LOGINหลังจากวันนั้น ชีวิตของรินรดาและอาทิตย์ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความจริงที่ไม่เคยเรียบง่ายอย่างที่หวังไว้เลย
แม้ศาลจะมีคำตัดสินที่เบาลง แต่คดีของอาทิตย์ยังไม่จบโดยสมบูรณ์ เขายังคงต้องรายงานตัวเป็นระยะ และยังมีชื่อของเขาในแฟ้มประวัติที่ไม่อาจลบออกไปได้ง่าย ๆ ในสายตาของบางคน เขายังเป็น “ผู้ชายที่มีอดีต” แต่ในสายตาของรินรดา เขายังเป็นคนเดิม…คนที่เธอเลือกแล้ว เช้าวันหนึ่งที่กรุงเทพฯ แดดจัดผิดปกติ อาทิตย์นั่งอยู่ริมระเบียงคอนโด มองแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเอื่อยเหมือนไม่เคยสนใจความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เขาถือแก้วกาแฟไว้ในมือ แต่แทบไม่ได้ดื่ม รินรดาเดินออกมาจากห้องนอน สวมเสื้อเชิ้ตตัวหลวม ผมยังเปียกจากการอาบน้ำ “ไม่ได้นอนอีกแล้วเหรอ” เธอถามเบา ๆ อาทิตย์ยิ้มบาง ๆ “นอนแล้ว…แค่ไม่นาน” เธอไม่พูดอะไรต่อ เพียงเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เขา ก่อนจะเอนหัวลงบนไหล่กว้างนั้นอย่างเงียบ ๆ ความเงียบระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่ความอึดอัดอีกต่อไป แต่มันคือความคุ้นเคยของคนที่ผ่านทั้งน้ำตาและความเจ็บปวดมาด้วยกัน “ริน” เขาเรียกชื่อเธอช้า ๆ “คะ” “ถ้าวันหนึ่งพี่กลับไปเป็นคนเดิม…ที่แย่กว่าเดิมล่ะ” เธอเงียบไปนาน ก่อนตอบเรียบ ๆ “หนูจะเหนื่อยอีกครั้ง…แต่คงยังไม่ปล่อยมือทันที” อาทิตย์หัวเราะเบา ๆ เหมือนเจ็บอยู่ในลำคอ “โคตรใจร้ายเลยนะ” “เพราะพี่ทำให้หนูไม่กล้าเชื่อว่าความรักมันง่ายตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก” คำตอบนั้นทำให้เขานิ่งไป ลมพัดผ่านระเบียงเบา ๆ เมืองข้างล่างยังคงเคลื่อนไหวเหมือนเดิม ไม่มีอะไรหยุดลงเพื่อใครทั้งนั้น แต่สำหรับสองคนนี้ เวลาบางช่วง…มันหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้ หลายสัปดาห์ต่อมา รินรดากลับไปทำงานหนักขึ้น เธอเริ่มรับโปรเจกต์ใหม่ในบริษัท และพยายามสร้างชีวิตที่มั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือ “สายตาของเธอ” จากผู้หญิงที่เคยเหมือนหลงทาง ตอนนี้เธอเริ่มมองโลกอย่างนิ่งขึ้น และในทุกคืนที่กลับถึงคอนโด เธอมักจะเห็นอาทิตย์นั่งอยู่ที่เดิม ไม่ก็ยืนมองวิวเมืองอย่างเงียบ ๆ เหมือนเขายังไม่แน่ใจว่าโลกภายนอก “เป็นของเขาจริงหรือยัง” คืนหนึ่ง ฝนตกหนักเหมือนวันเก่า ๆ อาทิตย์ยืนสูบบุหรี่อยู่ริมระเบียง เสียงฝนกระทบกระจกดังเป็นจังหวะ รินรดาเดินเข้ามาเงียบ ๆ “พี่” เขาหันมามอง “หนูมีอะไรจะถาม” “ถามสิ” เธอสูดลมหายใจลึก “พี่เคยคิดไหม ว่าถ้าวันนั้นพี่ไม่เข้าไปแทนใคร พี่อาจจะไม่ต้องเจอหนูเลย” อาทิตย์นิ่งไปนานมาก ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว “พี่เคยคิด…ทุกวัน” หัวใจเธอเหมือนถูกบีบเบา ๆ “แล้วพี่เสียดายไหม” เขาหันไปมองฝนที่ตกลงมาแทนคำตอบ ก่อนจะพูดช้า ๆ “พี่เสียดายทุกอย่าง…ยกเว้นการได้รู้จักเรา” รินรดาเม้มปากแน่น น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “มันฟังดูเห็นแก่ตัวนะ” “พี่ก็เป็นคนแบบนั้นแหละ” เขายิ้มบาง ๆ “แต่พี่เลือกเราจริง ๆ ในทุกวันที่พี่มีโอกาสเลือก” เธอเดินเข้าไปใกล้ แล้วกอดเขาจากด้านหน้า แรงกอดนั้นไม่ได้แน่นเหมือนวันที่เขาออกจากคุก แต่มันนิ่ง…และมั่นคงกว่าเดิม เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน คดีของอาทิตย์ปิดลงอย่างเป็นทางการ ชื่อของเขาค่อย ๆ หายไปจากข่าว ชีวิตเริ่มกลับเข้าสู่ความเงียบสงบที่แปลกประหลาด วันหนึ่ง เฮียภพโทรมาหารินรดา “พี่อาทิตย์จะไปต่างจังหวัดสักพัก” “ไปทำอะไรคะ” “ไปเริ่มต้นใหม่…แบบที่ไม่มีคดี ไม่มีอดีตตาม” รินรดานิ่งไป คืนนั้นเธอไม่ได้นอนทั้งคืน เช้าวันที่อาทิตย์จะเดินทาง เขายืนถือกระเป๋าใบเล็กอยู่หน้าประตูคอนโด ไม่มีฉากดราม่า ไม่มีคำร่ำลาใหญ่โต มีเพียงความเงียบที่ทั้งคู่เข้าใจตรงกัน “ไปกี่วันคะ” เธอถาม “ไม่รู้” เขาตอบตรง ๆ รินรดาพยักหน้าเบา ๆ “หนูจะรอไหม” อาทิตย์มองเธออยู่นานมาก เหมือนกำลังเลือกคำตอบที่ไม่ทำร้ายใคร “อย่ารอแบบที่ต้องเจ็บนะ” เธอหัวเราะเบา ๆ น้ำตาคลอ “พี่ก็ยังพูดเหมือนเดิมเลย” เขายิ้ม “พี่ไม่เคยเก่งเรื่องทำให้ใครไม่เจ็บอยู่แล้ว” เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่อาทิตย์จะยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอเบา ๆ เหมือนครั้งแรกที่เจอกัน “ถ้าวันหนึ่งเราเหนื่อย…ก็ยังกลับมาเจอพี่ได้นะ” “แล้วถ้าพี่ไม่อยู่ล่ะ” เขาหัวเราะเบา ๆ “งั้นก็แปลว่าพี่กำลังพยายามเป็นคนที่ดีขึ้นอยู่” คำพูดนั้นทำให้เธอยิ้มทั้งน้ำตา รถของอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนออกไปจากคอนโด รินรดายืนมองจนลับสายตา ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ หรือจะกลับมาหรือไม่เลย แต่ครั้งนี้…เธอไม่รู้สึกเหมือนถูกทิ้ง แค่รู้สึกว่า “เขากำลังเดินไปในทางของตัวเอง” และเธอก็เช่นกัน หลายปีต่อมา กรุงเทพฯ ยังคงเหมือนเดิม แสงไฟยามค่ำคืนยังสวยงาม รถยังติด ฝนยังตกเหมือนเคย แต่รินรดาในวัยที่โตขึ้นกว่านั้นมาก นั่งอยู่ในร้านกาแฟริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดสมุดบันทึกสีดำเล่มเดิม หน้าสุดท้ายของมันถูกเขียนไว้ว่า “ฉันเคยรักผู้ชายคนหนึ่ง…ที่ทำให้ฉันร้องไห้มากที่สุด และก็ทำให้ฉันเติบโตมากที่สุดเช่นกัน” เธอปิดสมุดลงช้า ๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ผู้คนยังเดินผ่านไปมาเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองหลงทางอีกแล้ว เพราะบางความรัก…ไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดไป แค่เคยเกิดขึ้นจริง และเปลี่ยนเราให้เป็นเราในวันนี้ ก็เพียงพอแล้ว และที่มุมหนึ่งของเมืองใหญ่ อาจมีใครบางคนกำลังมองท้องฟ้าเหมือนกัน โดยที่ไม่รู้เลยว่า…ยังมีอีกคนหนึ่งกำลังคิดถึงเขาอยู่เงียบ ๆ เหมือนกันคืนนั้นกรุงเทพฯ มีฝนตกปรอย ๆ เหมือนตั้งใจจะทำให้ความทรงจำบางอย่างกลับมาชัดขึ้นกว่าทุกวัน รินรดานั่งอยู่ริมหน้าต่างในคอนโดเดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอไม่ได้รู้สึกว่างเปล่าแบบเมื่อก่อน หากแต่เป็นความเงียบที่ “อยู่ร่วมได้” โทรศัพท์สั่นเบา ๆ หน้าจอสว่างขึ้นเป็นชื่อที่ไม่คาดคิดมานาน “เฮียภพ” “ริน…พี่อาทิตย์กลับมาแล้วนะ” เธอนิ่งไปทั้งที่หัวใจเหมือนหยุดเต้น “กลับมา…ที่ไหนคะ” ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบเสียงแผ่ว “กลับมาที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้มาหาเรา” คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้เจ็บเหมือนเมื่อก่อน แต่มันกลับทำให้เธอ “นิ่ง” อย่างประหลาด เช้าวันต่อมา เธอเดินผ่านสะพานลอยเดิมที่เคยใช้เดินไปทำงาน และบังเอิญเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ไกล ๆ ด้านล่างของถนน เสื้อเชิ้ตสีเดิม ท่าทางคุ้นเคย แม้จะไกลจนมองไม่ชัด อาทิตย์ไม่ได้หันมา ไม่ได้เรียกชื่อเธอ เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนกำลังเรียนรู้เมืองนี้อีกครั้งในฐานะคนแปลกหน้า
หลังจากวันนั้น ชีวิตของรินรดาและอาทิตย์ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความจริงที่ไม่เคยเรียบง่ายอย่างที่หวังไว้เลย แม้ศาลจะมีคำตัดสินที่เบาลง แต่คดีของอาทิตย์ยังไม่จบโดยสมบูรณ์ เขายังคงต้องรายงานตัวเป็นระยะ และยังมีชื่อของเขาในแฟ้มประวัติที่ไม่อาจลบออกไปได้ง่าย ๆ ในสายตาของบางคน เขายังเป็น “ผู้ชายที่มีอดีต” แต่ในสายตาของรินรดา เขายังเป็นคนเดิม…คนที่เธอเลือกแล้ว เช้าวันหนึ่งที่กรุงเทพฯ แดดจัดผิดปกติ อาทิตย์นั่งอยู่ริมระเบียงคอนโด มองแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเอื่อยเหมือนไม่เคยสนใจความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เขาถือแก้วกาแฟไว้ในมือ แต่แทบไม่ได้ดื่ม รินรดาเดินออกมาจากห้องนอน สวมเสื้อเชิ้ตตัวหลวม ผมยังเปียกจากการอาบน้ำ “ไม่ได้นอนอีกแล้วเหรอ” เธอถามเบา ๆ อาทิตย์ยิ้มบาง ๆ “นอนแล้ว…แค่ไม่นาน” เธอไม่พูดอะไรต่อ เพียงเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เขา ก่อนจะเอนหัวลงบนไหล่กว้างนั้นอย่างเงียบ ๆ ความเงียบระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่ความอึดอัดอี
สามวันต่อมา เธอไปเยี่ยมอาทิตย์อีกครั้ง เรือนจำในวันที่ฝนตกดูหม่นหมองกว่าทุกครั้ง อาทิตย์ผอมลงมาก แต่ยังยิ้มทันทีที่เห็นเธอ “คิดถึงจัง” “พี่โกหกหนูอีกหรือเปล่า” เขาชะงัก “เรื่องอะไร” “เรื่องผู้หญิงคนนั้น” อาทิตย์ถอนหายใจ “พี่ไม่ได้อยากปิดบัง” “แต่พี่ก็ปิด” “พี่ไม่อยากให้เราคิดมาก” รินรดาหัวเราะทั้งน้ำตา “หนูควรชินใช่ไหมคะ” เขามองเธอนิ่งผ่านกระจก สายตาคู่นั้นยังอบอุ่นจนเธอเกลียดตัวเองที่ยังรักเขาไม่ลง “ขอโทษนะคนดี” “พี่เคยรักหนูจริงไหม” อาทิตย์ยิ้มจาง ๆ “ถ้าไม่รัก พี่คงไม่เจ็บเวลาทำเราเสียใจ” เวลาสิบ นาทีผ่านไปเร็วเสมอ ก่อนกลับ เขายกมือแตะกระจกเบา ๆ รินรดายกมือแตะตาม แม้ไม่สามารถสัมผัสกันได้จริง ๆ แต่เพียงแค่นั้น หัวใจเธอก็สั่นไหวจนแทบทนไม่ไหว หลังวันนั้น รินรดาเริ่มฝันถึงอดีตบ่อยขึ้น คืนแรกที่เธอกับอาทิตย์จูบกัน คืนที่
ณ ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ดินแดนที่ไม่เคยเงียบสำหรับใครหลายๆ คน ในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ถนนเปียกฝนสะท้อนเงาตึกสูงจนเหมือนโลกทั้งใบกำลังลอยอยู่บนผิวน้ำ ผู้คนมากมายเดินสวนกันผ่านหน้าห้างหรูใจกลางเมือง บางคนหัวเราะ บางคนกอดคนรัก บางคนรีบเดินกลับบ้านหลังเลิกงาน ชีวิตของทุกคนดูเร่งรีบและเต็มไปด้วยจุดหมาย ต่างจาก “รินรดา” หญิงสาววัยสามสิบหกปีที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนบริเวณโถงกลางของห้างด้วยสายตาว่างเปล่า เธอสวมเดรสสีครีมเรียบหรู ผมยาวสลวยปล่อยลงบนบ่า ใบหน้าสวยในแบบของผู้หญิงที่ผ่านความเจ็บปวดมามากพอจะยิ้มได้ทั้งที่หัวใจกำลังพัง ฝนกำลังตกหนักด้านนอก รินรดาก้มมองสมุดบันทึกสีดำในมือ ก่อนค่อย ๆ เปิดมันออกช้า ๆ หน้ากระดาษเต็มไปด้วยลายมือของเธอ ทุกหน้าเขียนถึงผู้ชายคนเดิม ผู้ชายที่ตอนนี้อยู่ในเรือนจำ “วันนี้ฝนตกอีกแล้วนะ







