ช็อกจากเหตุการณ์ที่คาเฟนั่นไม่ทันไร ฟ้าก็ผ่าลงกลางใจโปรดปรานอีกรอบ เพราะหลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ดี คิมหันต์ก็ประกาศข่าวการแต่งกลางที่ประชุมฝ่ายบริหารเป็นการปิดท้าย โดยที่เธอซึ่งมีตำแหน่งเป็นเพียงผู้จัดการไม่มีสิทธิ์ถามอะไรออกไปกลางที่ประชุมแม้แต่น้อย
แต่หลังออกจากห้องประชุมเธอมีสิทธิ์
อย่างน้อยก็ฐานะเพื่อน
'คิมถูกที่บ้านบังคับเหรอ?'
'ไม่นี่...คิมเป็นคนขอน้องม่านแต่งงานเอง'
คนได้ฟังคำตอบจากปากถึงกับไปไม่เป็น จึงได้แต่พยักหน้าและเดินน้ำตาคลอหายเข้าไปในห้องน้ำ
“โอ๊ย~! เจ๊โปรดเป็นอะไรวะ เฮ้ย! ใครทำเจ๊กูมาต่อยกับลูกพี่โอมกูได้!!” กีตาร์ตะโกนโหวกเหวกลั่นแผนก เมื่อเห็นสีหน้าเซื่องซึมของเจ้านายสาว
เสือดาวของอัลฟา วันนี้กลายเป็นแมวลายสลิดนั่งป่วย กีตาร์จะเครซี่!
“ไอ้กี อย่าโบ้ยมาหากู!” เสียงของโอมตอบกลับรุ่นน้องด้วยระดับเสียงที่ดังพอกัน ทว่าโปรดปรานกลับไม่มีวี่แววว่าจะลุกขึ้นมาสงบศึกทั้งคู่เฉกเช่นทุกครั้ง “เหี้ยละ... ก่อม็อบแล้วยังนิ่ง เจ๊ไม่ลุกมาด่ามันหน่อยเหรอ?”
“แล้วทำไมคนโดนด่าต้องเป็นกูวะพี่”
“ถ้ามึงจะขึ้นมึงขึ้นกูขนาดนี้ ไม่ต้องเรียกกูว่าพี่หรอก”
“อ้าว! พูดงี้ก็ได้ดิ ไอ้โอม”
“ไอ้เวร”
“หยุด! พวกมึงจงหยุด!” ในที่สุดก็มีคนในแผนกลุกขึ้นมาห้ามแทนหัวหน้าสาวที่นั่งปล่อยจอยหมดอาลัยตายอยาก “ว่างกัดกันนัก ก็เอาแฟ้มไปให้บอสแทนเจ๊หน่อย”
คำว่า 'บอส' ทำให้คนนั่งเหม่อได้สติขึ้นมา โปรดปรานขยับตัวรีบเช็กใบหน้าตนเองกับกระจกเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปรับแฟ้มมาถือท่ามกลางความงุนงงของลูกน้องเหล่าชายฉกรรจ์
“ฉันไปเอง” พูดจบผู้จัดการสาวก็รีบสาวเท้าเดินไปยังห้องผู้บริหาร
เธอคิดถึงเขา...
นับตั้งแต่รู้ว่าเขากำลังจะแต่งงาน โปรดปรานไม่ได้ย่างกรายเข้าไปหาคิมหันต์เลย หนึ่งคือไม่มีงานที่ต้องติดต่อกัน สองคือเธอรู้สึกว่าตนเองไม่มีสิทธิ์เหมือนอย่างเมื่อก่อน
แม้จะเจ็บใจ แต่เธอรู้และเข้าใจดีว่าคิมหันต์ในตอนนี้มีเจ้าของ
คนตัวเล็กหยุดยืนหน้าประตูบานใหญ่ แสงไฟที่ลอดออกมาทำให้รู้ว่าเขายังอยู่ในห้องทำงาน ทว่ากระจกไฟฟ้ากลับถูกปรับให้ทึบจนมองไม่เห็นด้านใน บางทีเขาอาจจะกำลังประชุมหรือรับรองลูกค้าอยู่ โปรดปรานจึงเลือกเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่มรอให้คิมหันต์เสร็จธุระ และเมื่อเดินไปถึงห้องครัวก็พบว่ามีแก้วชานมไข่มุกกว่าร้อยใบกำลังถูกแม่บ้านเรียงลงบนถาด ข้างๆ มีแฟลตครัวซองต์วางเท่าจำนวนแก้วชานมบนถาดด้วย
แถมมันยังเป็นเจ้าดังที่ต้องต่อคิวซื้อนานมาก เธอเองก็เคยคุยกับคนในแผนกว่าอยากสั่งมากิน แต่พวกผู้ชายพวกนั้นไม่สนใจของหวานเหล่านี้
“อ้าว! คุณโปรดจะรับชานมไหมคะ วันนี้คุณเหมันต์เป็นคนซื้อมาเลี้ยงพนักงานเองเลยนะคะ” แม่บ้านประจำออฟฟิศเอ่ยทักทายเธอก่อน
โปรดปรานส่งยิ้มให้แต่ไม่ได้ตอบกลับมา ร่างผอมเพรียวเดินเข้าไปใกล้แก้วชานมจากนั้นจึงหยิบมาหนึ่งแก้ว
“เขาเลี้ยงเหรอคะ?” แม้จะได้ยินจากปากแม่บ้านแล้ว ก็ยังอดถามซ้ำไม่ได้
คนไม่สนโลกอย่างเหมันต์เนี่ยนะ ดูแลเอาใจใส่พนักงาน ปกติคนที่มักจะซื้ออาหารเข้ามาเลี้ยงพนักงานมักจะเป็นคิมหันต์หรือไม่ก็วสันต์ น้องคนเล็กของตระกูลวรหิรัญที่นานๆ ได้เข้าออฟฟิศเสียมากกว่า
“ใช่ค่ะ คุณเหมันต์ให้ป้ากดสั่งมา เห็นบอกว่าอยากตอบแทนพนักงานที่ทำงานกันอย่างหนัก”
คนได้ฟังพยักหน้ารับรู้ ใช้หลอดเจาะและชิมอย่างมีความสุข ความรู้สึกเคร่งเครียดที่เกาะกินหัวใจมาหลายวันถูกความหวานและความหอมของชานมจัดการเก็บกวาดเป็นปลิดทิ้ง
“ใครใช้ให้กิน -_-” คำพูดกระแนะกระแหนผ่านน้ำเสียงติดเนือยดังมาจากหน้าประตู ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครมา
เหมันต์เดินเข้ามาในพื้นที่ครัวพร้อมใบหน้าเย็นชา สวนทางกับแม่บ้านที่เพิ่งถือชานมออกไปแจกจ่ายพนักงาน โปรดปรานมองเจ้าเด็กร่างโตที่กำลังจ้องหน้าหาเรื่อง ก่อนจะวางแก้วลงและเปลี่ยนเป็นการหยิบแฟลตครัวซองต์ขึ้นมาหักกินหน้าตาเฉย
“ดิฉันก็พนักงานในบริษัทนะคะท่านรอง” เธอตอบเขาติดแซะนิดๆ กลับไป ไม่ลืมที่จะหยิบแก้วชานมตนเองมาดูดพลางยักคิ้วยียวนอีกฝ่าย
“ซื้อมาให้คนทำงาน คนไม่ทำงานมีสิทธิ์กิน?” คำพูดแบบประหารชีวิตคนได้ออกมาจากเจ้าของริมฝีปากหนา
“ฉัน...!”
“อาทิตย์นี้ประชุมกับบริษัทประกันก็นั่งเหม่อ แถมงานแก้บัคของ BK ก็ไม่เสร็จ เธอคุมทีมตัวเองยังไง งานถึงได้ช้าขนาดนั้น” เหมันต์บ่นออกมาด้วยความหัวเสีย แหงสิ ก็เขาเป็นคนต้องเอ่ยปากขอโทษลูกค้าหลายเจ้ากับปัญหาที่เกิดขึ้น
คนถูกถามไปไม่ถูก จริงอย่างที่รองประธานหนุ่มพูด อาทิตย์นี้เธอเหม่อลอยและไม่มีกะจิตกะใจอยากทำงาน รวมถึงปล่อยปละละเลยลูกน้อง ไม่ได้ติดตามงานจนงานไม่เสร็จหลายอย่าง
“ละ แล้วไง คนเรามันก็ต้องเหนื่อยบ้าง จะให้ฉันล้วงคออ้วกคืนไหมล่ะ?”
“ผิดก็หัดยอมรับแล้วแก้ไข ไม่ใช่มาเถียงฉอดๆ ฉันไม่ใช่พี่คิมที่จะยอมให้เธอบ่น”
“...”
“ถ้าไม่พร้อมทำงานก็หยุด วันลาเหลือเยอะนี่ ให้คนอื่นมาดูแลแทนสักอาทิตย์...”
“ไม่ต้องยุ่ง! งานของฉัน ฉันจะรับผิดชอบเอง” เธอปฏิเสธเสียงแข็งก่อนที่จะฟังจบดีด้วยซ้ำ
ดวงตาเฉี่ยวมองไปยังคนตัวโตอย่างไม่ยอมฟังในสิ่งที่เขากำลังเสนอ เหมันต์ที่เห็นดังนั้นจึงเลือกจะเดินออกไปจากห้องครัว แต่มิวายถูกคนอายุมากกว่าเรียกตัวเอาไว้
“หะ เหม”
“...” ร่างสูงไม่ได้ตอบรับการเรียกชื่อที่ฟังดูสนิทสนมนั้น แต่สองตาคมกำลังมองมายังเธอและรอฟังสิ่งที่เธอกำลังจะถามออกไป
“คิมกับผู้หญิงคนนั้น...น้องม่านฟ้า คิมกับน้องม่านฟ้ารู้จักกันนานแค่ไหน” โปรดปรานเปลี่ยนสรรพนามเรียกผู้หญิงอีกคนให้ฟังไม่น่าเกลียด เธอแค่อยากรู้ว่าทั้งคู่รู้จักกันนานกว่าเธอที่รู้จัก และรักเขามากว่าสิบปีหรือเปล่า
ผู้หญิงคนนั้นรักคิมหันต์ได้เท่ากับที่เธอรักหรือเปล่า มีอะไรดีที่คนอย่างเธอต้องหลีกทางให้
“ว่าไง” ผู้จัดการสาวถามซ้ำ เมื่อเห็นว่าคนเย็นชายังเอาแต่นิ่ง
“สองปีก่อน” ในที่สุดเขาก็ตอบกลับมา แถมยังตอบเกินคำถามผิดวิสัยคนพูดน้อย “ม้าให้พี่คิมไปดูตัวกับน้องม่าน สองคนนั้นชอบกันตั้งแต่วันนั้น”
“ทั้งที่คิมเคยบอกว่าไม่ชอบคนอายุน้อยกว่า?”
“น้องม่านเป็นข้อยกเว้น พี่คิมไม่เคยเดตกับใครเป็นครั้งที่สองยกเว้นน้องม่าน แถมยังรอจนน้องไปเรียนต่างประเทศกลับมา”
“...” โปรดปรานหาคำพูดของตนเองไม่เจอ เธอนึกว่าคิมหันต์ไม่มีเจ้าของหัวใจมาตลอด ที่แท้เขาก็มีเจ้าของนำหน้าเธอไปแล้วกว่าสองปี
ในขณะที่สองที่ปีที่ผ่านมา เธอกลับชอบเขามากขึ้นทุกวันเช่นกัน
“ป๊ากับม้าชอบน้องม่านมาก ครอบครัวเราทั้งสองตระกูลเข้ากันได้ดี”
“พอแล้วเหม! ฉันไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น!!” หญิงสาวเผลอขึ้นเสียงใส่อย่างลืมตัว โปรดปรานเงียบไปเมื่อเห็นว่าเหมันต์เองก็ชะงักหลังจากได้ยินเธอแผดเสียงใส่
เขานั่นแหละที่ผิด ทำให้เธอรู้สึกแพ้ยิ่งกว่าที่ตนเองรับรู้ไว้อีกหลายเท่าตัว หัวหน้าสาวจึงเลือกเป็นฝ่ายเดินผ่านเจ้าของร่างสูงออกจากห้องครัว
แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องของคิมหันต์อีกครั้ง อารมณ์คุกรุ่นในใจยิ่งมีมากขึ้น เมื่อรับรู้ว่าการที่ห้องทำงานของคิมหันต์ล็อกไว้เมื่อครู่ไม่ใช่เพราะติดลูกค้าหรืองานสำคัญ แต่เพราะผู้หญิงตัวเล็กตัวน้อยที่กำลังนอนหลับบนโซฟาภายในห้อง
ม่านฟ้าเป็นผู้หญิงประเภทเจ้าหญิงในเทพนิยาย สวย หวาน เสียงที่คุยกับคิมหันต์วันนั้นก็นุ่มละมุน สวยทั้งรูปและรวยทั้งทรัพย์ เรียกว่าเหมาะสมกับวรหิรัญทุกประการ
“โปรดมาหารอบนึงแต่ประตูห้องล็อก นึกว่ามีแขก” หญิงสาวพูดกับประธานบริษัทพร้อมกับปรายตามองคนตัวเล็กที่นอนหลับอุตุด้วยความไม่ชอบใจ
เธอรู้ดีว่ากำลังอิจฉา แต่ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตนเองได้
“มารอไปลองชุดด้วยกันวันนี้” คิมหันต์อธิบายเสียงเรียบ มือหนาเปิดหน้าจอดูอีเมลที่เธอส่งมาก่อนหน้า ก่อนที่โปรดปรานจะเดินเข้าไปนั่งตรงหน้าของเจ้าของห้องบังว่าที่ภรรยาของอีกฝ่ายที่หลับอยู่ด้านหลังจากจงใจ
อย่างน้อยๆ เวลานี้คิมหันต์ก็ควรจะสนใจเธอไม่ใช่เด็กคนนั้น
“ตามมาเฝ้าขนาดนี้ กลัวคิมไม่แต่งด้วยหรือไง”
คิมหันต์เงยหน้าจากงานขึ้นมามองหน้าสวย เป็นครั้งแรกที่เธอถูกเขามองเหมือนอยากจะด่า แต่สุดท้ายเขาก็เลือกจะเงียบแล้วเปิดงานดูต่อ กระทั่งได้ยินเหมือนเสียงของหล่นจากด้านหลัง โปรดปรานและผู้บริหารหนุ่มหันไปมองอย่างพร้อมเพรียงกัน ผ้าห่มที่คลุมกายบางร่วงหล่นลงมากองกับพื้น และคิมหันต์ไม่ลังเลที่จะลุกขึ้นไปหยิบผ้ามาคลุมตัวว่าที่ภรรยาให้อีกครั้ง
การกระทำนั้นอยู่ในสายตาของโปรดปรานตลอด และเมื่อสังเกตเครื่องประดับบนติ่งหูเล็กของม่านฟ้าเห็นต่างหูไข่มุกร้านเดียวกันก็ยิ่งเจ็บใจ เรียวเล็บคมจิกเข้าเนื้อตนเองในยามที่กำมือแน่น ที่แท้เขาถามเพราะอยากซื้อให้แฟน ไม่ได้ทักเพราะเห็นว่ามันเข้ากับเธอ
เธออิจฉา อิจฉาผู้หญิงคนนี้มาก ไม่ต้องพยายามอะไรก็ได้หัวใจคิมหันต์ผู้ไม่เคยสนใจใครไปครอง ในขณะที่เธอพยายามแทบตายตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ตามมารับใช้ถึงบริษัท และไม่เคยทำเขาที่เป็นคนจริงจังกับงานผิดหวังเลยสักครั้ง
“เหมือนเด็กเลยนะ ต้องให้คิมคอยดูแล”
“คิมยินดีดูแลม่านฟ้าตลอดชีวิต ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็แก้งานกันตามนี้” ดวงตาคมจ้องกลับมายังเธอ พร้อมกับน้ำเสียงแข็งกร้าวแสดงออกว่าโกรธที่ตนพูดพาดพิงว่าที่ภรรยาตนเองจนเธอหน้าเจื่อน
คิมหันต์เดินมาปิดจอลงเป็นการจบบทสนทนา โปรดปรานเองก็รับรู้ได้ว่าอารมณ์ของเขาในตอนนี้กำลังคุกรุ่นจากคำพูดตนเอง
เธอไม่อยากถูกเขาโกรธ คิมหันต์ไม่เคยโกรธเธอเลยสักครั้งนี่นา
“ปะ โปรดก็แค่แซว น้องเขาดูง้องแง้ง น่าจะทำคิมเหนื่อยในอนาคต”
“ถ้ามันจะหนักหัวใคร ก็ให้คนนั้นมันเป็นคิม”
หัวหน้าสาวกำมือตนเองแน่น ทั้งคำพูดและการกระทำปกป้องอีกฝ่ายสร้างความเสียใจให้เธอไม่น้อย ร่างระหงหยัดกายลุกขึ้นรีบเดินออกจากห้องก่อนที่จะร้องไห้ออกมาให้อีกคนเห็น
“อย่าให้เห็นว่าทำตัวแบบนี้ต่อหน้าทั้งคิมกับม่านอีกนะ ยังไงต่อไปม่านฟ้าก็คือเจ้านายอีกคนของโปรด” เสียงของคิมหันต์ดังไล่หลังมาก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกมือบางเปิดออก
โปรดปรานไม่หันไปตอบหรือมองหน้า เพียงแค่รีบเปิดประตูและปิดมันก่อนจะเร่งฝีเท้าหายเข้าไปในห้องน้ำ
🌷🌷🌷