“เอ่อ... ป๊าถามทำไมหรอครับ” เจียวจ้านพยายามไม่คิดถึงอดีตหากแต่คำตอบของบิดาทำเอาเขาหน้าชา
“ก็ลูกสัญญากับป๊ากับม๊าไว้เองไม่ใช่หรอว่าจะพาแฟนมาแนะนำให้ป๊ากับม๊าได้รู้จักในวันที่ลูกอายุครบสามสิบปีเต็ม นี่ก็เหลืออีกเดือนเดียวแล้ว สรุปลูกมีแฟนหรือยัง”
เฉิน ซือเยว่ไม่ได้ต้องการที่จะบังคับจิตใจของลูกแต่เขาเห็นแก่เวลาอันสมควรของบุตรชายแล้ว เพราะถ้าอายุเกินสามสิบไปแล้วมีทายาท อายุของบิดากับบุตรก็จะห่างกันออกไปอีก ซึ่งไม่เป็นผลดีเท่าไหร่นัก
“ครับ อีกเดือนเดียว รับรองผมจะพาแฟนมาเจอป๊ากับม๊าให้ได้ หน้าตากับฐานะไม่เกี่ยวใช่ไหมครับ” เจียวจ้านตอบอย่างเสียไม่ได้ ลูกผู้ชายรับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ ก่อนที่จะถามถึงคุณสมบัติของแฟนสาว
“อืม ขอแค่ทำงานสุจริตและเป็นคนดีก็พอ เรื่องฐานะหน้าตาป๊าไม่ว่าหรอก อ้อ! อีกอย่าง ป๊าอยากให้ลูกกับเธอนั้นรักกันจริงๆ นะไม่ใช่เอามาเป็นตัวหลอกกับป๊า เพราะอายุสามสิบสองแบบพี่ชายลูกก็ต้องแต่งงานกับเธอ”
คำตอบแรกของบิดาทำให้ชายหนุ่มถินหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเครียดในตอนหลังกับประโยคท้าย
‘แต่งงานตอนสามสิบสองอย่างนั้นหรอ’ แค่คิดก็น่าปวดหัวเสียแล้ว
“ปีนี้พี่ชายของลูกก็จะแต่งงานกับหนูลี่จินแล้วนะ ลูกยังไม่รู้จักว่าที่สะใภ้เลยนิ เจียงข่าน วันหลังพาน้องไปแนะนำให้ตระกูลหวงรู้จักบ้างนะลูก คนกันเองทั้งนั้น” นางซูฉีเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากฟังสองพ่อลูกคุยกันมานาน
“ครับม๊า เดี๋ยวผมจะพาไอ้น้องชายไปเจอว่าที่ภรรยาแสนสวยของผมเอง”
เจียงข่านตอบออกมาพร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงว่าที่ภรรยาที่เขาเฝ้าทะนุถนอมเธอมานานถึงสองปี เขาให้เกียรติและไม่ล่วงเกินเธอเพราะครอบครัวสั่งสอนเขาและน้องชายมาเป็นอย่างดี ว่าถ้าเรารักใครสักคนก็ต้องรู้จักอดทนอดกลั้น เมื่อถึงวันสำคัญวันนั้นทั้งเธอและเขาจะได้ภูมิใจที่ได้เป็นของกันและกันครั้งแรก
“ยิ้มหวานขนาดนี้ว่าที่พี่สะใภ้ของผมต้องสวยมากแน่ๆ ใช่ไหมครับพี่ชาย” เจียวจ้านพอเห็นใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่ข้างแก้มเขาก็อดที่จะแซวพี่ชายคนโตออกมาๆ ไม่ได้
“สวยไม่สวยรอนายเห็นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจบอกพี่ก็แล้วกัน แต่เรื่องที่เธอเก่งและเป็นผู้หญิงที่ดีพี่ให้คะแนนเธอเต็มร้อยเลย” ฟังจากคำพูดพี่ชายเขาก็เดาได้ว่าพี่สะใภ้คนนี้คงจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ถึงขนาดทำเอาคนที่ไม่เคยบอกว่าใครสวยชมได้ขนาดนี้
“แต่เห็นว่าเธอมีน้องสาวด้วยนะ แต่ผมก็ยังไม่เคยเจอเลยครับป๊า ม๊า ลูกสาวคนเล็กของตระกูลหวงเธอชอบไปใช้ชีวิตอิสระ เห็นน้องลี่จินบ่นอยู่บ่อยๆ ว่าอยากให้กลับมาอยู่บ้านแต่น้องสาวของเธอก็เลือกที่จะออกไปใช้ชีวิตเอง แถมใช้ชีวิตอย่างดีด้วยนะครับป๊าม๊า” เจียงข่านนึกขึ้นได้ว่าคู่หมั้นของเขานั้นเคยเล่าเรื่องของน้องสาวคนเล็กให้ฟัง
“บ้านนั้นเค้าสอนลูกมาได้ดีจริงๆ ถ้าให้เจียวจ้านได้เจอกับน้องของลี่จินคงจะดีไม่น้อย ว่าแต่เด็กนั่นอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ” นางซูฉีเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะถามบุตรชายคนโตอย่างสนใจ ถ้าได้ดองกับตระกูลหวงทั้งพี่ทั้งน้องคงจะดีไม่น้อย
“อายุยี่สิบหกปีครับ เห็นว่าอ่อนกว่าน้องลี่จินไปสี่ปี แต่เธอเล่าว่าน้องสาวของเธอสวยมาก สวยแบบหาตัวจับยากไปเป็นดารานางแบบได้สบายเลยครับ ผมก็ว่าน้องลี่จินสวยมากๆ แล้ว นี่น้องลี่จินยังบอกว่าน้องสาวของเธอสวยกว่าอีก ผมว่าคงจะสวยมากอย่างที่เธอบอกจริงๆ แหละครับ เพราะลี่จินเล่าว่าน้องของเธอถึงขั้นปลอมตัวไม่ยอมเป็นคุณหนูเล็กของตระกูลหวงเพราะกลัวหนุ่มๆ ที่มาจีบจะมองเธอที่ฐานะ ดีที่คุณน้าทั้งสองไม่บังคับลูกสาวเพราะเห็นยังเด็กอยู่” เฉิน เจียงข่านเล่าออกมาตามที่ตนรับรู้มาจากคู่หมั้นสาว
“อืม...เป็นไงเจียวจ้านสนใจน้องสาวของว่าที่พี่สะใภ้ไหมลูก” นายซือเยว่เอ่ยถามบุตรชายคนเล็กที่กำลังนั่งฟังอย่างสนใจขึ้นมาทันที
“ก็....ฟังดูลึกลับดีครับ แต่เราจะรู้ได้ไงว่าน้องสาวของว่าที่พี่สะใภ้หน้าตาเป็นแบบไหน พี่เจียงข่านไม่มีรูปเธอหรอครับ” คำตอบของบุตรคนเล็กทำเอาบิดามารดาและพี่ชายอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
“ไม่มีหรอก นายสนใจหรอถ้าสนพี่จะไปขอจากน้องลี่จินมาให้” เจียงข่านเอ่ยถามน้องชายออกมาน้ำเสียงเรียบๆ หากแต่ภายในใจนั้นอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
“ก็...ลองดูก็ได้นี่ครับ ผมกับเธออาจจะคุยกันได้ใครจะไปรู้”
อันที่จริงที่เขาสนใจเธอก็เพราะได้ยินพี่ชายบอกว่าเธอชอบอิสระ คงจะไม่มีทางที่จะยอมแต่งงานแน่ และนั่นก็เข้าทางเขาเลย หนุ่มผมยาวคิดอยู่ในใจก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
วันต่อมาข่าวการมีทายาทอีกคนล่วงรู้ไปถึงหูของคุณปู่คุณย่าคุณตาและคุณยาย รวมไปถึงคุณลุงกับคุณป้า สร้างความยินดีให้กับสองตระกูลเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ที่บ้านของเฉินเจียวจ้านและเฉินลี่หลินจึงมีแขกมาเยือนกันพร้อมหน้าพร้อมตา“ป๊าดีใจด้วยนะเจียวจ้าน ลี่หลิน”“ม๊าก็ดีใจด้วยนะ ว่าแต่ท้องนี้ลูกสาวหรือลูกชายล่ะลูก” เฉินซูฉีเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง“ยังไม่รู้เลยค่ะม๊า หนูยังไม่ได้ไปฝากท้องเลยค่ะ กะว่าจะไปวันพรุ่งนี้” ว่าที่คุณแม่ลูกสองตอบมารดาของสามี“ม๊าว่าต้องผู้หญิงแน่ๆเลยลูก หนูแพ้ไหมช่วงนี้” มารดาของว่าที่คุณแม่ลูกสองเป็นฝ่ายเอ่ยถามออกมาบ้าง“ไม่เลยค่ะม๊า.... ไม่แพ้เหมือนตอนมีตาหนู” เฉินลี่หลินตอบพร้อมรอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่แสดงออกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวดังขึ้น เด็กน้อยทั้งสองต่างนั่งคุยกันแบบไม่รู้ความ แต่ก็ดูน่าจะคุยกันรู้เรื่องเพราะมีเสียงอ้อแอ้ดังสลับกันขึ้นมาตลอด“ดีใจด้วยนะไอ้น้องชาย สมหวังแล้วสิ”เฉินเจียงข่านเอ่ยแสดงความยินดีกับน้องชายหลังจากที่เดินออกไปนั่งคุยกันริมระเบียงทิ้งให้ผู้ใหญ่ทั้งสี่และภรรยาของทั้งคู่ได้พูดคุยกัน“ขอบคุณครับพี่ ผมไม่เคยคิดภาพครอบครัวแบบนี้ในหัวมาก่อนเลย ผ
วันต่อมาวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานหนึ่งปีของทั้งคู่ เฉินลี่หลินเตรียมเซอร์ไพร้ส์ไว้ให้สามีที่ยังคงไปทำงานเพราะวันนี้มีประชุม เฉินตงหยางถูกจับอาบน้ำแต่งตัวหล่อเหลาด้วยชุดสูทสำหรับเด็กชาย ส่วนคุณแม่คนสวยก็แต่งตัวสวยสมกับวัย เฉินลี่หลินนัดสามีรับประทานอาหารนอกบ้าน และเขาก็จำได้ดีว่าเนื่องในโอกาสพิเศษอะไร“ท่านประธานครับ วันนี้ดูท่านอมยิ้มมีความสุขทั้งวันเลยนะครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยทักเจ้านายหนุ่มขึ้นมาตอนนี้เฉินเจียวจ้านได้ขึ้นนั่งตำแหน่งประธานกรรมการของบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์สาขาที่เขาเคยรับตำแหน่งเป็นรองประธานเรียบร้อยแล้ว เพราะพี่ชายของเขามีงานล้นมือเขาจึงต้องรับช่วงต่อในบางแห่งเพื่อแบ่งเบาภาระของตระกูล“วันนี้วันสำคัญน่ะ” ประธานหนุ่มบอกเลขาส่วนตัวก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องประชุมการประชุมงานสำคัญของวันนี้กินเวลาไปถึงครึ่งวัน แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับท่านประธานที่มีนัดกับภรรยาและบุตรชายในตอนเย็นที่ร้านอาหารสุดหรูใจกลางเมืองเอ เขาตื่นเต้นและรอคอยของขวัญที่ภรรยาบอกว่าจะมีเซอร์ไพร้ส์ให้อยู่ไม่น้อยตกเย็นรถครอบครัวของตระกูลเฉินซึ่งประกอบด้วยคุณนายเฉินลี่หลินและคุณชายน้อยเฉินตงหยางถูกขับเคลื
“อ้ำ.....อร่อยใช่ไหมลูก ทานเยอะๆ น๊า....จะได้โตเร็วๆ เก่งจังเลย ลูกป๊าทานข้าวได้น่าอร่อยที่สุด....อ้า......อ้ามมม....” เสียงทุ้มบอกบุตรชาย“หม่ำๆ .....หม่ำๆ ......” เฉินตงหยางรู้ดีว่าบิดาเอ่ยชม เด็กชายตัวอวบเลยอ้าปากเอาอ้าปากเอาจนมารดาป้อนไม่ทัน“ค่อยๆ ทานนะคะลูก เดี๋ยวกลืนไม่ทันนะ”เมื่อโดนมารดาปราม เด็กชายจึงคลานไปนั่งบนตักของผู้เป็นบิดาราวกับว่าต้องการให้เขาปกป้อง เฉินลี่หลินถึงกับส่ายหน้าไปมาให้กับบุตรชายที่ดูเหมือนจะเป็นลูกป๊ามากกว่าลูกม๊า“พรุ่งนี้วันหยุดพี่ พี่จะพาลูกกับที่รักไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้านะคะ เราไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันมานานแล้ว” เสียงทุ้มบอกภรรยาหลังจากที่บุตรชายรับประทานอาหารเย็นเสร็จ“ดีเหมือนกันค่ะ มีหลายอย่างเลยที่น้องอยากจะไปดูให้ลูก” เสียงหวานบอกก่อนที่จะยกชามข้าวของบุตรชายไปเก็บที่ครัวแล้วเดินกลับมาชวนสามีให้ไปรับประทานอาหารโดยเรียกพี่เลี้ยงเด็กให้มาดูแลบุตรชายแทน“คุณนายลู่เป็นยังไงบ้างนะ... น้องอยากไปเยี่ยมเพื่อนจัง ยัยหนูลู่ซือโตขนาดไหนแล้วก็ไม่รู้” หลังจากรวบช้อนที่บ่งบอกถึงสิ้นสุดมื้ออาหารแล้ว เฉินลี่หลินจึงเอ่ยออกมา“ได้สิคะ พรุ่งนี้พี่จะพาไปเยี่ยมเพื่
หนึ่งปีต่อมาเฉินลี่จินได้ให้กำเนิดบุตรสาว หลังจากที่เฉินตงหยางหลานชายคนแรกของตระกูลอายุได้เก้าเดือน ตอนนี้ทายาทของตระกูลเฉินเติบโตขึ้นมาทุกวัน โดยเฉินตงหยางอายุหนึ่งขวบกำลังตั้งไข่ ส่วนแม่สาวน้อยอายุอ่อนกว่าพี่ชายไปสามเดือนกำลังอยู่ในวัยอ้อแอ้“ตงหยางครับ มาให้ป๊าหอมแก้มหน่อยเร็ว” เสียงทุ้มของเฉินเจียวจ้านเรียกขานบุตรชายตัวน้อย ร่างอวบอ้วนรีบคลานเข้ามาหาบิดาด้วยความคิดถึง“ปะ...ปะ...” เด็กน้อยขานคำที่ยังฟังไม่ชัดเจนออกมา แต่ก็พอจะเข้าใจว่าเด็กชายตัวน้อยเรียกบิดาของเขาเอง แขนล่ำกางออกเพื่อรอรับบุตรชายที่พยายามลุกขึ้นและจะเดินเข้ามาหาเขาแต่ก็ทำไม่สำเร็จ“ฮ่าๆๆ หลานปู่คนนี้มันกล้าหาญดี คลานไม่ทันใจใช่ไหมลูก” เฉินซือเยว่หัวเราะชอบใจออกมาเมื่อเห็นท่าท่าทางของหลานชายคนโต“นั่นน่ะสิคะ เรียกปะป๊าเป็นแล้วด้วย หลานของคุณย่าเก่งจังเลยครับ” เฉินซูฉีเอ่ยชมหลานชายขึ้นมาบ้าง“ลูกชายของป๊าเก่งที่สุด” เฉินเจียวจ้านเอ่ยชมบุตรชายก่อนที่จะกดจมูกโด่งลงบนแก้มยุ้ยๆ ของเฉินตงหยาง เด็กน้อยส่งเสียงหัวเราะชอบใจ“ม๊าไปไหนครับลูก”“มะ...มะ...” เด็กน้อยเรียกขานตามบิดา“ฮ่าๆๆๆ ห้ามพูดไม่สุภาพกันนะช่วงนี้หลานชายของ
คุณนายเล็กกับคุณชายน้อยพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงสามวันก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากแพทย์เจ้าของเคสให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ เฉินเจียวจ้านได้จัดห้องหับให้กับภรรยาสาวและลูกน้อยที่ชั้นล่างเพราะจะได้สะดวกไม่ต้องให้คุณแม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดบ้าน เฉินลี่หลินอดประทับใจในความใส่ใจของผู้เป็นสามีไม่ได้จึงให้รางวัลเขาโดยจุ๊บลงไปบนแก้มเนียนของสามีสุดหล่อ“ขอบคุณนะคะที่ใส่ใจ ไม่มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้” เฉินลี่หลินเอ่ยขอบคุณผู้เป็นสามีอีกครั้ง“เลิกพูดคำนี้กับพี่เถอะนะคะที่รัก ระหว่างเรามันไม่จำเป็นต้องมีคำนี้เลยค่ะ พี่รักลี่หลินกับลูกนะครับ”เฉินเจียวจ้านบอกภรรยาก่อนที่จะกดจมูกโด่งลงบนหน้าผากนวลของภรรยาและแก้มนุ่มคล้ายลูกซาลาเปาของบุตรชายตัวน้อยที่กำลังดูดนมแม่อยู่อย่างเอร็ดอร่อยคุณย่าและคุณยายอาสามาช่วยเลี้ยงหลานชายให้เพื่อที่สองสามีภรรยาจะได้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น และท่านทั้งสองก็ช่วยได้มากจริงๆ เพราะการที่ท่านทั้งสองมาช่วยอยู่ดูแลหลานทำให้มารดาอย่างเฉินลี่หลินมีเวลาพักผ่อน รับประทานอาหารและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาดอยู่เสมอ เรียกได้ว่าก่อนจะมีลูกเคยสวยอย่างไร คลอดลูกออกมาแล้วก็สวยงาม
หกเดือนต่อมาคุณนายเล็กตระกูลเฉินได้ให้กำเนิดทายาทคนแรกเป็นเด็กผู้ชายตัวขาวอวบ สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเป็นที่ปลาบปลื้มของตระกูลเฉินและตระกูลหวงเป็นอย่างมาก และมีข่าวดีอีกข่าวนั่นก็คือเฉินลี่จินพี่สาวของเฉินลี่หลินก็กำลังตั้งครรภ์ทายาทคนแรกของเธอและสามีเช่นกัน“โถๆๆ หลานชายของอาม่า เฉินตงหยาง” เสียงเรียกจากผู้เป็นย่าดังขึ้นหน้ากระจกห้องเด็กอ่อน“ตาหนูน่ารักน่าชังจริงๆ เลยนะคะคุณพี่” คุณยายแสดงความคิดเห็นขึ้นมาบ้าง“ใช่จ้ะ พี่ต้องขอบคุณเฟยเจินมากกว่าที่เลี้ยงดูลูกสาวทั้งสองคนมาเป็นอย่างดีจนทำให้ลูกชายทั้งสองของพี่ได้มีโอกาสเป็นคู่ชีวิตของเด็กทั้งสองคนและมีหลานๆ ที่น่ารักให้เราได้เชยชมในวันนี้” เฉินซูฉีจับมือของของหวงเฟยเจินขึ้นมาพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณ ผู้เป็นอากงทั้งสองต่างมองสองอาม่าและหลานชายคนแรกด้วยแววตายินดีห้องพักฟื้นร่างอวบอิ่มที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวจนผู้เป็นสามีรู้สึกได้ เฉินเจียวจ้านรีบลุกขึ้นก่อนที่จะเดินไปรินน้ำแล้วเอามาป้อนให้ภรรยาที่ถึงแม้จะเพิ่งคลอดลูกแต่ความสวยของเธอก็ยังคงปรากฏให้เห็น“เป็นยังไงบ้างคะที่รัก ยังเจ็บแผลอยู่ไหม” เฉินเจียวจ้านเอ่ยถา