Masukปัญชิตา หญิงสาวที่เคยอวบอ้วนได้พัฒนาตัวเองจนผอมสวย เธอมีเหตุให้ต้องมาช่วยงาน วีรวัฒน์ น้องชายของเจ้านายตัวเอง หญิงสาวไม่แปลกใจเลยแม้ว่าเขาจะเงียบขรึมและเย็นชามากแค่ไหน เพราะสิ่งที่ทำให้เธอมากกว่าแปลกใจคือผู้ชายคนนี้บุกมาที่คอนโดของเธอจนไปลงเอยที่เตียง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่จบแค่นั้น เมื่อเขาคอยตามไปกินเธอทุกที่ ไม่ว่าจะโต๊ะทำงาน โซฟา ห้องน้ำ ระเบียง คอนโดเขา รวมถึงตัวเขาที่ตามมาที่คอนโดของเธอด้วย
Lihat lebih banyak“คุณปัน ผมรบกวนมาเอาเอกสารไปให้พี่ธีหน่อย”
‘รับทราบค่ะ’
เสียงคำสั่งที่การพูดแลดูเหมือนจะนุ่มนวลแต่กลับไม่ใช่ คนฟังอย่างปัญชิตารับรู้ได้ถึงความเย็นชาในน้ำเสียงเรียบง่ายนั้น
ร่างเล็กลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของตัวเอง เดินตรงไปยังอีกฟากฝั่งของอาคารในชั้นเดียวกัน เธอทำหน้าที่เลขาสาวที่เป็นลูกน้องสายตรงของธีรภัทร ชายผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนท่านประธานใหญ่ หรือเรียกง่ายๆว่าทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งรุ่นต่อไป
มือขาวซีดเคาะไปที่บานประตูหนาตามมารยาท เมื่อได้ยินคำอนุญาติจากเจ้าของห้องก็ผลักประตูเปิดออกพร้อมกับเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตอนนี้มีแฟ้มเอกสารที่รอตรวจสอบกองอยู่เป็นพะเนิน
“ชุดนี้ ฝากพี่ธีตรวจสอบที เห็นพี่ธีบอกว่าคุณจับสังเกตอะไรที่ผิดปกติเก่ง หลังเลิกงานวันนี้รบกวนอยู่ช่วยผมที” วีรวัฒน์สั่งโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวแม้แต่น้อย
“เอ่อ ค่ะ” ปัญชิตาตอบรับด้วยท่าทางสีหน้าที่ตั้งรับไม่ทันอย่างเห็นได้ชัด แต่สัญชาตญาณสั่งให้เธอรับคำสั่งและหมุนตัวเดินกลับออกจากห้องไป
ปัญชิตา หญิงสาววัย 22 ปี ที่ก่อนหน้านี้รูปร่างอวบค่อนไปทางอ้วน แต่เกิดฮึดที่จะลดหุ่นของตัวเองจนกลับมาผอมสวยได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน น้ำหนักเธอเหลือแค่ 44 กิโลกรัม ส่วนสูง 165 เซนติเมตร หญิงสาวมีผิวขาวซีดตามประสาคนที่แทบไม่ได้ตากแดดเลยในแต่ละวัน ผมสีดำสนิทยาวเกือบถึงเอวแต่มันถูกมัดเก็บความยาวเอาไว้เสมอ
หญิงสาวทำงานเป็นเลขาส่วนตัวให้กับธีรภัทร ซึ่งเขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งท่านประธานรุ่นต่อไป เขาเป็นคนสัมภาษณ์และรับเธอเข้ามาเองโดยตรง เธอจึงไม่ได้มีหน้าที่รับคำสั่งของใครนอกจากเขา บรรดาพี่น้อง หรือท่านประธานใหญ่และภรรยาเพียงเท่านั้น ซึ่งวีรวัฒน์ก็เป็นหนึ่งในนั้น
วีรวัฒน์ หนุ่มหล่อวัย 24 ปี ส่วนสูง 190 เซนติเมตร ที่กำลังดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทหลายตำแหน่ง หลักๆคือช่วยแบ่งเบางานจากพี่ชายคนโต บ้านของเขามีพี่น้องแท้ทั้งหมด 4 คน และไม่แท้อีก 1 คน ตัวของวีรวัฒน์เป็นคนที่ 2 ของบรรดาพี่น้อง
ด้วยความที่เป็นคนเงียบๆ นิ่งขรึม จึงไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าหาเขา ชายหนุ่มไม่ได้มีเรื่องผู้หญิงเหมือนธีรภัทรเพราะเขาค่อนข้างรำคาญกับเรื่องวุ่นวายพวกนี้ จึงมักจะปลีกตัวอยู่คอนโดเป็นส่วนมาก หรือถ้าในช่วงที่เขาเบื่อๆอยากพักผ่อนก็จะลาพักร้อนไปอยู่ที่บ้านสวนที่เขาซื้อเอาไว้ที่ต่างจังหวัด
หลายชั่วโมงต่อมา หลังจากที่หมดเวลาทำงานของวัน โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ในลิ้นชักก็ถูกเก็บเข้ากระเป๋า ข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะได้รับการเก็บเข้าที่ที่มันควรอยู่อย่างเป็นระเบียบ ก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นจากที่นั่งประจำของเธอ เดินตรงไปยังอีกฟากของอาคารด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย
เท้าเรียวสวยในรองเท้าคัทชูส้นสูงมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูบานเดิมที่เธอเพิ่งมาเมื่อบ่าย เสียงถอนหายใจดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับที่มือเรียวบางยกขึ้นมาเคาะประตูพอเป็นพิธีก่อนจะเปิดเข้าไป
อันที่จริงการที่ปัญชิตาต้องทำงานกับวีรวัฒน์เธอไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะถึงอย่างไรการที่เธอเป็นเลขาของธีรภัทรก็ต้องมีติดต่อเขาและพี่น้องคนอื่นของเขาบ้างในฐานะเจ้านาย แต่สิ่งเดียวที่หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจคือเธอกลัวสายตาของเขา กลัวเขาจะมองความคิดของเธอออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“คุณเช็กดูความผิดปกติของชุดนั้นให้ผมหน่อย ผมดูไปแล้วรอบนึง แต่สังหรณ์ว่ามันยังมีอะไรบางอย่างที่ยังหาไม่เจอ” วีรวัฒน์สั่งเสียงเรียบแต่ใบหน้าเขาบ่งบอกว่ากำลังเครียด
“ค่ะ” ปัญชิตาวางกระเป๋าลงบนพื้นข้างโต๊ะกระจกก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแล้วเริ่มลงมือตรวจดูแฟ้มเอกสารอย่างละเอียด
“เห็นพี่ธีบอกว่าคุณเรียนจบที่เดียวกับพวกเรามาเหรอ”
“เอ่อ ค่ะ”
“รุ่นน้อง?”
“ค่ะ รุ่นน้องค่ะ”
“อืม”
เสียงสนทนาเงียบลงอีกครั้ง เมื่อต่างฝ่ายต่างตั้งใจทำหน้าที่ของตนเอง มีเสียงพลิกกระดาษ เปิดปิดแฟ้มเล่มหนา หรือแม้แต่เสียงถอนหายใจ แต่กลับไร้เสียงการสนนาโดยสิ้นเชิง
เช้าของหลายวันต่อมา บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความคึกคักกว่าทุกวัน หลังจากใช้เวลาพักผ่อนและดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขของการเป็นคู่บ่าวสาวมาหลายวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่วีรวัฒน์และปัญชิตาต้องเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯด้านหน้าบ้านมีรถยนต์หรูสองคันจอดรออยู่ โดยคันหนึ่งเป็นรถของวีรวัฒน์กับปัญชิตา ส่วนอีกคันเป็นรถของธีรภัทรและพรีญาภัส พี่ชายของวีรวัฒน์และภรรยาที่จะเดินทางกลับพร้อมกันธาดากับวิริญญา เดินทางกลับไปตั้งแต่เสร็จจากงานได้ 2 วัน เพราะต้องรีบบินกลับไปทำงานต่อ“ของครบหรือยังครับคุณภรรยา” วีรวัฒน์เอ่ยถาม ขณะเดินถือกระเป๋าใบสุดท้ายออกมาจากตัวบ้าน“ครบแล้วค่ะ คุณสามีไม่ต้องห่วง” ปัญชิตาที่กำลังตรวจดูสัมภาระอีกครั้งหันกลับมายิ้ม“ได้ยินแล้วชื่นใจจัง” คำเรียกแทนตัวที่เปลี่ยนไปตามสถานะทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นทันที“อะไรคะ”“ก็คุณภรรยาเรียกผมว่าคุณสามีนี่ครับ”ปัญชิตาส่ายหน้าอย่างเขิน ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างเขา ไม่นานสมาชิกในครอบครัวและคนสนิทที่มารวมตัวกันเพื่อส่งทั้งสองคู่ก็ทยอยออกมายืนบริเวณหน้าบ้านธีรภัทรเดินออกมาพร้อมพรีญาภัส ก่อนจะหันไปมองน้องชายกับน้องสะใภ้ที่ยืนอยู่ไม่ไก
“ร้องดังๆสิที่รัก บอกฉันว่าชอบโดนแรงๆแบบนี้”“ชอบค่ะ.....ชอบโดนแรงๆ.....อ๊าาาาาา.....แรงกว่านี้อีก”มุมปากหยักยกยิ้มพอใจที่เธอตามใจเขาสุดๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น ดุ้นหนาดันทะลวงเข้าไปสุดลำ มือหนาตบบั้นท้ายกลมเป็นจังหวะทุกครั้งที่กระแทกเข้าแต่ดูเหมือนว่าจะไม่สะใจเขามากพอ วีรวัฒน์อุ้มปัญชิตาขึ้นจากเตียงอย่างง่ายดาย ร่างกายเธอสั่นระริกจากความเสียว เขาพาเธอเดินตรงไปยังห้องน้ำหรูหราข้างห้องนอน แสงไฟสีอบอุ่นสลัวๆทำให้บรรยากาศยิ่งเร่าร้อนเขาวางเธอลงตรงหน้ากระจกบานใหญ่ แล้วกดตัวเธอให้ยืนโน้มไปด้านหน้า มือทั้งสองข้างเกาะเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าไว้แน่น“ยืนนิ่งๆ.....อย่าขยับ” เขาสั่งเสียงกร้าวหญิงสาวยังหอบหายใจ ก้นแดงช้ำจากรอยตบก่อนหน้านี้ยังคงร้อนผ่าว เธอมองภาพตัวเองในกระจกที่ใบหน้าแดงก่ำ มือหนาเปิดลิ้นชักเก็บของแล้วหยิบดิลโด้สีดำเงา ออกมา หนาและมีเส้นเอ็นนูน ขนาดใหญ่ไม่แพ้ของเขา“คืนนี้.....เราจะใช้ของเล่นด้วยนะที่รัก แบบที่ฉันและเธอเล่นกันที่คอนโด” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงจูบหลังเธอ แล้วค่อยๆลูบไล้ร่องที่ยังแฉะไปด้วยน้ำของทั้งสองคนด้วยปลายดิลโด้“อ๊ะ.....มันใหญ่จังค่ะ.....ใหญ่กว่าที่เคยเล่น
คืนนั้น หลังจากชำระล้างร่างกายคลายความเหนื่อยล้า หญิงสาวในชุดนอนกระโปรงสีชมพูอ่อนกำลังนั่งเป่าผมอยู่บนเก้าอี้เครื่องแป้งหน้ากระจกในห้องแต่งตัวเจ้าบ่าวหมาดๆที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็อุ้มร่างเล็กเข้ามาในโซนนอน เขาวางเธอลงบนขอบเตียงเบาๆแล้วก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยนแสงไฟสีเหลืองนุ่มจากโคมไฟข้างเตียงส่องสว่างห้องหอสุดหรู กลีบกุหลาบสีแดงกระจายอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดริมฝีปากทั้งคู่ประกบกันช้าๆ ลิ้นแตะกันเบาๆด้วยความรักและความปรารถนาที่สะสมมานาน“วันนี้.....เธอเป็นของฉันอย่างถูกต้องแล้ว” เขากระซิบที่ริมฝีปากเธอ น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความครอบครองเขาจูบลงไปที่คอเธอช้าๆ ดูดเบาๆตรงซอกคอ แล้วเลื่อนลงไปที่ไหล่ ก้มลงดูดหัวนมเธอผ่านเนื้อผ้าบางๆ ลิ้นวนรอบแล้วดูดแรงขึ้น ปัญชิตาครางแผ่ว มือลูบหัวเขามือหนาถอดชุดนอนสีหวานออก แล้วก้มลงเลียกลีบอวบให้เธออย่างอ่อนโยน ลิ้นปัดผ่านเม็ดกระสันช้าๆ แล้วแทรกเข้าไปในช่องทางอุ่นๆ“อ๊ะ.....คุณวี.....” ปัญชิตาครางเสียงสั่น มือจิกผ้าปูเตียงเขาเลียและดูดดอไม้ของเธอต่อจนเธอตัวสั่น น้ำหวานใสไหลเยิ้มปัญชิตาทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอผลักไหล่เขาให้เอนหลังลงบนเตียง แล้วปีนขึ้นคร่อมตักเขา ม
จนเมื่อถึงช่วงสำคัญของพิธี มืออบอุ่นหยิบแหวนเพชรวงงามออกมาจากกล่องที่เปิดอยู่ แหวนที่เขาใช้เวลาคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ได้เลือกเพราะขนาดของเพชร แต่เลือกจากดีไซน์ที่เรียบหรู อ่อนหวาน และเหมาะกับบุคลิกของปัญชิตาหญิงสาวมองแหวนวงนั้น ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความสุข วีรวัฒน์ค่อยๆสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างทะนุถนอมจากนั้นปัญชิตาก็หยิบแหวนของเจ้าบ่าวขึ้นมา ยิ้มเขินเล็กน้อย ก่อนสวมแหวนคืนให้เขา เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งสวนกุหลาบ เจ้าสาวหมาดๆมองแหวนของตัวเองอีกครั้ง รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้า“สวยมากเลยค่ะ คุณเลือกเองใช่ไหม” เธอเอ่ยเบาๆ“ผมหวังว่าจะถูกใจ” วีรวัฒน์พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วหอมแก้มเขาหนึ่งครั้งต่อหน้าทุกคนเสียงแซวดังขึ้นทันทีจากญาติและแขกในงาน ธีรภัทรถึงกับหัวเราะเสียงดัง ขณะที่พรีญาภัสยิ้มกว้างอย่างชอบใจแม้วีรวัฒน์จะเป็นคนสุขุม แต่ใบหน้าก็แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้อีกระลอกเมื่อพิธีการทั้งหมดรวมทั้งการจดทะเบียนสมรสเสร็จสิ้น แขกทุกคนจึงทยอยเข้าสู่บริเวณงานเลี้ยงที่จัดขึ้นกลางสวน โต๊ะอาหารถูกจั
“เดี๋ยววันนี้พี่โทรบอกน้าปิ่นนะว่าพี่เจอปัน รอรับสายน้าปิ่นด้วยล่ะ” ภัทรบอกหญิงสาว หลังจากที่เธอก้าวลงจากรถ“ค่าๆ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ปัญชิตารับคำเขา แต่เธอไม่ได้รับปากว่าจะรับสายมารดา“อย่าดื้อมาก พี่รู้ว่าเรามันลูกสาวคนเล็ก ยังไงก็รั้น แต่เราโตแล้ว ต้องรับผิดชอบหน้าที่ในส่วนของเรา เข้าใจไหม” ภัทร
“เปล่า ไม่มีจริงๆ แค่อยากพักผ่อนสมองบ้าง” วีรวัฒน์ยอมปล่อยมือ ก่อนจะขยับหันตัวมองออกไปด้านเดียวกับหญิงสาว สายตาคมดุทอดมองไปไกล“งั้นตามสบายนะคะ ฉันง่วงแล้วค่ะ”“ปัน”“คะ?”“ปัน”“.....อ้อ ค่ะ งั้นตามสบายค่ะ ปันง่วงแล้วค่ะ ราตรีสวัสนะคะ”หลังจากกล่าวจบ ร่างเล็กก็หมุนตัวเดินกลับเข้าด้านในแล้วหายเข้าไ
ทางด้านปัญชิตา หลังจากที่หญิงสาวขึ้นมาบนห้องก็จัดการถอดเสื้อผ้า คว้าผ้าเช็ดตัว แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เสียงสายน้ำไหลทำให้เธอไม่ได้ยินเสียงกดรหัสประตูเข้ามา“ว้ายยยย คุณวีเข้ามาได้ยังไง!!!” เมื่ออาบน้ำเสร็จเปิดประตูออกมาก็ร้องวี้ดลั่นแล้วถอยหลังกลับเข้าห้องน้ำไปด้วยความรวดเร็ว“รหัสคุณเดาง่ายเกิ
“เปล่าหรอกค่ะ แค่รู้สึกอยากสวยเหมือนคนอื่นเขาน่ะค่ะ อีกอย่างก็เริ่มใกล้กำหนดกลับบ้านแล้ว เลยอยากให้พ่อกับแม่ตกใจน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบทีเล่นทีจริงบ้างทั้งคู่ยืนพูดคุยกันอย่างออกรส หัวเราะถึงเรื่องสมัยมหาวิทยาลัย บางครั้งภัทรยังเผลอแตะไหล่เธอเบาๆ อย่างสนิทสนมตามประสาเพื่อนเก่า แต่คนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก