Accueil / โรแมนติก / รักนี้อยู่ในออฟฟิศ / บทที่ 1 เริ่มงานวันแรก

Partager

บทที่ 1 เริ่มงานวันแรก

Auteur: Tawan miki
last update Date de publication: 2025-12-08 18:41:31

บทที่ 1 เริ่มงานวันแรก

แสงแดดยามเช้าสาดลงกระทบกระจกตึกระฟ้าในย่านอโศก เสียงเครื่องยนต์ รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ และเสียงบีบแตรประสานกันจนกลายเป็นจังหวะคุ้นเคยของเมืองที่ไม่เคยหยุดหายใจ ผู้คนสวมสูทถือกาแฟเร่งฝีเท้าเข้าสู่อาคารสำนักงานเหมือนฝูงมดกำลังเข้ารัง

ในกลุ่มนั้นมีชายหนุ่มร่างกลมคนหนึ่งที่กำลังวิ่งสุดแรง ใบหน้าแดงระเรื่อ ผมสีทองอ่อนยุ่งฟูจนแทบจะคลุมหน้า กระเป๋าเอกสารแน่นในมือเหงื่อเปียกเต็มขมับ เขาสูดลมหายใจแรง ๆ ก่อนจะตะโกนออกมาสุดเสียง

“รอด้วยครับ!”

เสียงตะโกนของผู้ชายร่างกลมมีพุง แก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อ ผมสีทองอ่อนยุ่งเล็กน้อยดังลั่นไปทั่วโถงหน้าลิฟต์ เขากำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาพร้อมกับกระเป๋าใส่เอกสารแน่นมือ เหงื่อผุดเต็มขมับ แต่ก็ยังพยายามส่งเสียงเรียกให้คนในลิฟต์รอก่อนประตูจะปิด

วันนี้เป็น วันแรกของการเริ่มงานใหม่ ในบริษัทนำเข้าระดับยักษ์ใหญ่ของเครือ “มัตเตโอ้” ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ไกลถึงอิตาลีจะเรียกว่าโชคช่วยก็ได้ หรือว่าวาสนากันแน่เพราะหลังเรียนจบไม่นาน เขาก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งผลสัมภาษณ์เข้าทำงานที่นี่ทันที ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า เหมือนกำลังจะขึ้นชั้นสวรรค์ด้วยลิฟต์ตัวนี้เอง

แฮ่ก... แฮ่ก…

“ขอบคุณครับที่รอ”

เขากล่าวขอบคุณพลางยิ้มให้คนในลิฟต์ แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เขากลืนคำพูดแทบไม่ลงชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสามคนยืนเรียงอยู่ในนั้น ใบหน้าเรียบเฉย ด้านข้างเขากลับเป็นผู้ชายที่ดูแล้วมีอำนาจคล้ายมาเฟียซะมากกว่าพนักงาน รอยสักโผล่พ้นจากขอบปกเสื้อขึ้นมาถึงลำคอ แขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนา เส้นเลือดขึ้นชัดขณะกลิ่นน้ำหอมผู้ชายกลิ่นเย็นปนควันจาง ๆ ลอยคลุ้งไปทั่ว

ธารน้ำยืนเกร็ง มือจิกสายกระเป๋าแน่น พยายามเบือนหน้ามองปุ่มลิฟต์แทนใบหน้าของคนข้าง ๆ ที่รู้สึกเหมือน ‘อันตราย’ มากกว่าจะเป็นพนักงานบริษัททั่วไป

แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็มีมากกว่า เขาเหลือบมองแอบสำรวจอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งสายตาคมเข้มคู่นั้นหันมามองตอบแบบตรง ๆหัวใจธารน้ำแทบหลุดจากอก

“อ๊ะ ขอโทษครับ...”เขารีบยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนจะก้มหน้าบ่นกับตัวเองเสียงเบา

“วันแรกก็สายแล้วไหมล่ะ แบบนี้จะโดนไล่ออกไหมเนี่ย”

ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ แวบผ่านมุมปาก ก่อนที่ธารน้ำจะก้มมองชุดตัวเองเพื่อเบี่ยงความเขิน เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลครีดเรียบ... ถ้าไม่นับ พุงกลม ๆ ที่ล้ำหน้าเกินเข็มขัดนิดหน่อย ก็คงดูดีอยู่หรอก

ติ๊ง!

เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้น 5 เขารีบก้าวออกไปอย่างไว หัวใจเต้นตุบ ๆ ทั้งจากความตื่นเต้นและความโล่งใจโดยไม่รู้เลยว่าคนในลิฟต์ชายผมดำคนนั้นยังมองตามหลังอยู่ พร้อมรอยยิ้มบางที่ยากจะเข้าใจความหมาย

ก๊อก ๆ

“เข้ามา”

เสียงเรียบทรงอำนาจจากในห้องทำให้ธารน้ำกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนเปิดประตูเข้าไปผู้หญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐาน นั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะทำงานใหญ่ ดวงตาหลังกรอบแว่นมองเขาแบบพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขารีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน

“สวัสดีครับ ผมธารน้ำครับ”

“ใครอนุญาตให้นั่ง?”

“ขะ... ขอโทษครับ!”

เขารีบลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว แก้มขึ้นสีจัดเพราะทั้งอายทั้งตกใจ หัวใจเต้นแรงราวกับจะหนีออกจากอก ‘วันแรกก็โดนแล้วไหมล่ะธารน้ำ... จะรอดมั้ยเนี่ย!’

“เชิญนั่ง”

“ขอบคุณครับ...” เขาแทบทรุดนั่งแทบไม่ทัน

“ฉันชื่อเพ็ญนภา เป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชี จะเรียกพี่เพ็ญก็ได้”

“ครับพี่เพ็ญ”

“ดี... เดี๋ยวพี่จะให้เธอไปทำงานกับชมพู่ ให้ชมพู่ช่วยสอนงานไปก่อน”

“ครับ”

“แล้วอย่ามาสายอีก เข้าใจไหม”

“เข้าใจครับ”

“บริษัทนี้มีคนจากสำนักงานใหญ่ที่อิตาลีมาตรวจบัญชีทุกเดือน ถ้าตัวเลขผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว คนทั้งแผนกโดนหมด เข้าใจไหม?”

“เข้าใจครับ!”

“งั้นไปได้ ชมพู่รออยู่ข้างนอก”

“ครับ ขอบคุณครับพี่เพ็ญ”

เขายกมือไหว้อีกครั้งก่อนออกจากห้อง ถอนหายใจแรงจนไหล่ตก ‘เห้อ... เกือบไม่รอดแล้วไหมละธารน้ำ’

.

.

.

“ไงเรา ถึงกับหน้าซีดเลยหรือไง~”เสียงใสของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้ธารน้ำหันไปมอง เห็นหญิงสาวรูปร่างอวบเล็ก ใส่เดรสสีชมพูหวาน แว่นตากรอบหนา และรอยยิ้มที่สดใสราวแสงแดดยามเช้า

“พี่ชมพู่ใช่ไหมครับ?”

“ใช่แล้ววววว~” เธอลากเสียงยาวก่อนยิ้มกว้าง

“ยินดีที่ได้รู้จักนะธารน้ำ เรียกพี่ว่า พี่ชมพู่คนสวย ก็ได้~”

“ครับพี่ชมพู่”

“ตกใจพี่เพ็ญใช่ไหมเรา?”

“นิดหน่อยครับ”

“อย่าไปกลัวเลย แกก็ปากร้ายแต่ใจดี ทำงานให้ตรงเวลาก็ไม่มีปัญหา ไป พี่พาไปดูโต๊ะเราก่อน”

โต๊ะทำงานของเขาอยู่ติดกับพี่ชมพู่ ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย มีกระถางต้นไม้เล็ก ๆ วางอยู่ตรงมุมเหมือนจะต้อนรับสมาชิกใหม่

“นี่โต๊ะเรานะ เก็บของได้เลย แล้วนี่คือโปรแกรมบัญชีที่ใช้ ดูตรงนี้นะ...”

พี่ชมพู่เริ่มอธิบายทีละขั้นตอน ทั้งเรื่องตัวเลข การส่งรายงาน และระเบียบการตรวจบัญชีจากสำนักงานใหญ่ ธารน้ำตั้งใจฟังเต็มที่ แต่บางจังหวะก็เผลอเหม่อเพราะคำว่า‘บริษัทแม่ที่อิตาลี’ มันยังติดอยู่ในหัว เขาแอบคิดขึ้นมาเบา ๆ ว่า ‘หรือว่าคนในลิฟต์เมื่อกี้... จะมาจากที่นั่น?’

“นี่คือระบบบัญชีของบริษัทนะ ต้องกรอกตัวเลขตรงนี้ให้ครบทุกช่องก่อนส่งเข้าฝ่ายตรวจสอบ”

พี่ชมพู่พูดพลางชี้หน้าจอคอม มือข้างหนึ่งถือกาแฟ อีกข้างขยับเมาส์คล่องราวกับคนอยู่กับตัวเลขมานานสิบปี

“ครับพี่ชมพู่”

ธารน้ำพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็พยายามจดทุกคำ เพราะกลัวทำพลาดตั้งแต่วันแรก

พักเที่ยง

“เสร็จสักที”

ธารน้ำบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างโล่งอก กว่าจะทำความเข้าใจกับระบบใหม่ ๆ ได้เล่นเอาปวดหัวแทบจะมึนตาย ตัวเลขในหน้าจอที่วิ่งวุ่นราวกับเส้นหมี่พันกันไปหมด ทำเอาสมองแทบไหม้ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี

เขายืดแขน ยืดขา แล้วลูบพุงน้อย ๆ ของตัวเองเบา ๆ พลางถอนหายใจท้องร้องประท้วงรัว ๆ เหมือนจะบอกว่า พอที เหนื่อยแล้ว หิวแล้ว!

“ธารน้ำ~ ไปทานข้าวกับพี่ไหม ถือว่าต้อนรับน้องใหม่ด้วย”เสียงใส ๆ ของพี่ชมพู่ดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มสดใสเหมือนเดิม

“ได้ครับ!”

ตอบแทบจะทันทีไม่ต้องคิด เพราะหิวจัดจนมือเริ่มสั่น ตาเริ่มลายตามประสาเด็กกินเก่งที่พลังหมดง่าย เขารีบเก็บของ ปิดระบบ แล้วหันไปยิ้มให้พี่ชมพู่

“พร้อมแล้วครับ”

“ไปกันเลย เจ้าเด็ก~”

“ครับ~”

เขายิ้มกว้าง เดินตามหลังพี่ชมพู่ลงลิฟต์ไปด้วยความรู้สึกดีใจเล็ก ๆแค่มีคนใจดีในวันแรกของการทำงานก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว

ลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นล่างของอาคารที่เต็มไปด้วยร้านอาหารเรียงราย กลิ่นอาหารหอมลอยมาแต่ไกล ทั้งกลิ่นผัดกะเพรา กลิ่นน้ำซุป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง แค่สูดกลิ่นก็แทบจะกลืนลิ้นตัวเองแล้ว

“กินอะไรดีเรา เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง ถือว่าเลี้ยงน้องใหม่”

“เอาข้าวหมูแดงครับ”

“โอเค~ ไปนั่งรอได้เลย วันนี้คนสวยจะบริการเจ้าเด็กเอง”

“ขอบคุณครับพี่ชมพู่”

เขานั่งลงที่โต๊ะริมกระจกมองออกไปเห็นลานด้านนอกที่มีน้ำพุเล็ก ๆ ตรงกลาง บรรยากาศดีจนเผลออมยิ้ม พนักงานบริษัทเดินไปมาเต็มไปหมด ทุกคนดูมีจังหวะชีวิตที่รีบเร่ง แต่ก็มีสีหน้าเปี่ยมพลังดี ไม่นานนัก เสียงสดใสของพี่ชมพู่ก็ดังขึ้นพร้อมถาดอาหารในมือ

“มาแล้วจ้าา~”

“ขอบคุณครับพี่ชมพู่”

“ไม่เป็นไรจ้า กินเลย อันนี้พี่สั่งพิเศษให้ หมูเยอะ น้ำราดเข้มข้นสุด ๆ”

เขาตักข้าวคำแรกเข้าปาก แล้วถึงกับหลับตาพริ้ม อร่อยจนอยากร้องไห้น้ำราดไม่หวานเกินไป เนื้อหมูนุ่มแทบละลาย ปรุงได้พอดีทุกอย่าง

“มาทำงานยังไงเราอ่ะ”

“แว้นมาครับ”

“หืม~ เก่งนี่ ขับรถเองด้วยเหรอ”

“ครับ พอดีผมพักอยู่คอนโดใกล้ ๆ ที่นี่ครับ ไม่ไกลมาก”

“อ๋อ~ ดีเลย แต่ระวังเรื่องมาสายล่ะ เจ้านายพี่ไม่ชอบคนสาย”

“ครับ จะระวังครับ”

ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ ไปพร้อมกัน ก่อนจะกลับไปกินต่ออย่างเงียบ ๆไม่นานก็หมดจาน ธารน้ำยกมือเช็ดปากเบา ๆ แล้วหันไปยิ้ม

“อิ่มแล้วครับพี่ชมพู่”

“งั้นพี่ไปทำธุระก่อนนะ บ่ายเจอกันที่โต๊ะทำงานจ้า~”

“ครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ”

เขามองตามหลังอีกฝ่ายที่เดินออกไปอย่างใจดี ก่อนจะถอนหายใจโล่ง ๆมือคว้ากระเป๋าสตางค์ออกมา เดินไปซื้อขนมขบเคี้ยวอีกสามสี่อย่าง

ของหวานคือกำลังใจของมนุษย์ออฟฟิศจริง ๆ

ตอนเดินผ่านโซนลิฟต์สายตาก็เหลือบเห็นป้าย

ชั้นดาดฟ้า – Sky Garden(เฉพาะพนักงานภายใน)

หืม มีดาดฟ้าด้วยเหรอ เขาคิดในใจ แล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นมา

“ขึ้นไปกินขนมชมวิวหน่อยละกัน”

มือเล็กกดปุ่ม “R” อย่างมั่นใจ ลิฟต์เคลื่อนขึ้นช้า ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 24 สู่ขอ(จบ)

    บทที่ 24 สู่ขอหลังจากวันประกาศิตในห้องประชุม ลูคัส ก็โทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องการแต่งงานกับ คริสเตียโน มัตเตโอ้ (แด๊ด) ที่อิตาลีทันที ด้วยความเร่งด่วนของสถานการณ์และเพื่อให้เรื่องจบอย่างสมบูรณ์“แด๊ดครับ ผมจะแต่งงานกับธารน้ำภายในเร็ว ๆ นี้” ลูคัสแจ้งอย่างไม่รอช้ามัตเตโอ้ที่เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดตอบกลับมาด้วยความเด็ดขาดตามสไตล์มาเฟีย“ดี! ฉันบอกแล้วว่าจะไปสู่ขอเอง”ภายในหนึ่งอาทิตย์นับจากวันนั้น มัตเตโอ้ก็เดินทางจากอิตาลีมาถึงประเทศไทย พร้อมด้วยคณะติดตามและลูกน้องอีกชุดใหญ่ เพื่อแสดงความจริงจังและศักดิ์ศรีของตระกูล มัตเตโอ้วันสำคัญมาถึง ขบวนสู่ขอ ที่ยิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงก็เคลื่อนตัวไปที่บ้านของธารน้ำในหมู่บ้านศุภาลัย รถหรูราคาแพงนับสิบคันนำหน้า ตามมาด้วยบอดี้การ์ดที่แต่งกายชุดดำอย่างเนี้ยบลูคัส และ มัตเตโอ้ เดินเข้าบ้านของธารน้ำอย่างสง่างาม โดยมีธารน้ำเดินเคียงข้างด้วยความประหม่า ส่วน ดีน และ คาล ก็ตามมาติด ๆ พร้อมพานสินสอดที่เตรียมไว้“พ่อครับ แม่ครับ นี่ แด๊ด ของผมครับ” ลูคัสแนะนำบิดาให้กับพ่อกับแม่ของธารน้ำอย่างเป็นทางการ“สวัสดีครับ ผม คริสเตียโน มัตเตโอ้” มัตเตโอ้ยกมือไหว้พ่อกั

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 23 กลับบ้านเรา

    บทที่ 23 กลับบ้านเราหลังจากที่นั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิตราวกับถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูล มัตเตโอ้ มาเป็นอาทิตย์ ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันที่เขาจะได้กลับเมืองไทยเสียที ก่อนกลับ ลูคัส ชวนเขาไปลา แด๊ด ของเขาก่อนทั้งคู่เดินไปที่สวนหย่อมเล็ก ๆ ด้านในคฤหาสน์ ซึ่ง มัตเตโอ้ กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งต้นบอนไซอยู่ เมื่อได้ยินเสียงลูกชายจึงเงยหน้าขึ้นมา“แด๊ดครับ” ลูคัสเรียก“ว่า” คริสเตียโน มัตเตโอ้ตอบสั้น ๆ“ผมมาลา ผมจะกลับไทยแล้วครับ”“อืม... จะแต่งเมื่อไหร่ หรือจะให้ไปขอเมื่อไหร่ก็บอก” มัตเตโอ้กล่าวอย่างเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นทำเอาธารน้ำหน้าแดงวาบ“ครับ” ลูคัสรับคำด้วยรอยยิ้ม“ผมลานะครับ คุณท่าน” ธารน้ำ พูดขึ้นด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ“เดินทางปลอดภัย” มัตเตโอ้ละสายตาจากต้นไม้มามองเขาอย่างจริงจัง “บอกกับครอบครัวไว้บ้างล่ะ ว่าอีกไม่นาน... ฉันจะไปสู่ขอ”“ครับ” ธารน้ำตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างไม่คาดคิดกับคำพูดที่ชัดเจนขนาดนั้นทั้งคู่ก้มศีรษะลาท่าน แล้วรีบเดินทางไปยังสนามบินด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น...หลังจากเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 22 เคลียร์ปัญหา

    บทที่ 22 เคลียร์ปัญหาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูคัส ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ โดยทิ้ง ธารน้ำ ไว้ในคฤหาสน์ภายใต้การดูแลของบอดี้การ์ดอย่างแน่นหนา จุดหมายของเขาคือโรงเก็บสินค้าเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดนัดพบเพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างตระกูล มัตเตโอ้ กับตระกูล เรนโซ่ ซึ่งเป็นอีกตระกูลใหญ่ที่อยู่ร่วมแก๊งมาเฟียเดียวกันเมื่อลูคัสมาถึง พร้อมด้วย ดีน และ คาล ก็พบกับ จิโอวานนี่ เรนโซ่ ผู้นำตระกูลเรนโซ่ที่ยืนรออยู่พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วนะ ลูคัส” จิโอวานนี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ชอบเรื่องยืดเยื้อ จิโอวานนี่ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” ลูคัสกล่าวอย่างเด็ดขาด จิโอวานนี่ต้องการให้ตระกูลมัตเตโอ้แบ่งอาณาเขตท่าเรือน้ำลึกให้มากกว่าเดิม ซึ่งลูคัสไม่ยอม จิโอวานนี่จึงเริ่มใช้เรื่องส่วนตัวเข้ามากดดัน“ก็ได้... ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน นายควรระวังเรื่องคนรักของนายไว้ให้ดีนะ ลูคัส”จิโอวานนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ใบหน้าของลูคัสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย“อย่าแตะต้องคนของฉัน! จิโอวานนี่!”“ถ้าไม่แบ่งอาเขต... ฉันก็คงต้องหาทางอื่นเพื่อให้เรื่องมันสนุกขึ้น” จิโอวานนี่ทำท่าจะเด

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 21 ไปอิตาลี

    บทที่ 21 ไปอิตาลีเย็นวันนั้น ลูคัส เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าระเบียงของคอนโดฯ เพียงลำพัง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด คิ้วชนกันแทบจะผูกเป็นโบว์ แสดงถึงเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเกิดขึ้น เขาคุยโทรศัพท์อยู่นานพักใหญ่แล้วจึงเดินกลับเข้ามาหา ธารน้ำ“พรุ่งนี้ไปอิตาลีกันครับ” ลูคัสแจ้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไปทำไม” ธารน้ำถามด้วยความประหลาดใจ“ไปพบแด๊ด”“ไปหาพ่อพี่?”“ใช่ครับ”“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ธารน้ำเริ่มสังเกตเห็นความไม่ปกติ“นิดหน่อยครับ” ลูคัสพยายามตอบเลี่ยง ๆ“เราโทรบอกพ่อกับแม่ก่อนได้ไหม”“ครับ” ลูคัสอนุญาตอย่างว่าง่ายธารน้ำหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกหาแม่ทันที แล้วบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตอนแรกเขาถึงกับตกใจที่ต้องเล่าเรื่องที่ถูกคุกคามและการหมั้นหมายที่ถูกยกเลิกให้แม่ฟัง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย กลัวแม่จะเป็นห่วง แต่พอเล่าแล้วแม่กลับเป็นห่วงมากกว่าเดิม จนถึงขั้นจะให้เขาเลิกลากับลูคัส เพราะกลัวเขาจะเป็นอันตรายพ่อต้องเข้ามาช่วยพูดว่าธารน้ำโตแล้ว จัดการตัวเองได้ และเคารพการตัดสินใจของลูกชาย กว่าจะทำให้แม่สบายใจได้ก็เล่นเอาพักใหญ่ จนกระทั่ง พี่ลูคัส ต้องมาช่วยพูด

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 20 มีแต่เรื่อง

    บทที่ 20 มีแต่เรื่องหลังจากวันนั้น ธารน้ำ ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่คนพี่กลับเพิ่มบอดี้การ์ดเข้ามาดูแลเขาอีกเท่าตัว! พวกบอดี้การ์ดแทบจะคุมทั้งคอนโดมิเนียมอยู่แล้วตอนนี้ ไหนจะที่บริษัทอีก! จนเขารู้สึกว่ามันมากเกินไปจนอึดอัด วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยแล้วไม่นานนัก เขาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของท่านประธาน เขาสามารถเข้าออกห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นคนสำคัญที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัยก๊อก ๆ“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำตอบรับลูคัส ยังคงก้มหน้าเซ็นเอกสารไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลย“พี่” ธารน้ำเรียกอย่างไม่พอใจ“อ้าว! อ้วน” ลูคัสเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำท่ากวักมือเรียกให้เขาไปนั่งตัก ทุกครั้งที่มาก็ชอบให้เขาไปนั่งตักอยู่เสมอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมด้วย“ไม่เอา เราตัวอ้วนขึ้น” ธารน้ำปฏิเสธ“มานี่” คนพี่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามดึงเขาเข้ามานั่งตักอยู่ดี“ไม่เห็นหนักตรงไหนเลย” ลูคัสพูดอย่างสบาย ๆ เมื่อดึงเขานั่งลงบนตักได้แล้ว“พี่! มันหนักจริง ๆ”“ต่อให้เราตัวเท่าโอ่ง พี่ก็อุ้มไหว”เพี๊ยะ!!“ปากเสีย!” ธารน้ำตีเข้าที่แขนของลูคัสเบา ๆ

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน

    บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นานวันนี้เป็นอีกวันที่ ธารน้ำ รู้สึกขี้เกียจมาก ๆ ถึงแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรได้หยุดพักผ่อนเต็มที่ เขารู้สึกว่าชีวิตช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาวนเวียนอยู่แต่การทำงาน กลับคอนโดฯ เพิ่มเติมก็แค่มีประธานหนุ่มสุดหล่ออย่าง ลูคัส มัตเตโอ้ มาคอยนอนกอดด้วยทุกคืน มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินไม่เคยขาด แถมยังมีบัตร Black Card ที่ให้มาแบบไม่จำกัดวงเงินอีก...แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงขี้เกียจอยู่ดี จนกระทั่งร่างสูงเดินเข้ามาหาถึงเตียง“ไปเที่ยวกันไหมครับ หมูอ้วน” ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ“ไปไหนครับ” ธารน้ำถามอย่างงัวเงีย“ไปซื้อของไหม? หรือเราอยากกินอาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ที่ร้านโปรด”“ไปช็อปปิ้งครับ!” ธารน้ำตอบรับทันที เพราะข้อเสนอนี้น่าสนใจที่สุด“โอเค ลุกได้แล้ว”“ครับ! ไปแค่สองคนเรานะครับ” ธารน้ำรีบย้ำ เพราะไม่อยากให้ลูกน้องคนสนิทตามไปวุ่นวาย“ได้ครับ... ตามใจเรา” ลูคัสยิ้มรับธารน้ำรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขา ส่วนร่างสูงใส่กางเกงยีนส์สีดำกับเสื้อยืดสีขาวที่เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่แขนทั้งสองข้

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 15 ห่างกัน

    บทที่ 15 ห่างกันประเทศอิตาลีลูคัส เดินทางออกมาจากประเทศไทยตั้งแต่สามทุ่ม หลังจากเคลียร์งานกับลูกค้าคนสำคัญเสร็จเรียบร้อยก็ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวออกมาทันที โดยที่ยังไม่ได้มีโอกาสโทรบอกเจ้าเด็กอ้วนเลยสักคำ ‘สงสัยจะงอนแล้วล่ะ’พอมาถึงอิตาลีก็เป็นเวลา 9.00 น. ของอีกวันตามเวลาท้องถิ่น เขากะว่าจะลงจากเค

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 13 พี่หวงเรานะอ้วน

    บทที่ 13 พี่หวงเรานะอ้วนพาร์ทลูคัสเมื่อคืนนี้... ผมแทบจะคลั่งตายตั้งแต่เดินเข้าไปในผับแล้ว!ผมเห็นเจ้าเด็ก แต่งตัวด้วยเสื้อเปิดไหล่กับกางเกงขาสั้นโชว์ขาขาวๆ ผมแทบจะไม่มีสมาธิคุยงานกับ ฟ้าลดา เลยสักนิด ผมรู้ว่าน้องน่าจะกำลังงอนผมอยู่ ที่ผมทำเหมือนไม่รู้จักกัน แต่ที่จริงแล้วผมมีเหตุผล เพราะไม่อยากให

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 8 ยิ่งหลบ ยิ่งเจอ

    บทที่ 8 ยิ่งหลบ ยิ่งเจอ หลังเลิกงานเย็น ธารน้ำรีบเก็บข้าวของทุกอย่างใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังที่ลานจอดรถ เขารีบคล่อมน้องฟักทองมอเตอร์ไซค์คู่ใจทันที เขากลัวว่าถ้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว จะต้องเผชิญหน้ากับ ลูคัส ผู้บริหารปากแข็งที่หลอกลวงเขาอีกครั้ง ระหว่างที่กำลังจะสตาร์ทรถอยู่นั

  • รักนี้อยู่ในออฟฟิศ   บทที่ 5 ตายแล้วกล้วยทอด

    บทที่ 5 ตายแล้วกล้วยทอด หลังจากหาหมอเสร็จ ลูคัสก็ให้ลูกน้องจัดการขับรถมาส่งธารน้ำถึงหน้าคอนโดหรูอย่างรวดเร็ว พอรถเก๋ง BMW จอดเทียบ เขาก็ลดกระจกแล้วพูดสั้นๆ ว่า “ถึงแล้ว” ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไปอย่างรวดเร็วธารน้ำยืนงงอยู่หน้าคอนโด ได้แต่กะพริบตาปริบๆ ‘อะไรเนี่ย... รีบไปไหนของเขา’ พลางหันกลั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status