโอ้ตอบสั้น ๆ“ผมมาลา ผมจะกลับไทยแล้วครับ”“อืม... จะแต่งเมื่อไหร่ หรือจะให้ไปขอเมื่อไหร่ก็บอก” มัตเตโอ้กล่าวอย่างเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นทำเอาธารน้ำหน้าแดงวาบ“ครับ” ลูคัสรับคำด้วยรอยยิ้ม“ผมลานะครับ คุณท่าน” ธารน้ำ พูดขึ้นด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ“เดินทางปลอดภัย” มัตเตโอ้ละสายตาจากต้นไม้มามองเขาอย่างจริงจัง “บอกกับครอบครัวไว้บ้างล่ะ ว่าอีกไม่นาน... ฉันจะไปสู่ขอ”“ครับ” ธารน้ำตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างไม่คาดคิดกับคำพูดที่ชัดเจนขนาดนั้นทั้งคู่ก้มศีรษะลาท่าน แล้วรีบเดินทางไปยังสนามบินด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น...หลังจากเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่
บทที่ 22 เคลียร์ปัญหาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูคัส ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ โดยทิ้ง ธารน้ำ ไว้ในคฤหาสน์ภายใต้การดูแลของบอดี้การ์ดอย่างแน่นหนา จุดหมายของเขาคือโรงเก็บสินค้าเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดนัดพบเพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างตระกูล มัตเตโอ้ กับตระกูล เรนโซ่ ซึ่งเป็นอีกตระกูลใหญ่ที่อยู่ร่วมแก๊งมาเฟียเดียวกันเมื่อลูคัสมาถึง พร้อมด้วย ดีน และ คาล ก็พบกับ จิโอวานนี่ เรนโซ่ ผู้นำตระกูลเรนโซ่ที่ยืนรออยู่พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วนะ ลูคัส” จิโอวานนี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ชอบเรื่องยืดเยื้อ จิโอวานนี่ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” ลูคัสกล่าวอย่างเด็ดขาด จิโอวานนี่ต้องการให้ตระกูลมัตเตโอ้แบ่งอาณาเขตท่าเรือน้ำลึกให้มากกว่าเดิม ซึ่งลูคัสไม่ยอม จิโอวานนี่จึงเริ่มใช้เรื่องส่วนตัวเข้ามากดดัน“ก็ได้... ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน นายควรระวังเรื่องคนรักของนายไว้ให้ดีนะ ลูคัส”จิโอวานนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ใบหน้าของลูคัสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย“อย่าแตะต้องคนของฉัน! จิโอวานนี่!”“ถ้าไม่แบ่งอาเขต... ฉันก็คงต้องหาทางอื่นเพื่อให้เรื่องมันสนุกขึ้น” จิโอวานนี่ทำท่าจะเด
บทที่ 21 ไปอิตาลีเย็นวันนั้น ลูคัส เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าระเบียงของคอนโดฯ เพียงลำพัง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด คิ้วชนกันแทบจะผูกเป็นโบว์ แสดงถึงเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเกิดขึ้น เขาคุยโทรศัพท์อยู่นานพักใหญ่แล้วจึงเดินกลับเข้ามาหา ธารน้ำ“พรุ่งนี้ไปอิตาลีกันครับ” ลูคัสแจ้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไปทำไม” ธารน้ำถามด้วยความประหลาดใจ“ไปพบแด๊ด”“ไปหาพ่อพี่?”“ใช่ครับ”“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ธารน้ำเริ่มสังเกตเห็นความไม่ปกติ“นิดหน่อยครับ” ลูคัสพยายามตอบเลี่ยง ๆ“เราโทรบอกพ่อกับแม่ก่อนได้ไหม”“ครับ” ลูคัสอนุญาตอย่างว่าง่ายธารน้ำหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกหาแม่ทันที แล้วบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตอนแรกเขาถึงกับตกใจที่ต้องเล่าเรื่องที่ถูกคุกคามและการหมั้นหมายที่ถูกยกเลิกให้แม่ฟัง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย กลัวแม่จะเป็นห่วง แต่พอเล่าแล้วแม่กลับเป็นห่วงมากกว่าเดิม จนถึงขั้นจะให้เขาเลิกลากับลูคัส เพราะกลัวเขาจะเป็นอันตรายพ่อต้องเข้ามาช่วยพูดว่าธารน้ำโตแล้ว จัดการตัวเองได้ และเคารพการตัดสินใจของลูกชาย กว่าจะทำให้แม่สบายใจได้ก็เล่นเอาพักใหญ่ จนกระทั่ง พี่ลูคัส ต้องมาช่วยพูด
บทที่ 20 มีแต่เรื่องหลังจากวันนั้น ธารน้ำ ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่คนพี่กลับเพิ่มบอดี้การ์ดเข้ามาดูแลเขาอีกเท่าตัว! พวกบอดี้การ์ดแทบจะคุมทั้งคอนโดมิเนียมอยู่แล้วตอนนี้ ไหนจะที่บริษัทอีก! จนเขารู้สึกว่ามันมากเกินไปจนอึดอัด วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยแล้วไม่นานนัก เขาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของท่านประธาน เขาสามารถเข้าออกห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นคนสำคัญที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัยก๊อก ๆ“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำตอบรับลูคัส ยังคงก้มหน้าเซ็นเอกสารไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลย“พี่” ธารน้ำเรียกอย่างไม่พอใจ“อ้าว! อ้วน” ลูคัสเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำท่ากวักมือเรียกให้เขาไปนั่งตัก ทุกครั้งที่มาก็ชอบให้เขาไปนั่งตักอยู่เสมอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมด้วย“ไม่เอา เราตัวอ้วนขึ้น” ธารน้ำปฏิเสธ“มานี่” คนพี่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามดึงเขาเข้ามานั่งตักอยู่ดี“ไม่เห็นหนักตรงไหนเลย” ลูคัสพูดอย่างสบาย ๆ เมื่อดึงเขานั่งลงบนตักได้แล้ว“พี่! มันหนักจริง ๆ”“ต่อให้เราตัวเท่าโอ่ง พี่ก็อุ้มไหว”เพี๊ยะ!!“ปากเสีย!” ธารน้ำตีเข้าที่แขนของลูคัสเบา ๆ
บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นานวันนี้เป็นอีกวันที่ ธารน้ำ รู้สึกขี้เกียจมาก ๆ ถึงแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรได้หยุดพักผ่อนเต็มที่ เขารู้สึกว่าชีวิตช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาวนเวียนอยู่แต่การทำงาน กลับคอนโดฯ เพิ่มเติมก็แค่มีประธานหนุ่มสุดหล่ออย่าง ลูคัส มัตเตโอ้ มาคอยนอนกอดด้วยทุกคืน มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินไม่เคยขาด แถมยังมีบัตร Black Card ที่ให้มาแบบไม่จำกัดวงเงินอีก...แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงขี้เกียจอยู่ดี จนกระทั่งร่างสูงเดินเข้ามาหาถึงเตียง“ไปเที่ยวกันไหมครับ หมูอ้วน” ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ“ไปไหนครับ” ธารน้ำถามอย่างงัวเงีย“ไปซื้อของไหม? หรือเราอยากกินอาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ที่ร้านโปรด”“ไปช็อปปิ้งครับ!” ธารน้ำตอบรับทันที เพราะข้อเสนอนี้น่าสนใจที่สุด“โอเค ลุกได้แล้ว”“ครับ! ไปแค่สองคนเรานะครับ” ธารน้ำรีบย้ำ เพราะไม่อยากให้ลูกน้องคนสนิทตามไปวุ่นวาย“ได้ครับ... ตามใจเรา” ลูคัสยิ้มรับธารน้ำรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขา ส่วนร่างสูงใส่กางเกงยีนส์สีดำกับเสื้อยืดสีขาวที่เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่แขนทั้งสองข้







