“ดีจังค่ะ ถ้าอย่างนั้น ดิฉันมีข้อเสนอที่น่าสนใจให้คุณ คุณสนใจที่จะฟังข้อเสนอของดิฉันไหมคะ”
หวงลี่หลินเดินตรงเข้ามาใกล้ก่อนที่จะเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าที่สูงกว่าเธอน่าจะราวๆ สิบเซนติเมตรได้ ชายหนุ่มเลิกคิ้วเข้มขึ้นราวกับต้องการตั้งคำถามว่าข้อเสนอที่ว่าคืออะไร
“คือ...ดิฉันกำลังมองหาแฟนหลอกๆ เพื่อควงไปงานแต่งงานของเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่พอดีเจ้าสาวน่ะอยู่คนละกลุ่ม คือเรื่องของผู้หญิงๆ อะเนอะ คุณคงไม่อยากรู้เจาะลึกไปกว่านี้ใช่ไหม” ดวงตากลมโตของหวงลี่หลินเป็นประกายก่อนที่จะอธิบายความต้องการของเธอออกมา
“ครับ ถ้าอย่างนั้น ข้อเสนอของคุณคืออะไรหรือครับ” ชายหนุ่มแกล้งถามขึ้นอย่างสนใจทันที
“ตอนแรกฉันกะจะจ้างคุณให้มาเป็นแฟนหลอกๆ กับฉัน ก็ช่วงนี้ไปจนกว่าเพื่อนคนนั้นของฉันจะแต่งงาน ระยะเวลาก็ราวๆ หกเดือน” หวงลี่หลินรีบบอกข้อเสนอของเธอออกมาทันที ใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าพยักใบหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ
“แล้วตอนนี้ล่ะครับ จะไม่จ้างแล้วใช่ไหม” เขาถามเธอยิ้มๆ ซึ่งรอยยิ้มนั้นมันก็ทำให้หัวใจเธอนั้นสั่นไหวอีกแล้ว ‘อันตรายเกินไปไหมเนี่ยอีตาคนเนี้ย’ หวงลี่หลินคิดในใจ
“ก็... คุณบอกว่าคุณก็กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพาแฟนไปเจอครอบครัวอยู่ไม่ใช่หรอคะ ดิฉันก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่ามันก็ต้องใช้เวลาลากยาวไปนานหลายเดือนอยู่เหมือนกัน ถ้าคุณจะบอกว่าเลิกกับแฟนที่คุณควงไปแนะนำให้ทางบ้านได้รู้จักแล้ว หรือว่าคุณอยากจะได้แฟนตัวจริงไปเปิดตัวกับครอบครัวล่ะ ถ้าแบบนั้นดิฉันก็คิดว่าเราคงไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกันอีก แต่ถ้าคุณต้องการแฟนหลอกๆ เราสองคนก็ถือว่าต่างคนต่างได้ช่วยเหลือกันแฟร์ๆ” หญิงสาวอธิบายออกมาอย่างยืดยาวอีกครั้ง ซึ่งคนฟังก็ได้แต่พยักหน้าขึ้นลงอย่างเห็นด้วย
“สรุปคือ คุณจะให้ผมมาเป็นแฟนหลอกๆ ของคุณจนกว่างานแต่งงานของเพื่อนคุณจะผ่านไป ส่วนคุณก็จะมาเป็นแฟนหลอกๆ ให้กับผมจนกว่าจะได้เวลาที่คิดว่านานพอที่ครอบครัวจะไม่ว่าถ้าผมเลิกกับแฟนใช่ไหมครับ” เฉินเจียวจ้านเอ่ยถามออกมา สาวสวยตรงหน้าฉีกยิ้มหวานให้เป็นคำตอบ
“เป็นความคิดที่ดีครับ แต่ผมว่ายังไงคืนนี้เราก็ต้องมาทำความรู้จักกันก่อนใช่ไหมครับ การที่จะมาเป็นแฟนกันไม่ว่าหลอกหรือจริงอย่างน้อยเราก็ต้องรู้จักประวัติความเป็นมาและนิสัยใจคอของกันและกันก่อน” ชายหนุ่มคล้อยตาม ก่อนที่จะเสนอความคิดที่ว่าให้เขาและเธอได้ทำความรู้จักกันก่อน หวงลี่หลินก็เห็นด้วยเช่นกัน
“แล้วนี่คุณมาเที่ยวกับเพื่อนหรอคะ พอดีดิฉันมากับเพื่อนๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะVIP3 ถ้าคุณเสร็จธุระแล้วก็ไปนั่งคุยกันต่อที่โต๊ะได้ค่ะ เพื่อนของดิฉันก็รู้เห็นเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็เลยไม่มีเหตุที่จะต้องปิดบังพวกเธอ”
หวงลี่หลินบอกก่อนที่จะเดินจากไปเมื่อเขาตอบตกลง สายตาคมของหนุ่มผมยาวมองตามร่างบางระหงสุดเซ็กซี่ที่เพิ่งเดินจากไปอย่างสนใจ
‘เธอดูน่าค้นหากว่าที่คิด และงานนี้คงจะสนุกอยู่ไม่น้อย’ ชายหนุ่มคิดในใจ เฉินเจียวจ้านหันหลังเดินกลับไปเข้าห้องน้ำทันทีพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
“ตกชักโครกมาหรอยะ ไปซะนานเชียว หรือไปเจอใครทำอะไรมิดีมิร้ายมา” เยว่หรูเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เพื่อนสนิทสาวอีกคนกลับมาจากห้องน้ำและเพิ่งจะนั่งลงบนโซฟานุ่มข้างๆ เธอ
“โอ๊ย!!! ยูโด เทควันโดสายดำอย่างยัยลี่หลินใครจะมาทำอะไรนางได้” อ้ายฉิงเอ่ยขัดเยว่หรูขึ้นทันที ก็เพื่อนคนนี้ของพวกเธอนั้นเป็นอดีตนักกีฬายูโด เทควันโดของมหาวิทยาลัย
“ฉันว่าแล้ว ว่าพวกเธอต้องคิดแบบนี้คิกๆๆ ฉันไปตกเบ็ดได้ปลาตัวใหญ่มาย่ะ ว่าแต่พวกเธอนั่งอยู่นี่ตั้งนานได้ปลากันสักตัวบ้างยัง” คำตอบของลี่หลินทำเอาสองสาวตาโต ก่อนที่จะมองหาคนที่เพื่อนสาวบอก
“เป็นไง หล่อไหม ลูกชายตระกูลไหน แล้วรวยหรือเปล่า” เยว่หรูเอ่ยถามขึ้นมาทันทีอย่างตื่นเต้น
“เดี๋ยวเขาก็มาให้สัมภาษณ์ แต่พวกเธออย่าลืมนะ ว่าห้ามบอกเขาว่าฉันมาจากตระกูลไหน บอกแค่ว่าเป็นนักเขียนอิสระพอมีพอกินก็พอแล้ว” ลี่หลินรีบบอกเพราะกลัวผู้ชายที่เข้ามาจะรู้ว่าเธอเป็นทายาทลำดับที่สองของตระกูลแล้วจะไม่ยอมจบข้อเสนอแฟนหลอกๆ กับเธอ
“ย่ะ!!! พวกฉันรู้อยู่หรอกน่า เธอนี่ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเนอะลี่หลิน ยิ่งถ้าเพื่อนทุกคนรู้สถานะที่แท้จริงของเธอ คงจะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาดูถูกเธอหรอก”
อ้ายฉิงอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ ก็เพื่อนสาวทายาทมหาเศรษฐีคนนี้ของเธอแกล้งเป็นคนไม่มีอันจะกินมาตั้งแต่เรียนสมัยมหาวิทยาลัย เลยมีแค่พวกเธอสองคนที่ไม่ได้ยึดติดกับฐานะเงินทองที่คบหาด้วย จนลี่หลินมาเฉลยฐานะที่แท้จริงกับพวกเธอสองคนก็ตอนที่คบกันมาได้เป็นปีแล้วนั่นแหละ
วันต่อมาข่าวการมีทายาทอีกคนล่วงรู้ไปถึงหูของคุณปู่คุณย่าคุณตาและคุณยาย รวมไปถึงคุณลุงกับคุณป้า สร้างความยินดีให้กับสองตระกูลเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ที่บ้านของเฉินเจียวจ้านและเฉินลี่หลินจึงมีแขกมาเยือนกันพร้อมหน้าพร้อมตา“ป๊าดีใจด้วยนะเจียวจ้าน ลี่หลิน”“ม๊าก็ดีใจด้วยนะ ว่าแต่ท้องนี้ลูกสาวหรือลูกชายล่ะลูก” เฉินซูฉีเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง“ยังไม่รู้เลยค่ะม๊า หนูยังไม่ได้ไปฝากท้องเลยค่ะ กะว่าจะไปวันพรุ่งนี้” ว่าที่คุณแม่ลูกสองตอบมารดาของสามี“ม๊าว่าต้องผู้หญิงแน่ๆเลยลูก หนูแพ้ไหมช่วงนี้” มารดาของว่าที่คุณแม่ลูกสองเป็นฝ่ายเอ่ยถามออกมาบ้าง“ไม่เลยค่ะม๊า.... ไม่แพ้เหมือนตอนมีตาหนู” เฉินลี่หลินตอบพร้อมรอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่แสดงออกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวดังขึ้น เด็กน้อยทั้งสองต่างนั่งคุยกันแบบไม่รู้ความ แต่ก็ดูน่าจะคุยกันรู้เรื่องเพราะมีเสียงอ้อแอ้ดังสลับกันขึ้นมาตลอด“ดีใจด้วยนะไอ้น้องชาย สมหวังแล้วสิ”เฉินเจียงข่านเอ่ยแสดงความยินดีกับน้องชายหลังจากที่เดินออกไปนั่งคุยกันริมระเบียงทิ้งให้ผู้ใหญ่ทั้งสี่และภรรยาของทั้งคู่ได้พูดคุยกัน“ขอบคุณครับพี่ ผมไม่เคยคิดภาพครอบครัวแบบนี้ในหัวมาก่อนเลย ผ
วันต่อมาวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานหนึ่งปีของทั้งคู่ เฉินลี่หลินเตรียมเซอร์ไพร้ส์ไว้ให้สามีที่ยังคงไปทำงานเพราะวันนี้มีประชุม เฉินตงหยางถูกจับอาบน้ำแต่งตัวหล่อเหลาด้วยชุดสูทสำหรับเด็กชาย ส่วนคุณแม่คนสวยก็แต่งตัวสวยสมกับวัย เฉินลี่หลินนัดสามีรับประทานอาหารนอกบ้าน และเขาก็จำได้ดีว่าเนื่องในโอกาสพิเศษอะไร“ท่านประธานครับ วันนี้ดูท่านอมยิ้มมีความสุขทั้งวันเลยนะครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยทักเจ้านายหนุ่มขึ้นมาตอนนี้เฉินเจียวจ้านได้ขึ้นนั่งตำแหน่งประธานกรรมการของบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์สาขาที่เขาเคยรับตำแหน่งเป็นรองประธานเรียบร้อยแล้ว เพราะพี่ชายของเขามีงานล้นมือเขาจึงต้องรับช่วงต่อในบางแห่งเพื่อแบ่งเบาภาระของตระกูล“วันนี้วันสำคัญน่ะ” ประธานหนุ่มบอกเลขาส่วนตัวก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องประชุมการประชุมงานสำคัญของวันนี้กินเวลาไปถึงครึ่งวัน แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับท่านประธานที่มีนัดกับภรรยาและบุตรชายในตอนเย็นที่ร้านอาหารสุดหรูใจกลางเมืองเอ เขาตื่นเต้นและรอคอยของขวัญที่ภรรยาบอกว่าจะมีเซอร์ไพร้ส์ให้อยู่ไม่น้อยตกเย็นรถครอบครัวของตระกูลเฉินซึ่งประกอบด้วยคุณนายเฉินลี่หลินและคุณชายน้อยเฉินตงหยางถูกขับเคลื
“อ้ำ.....อร่อยใช่ไหมลูก ทานเยอะๆ น๊า....จะได้โตเร็วๆ เก่งจังเลย ลูกป๊าทานข้าวได้น่าอร่อยที่สุด....อ้า......อ้ามมม....” เสียงทุ้มบอกบุตรชาย“หม่ำๆ .....หม่ำๆ ......” เฉินตงหยางรู้ดีว่าบิดาเอ่ยชม เด็กชายตัวอวบเลยอ้าปากเอาอ้าปากเอาจนมารดาป้อนไม่ทัน“ค่อยๆ ทานนะคะลูก เดี๋ยวกลืนไม่ทันนะ”เมื่อโดนมารดาปราม เด็กชายจึงคลานไปนั่งบนตักของผู้เป็นบิดาราวกับว่าต้องการให้เขาปกป้อง เฉินลี่หลินถึงกับส่ายหน้าไปมาให้กับบุตรชายที่ดูเหมือนจะเป็นลูกป๊ามากกว่าลูกม๊า“พรุ่งนี้วันหยุดพี่ พี่จะพาลูกกับที่รักไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้านะคะ เราไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันมานานแล้ว” เสียงทุ้มบอกภรรยาหลังจากที่บุตรชายรับประทานอาหารเย็นเสร็จ“ดีเหมือนกันค่ะ มีหลายอย่างเลยที่น้องอยากจะไปดูให้ลูก” เสียงหวานบอกก่อนที่จะยกชามข้าวของบุตรชายไปเก็บที่ครัวแล้วเดินกลับมาชวนสามีให้ไปรับประทานอาหารโดยเรียกพี่เลี้ยงเด็กให้มาดูแลบุตรชายแทน“คุณนายลู่เป็นยังไงบ้างนะ... น้องอยากไปเยี่ยมเพื่อนจัง ยัยหนูลู่ซือโตขนาดไหนแล้วก็ไม่รู้” หลังจากรวบช้อนที่บ่งบอกถึงสิ้นสุดมื้ออาหารแล้ว เฉินลี่หลินจึงเอ่ยออกมา“ได้สิคะ พรุ่งนี้พี่จะพาไปเยี่ยมเพื่
หนึ่งปีต่อมาเฉินลี่จินได้ให้กำเนิดบุตรสาว หลังจากที่เฉินตงหยางหลานชายคนแรกของตระกูลอายุได้เก้าเดือน ตอนนี้ทายาทของตระกูลเฉินเติบโตขึ้นมาทุกวัน โดยเฉินตงหยางอายุหนึ่งขวบกำลังตั้งไข่ ส่วนแม่สาวน้อยอายุอ่อนกว่าพี่ชายไปสามเดือนกำลังอยู่ในวัยอ้อแอ้“ตงหยางครับ มาให้ป๊าหอมแก้มหน่อยเร็ว” เสียงทุ้มของเฉินเจียวจ้านเรียกขานบุตรชายตัวน้อย ร่างอวบอ้วนรีบคลานเข้ามาหาบิดาด้วยความคิดถึง“ปะ...ปะ...” เด็กน้อยขานคำที่ยังฟังไม่ชัดเจนออกมา แต่ก็พอจะเข้าใจว่าเด็กชายตัวน้อยเรียกบิดาของเขาเอง แขนล่ำกางออกเพื่อรอรับบุตรชายที่พยายามลุกขึ้นและจะเดินเข้ามาหาเขาแต่ก็ทำไม่สำเร็จ“ฮ่าๆๆ หลานปู่คนนี้มันกล้าหาญดี คลานไม่ทันใจใช่ไหมลูก” เฉินซือเยว่หัวเราะชอบใจออกมาเมื่อเห็นท่าท่าทางของหลานชายคนโต“นั่นน่ะสิคะ เรียกปะป๊าเป็นแล้วด้วย หลานของคุณย่าเก่งจังเลยครับ” เฉินซูฉีเอ่ยชมหลานชายขึ้นมาบ้าง“ลูกชายของป๊าเก่งที่สุด” เฉินเจียวจ้านเอ่ยชมบุตรชายก่อนที่จะกดจมูกโด่งลงบนแก้มยุ้ยๆ ของเฉินตงหยาง เด็กน้อยส่งเสียงหัวเราะชอบใจ“ม๊าไปไหนครับลูก”“มะ...มะ...” เด็กน้อยเรียกขานตามบิดา“ฮ่าๆๆๆ ห้ามพูดไม่สุภาพกันนะช่วงนี้หลานชายของ
คุณนายเล็กกับคุณชายน้อยพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงสามวันก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากแพทย์เจ้าของเคสให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ เฉินเจียวจ้านได้จัดห้องหับให้กับภรรยาสาวและลูกน้อยที่ชั้นล่างเพราะจะได้สะดวกไม่ต้องให้คุณแม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดบ้าน เฉินลี่หลินอดประทับใจในความใส่ใจของผู้เป็นสามีไม่ได้จึงให้รางวัลเขาโดยจุ๊บลงไปบนแก้มเนียนของสามีสุดหล่อ“ขอบคุณนะคะที่ใส่ใจ ไม่มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้” เฉินลี่หลินเอ่ยขอบคุณผู้เป็นสามีอีกครั้ง“เลิกพูดคำนี้กับพี่เถอะนะคะที่รัก ระหว่างเรามันไม่จำเป็นต้องมีคำนี้เลยค่ะ พี่รักลี่หลินกับลูกนะครับ”เฉินเจียวจ้านบอกภรรยาก่อนที่จะกดจมูกโด่งลงบนหน้าผากนวลของภรรยาและแก้มนุ่มคล้ายลูกซาลาเปาของบุตรชายตัวน้อยที่กำลังดูดนมแม่อยู่อย่างเอร็ดอร่อยคุณย่าและคุณยายอาสามาช่วยเลี้ยงหลานชายให้เพื่อที่สองสามีภรรยาจะได้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น และท่านทั้งสองก็ช่วยได้มากจริงๆ เพราะการที่ท่านทั้งสองมาช่วยอยู่ดูแลหลานทำให้มารดาอย่างเฉินลี่หลินมีเวลาพักผ่อน รับประทานอาหารและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาดอยู่เสมอ เรียกได้ว่าก่อนจะมีลูกเคยสวยอย่างไร คลอดลูกออกมาแล้วก็สวยงาม
หกเดือนต่อมาคุณนายเล็กตระกูลเฉินได้ให้กำเนิดทายาทคนแรกเป็นเด็กผู้ชายตัวขาวอวบ สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเป็นที่ปลาบปลื้มของตระกูลเฉินและตระกูลหวงเป็นอย่างมาก และมีข่าวดีอีกข่าวนั่นก็คือเฉินลี่จินพี่สาวของเฉินลี่หลินก็กำลังตั้งครรภ์ทายาทคนแรกของเธอและสามีเช่นกัน“โถๆๆ หลานชายของอาม่า เฉินตงหยาง” เสียงเรียกจากผู้เป็นย่าดังขึ้นหน้ากระจกห้องเด็กอ่อน“ตาหนูน่ารักน่าชังจริงๆ เลยนะคะคุณพี่” คุณยายแสดงความคิดเห็นขึ้นมาบ้าง“ใช่จ้ะ พี่ต้องขอบคุณเฟยเจินมากกว่าที่เลี้ยงดูลูกสาวทั้งสองคนมาเป็นอย่างดีจนทำให้ลูกชายทั้งสองของพี่ได้มีโอกาสเป็นคู่ชีวิตของเด็กทั้งสองคนและมีหลานๆ ที่น่ารักให้เราได้เชยชมในวันนี้” เฉินซูฉีจับมือของของหวงเฟยเจินขึ้นมาพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณ ผู้เป็นอากงทั้งสองต่างมองสองอาม่าและหลานชายคนแรกด้วยแววตายินดีห้องพักฟื้นร่างอวบอิ่มที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวจนผู้เป็นสามีรู้สึกได้ เฉินเจียวจ้านรีบลุกขึ้นก่อนที่จะเดินไปรินน้ำแล้วเอามาป้อนให้ภรรยาที่ถึงแม้จะเพิ่งคลอดลูกแต่ความสวยของเธอก็ยังคงปรากฏให้เห็น“เป็นยังไงบ้างคะที่รัก ยังเจ็บแผลอยู่ไหม” เฉินเจียวจ้านเอ่ยถา