LOGINChapter 72ธัญญาเรศตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด ในเมื่อตนเป็นตัวเสนียดของมารดา นางก็ไม่ทนอยู่ ก้าวเดินออกจากบ้านพร้อมสมบัติของบิดาที่ให้ไว้ก่อนเสียชีวิต แม้ว่าน้อยกว่าทรัพย์สินของมารดา แต่ก็พอเริ่มต้นชีวิตใหม่โรงแรมย่านสุขุมวิทคือสถานที่พักพิงชั่วคราว ใช้เวลาร่วมหนึ่งสัปดาห์ในการคิดว่า จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร ไปในทิศทางไหน หากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ เงินคงหมดในไม่ช้านี้ แต่จะให้ไปลงทุนอะไรให้เงินงอกเงย ธัญญาเรศไม่มีหัวด้านธุรกิจก็นึกไม่ออก โทรไปปรึกษาเพื่อนที่คิดว่าสนิทก็คงไม่ได้ เพราะสองรายนั้นดีแต่ใช้เงินเช่นเดียวกับนาง ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และคนสุดท้ายที่นางนึกถึงคือ อดิเทพอดีตสามีตกใจกับความเข้มแข็งของธัญญาเรศ ไม่คิดไม่ฝันว่านางตัดสินใจเช่นนี้ หลังจากได้ฟังปัญหาที่ต้องการทางออก อิดเทพให้คำแนะนำว่า นางต้องหาที่อยู่ใหม่ และนำเงินที่มีอยู่ลงทุนทำกิจการเล็กๆ ต่อยอดเงินที่มีอยู่ให้งอกเงย ระหว่างรอหาบ้านใหม่ อดิเทพให้นางพักที่บ้าน ใช้ห้องวัชรีพรเป็นที่พักพิง คราแรกธัญญาเรศเกรงใจสุดาพร ทว่าสุดาพรไม่คิดเล็กคิดน้อย ไว้ใจสามี และยินดีให้ธัญญาเรศมาอยู่ร่วมบ้านด้วยสามเดือนที่อยู่ร่วมบ้านเดียว
Chapter 71“ก็ตามที่คุณเคยบอกฉันว่า ถ้าฉันไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ฉันก็จะวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ถึงจะสุขสบาย แต่ใจไม่เคยเป็นสุขเลย ต่างกับตอนนี้นะ ฉันสบายใจมาก รู้แล้วว่าความสุขเป็นยังไง” ธัญญาเรศไม่คิดว่าตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ จุดที่ยอมละทิ้งทุกอย่าง หันหลังให้ธัญญารัตน์ โดยไม่สนใจว่า ต่อจากนี้ตนจะไม่ได้รับความสะดวกสบาย ไม่มีเงินใช้แบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังว่า วันต่อไปจะมีกินมีใช้หรือไม่ ความที่อายุเลยวัยห้าสิบมาหลายปี ไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการ อยู่ใต้ปีกมารดามาตลอด วันที่ตัดสินยืนด้วยลำแข้งตัวเอง คงเริ่มมาจากคืนวันฝนตกหลังจากผล็อยหลับไป ธัญญาเรศตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ไม่มีใครปลุกนาง แต่ตื่นเพราะอาหารเช้าโชยเข้ามาในจมูก ธัญญาเรศงัวเงียตื่นพร้อมกับท้องร้องหิว “ตื่นแล้วหรือคะ ปูทำอาหารเช้าเสร็จพอดี คุณก้อยไปล้างหน้าล้างตานะคะ เราจะได้กินข้าวด้วยกัน” สุดาพรเดินมาบอกธัญญาเรศที่ทำหน้าแปลกกับการถูกชวนกินข้าว “ปูเตรียมแปรงสีฟันอันใหม่ให้คุณก้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวไปหยิบมาให้”จากนั้นก็เดินไปหยิบของดังกล่าวมาให้ธัญญาเรศที่ไม่อยากรับไว้ ทว่ามือนางกลับยื่นออกไปรับของสิ่งนั้น “ห้องน้ำอยู่ทางด้าน
Chapter 70 “จะทำไงได้ล่ะ ตามหาสุดามาตลอด แต่ก็ไม่มีวี่แววเลย ทางเดียวที่ทำให้เติร์ดกลับมาเป็นเหมือนเดิม คือต้องหาตัวสุดาให้เจอ” เป็นความเดียวจริงๆ “นี่แหละครับปัญหาหนัก สี่ปีมานี้เติร์ดก็พยายามเต็มที่แล้วนะครับ รู้ข่าวสุดาที่ไหนก็ไป ผมก็คิดไม่ออกว่าจะช่วยเติร์ดยังไง” นพคุณทุกข์ใจไม่ต่างกับใคร เขามีเงินมากพอจ้างนักสืยฝีมือดี ซึ่งเขาทำ ทว่าผลลัพธ์ไม่ได้ตามคิด แต่ก็ไม่หยุดท้อถอย ยังคงจ้างนักสืบต่อไป นานเท่าไหร่ก็รอ “เป็นไปได้ไหมคะว่า สุดาจะอยู่ต่างประเทศ ประมาณว่าตามพี่สาวไปอยู่อังกฤษน่ะค่ะ” ประภาแก้วคาดเดา “แต่นักสืบบอกนะว่า สุดาไม่ได้ไปกับสร้อย เพราะตรวจสอบแล้ว สุดาไม่ได้ออกนอกประเทศ” จากผลการสืบของนักสืบ จันทร์สุดาไม่ได้ไปต่างประเทศ เธออยู่ในเมืองไทย ที่ไหนสักแห่ง “แต่อยู่ที่ไหนเนี่ยสิ อยากรู้จัง” “เมืองไทยไม่ใช่แคบๆ นะ ถึงจะปูพรมหาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ต้องเสียเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน เพราะถ้าสุดารู้ว่า เติร์ดออกตามหา สุดาอาจหนี ที่อยู่ของสุดาก็จะไม่คงที่ สุดาอาจไปอยู่ในที่ที่เราออกตามหาแล้ว เราเลยไม่เจอสุดาไงล่ะ คนคิดจะหนีน่ะ ก็ต้องพย
Chapter 69 เวลา 21.00 น. ประเทศไทย อีกคนพยายามลืม แต่อีกคนไม่เคยลืม และไม่มีวันลืม เตมินทร์เก็บทุกอย่างที่เป็นของจันทร์สุดา รวมถึงที่เคยซื้อให้เธอ ราวกับว่า รอวันเจ้าของกลับมา เขาทะนุถนอมสิ่งของทั้งหมดไม่ต่างกับของมีค่า ที่ไม่ได้ตีราคาเป็นเงิน ทว่าคือทางจิตใจความกลัวเรื่องภาพในมือถือจะหาย เขาจึงเปลี่ยนมันให้เป็นรูปภาพ นำภาพนับร้อยภาพเก็บไว้ในอัลบั้ม ยามคิดถึงสาวอันเป็นที่รัก เตมินทร์หยิบอัลบั้มมาเปิดดู หวังให้ความคิดถึงเบาลง ผลคือ ไม่ได้เป็นไปตามคิด กลับยิ่งถวิลหาจนใจแทบขาด เตมินทร์มีฐานะร่ำรวย สุขสบายบนกองเงินกองทอง ทว่าปัจจุบันนี้ เขาแทบหาความสุขใจไม่ได้เลย คล้ายหินถ่วงหัวใจ หนักอึ้งไม่เสื่อมคลาย มองหาทางออกที่จะได้พบกับความสุขไม่ได้เช่นกัน ทุกวันนี้เตมินทร์ยังร้องไห้ รำพันคิดถึงจันทร์สุดา ออกตามหาต่อเนื่อง ทั้งจ้างนักสืบคนเดิมและตามหาเอง ได้ข่าวหรือเบาะแสทางไหน เขาตามไปหมด แม้ว่าที่แห่งนั้น ไม่พบเจอจันทร์สุดาก็ตามความคิดถึงจันทร์สุดาช่วงนี้มีมากเหลือเกิน ราวกับสะสมมาเป็นเวลาหลายปี จนมันล้นทะลักจิตใจ เตมินทร์หมองเศร้าลงมาก ข้าวปลาไม่ค่อยกิน นอนไม่ค่อยหล
Chapter 68 จันทร์สุดาสบายใจขึ้น เสมือนปลดบ่วงที่รัดความรู้สึกให้คลายลง เธอยิ้ม กอดเพื่อนที่ดีที่สุดไว้แน่น “ถึงแกจะไม่โกรธฉัน ฉันก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี เหมือนมีอะไรติดค้างแก” “เอางี้ดีไหม ถ้าแกคิดว่าแกติดค้างอะไรฉันไว้ วันหน้าถ้าฉันอยากได้อะไรแล้วขอแก แกต้องให้ โอเคไหม” วัชรีพรไม่คิดทำเช่นนั้นจริง เธอแค่พูดให้เพื่อนสบายใจ “ได้ ตกลงตามนี้” จันทร์สุดากอดเพื่อนอีกครั้ง “ฉันรักแกนะหมวย รักที่สุดเลย”“ฉันก็เหมือนกัน ฉันรักแก” สองเพื่อนรักกอดกัน “แกจะตัดคุณป้ากับคุณยายจริงๆ เหรอ” จันทร์สุดาตั้งคำถามใหม่ “ใช่ ฉันเดินออกมาแล้วนี่ ไม่หันกลับไปแน่ ฉันติดอยู่ในกรงที่ถูกคุณยายขังมาตลอดยี่สิบกว่าปี สุขสบายกายจริง แต่ทางใจไม่มีเลย ยิ่งรู้ว่าคุณแม่มาพูดกับแกให้เลิกคบฉัน คุณยายบอกให้คุณแม่จัดการคุณพ่อ ฉันคิดว่ามากเกินไป เพราะเรื่องแกฉันขอคุณแม่ไว้แล้ว แต่ท่านก็ละเมิด ฉันเลยไม่ทน ฉันไปตามทางที่เลือกเดินเองดีกว่า ถูกหรือผิดฉันยอมรับได้ ฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่า หากฉันแต่งงานกับพี่เติร์ด มีเลิกกันแน่นอน เมื่อถึงวันนั้น คุณยายกับแม่จะไม่โทษตัวเอง คนผิดคือฉัน ฉั
Chapter 67 “งั้นรีบไปกินเลยค่ะ พี่เพ็ญไปกินสเต๊กด้วยกันค่ะ” จันทร์สุดาไม่คิดว่า เพ็ญศรีเป็นลูกจ้าง อยู่กับแบบพี่น้อง มีอะไรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การกินอาหารเป็นไปตามปกติ จันทร์สุดานั่งอยู่หัวโต๊ะ ชวิณกับวัชรีพรนั่งคู่กันทางซ้าย ส่วนทางขวาคนนั่งคือกีรติที่มีเพ็ญศรีคอยดูแล “เห็นดาด้าแล้วอยากมีลูกจัง” ชวิณพูดขึ้น ขณะมองหน้าหลานสาว “ก็ทำสิคะ ทำเยอะๆ สุดาจะได้เลี้ยงหลาน” จันทร์สุดาสนับสนุนเต็มที่ “ทำอยู่ทุกวัน แต่หมวยไม่ท้องสักที พี่คงต้องเพิ่มเวลาทำลูกซะแล้ว เช้ากลางเย็นไปเลย”ฝ่ามือวัชรีพรตีแขนสามีทันที คนถูกตีทำหน้ากลัวเมีย “พูดอะไรไม่รู้ ต่อหน้าดาด้านะคะ” วัชรีพรดุคนตัวโต “แหม พี่ไม่ได้พูดตรงๆ ซะหน่อย ดาด้าไม่รู้หรอก” ชวิณตอบกลับเสียงเบา “อย่าไปดุพี่แบงค์เลย ดาด้าไม่รู้ความหมายหรอก แค่พูดว่าทำ ไม่ได้เจาะจง” จันทร์สุดาช่วยพี่ชายบุญธรรมแก้ตัว “พึ่งแพทย์ดีไหมพี่แบงค์ สมัยนี้หมอเก่ง อยากได้ชายหรือหญิงสั่งได้เลย” “ไม่อ่ะ พี่อยากได้แบบธรรมชาติมากกว่า พึ่งแพทย์เสียเงินเยอะนะ แล้วไม่รู้ว่าจะติดหรือเปล่า”







