Masukเวลานับเดือนล่วงเลยผ่านไปคนขอเว้นระยะห่างเพื่อทบทวนตัวเองถึงปรากฏตัวขึ้นหน้าเรือนคำหอมวันเวลาที่วังท่านลุงนั้นผ่านไปอย่างเงียบเหงาเหลือเกิน เหงาจนคิดถึงคนที่นี่จับใจ“โฮ่งๆ โฮ่ง!”แก๊งหลังอานส่งเสียงเห่ามาแต่ไกล เมื่อเห็นคนบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ แต่พอได้กลิ่นที่คุ้นเคยของฤทัยรักษ์ พวกมันกระดิกหางล้อมหน้าล้อมหลังเธออย่างตื่นเต้น“ไผมานั่น เซาเห่าก่อนแน่” (ใครมานั่น เลิกเห่าก่อนสิ) ยายบัวตะโกนถามมาจากระเบียงเรือน พอมองเห็นว่าใครมาก็ทำตาโต ผลุบหายไปแล้วกลับมาใหม่พร้อมเจ้าของเรือน“หนูอุ่นจริงๆ ด้วย!” หญิงชราร้องทักด้วยน้ำเสียงดีใจ ก่อนจะทำหน้าตกใจตามเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้“หนูอุ่นเองค่ะ” ฤทัยรักษ์ยกมือไหว้พลางมองท่าทีแปลกๆ ของหญิงชราอย่างสงสัย ทำไมดูตกใจมากกว่าดีใจที่เห็นเธอล่ะ“ย่านึกว่าใคร หนูอุ่นมาแล้วก็ขึ้นมาบนเรือนสิจ๊ะ ขึ้นมาๆ”หญิงสาวยิ้มกว้างปัดความสงสัยทิ้ง ไล่พวกหลังอานให้ไปเล่นที่อื่นก่อน แล้วเดินขึ้นเรือนพร้อมกระเป๋าลากใบใหญ่ด้วยความตื่นเต้น“เพิ่งมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักก่อนไหมลูก”“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ นี่คนอื่นไปไหนกันหมดคะ” ถามพลางชะเง้อมองหาคนที่เหลือ ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว ทุกคนน่าจ
แม้ว่าผลจะออกมาเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่แดนดินไม่คิดจะปล่อยพวกมันไปง่ายๆ พอผู้จัดการใหญ่ที่กลายมาเป็นผู้ช่วยมือทองโทรมารายงานผลวันนี้ เขาจึงกำชับไปอีกว่า “ติดตามผลต่อไปให้ผมด้วย อย่าให้เรื่องเงียบเด็ดขาด ยิ่งทำให้มันตกต่ำมากกว่านี้ยิ่งดี ถ้าพวกคุณทำได้ สิ้นปีผมจะให้โบนัสพิเศษ”("วางใจได้เลยครับ พวกเราจะทำให้เต็มที่")"ฝากด้วยแล้วกัน"("ครับ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับโบนัสนะครับเจ้านาย")แดนดินสั่งงานอีกเล็กน้อยค่อยวางสาย ดวงตาสีดำขลับทอดมองแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ด้านหลังวังอย่างพอใจ ในยุคสมัยที่ทั่วโลกกำลังพัฒนาไปข้างหน้าเช่นนี้ อิทธิพลของ ‘สื่อนิ้วมือ’ ค่อนข้างเร็วและรุนแรง หลายคนดังได้เพราะสื่อในชั่วข้ามคืน บางคนก็พังในชั่วข้ามคืนเหมือนดนัยภพกับพ่อขณะกำลังยืนทอดอารมณ์อย่างสบายใจอยู่นี่เอง หางตาพลันเหลือเห็นร่างสูงของเจ้าของวังเดินมาหา แดนดินเก็บยิ้มร้ายๆ หันไปหาอีกฝ่าย “คุณชาย”“ทำอะไรอยู่ครับ ผมมารบกวนหรือเปล่า พอดีมีเรื่องอยากจะขอคุยด้วยหน่อย เรื่องหนูอุ่น”“ไม่รบกวนเลยครับ มีอะไรพูดมาได้เลย” เขาบอกยิ้มๆ ทันทีที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดเรื่องอะไร“คุณดินคิดยังไงกับหนูอุ่นครับ”
ฝ่ายคุณชายหนุ่มไม่ได้สบถออกมา เพียงกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจ เขามอบมิตรภาพให้ มันกลับตอบแทนเขาด้วยการทำมิดีมิร้ายน้องสาวเขา เดิมทีเขาก็ไม่ชอบหน้าคนขี้เบ่งอย่างดนัยภพ แต่จำใจคบไว้เพื่อใช้งานในบางครั้ง“พี่ขอโทษนะหนูอุ่น” เขาบอกอย่างเสียใจจริงๆ “ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นคนแบบนี้ไปได้”ฤทัยรักษ์รีบส่ายหน้าบอก “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ชายเลยค่ะ เขาบอกว่าเป็นเกมที่เล่นกับเพื่อนๆ ที่อยู่คนละกลุ่มกับพี่ชาย เห็นว่ากำลังเก็บแต้มล่าพรหมจรรย์อะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ”“แล้วยังไงต่อ เรากับเพื่อนได้ไปแจ้งความอะไรบ้างไหม”“ก็อย่างที่บอกค่ะ เขาขู่ว่าถ้าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจหรือบอกให้คนอื่นรู้ เขาจะให้คนมาทำร้ายหนูอุ่นกับเพื่อนๆ และคนในครอบครัวของพวกเราจนอยู่ไม่ได้ จะยัดข้อหาให้ด้วย หนูอุ่นไม่อยากให้ทุกคนเดือดร้อนไปด้วย ยังไงหนูอุ่นก็ยังปลอดภัย ยังไม่ถูกเขาทำร้ายจริงๆ ก็เลยไม่ได้บอกใครว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นค่ะ” บอกด้วยสีหน้าไม่สู้ดี“ฉันไม่รู้จะด่ายังไง ไม่ด่าก็แล้วกัน” แดนดินว่าเสียงเย็นฝ่ายพี่ชายถอนใจถาม “แล้วตอนนี้ดนัยภพอยู่ที่ไหน”“ในคุกค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบพลางเหลือบมองคนช่วยจัดการให้“พูดจริง?!” “ผมให
“ฉันขอโทษ” ฤทัยรักษ์ก้มหน้าสะอื้นไห้อย่างสุดจะกลั้น“เฮ้อ ไม่ต้องร้องๆ มันผ่านไปแล้ว และฉันก็จัดการมันแทนเธอไปแล้วด้วย” คนทนเห็นน้ำตาเธอไม่ได้ ก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียง โอบกอดร่างบางไว้ด้วยท่าทางปลอบประโลม“จัดการ?” เสียงแหบเครือถามออกมางงๆ “จัดการยังไงคะ”“ฉันเอามันเข้าคุกไปแล้ว”ฤทัยรักษ์ได้ยินแล้วเงยหน้าถามเขาอย่างตกใจ “เขาไม่ได้บอกคุณเหรอ ว่าเขาเป็นใคร”แดนดินยักไหล่ “ก็พูดทำนองว่าพ่อมันใหญ่ แล้วไงล่ะ พ่อมันใหญ่คับฟ้ามากไง?”“ระดับนายตำรวจใหญ่ของนครบาลเลยแหละค่ะ” คนรู้ดีบอกด้วยสีหน้ากังวล“แล้วไง” เขาถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เราคงทำอะไรเขาไม่ได้เลยไงคะ แถมพ่อเขาอาจจะยัดข้อหาเพิ่มให้อีกก็ได้”“แต่เมื่อคืนฉันทำอะไรๆ กับมันไปแล้ว ตอนนี้มันคงนอนอยู่ในคุก... ทำไมมองหน้าฉันแบบนั้น ไม่เชื่อ?” ถามเมื่อเห็นสายตาตะลึงของเธอ“ฉันกลัวคุณจะเดือดร้อนเพราะฉันต่างหาก”เขาแค่นหัวเราะบอก “มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”“เราไม่รู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยค่ะ” เธอขอร้องอย่างร้อนใจ ถ้าจัดการดนัยภพได้โดยไม่มีปัญหาตามมา เธอคงบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่ๆ แล้ว จะทนเก็บเอาไว้ทำไม“เอ๊ะ!” เขาตีคิ้วดุ “ท
ภาสกรรีบให้รปภ. ดึงดนัยภพออกจากห้องทันที แต่ ‘ไอ้ห่านี่’ ของท่านรองดันสะบัดตัวหนีไม่ยอมให้จับ“อย่าเอามือของพวกแกมาจับตัวฉัน! ฉันเป็นใคร พวกแกเป็นใคร กล้าทำแบบนี้กับฉันก็คอยดูผลของมันได้เลย ฉันจะฟ้องให้ฉิบหายทั้งคนทั้งโรงแรมนี้ให้ดู อ้อ พวกแกคงไม่รู้สินะ ว่าพ่อฉันเป็นใคร ไปค้นดูนามสกุลของฉันไป๊!” ดนัยภพร้องขู่ลั่นอย่างที่เคยทำมาหลายต่อหลายครั้ง และมันก็สำเร็จทุกครั้งด้วยแดนดินแค่นยิ้มบอก “กูไม่ค้นให้เป็นเสนียดตัวกูหรอก! เชิญมึงขี่ม้าสามศอกไปฟ้องพ่อได้เลย แล้วเตรียมตัวรับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วยนะ นามกุลเลวๆ ของมึงน่ะ เดี๋ยวกูจะทำให้ฉิบหายวายวอดเอง ไอ้หน้าวอก!”“มึง!”“สั่งให้โรงแรมในเครือของเราทั้งหมด จากนี้เราจะไม่ให้บริการกับลูกค้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงศ์ตระกูลไอ้ห่านี่”“จะจัดการให้ทันทีครับ” ภาสกรตอบรับอย่างขันแข็งดนัยภพนั้นโกรธจนตัวสั่น “พวกมึงคงไม่รู้จริงๆ ว่าพ่อกูเป็นตำรวจยศใหญ่ ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็กราบขอโทษกูมาเดี๋ยวนี้”“กูว่ามึงกราบขอขมาแฟนกูก่อนเป็นไง” แดนดินบอกเสียงต่ำ“แฟนมึง” ดนัยภพมองฤทัยรักษ์แล้วหัวเราะร่า “แฟนมึงแล้วไง น้องเขาเคยเป็นเมียกูมาก
โรงแรมเมืองวิมาน...แดนดินเงยหน้ามองป้ายชื่อโรงแรมที่มันพารถเลี้ยวเข้าไปแล้วยิ้มเหี้ยม จัดการเลี้ยวรถตามทันที เขาจอดรถทิ้งไว้หน้าโรงแรมอย่างรีบร้อน ก่อนก้าวดุ่มๆ ตรงไปหาลิฟต์ด้วยอารมณ์เดือดเต็มที่ แต่เขากลับไม่สามารถผ่านเข้าข้างในได้ ทั้งที่เห็นหลังไอ้เลวนั่นอยู่ไหวๆ“โว้ย!”พนักงานที่ดูแลส่วนนี้รีบก้าวเข้ามาแนะนำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“ด้านนี้เป็นส่วนของห้องพัก ท่านต้องใช้คีย์การ์ดสแกนเข้าไปด้านในครับ หากท่านยังไม่มี กรุณาติดต่อที่ด้านหน้าเพื่อเปิดห้องพักก่อนนะครับ”“เปิดให้ฉันเข้าไป!” แดนดินหันไปสั่งเสียงเข้ม จะให้ไปติดต่อห่าเหวอะไรอีก แค่นี้เขาก็ช้ามากอยู่แล้ว!“ไม่ได้ครับ เชิญติดต่อที่ด้านหน้าด้วยครับ”“ไม่ได้ใช่ไหม!”เท้าใหญ่ของแดนดินยันโครมเข้าที่แท่นของช่องผ่านเข้า-ออกอย่างแรง ก่อนร่างสูงจะหมุนตัวเดินไปที่รีเซฟชั่นด้วยสีหน้าตึงสนิท ทิ้งให้พนักงานคนนั้นยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น“สวัสดีค่ะ ต้องการห้องพักแบบไหนคะท่าน”พนักงานสาวรีบยิ้มหวานเอ่ยต้อนรับ เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของลูกค้าหนุ่ม แต่เขากลับจิกตาบอกเธอเสียงเข้ม“ต้องการหมายเลขห้องของลูกค้าที่เพิ่งขึ้นลิฟต์ไปเมื่อกี้ ด่วน!”“ต้องขอโทษด







