Masuk“หึ... ครับ ผมบ้า” อันดายอมรับคำต่อว่าของหญิงสาวอย่างว่าง่าย พร้อมกับยกยิ้มมุมปากด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมเข้มทอดมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงระเรื่อ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปคลอเคลียบริเวณเนินอกอวบอิ่มของเธออีกครั้ง "อึก... คะ... คุณ..." ส่วนมินตราพึมพำในลำคอได้เพียงแค่แผ่วเบาก็เผลอกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนปลายนิ้วเรียวซีดขาว ร่างบางเกร็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนผิวกาย ความรู้สึกวูบวาบแล่นผ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องหลับตาพริ้มพร้อมกับเม้มริมฝีปากบางเข้าหากันแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอยู่ภายในอก ขณะที่ความคิดมากมายยังคงตีกันวุ่นวายจนหาคำตอบไม่ได้ เธอทั้งขุ่นเคือง ทั้งสับสน และไม่เข้าใจเลยว่าเพราะอะไรความรู้สึกของตัวเองถึงได้ยุ่งเหยิงกันไปหมดแบบนี้ ฟ่อด... คนตัวโตสูดดมกลิ่นหอมของคนใต้ร่างเข้าไปฟอดใหญ่ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กอีกครั้ง แล้วเขาก็ยกมือขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกอยู่ข้างแก้มของเธอออกอย่างแผ่วเบา สายตาคมเข้มจับจ้องใบหน้าหวานราวกับต้องการจดจำทุกความรู้สึกไว้ให้มากที่สุด อันดายอมรับกับตัวเองอย่างไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่าน
“ที่ผมทำไปทุกอย่างก็เพราะว่าผมรู้ว่าผมเมา... ไม่สิ จะบอกว่าเมาก็ไม่ใช่” ชายหนุ่มหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามเรียบเรียงคำพูดของตัวเองเสียใหม่ “ผมรู้ตัวดีว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ แต่ว่าผมห้ามใจตัวเองไม่ได้จริง ๆ ผมขอโทษ” “คุณไม่ต้องพูดแล้ว!” มินตรารีบพูดแทรกขึ้นมาทันที ก่อนจะเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ใบหน้าหวานบึ้งตึงจนเห็นได้ชัด เธอเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ยอมสบตากับคนตัวโตที่กำลังมองมา ขณะที่อันดากลับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้เสียจนแทบจะชิดติดกับใบหน้าของเธออยู่แล้ว “ต้องพูดสิ ในเมื่อถ้าผมไม่พูด คุณหมอก็เอาแต่โวยวายจะกลับบ้านอย่างเดียว” “แล้วใครใช้ให้คุณมาทำร้ายฉันก่อนล่ะ!” มินตราหันขวับกลับมามองเขาทันที ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “ผมไม่ได้ทำร้าย ผมแค่ปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเอง แล้วก็ทำให้คุณหมอมีความสุขไปด้วย” อันดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน ราวกับยังไม่เข้าใจเลยว่าคำพูดของตัวเองกำลังทำให้หญิงสาวรู้สึกแย่มากเพียงใด “คนบ้า! พูดอะไรน่าเกลียด! ใครมีความสุขกับคุณ!” “ก็คุณหมอไง เมื่อกี้คุณหมอยังครางเสียวอยู่เลย” สิ้นคำพูดนั้น ใบหน้าหวานของมินตราก็แดงระเรื่อขึ้นมาท
“ให้ผมช่วยนะครับ” อันดารีบเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังยืนตัวสั่นและมีสีหน้าเจ็บปวด เขาขยับเท้าเข้าไปหาโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับยื่นมือออกไปหมายจะช่วยประคอง “ไม่ต้อง! ฉันเดินเองได้!” มินตรารีบปฏิเสธทันทีก่อนจะถอยหลังหนีเขาอย่างลืมตัว ทว่าด้วยความที่เธอยังเจ็บระบมอยู่ การขยับตัวด้วยความเร็วจึงทำให้เสียการทรงตัวได้ง่ายกว่าปกติ ขาเรียวถอยไปชนเข้ากับขอบเตียงโดยไม่ทันระวัง ซ้ำร้ายฝ่าเท้าข้างหนึ่งยังเหยียบลงบนชายผ้าห่มที่พันรอบตัวเอาไว้ ทำให้ร่างเล็กเสียหลักหงายหลังลงบนที่นอนอย่างแรง พรึ่บ! “วะ... ว้าย!!” ปึก! “คุณหมอ!” อันดาร้องเรียกด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปหา แต่เมื่อเห็นหญิงสาวสะดุ้งและยกมือขึ้นป้องกันตัวเองเขาก็ชะงักฝีเท้าทันที “อย่าเข้ามานะ!” มินตราตะโกนออกมาทั้งน้ำตา มือเล็กรีบกระชับผ้าห่มที่เกือบหลุดออกจากร่างกายเอาไว้แน่น “แต่คุณกำลังล้มนะ จะดื้อไปถึงไหน” "ออกไปไอ้คนบ้า!!" "โอเคร ๆ" ชายหนุ่มรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาจะไม่แตะต้องตัวเธอ ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังออกไป “แต่คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ เมื่อกี้ล้ม
“คุณหมอ...” อันดาเอ่ยเรียกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมเข้มมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอย่างรู้สึกผิด เขาอยากจะขยับเข้าไปใกล้ แต่ก็ต้องห้ามตัวเองเอาไว้เมื่อเห็นสายตาที่เธอมองมา “ต่อจากนี้คุณไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” มินตราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้จะพยายามทำตัวให้เข้มแข็งมากแค่ไหน แต่หยาดน้ำตากลับยังคงไหลรินลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างไม่ขาดสาย “แต่คุณจะไม่ปลอดภัยนะคุณหมอ ถ้าผมปล่อยให้คุณออกไปใช้ชีวิตคนเดียว พวกนั้นมันจะตามหาคุณจนเจอ” อันดารีบอธิบายด้วยความเป็นห่วง เพราะเขารู้ดีว่าศัตรูของตัวเองอันตรายมากเพียงใด และเมื่อพวกมันรู้ว่ามินตราเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เธอก็อาจกลายเป็นเป้าหมายของพวกมันได้ทุกเมื่อ “มันไม่มีอะไรทั้งนั้น! เรื่องทั้งหมดคุณแค่โกหก ไม่มีใครมาทำร้ายอะไรฉันได้ทั้งนั้น ฮึก... ฮึก...” มินตราส่ายศีรษะไปมาทั้งน้ำตา เธอไม่อยากเชื่อคำพูดของผู้ชายตรงหน้าอีกแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมาก็ตาม เพราะความเชื่อใจที่เคยมีให้เขาได้พังทลายลงไปจนหมดสิ้น “คุณหมอ... พวกนั้นมันจะทำร้ายคุณจริง ๆ นะ” น้ำเสียงของอันดาเต็มไปด้วยความกังวล เขาขมวดคิ้วเข้
“ผมขอโทษนะคุณหมอ ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายจิตใจคุณ แต่ว่าผม... ผมต้องการคุณจริง ๆ” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ดวงตาคมเข้มมองใบหน้าหวานด้วยความรู้สึกผิด มินตราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คุณทำแบบนี้ทำไม” คำถามสั้น ๆ นั้นกลับทำให้อันดานิ่งไปทันที เพราะเมื่อได้เห็นแววตาของหญิงสาวตรงหน้า เขาก็เริ่มคิดได้ว่าคำว่าต้องการของตัวเอง ไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างให้กับสิ่งที่เขาทำลงไปได้เลย “ผม... ผมผิดเองครับ วันนี้ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้ ผมขอโทษครับคุณหมอ” อันดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาภายในจิตใจทันทีที่ความต้องการของเขาสิ้นสุดลง ราวกับว่าเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา หลังจากปล่อยให้อารมณ์และความต้องการของตัวเองเข้าครอบงำจนหลงลืมความรู้สึกของหญิงสาวไปซะสนิท ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานที่กำลังซีดเผือดด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้คนตัวเล็ก พร้อมกับยื่นมือออกไปหมายจะโอบกอดและปลอบโยนเธอ “ออกไปค่ะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!” มินตราตวาดออกมาทั้งน้ำตา ก่อนจะปัดมือหนาของอันดาออก
"อื้อ... คุณอันดา... ฉันอื้อ... พอแล้วววว" ปึ่ก! ปึ่ก! ปึ่ก! คนตัวเล็กเผลอครางออกมาตามคำสั่งของคนตัวโต ในขณะที่รูร่องของเธอก็ถูกคนตัวโตกระแทกเข้าใส่อย่างเอาแต่ใจ "คุณหมอ... ทำไมผมถึงต้องการคุณหมอขนาดนี้ อ่าาาาส์" ยิ่งนึกถึงภาพที่ผู้ชายคนอื่นเอาอกเอาใจคนตัวเล็ก เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น พรึบ... พรึบ... พรึบ... "คุณอันดา... อ๊ะ... คุณต้องเมาแน่ ๆ คุณอันดาคุณตั้งสติหน่อยสิคะ อึก... อื้อ..." คนตัวเล็กทั้งเตือนสติเขาทั้งครางเบา ๆ ในลำคอไปด้วยความเสียวซ่าน "โอ้ว... แน่นจังคุณหมอ อื้ออออ" ตับ! ตับ! ตับ! "อ๊ะ... พอแล้วคุณอันดา ไอ้บ้า... โอ้ย... อื้ออออ" "จะเสร็จแล้วคุณหมอ อึก... อื้ออออ ซี๊ดดดด อ่าาาาส์" พรวด... เสียงครางแผ่วต่ำดังลอดออกมาจากลำคอของคนตัวโต ขณะที่ร่างกายของเขาเกร็งขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เมื่อน้ำสีขาวขุ่นของเขาพุ่งเข้าไปในรูร่องของคนตัวเล็ก ก่อนที่เขาจะสะบัดตัวเบา ๆ เมื่อรู้สึกโล่งและสบายตัวจนทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ส่วนมินตราก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เธอรับรู้ได้ถึ







