Masukปัญชิตา หญิงสาวที่เคยอวบอ้วนได้พัฒนาตัวเองจนผอมสวย เธอมีเหตุให้ต้องมาช่วยงาน วีรวัฒน์ น้องชายของเจ้านายตัวเอง หญิงสาวไม่แปลกใจเลยแม้ว่าเขาจะเงียบขรึมและเย็นชามากแค่ไหน เพราะสิ่งที่ทำให้เธอมากกว่าแปลกใจคือผู้ชายคนนี้บุกมาที่คอนโดของเธอจนไปลงเอยที่เตียง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่จบแค่นั้น เมื่อเขาคอยตามไปกินเธอทุกที่ ไม่ว่าจะโต๊ะทำงาน โซฟา ห้องน้ำ ระเบียง คอนโดเขา รวมถึงตัวเขาที่ตามมาที่คอนโดของเธอด้วย
Lihat lebih banyak2 วันต่อมาแสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้ามาในห้องนอน ปลุกหญิงสาวให้ลืมตาตื่นจากการหลับใหล ปัญชิตาค่อยๆพลิกตัวมองนาฬิกาบนหัวเตียง ก่อนจะยิ้มบางๆเมื่อเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกพอสมควรก่อนถึงเวลางานเธอลุกจากเตียงอย่างกระฉับกระเฉง เก็บที่นอนให้เรียบร้อยตามความเคยชิน จากนั้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ใช้เวลาไม่นานนักก็ปรากฏกายในชุดทำงานสีครีมเรียบหรู เสื้อเชิ้ตเข้ารูปกับกระโปรงทรงดินสอสีเข้มผ่าข้างจนถึงครึ่งต้นขาช่วยเสริมบุคลิกของหญิงสาวให้ดูสง่างามและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ผมยาวถูกมัดเป็นหางม้าสูงอย่างประณีต แต่งหน้าอ่อนๆ ให้ดูสดใสเหมาะกับวันทำงานหลังรับประทานอาหารเช้าและตรวจดูตารางงานในแท็บเล็ตอีกครั้ง เธอก็คว้ากระเป๋าสะพายก่อนออกจากคอนโด มุ่งหน้าไปยังบริษัท ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ชั้นบริหาร เสียงทักทายจากผู้ช่วยเลขาก็ดังขึ้น“สวัสดีค่ะพี่ปัน”“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะ” เธอยิ้มตอบทุกคนแม้จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมเลขานุการ แต่ปัญชิตาไม่เคยถือตัว ตรงกันข้าม เธอกลับเป็นที่รักของทั้งทีม เพราะพร้อมให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาให้ลูกน้องเสมอเมื่อมาถึงโต๊ะทำงาน หญิงสาวเปิดคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบ
วีรวัฒน์ยืนดูใกล้ๆ มือลูบท่อนเนื้อของตัวเองเป็นจังหวะเร็วขึ้น ตาคมดุมองภาพตรงหน้าไม่กระพริบ ปัญชิตาที่นั่งขย่มของเล่นบนโต๊ะไม้ หน้าอกกระเพื่อมแรง รอยแดงและรอยฟันเก่าๆ บนตัวยังชัดเจน“ฉัน.....ใกล้แล้ว.....อ๊ะ.....อ๊ะ.....อ๊าาาาาาา”ร่างกายบอบบางเกร็งกระตุกแรง เอวเล็กกระแทกลงลึกครั้งสุดท้าย ร่องลึกรัดเกร็งรอบดิลโด้แน่น พร้อมกับด้านหลังที่บีบรัดลูกปัดแน่นตามแรงกระตุก วีรวัฒน์ต้องรีบโอบกอดเธอไว้แน่นไม่ให้ตกลงจากโต๊ะ“เสียว.....มาก.....ค่ะ.....” ปัญชิตาหอบหายใจรัวหนัก ใบหน้าซุกอกวีรวัฒน์ ยังคงครางเสียงแผ่ววีรวัฒน์จูบหน้าผากเธอเบาๆ มือลูบหลังปลอบ มองกล้องที่ยังถ่ายคลิปอยู่ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ“ตอนนี้.....ฉันจะดึงลูกปัดออกให้เอง” เขาก้มลงกระซิบข้างหูเสียงพร่ามือหนาข้างหนึ่งจับสะโพกเธอไว้มั่น อีกข้างสอดนิ้วเข้าไปเกี่ยวในห่วงเอาไว้แล้วค่อยๆดึงออกมาเบาๆ“อ๊ะ.....อ๊าา.....” ปัญชิตาครางเสียงสั่น รู้สึกถึงแรงดึงและความเสียวแปลบเขายิ้ม มืออีกข้างยังคงบีบก้นเธอเบาๆ เขาดึงลูกปัดลูกที่สองออก โดยจงใจดึงช้าๆ เป็นจังหวะเป็นช่วงๆ รอจนหญิงสาวเผลอก็ดึงออกมาพรวดเดียวหมด“อ๊าาาาาาา” ลูกปัดลูกสุดท้ายถูกดึงออก
เช้าวันต่อมา กลิ่นหอมของโจ๊กอุ่น ๆ ลอยเข้ามาในห้องนอน ปัญชิตาค่อยๆลืมตา ก่อนจะเห็นวีรวัฒน์เดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า“ตื่นแล้วเหรอ วันนี้ไม่ต้องรีบ พักผ่อนให้เต็มที่” เขาวางถาดลงบนโต๊ะเล็ก ก่อนยื่นแก้วน้ำให้เธอปัญชิตายิ้มพลางรับแก้วน้ำจากมือเขา ความเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ทำให้หัวใจของเธออบอุ่นกว่าคำหวานเสียอีกทั้งวันนั้น ทั้งคู่แทบไม่ได้ออกจากคอนโด ชายหนุ่มเปิดหนังเรื่องโปรดของเธอ เตรียมขนมและผลไม้ไว้บนโต๊ะกลาง คอยถามอยู่เป็นระยะว่าหิวไหม ง่วงหรือเปล่า หรืออยากพักเพิ่มอีกสักหน่อยไหมช่วงสาย ทั้งสองช่วยกันจัดดอกไม้ที่เขาซื้อกลับมาจากร้านใกล้คอนโด ก่อนจะนั่งคุยกันถึงเรื่องราวในอดีต เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะจนห้องที่เคยเงียบเหงาดูมีชีวิตชีวาพอตกบ่าย แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ทั้งคู่ย้ายไปนั่งจิบกาแฟและโกโก้เย็นที่ระเบียง มองวิวเมืองที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า“วันนี้ไม่ต้องคิดเรื่องงานแล้ว ขอใช้เวลาอยู่กับเธอเฉยๆก็พอ” วีรวัฒน์พูดพร้อมยิ้มปัญชิตาหันไปสบตาเขา ก่อนยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน ความสุขของวันนั้นไม่ได้เกิดจากสถานที่พิเศษหรือของขวัญราคาแพง แต่เกิดจากการที่ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกันอ
ทันทีที่มือทั้งสองข้างเป็นอิสระ ปัญชิตายกมือขึ้นมากอดคอเขาทันที ร่างกายยังสั่นระริกไม่หาย ไข่สั่นยังคงแปะติดที่ด้านล่างและสั่นเบาๆอยู่“ขาสั่น แต่ยังเสียวไม่หายเลยค่ะ” เธอพูดเสียงอ่อนระโหยวีรวัฒน์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะกดจูบเธออย่างลึกซึ้ง มือข้างหนึ่งยังคงบีบเคล้นหน้าอกที่เต็มไปด้วยรอยฟันของเขา“ยังไม่จบหรอก แต่คราวนี้.....เธอได้ขยับได้แล้ว” เขากระซิบที่ริมฝีปากมือหนาดึงไข่สั่นออกจากส่วนนั้นของปัญชิตา ทำให้เธอสะดุ้งครางเบาๆ จากนั้นวีรวัฒน์ก็พลิกตัวเธอให้หงายอยู่ใต้เขาเหมือนเดิม จับขาเรียวยกพาดบ่า แล้วค่อยดันท่อนเนื้อลำหนาที่ยังแข็งตัวและเปียกชุ่มด้วยน้ำผสมเข้าไปใหม่“อ๊ะ.....” หญิงสาวครางเสียงอ่อน มือทั้งสองข้างกอดหลังเขาแน่น เล็บจิกเป็นรอยแดงตามแผ่นหลัง“ขึ้นมา.....” เขาสั่งเสียงต่ำ มือจับสะโพกกลมสวยช่วยพยุงหญิงสาวค่อยๆคลานขึ้นคร่อมตัวเขา หัวบานใหญ่ที่ยังเปียกชุ่มน้ำรักถูกกดอยู่ใต้ร่องลึกที่บวมแดงและล้นด้วยน้ำขาวข้นของเขาที่เพิ่งแตกในไปเมื่อครู่ เธอค่อยๆนั่งลงช้าๆ กลืนท่อนเนื้อเข้าไปทีละนิดจนมิดถึงโคน“อ๊าาา.....มันแน่น” ปัญชิตาครางเสียงสั่น มือทั้งสองข้างวางบนอกกว้างเพื่อทรงตัวทั้งคู
“เดี๋ยววันนี้พี่โทรบอกน้าปิ่นนะว่าพี่เจอปัน รอรับสายน้าปิ่นด้วยล่ะ” ภัทรบอกหญิงสาว หลังจากที่เธอก้าวลงจากรถ“ค่าๆ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ปัญชิตารับคำเขา แต่เธอไม่ได้รับปากว่าจะรับสายมารดา“อย่าดื้อมาก พี่รู้ว่าเรามันลูกสาวคนเล็ก ยังไงก็รั้น แต่เราโตแล้ว ต้องรับผิดชอบหน้าที่ในส่วนของเรา เข้าใจไหม” ภัทร
“เปล่า ไม่มีจริงๆ แค่อยากพักผ่อนสมองบ้าง” วีรวัฒน์ยอมปล่อยมือ ก่อนจะขยับหันตัวมองออกไปด้านเดียวกับหญิงสาว สายตาคมดุทอดมองไปไกล“งั้นตามสบายนะคะ ฉันง่วงแล้วค่ะ”“ปัน”“คะ?”“ปัน”“.....อ้อ ค่ะ งั้นตามสบายค่ะ ปันง่วงแล้วค่ะ ราตรีสวัสนะคะ”หลังจากกล่าวจบ ร่างเล็กก็หมุนตัวเดินกลับเข้าด้านในแล้วหายเข้าไ
หลายชั่วโมงผ่านไป สองหนุ่มสาวที่เริ่มล้าสายตาต่างก็พากันปิดแฟ้มที่ตรวจสอบแล้วลง ร่างเล็กขยับตัวขึ้นนั่งบนโซฟา เธอเอนกายพิงพนักอย่างหมดแรง“วันนี้พอก่อนแล้วกัน ดึกมากแล้ว คุณกลับยังไง”“ขับรถกลับค่ะ”“มันดึกแล้ว จอดเอาไว้นี่แหละ เดี๋ยววันนี้ผมไปส่ง”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้ อีกอย่างพรุ่งนี้เช้าฉั
“คุณปัน ผมรบกวนมาเอาเอกสารไปให้พี่ธีหน่อย”‘รับทราบค่ะ’เสียงคำสั่งที่การพูดแลดูเหมือนจะนุ่มนวลแต่กลับไม่ใช่ คนฟังอย่างปัญชิตารับรู้ได้ถึงความเย็นชาในน้ำเสียงเรียบง่ายนั้นร่างเล็กลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของตัวเอง เดินตรงไปยังอีกฟากฝั่งของอาคารในชั้นเดียวกัน เธอทำหน้าที่เลขาสาวที่เป็นลูกน้องสายตรงของธีร





