Mag-log inบทที่ 3 อุบัติเหตุ
เวลา 17.00 น. ในที่สุดก็เลิกงานสักที... เหนื่อยจนแทบจะบ้าตายกลับห้องเมื่อไหร่จะนอนให้จมเตียงเลยคอยดูคิดแค่นั้นใบหน้าก็เผลอคลี่ยิ้มออกมา แล้วหัวเราะเบา ๆ กับตัวเองเหมือนคนเพ้อ “เป็นอะไรเจ้าเด็ก ยิ้มคนเดียวอีกแล้วนะ”เสียงแซวของ ชมพู่ ดังขึ้นข้าง ๆ “แหะ ๆ ป่าวครับ”ธารน้ำตอบพลางยกมือเกาหลังคอแก้เก้อ “แน่ใจ?” “ครับ” “งั้นไป กลับบ้านกันได้แล้ว” “ครับผม!” เสียงของชมพู่เรียกสติให้กลับมาจากภวังค์ความสุขจอมปลอมในหัว เขาคงดูเหมือนคนบ้าในสายตาอีกฝ่าย แต่ใครจะไปรู้บางทีแค่คิดถึงเตียงนุ่ม ๆ ก็มีความสุขได้แล้วนี่นา พอพูดจบ ทั้งคู่ก็เดินมาที่หน้าลิฟต์เพื่อจะลงไปชั้นล่าง ระหว่างรอลิฟต์ ธารน้ำก็เงยหน้าขึ้นถามอย่างสงสัย “พี่ชมพู่ครับ เดือนนี้คนจากบริษัทแม่มายังครับ?” “หืม? ยังเลย เห็นว่าอีกสองสามวันจะมา ตรวจงานเหมือนทุกเดือนนั่นแหละ”ชมพู่ตอบขณะมองตัวเลขชั้นที่กำลังไล่ลงมา “เราเตรียมตัวไว้ให้พร้อมละ ถึงจะเป็นเด็กใหม่ก็ต้องสู้เข้าใจไหม” “ครับ…” เขาพยักหน้ารับ แต่ใจเริ่มเต้นตุบ ๆ มาทำงานได้วันเดียว บริษัทแม่จะมาตรวจแล้วเหรอเนี่ย...ชีวิตกูทำไมมันยุ่งเหยิงขนาดนี้วะ เอาวะ ธารน้ำ มึงสู้มันไปเลย! ไม่ตายหรอกน่า! “เป็นไรอีกเจ้าเด็ก ทำหน้าซึมอีกละ” “ผมกลัวอ่ะ พี่ ผมเพิ่งมาทำงานเอง ถ้ามีศึกหนักนี่ผมไม่รอดแน่” ชมพู่หัวเราะเสียงใส “อย่าคิดมาก ดูด้วยว่าเราอยู่กับใคร นี่ใครคะ~ พี่ชมพู่คนสวยไงคะลูก ไม่ต้องกลัวค่ะ~” คำพูดที่ตั้งใจให้ปลอบกลับทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆถึงจะยังกลัวอยู่ แต่ก็อบอุ่นดีที่มีคนคอยช่วยแบบนี้ “ไปค่ะ ขับรถกลับบ้านค่ะ เลิกทำหน้าเป็นตูดลิงได้แล้ว” “ค้าบพี่ สวัสดีครับ” เขายกมือไหว้ขอบคุณที่อีกฝ่ายช่วยสอนงานให้ทั้งวัน ก่อนจะเตรียมแยกย้ายกลับ ชมพู่ยังไม่วายตะโกนตามหลังมาอีก “อย่ามาสายละเจ้าเด็ก!” “ครับผม!” ธารน้ำตะโกนตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ เวสป้าสีเหลืองคู่ใจ ที่ใช้มาตั้งแต่มหาวิทยาลัยแล้วคว้าหมวกกันน็อกสีเหลืองที่เป็นสีเดียวกับตัวรถขึ้นมาใส่ เขาก็ย้ายมาอยู่คอนโดคนเดียวนาน ๆ ถึงจะกลับบ้านสักทีไม่ใช่ว่าบ้านอยู่ไกลหรอก แค่ “ขี้เกียจกลับ” มากกว่า ไหนจะเบื่อน้องชายจอมกวนที่ไม่เคยอยู่นิ่งอีกอยู่คนเดียวมันสบายกว่าเยอะ จะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเองพ่อกับแม่ก็ไม่เคยว่าอะไร แถมคอนโดที่อยู่ตอนนี้ก็เป็นของท่าน ซื้อไว้ให้ตั้งแต่ตอนสอบติดอีกต่างหาก ถามว่าคิดถึงบ้านไหม...คิดถึงสิ แต่ส่วนใหญ่พอถึงวันหยุดก็ขี้เกียจทุกทีก็เลยได้แต่บอกตัวเองว่า “ไว้ค่อยกลับพรุ่งนี้ละกัน” เสมอ พาร์ทลูคัส ยังน่ารักเหมือนเดิม... ไม่เคยเปลี่ยนเลย จิตใจดีเหมือนเดิมทุกอย่าง เห้อ... เด็กอ้วนเอ๊ย แบบนี้พี่จะหักใจได้ยังไงกันนะ นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้เจอกันแบบนี้ ตั้งแต่วันที่เขาโดนแด๊ดให้พากลับอิตาลีก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย เขาแอบใช้อำนาจและเส้นสายนิด ๆ หน่อย ๆ เพื่อดันให้ ธารน้ำ ได้เข้ามาทำงานในเครือมัตเตโอ้ทั้งหมดนั่น... ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยสักนิด ก็เขานี่แหละ ที่อยากให้เด็กนั่นมาอยู่ใกล้ ๆ ใกล้หู ใกล้ตา อยากรู้ว่าตอนทำงานจะเป็นยังไง จะยังยิ้มแบบเดิมไหม จะยังพูดเสียงใส ๆ แบบที่เคยทำไหมแต่สิ่งแรกที่ธารน้ำทำให้เขาเห็นในวันแรกคือ... มาสาย เขาได้แต่หัวเราะในลำคอเบา ๆ ‘หึหึ มันน่าภูมิใจจริง ๆ นะ ไอ้เด็กอ้วน…’ “นายครับ เมื่อกลางวันไปนอนที่ไหนมาครับ?” เสียงของ ดีน มือขวาคนสนิทดังขึ้นจากเบาะหน้าลูคัสละสายตาจากเอกสารที่อยู่ในมือ เงยหน้าขึ้นมองคนถาม “ถามทำไม?” ดีนชะงัก “ผม... แค่ถามเฉย ๆ ครับ นายดูเหมือนไม่ได้นอนที่ห้องพัก” “ดาดฟ้ามีปัญหาอะไร?”น้ำเสียงเรียบแต่เย็นพอจะทำให้ใครก็ขนลุกได้ “ไม่มีครับ ใครจะกล้ามีปัญหากับนายล่ะครับ” ดีนรีบตอบพร้อมรอยยิ้มกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก่อนที่ คาล อีกหนึ่งลูกน้องคนสนิทจะเสริมขึ้นมาอย่างรู้จังหวะ “เย็นนี้นายมีนัดทานข้าวกับคุณฟ้าลดาครับ” “อืม...” เขาตอบแค่นั้น ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง รถเก๋ง BMW สีเทาอ่อนเคลื่อนตัวออกจากลานจอดของบริษัทช้า ๆ ความจริง เขาแทบไม่เคยไปไหนกับฟ้าลดาเลยและที่ยอมไปครั้งนี้ ก็เพราะแด๊ดขอไว้ ไม่ใช่เพราะเขาอยากไปเอง ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อ เขาคงปฏิเสธไปตั้งแต่ต้นเพราะอะไรน่ะเหรอ... ก็เพราะผู้หญิงแบบนั้น น่ารำคาญสิ้นดี เขาไม่ชอบผู้หญิงที่ออดอ้อน ออเซาะ หรือพูดเสียงหวานราวกับจะหลอมละลายหัวใจใครต่อใครมันน่าเบื่อ เหมือนบทละครซ้ำ ๆ ที่เขาเคยดูจนจำได้ทุกบรรทัด โครมมมมมม!! เสียงกระแทกดังสนั่นจากท้ายรถ ทำให้คนทั้งคันสะดุ้ง “จิ๊...” ลูคัสขมวดคิ้ว ก่อนพูดเสียงเรียบ “ลงไปดูสิ ดีน” “ครับนาย!” ไม่กี่วินาทีต่อมา ดีนรีบกลับมาพร้อมรายงาน “นายครับ มีคนขับมอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถเรา...” ลูคัสเหลือบตามองกระจกมองข้าง พยายามจะพยุงรถที่ล้มอยู่ข้างถนน “จัดการด้วย” เขาพูดสั้น แล้วหลับตาลงเหนื่อยใจกับการขับรถของอีกฝ่าย มันน่าเบื่อมากๆ กับเรื่องรถ แมร่ง หงุดหงิด ขับยังไงวะให้มาชนท้าย •••• เขาค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก ร่างกายที่อวบอ้วนแถมยังมีพุงกลม ๆ ล้ำหน้าออกมา ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวดูช้าไปหมด ไหนจะรถเวสป้าคู่ใจที่หนักเอาเรื่องอีก... บอกเลยว่าวันนี้กรรมมาเยือนแล้วแน่ ๆ ในจังหวะที่เขากำลังพยายามพยุงรถขึ้น คนร่างสูงจากรถเก๋งสีเทาอ่อนก็เดินเข้ามาช่วยโดยไม่พูดอะไร มือใหญ่จับแฮนด์รถไว้แน่น ก่อนจะดันขึ้นอย่างง่ายดายราวกับมันไม่มีน้ำหนัก “ขะ...ขอบคุณครับ”เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย ทั้งเพราะตกใจและเหนื่อย “ขอโทษด้วยครับ ที่ชนท้ายรถคุณ...” ธารน้ำรีบก้มหน้าพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดเต็มร้อย หัวใจเต้นแรงไม่หยุด ทั้งเพราะอายและกลัวว่าต้องจ่ายค่าเสียหายก้อนโตจริง ๆ แล้วตอนขับมาเขามัวแต่เผลอมองร้านข้างทาง...จนพอมารู้ตัวอีกที รถข้างหน้าก็เบรกกะทันหันเสียแล้ว “จะให้ผมชดใช้ยังไงก็บอกได้เลยนะครับ ผมยินดีรับผิดชอบทั้งหมด” “มีปัญญาชดใช้หรือไง” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากคนที่ยืนอยู่ข้างหน้า น้ำเสียงเรียบแต่ฟังแล้วเย็นเฉียบจนเขาขนลุกซู่ ธารน้ำเงยหน้าขึ้นนิด ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากคนตรงหน้าสูง...มาก ชุดสูทเรียบหรู ผมสีดำขลับ แววตาคมเฉียบที่มองลงมาทำเอาเขาแทบหายใจไม่ทั่วท้อง “ครับ...” “บอกมาได้เลยครับ ว่าต้องชดใช้ยังไง” ถึงสภาพเขาจะดูไม่น่ามีเงินก็ตาม แต่พ่อกับแม่เขาไม่เคยสอนให้หนีความผิดถ้าทำผิดก็ต้องรับผิด...ต่อให้ต้องเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาจ่ายก็เถอะ ชายชุดสูทเหลือบตามองเด็กตรงหน้าที่พูดด้วยใบหน้าเปื้อนฝุ่นและเข่าแตกเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางลูกน้องแล้วพูดเสียงเรียบ “งั้นรอตรงนี้ เดี๋ยวฉันไปถามนายก่อน” “งั้นเดี๋ยวผมไปคุยกับเขาเองครับ” ธารน้ำพูดสวนแทบจะทันที ทั้งที่ขาเจ็บยังฝืนก้าว วิ่งกระเผก ๆ ไปทางรถเก๋งคันนั้นโดยไม่ฟังคำห้ามของใครทั้งสิ้นในใจมีแต่เสียงของแม่ที่เคยสอน‘ทำผิดก็ต้องกล้ารับผิด อย่าหนี อย่ากลัว’แม้ตอนนี้เขาจะทั้งกลัว ทั้งเจ็บ ทั้งเหนื่อย แต่สิ่งเดียวที่ชัดในใจคือ เขาต้องไปเจรจากับเจ้าของรถให้ได้ ก๊อก ๆ เสียงเคาะกระจกดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่กระจกติดฟิล์มดำรอบคันจะค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมของชายหนุ่มในรถ แสงเย็นสะท้อนบนกรอบหน้าและดวงตาคมลึกที่มองออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่กลับทำให้หัวใจคนยืนอยู่นอกรถเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล “คุณ!!”เสียงธารน้ำดังขึ้นพร้อมกับตาเบิกกว้าง เขาจำได้ดี ผู้ชายที่เจอที่ดาดฟ้าเมื่อกลางวัน ลูคัส “มีอะไร?”เสียงทุ้มถามกลับเรียบ ๆ ทั้งที่สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างยากจะอ่าน “เอ่อ... ผมขอโทษครับ ที่ชนท้ายรถคุณ”ธารน้ำรีบพูด เสียงตะกุกตะกักปนประหม่า ใบหน้าก้มงุดจนคางแทบชนอก “เห้อ...” ลูคัสถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอียงศีรษะนิด “นายอีกแล้วเหรอ... เจ้าเด็กอ้วน” “เราบอกแล้วไงว่าชื่อธารน้ำ...” เสียงอีกฝ่ายบ่นงึมงำ แต่ก็ยังไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าเต็ม ๆ “ขึ้นรถ” “ไปไหนครับ?” ธารน้ำขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง “ไปหาหมอไง จะให้ตายอยู่ตรงนี้หรือไง” “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราขับไปเองก็ได้” “ขึ้นรถ” น้ำเสียงเข้มกว่าเดิมนิดหนึ่งจนธารน้ำสะดุ้ง “แต่เราเป็นห่วงน้องฟักทอง...” “น้องฟักทอง?” ลูคัสเลิกคิ้ว “ใช่... มอเตอร์ไซค์เราน่ะ” “เอาไว้นั่นแหละ” “ไม่ได้ครับ นั่นลูกรักเราเลยนะ” เสียงสั่นนิด ๆ แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยสุดหัวใจ “ขึ้นรถ” “แต่เรา…” “ห่วงตัวเองก่อนไหม?” คำพูดเรียบแต่ฟังดูดุ จนอีกฝ่ายต้องเม้มปากแน่น ลูคัสหันไปสั่งลูกน้องเสียงเข้ม “ดีน โทรให้คนมาเอารถมอเตอร์ไซค์นั่นไปซ่อม” “ครับนาย” เขาหันกลับมามองธารน้ำอีกครั้ง ดวงตาคมคู่นั้นสะท้อนแววเอือมระคนห่วง “ทีนี้ขึ้นรถได้หรือยัง... หรือจะให้ผมอุ้มขึ้น?” “ครับ...” ธารน้ำตอบเสียงอ่อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลากขาเดินไปอีกฝั่งอย่างทุลักทุเล ขาที่ยังระบมทำให้ก้าวช้ากว่าปกติ แต่โชคยังดีที่ลูกน้องของลูคัสเดินมาช่วยพยุงไว้ถ้าไม่มีคนนั้นช่วยไว้ วันนี้เขาคงเป็นลมกลางถนนไปก่อนแน่ ๆบทที่ 24 สู่ขอหลังจากวันประกาศิตในห้องประชุม ลูคัส ก็โทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องการแต่งงานกับ คริสเตียโน มัตเตโอ้ (แด๊ด) ที่อิตาลีทันที ด้วยความเร่งด่วนของสถานการณ์และเพื่อให้เรื่องจบอย่างสมบูรณ์“แด๊ดครับ ผมจะแต่งงานกับธารน้ำภายในเร็ว ๆ นี้” ลูคัสแจ้งอย่างไม่รอช้ามัตเตโอ้ที่เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดตอบกลับมาด้วยความเด็ดขาดตามสไตล์มาเฟีย“ดี! ฉันบอกแล้วว่าจะไปสู่ขอเอง”ภายในหนึ่งอาทิตย์นับจากวันนั้น มัตเตโอ้ก็เดินทางจากอิตาลีมาถึงประเทศไทย พร้อมด้วยคณะติดตามและลูกน้องอีกชุดใหญ่ เพื่อแสดงความจริงจังและศักดิ์ศรีของตระกูล มัตเตโอ้วันสำคัญมาถึง ขบวนสู่ขอ ที่ยิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงก็เคลื่อนตัวไปที่บ้านของธารน้ำในหมู่บ้านศุภาลัย รถหรูราคาแพงนับสิบคันนำหน้า ตามมาด้วยบอดี้การ์ดที่แต่งกายชุดดำอย่างเนี้ยบลูคัส และ มัตเตโอ้ เดินเข้าบ้านของธารน้ำอย่างสง่างาม โดยมีธารน้ำเดินเคียงข้างด้วยความประหม่า ส่วน ดีน และ คาล ก็ตามมาติด ๆ พร้อมพานสินสอดที่เตรียมไว้“พ่อครับ แม่ครับ นี่ แด๊ด ของผมครับ” ลูคัสแนะนำบิดาให้กับพ่อกับแม่ของธารน้ำอย่างเป็นทางการ“สวัสดีครับ ผม คริสเตียโน มัตเตโอ้” มัตเตโอ้ยกมือไหว้พ่อกั
บทที่ 23 กลับบ้านเราหลังจากที่นั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิตราวกับถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูล มัตเตโอ้ มาเป็นอาทิตย์ ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันที่เขาจะได้กลับเมืองไทยเสียที ก่อนกลับ ลูคัส ชวนเขาไปลา แด๊ด ของเขาก่อนทั้งคู่เดินไปที่สวนหย่อมเล็ก ๆ ด้านในคฤหาสน์ ซึ่ง มัตเตโอ้ กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งต้นบอนไซอยู่ เมื่อได้ยินเสียงลูกชายจึงเงยหน้าขึ้นมา“แด๊ดครับ” ลูคัสเรียก“ว่า” คริสเตียโน มัตเตโอ้ตอบสั้น ๆ“ผมมาลา ผมจะกลับไทยแล้วครับ”“อืม... จะแต่งเมื่อไหร่ หรือจะให้ไปขอเมื่อไหร่ก็บอก” มัตเตโอ้กล่าวอย่างเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นทำเอาธารน้ำหน้าแดงวาบ“ครับ” ลูคัสรับคำด้วยรอยยิ้ม“ผมลานะครับ คุณท่าน” ธารน้ำ พูดขึ้นด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ“เดินทางปลอดภัย” มัตเตโอ้ละสายตาจากต้นไม้มามองเขาอย่างจริงจัง “บอกกับครอบครัวไว้บ้างล่ะ ว่าอีกไม่นาน... ฉันจะไปสู่ขอ”“ครับ” ธารน้ำตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างไม่คาดคิดกับคำพูดที่ชัดเจนขนาดนั้นทั้งคู่ก้มศีรษะลาท่าน แล้วรีบเดินทางไปยังสนามบินด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น...หลังจากเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่
บทที่ 22 เคลียร์ปัญหาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูคัส ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ โดยทิ้ง ธารน้ำ ไว้ในคฤหาสน์ภายใต้การดูแลของบอดี้การ์ดอย่างแน่นหนา จุดหมายของเขาคือโรงเก็บสินค้าเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดนัดพบเพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างตระกูล มัตเตโอ้ กับตระกูล เรนโซ่ ซึ่งเป็นอีกตระกูลใหญ่ที่อยู่ร่วมแก๊งมาเฟียเดียวกันเมื่อลูคัสมาถึง พร้อมด้วย ดีน และ คาล ก็พบกับ จิโอวานนี่ เรนโซ่ ผู้นำตระกูลเรนโซ่ที่ยืนรออยู่พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วนะ ลูคัส” จิโอวานนี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ชอบเรื่องยืดเยื้อ จิโอวานนี่ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” ลูคัสกล่าวอย่างเด็ดขาด จิโอวานนี่ต้องการให้ตระกูลมัตเตโอ้แบ่งอาณาเขตท่าเรือน้ำลึกให้มากกว่าเดิม ซึ่งลูคัสไม่ยอม จิโอวานนี่จึงเริ่มใช้เรื่องส่วนตัวเข้ามากดดัน“ก็ได้... ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน นายควรระวังเรื่องคนรักของนายไว้ให้ดีนะ ลูคัส”จิโอวานนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ใบหน้าของลูคัสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย“อย่าแตะต้องคนของฉัน! จิโอวานนี่!”“ถ้าไม่แบ่งอาเขต... ฉันก็คงต้องหาทางอื่นเพื่อให้เรื่องมันสนุกขึ้น” จิโอวานนี่ทำท่าจะเด
บทที่ 21 ไปอิตาลีเย็นวันนั้น ลูคัส เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าระเบียงของคอนโดฯ เพียงลำพัง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด คิ้วชนกันแทบจะผูกเป็นโบว์ แสดงถึงเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเกิดขึ้น เขาคุยโทรศัพท์อยู่นานพักใหญ่แล้วจึงเดินกลับเข้ามาหา ธารน้ำ“พรุ่งนี้ไปอิตาลีกันครับ” ลูคัสแจ้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไปทำไม” ธารน้ำถามด้วยความประหลาดใจ“ไปพบแด๊ด”“ไปหาพ่อพี่?”“ใช่ครับ”“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ธารน้ำเริ่มสังเกตเห็นความไม่ปกติ“นิดหน่อยครับ” ลูคัสพยายามตอบเลี่ยง ๆ“เราโทรบอกพ่อกับแม่ก่อนได้ไหม”“ครับ” ลูคัสอนุญาตอย่างว่าง่ายธารน้ำหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกหาแม่ทันที แล้วบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตอนแรกเขาถึงกับตกใจที่ต้องเล่าเรื่องที่ถูกคุกคามและการหมั้นหมายที่ถูกยกเลิกให้แม่ฟัง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย กลัวแม่จะเป็นห่วง แต่พอเล่าแล้วแม่กลับเป็นห่วงมากกว่าเดิม จนถึงขั้นจะให้เขาเลิกลากับลูคัส เพราะกลัวเขาจะเป็นอันตรายพ่อต้องเข้ามาช่วยพูดว่าธารน้ำโตแล้ว จัดการตัวเองได้ และเคารพการตัดสินใจของลูกชาย กว่าจะทำให้แม่สบายใจได้ก็เล่นเอาพักใหญ่ จนกระทั่ง พี่ลูคัส ต้องมาช่วยพูด
บทที่ 20 มีแต่เรื่องหลังจากวันนั้น ธารน้ำ ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่คนพี่กลับเพิ่มบอดี้การ์ดเข้ามาดูแลเขาอีกเท่าตัว! พวกบอดี้การ์ดแทบจะคุมทั้งคอนโดมิเนียมอยู่แล้วตอนนี้ ไหนจะที่บริษัทอีก! จนเขารู้สึกว่ามันมากเกินไปจนอึดอัด วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยแล้วไม่นานนัก เขาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของท่านประธาน เขาสามารถเข้าออกห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นคนสำคัญที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัยก๊อก ๆ“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำตอบรับลูคัส ยังคงก้มหน้าเซ็นเอกสารไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลย“พี่” ธารน้ำเรียกอย่างไม่พอใจ“อ้าว! อ้วน” ลูคัสเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำท่ากวักมือเรียกให้เขาไปนั่งตัก ทุกครั้งที่มาก็ชอบให้เขาไปนั่งตักอยู่เสมอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมด้วย“ไม่เอา เราตัวอ้วนขึ้น” ธารน้ำปฏิเสธ“มานี่” คนพี่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามดึงเขาเข้ามานั่งตักอยู่ดี“ไม่เห็นหนักตรงไหนเลย” ลูคัสพูดอย่างสบาย ๆ เมื่อดึงเขานั่งลงบนตักได้แล้ว“พี่! มันหนักจริง ๆ”“ต่อให้เราตัวเท่าโอ่ง พี่ก็อุ้มไหว”เพี๊ยะ!!“ปากเสีย!” ธารน้ำตีเข้าที่แขนของลูคัสเบา ๆ
บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นานวันนี้เป็นอีกวันที่ ธารน้ำ รู้สึกขี้เกียจมาก ๆ ถึงแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรได้หยุดพักผ่อนเต็มที่ เขารู้สึกว่าชีวิตช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาวนเวียนอยู่แต่การทำงาน กลับคอนโดฯ เพิ่มเติมก็แค่มีประธานหนุ่มสุดหล่ออย่าง ลูคัส มัตเตโอ้ มาคอยนอนกอดด้วยทุกคืน มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินไม่เคยขาด แถมยังมีบัตร Black Card ที่ให้มาแบบไม่จำกัดวงเงินอีก...แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงขี้เกียจอยู่ดี จนกระทั่งร่างสูงเดินเข้ามาหาถึงเตียง“ไปเที่ยวกันไหมครับ หมูอ้วน” ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ“ไปไหนครับ” ธารน้ำถามอย่างงัวเงีย“ไปซื้อของไหม? หรือเราอยากกินอาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ที่ร้านโปรด”“ไปช็อปปิ้งครับ!” ธารน้ำตอบรับทันที เพราะข้อเสนอนี้น่าสนใจที่สุด“โอเค ลุกได้แล้ว”“ครับ! ไปแค่สองคนเรานะครับ” ธารน้ำรีบย้ำ เพราะไม่อยากให้ลูกน้องคนสนิทตามไปวุ่นวาย“ได้ครับ... ตามใจเรา” ลูคัสยิ้มรับธารน้ำรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขา ส่วนร่างสูงใส่กางเกงยีนส์สีดำกับเสื้อยืดสีขาวที่เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่แขนทั้งสองข้







