Compartilhar

รักสลักลึก
รักสลักลึก
Autor: คุณกระดูก

บทที่ 1

Autor: คุณกระดูก
“หักครบหนึ่งร้อยคะแนนจะหย่า”

ทว่าสายตาของเขากลับไม่หยุดมองข้อความเหล่านั้นเลย

เขาถึงขั้นไม่ปรายตามองด้วยซ้ำ แล้วยื่นกระดาษแผ่นนั้นคืนให้เธออย่างไม่ใส่ใจ “ห้องหนังสือห้องนี้ผมเก็บของสำคัญไว้เยอะ วันหลังอย่าเอาของของคุณเข้ามาไว้ในนี้อีก”

บนชั้นหนังสือจัดวางหนังสือที่เสิ่นชิงอีมอบให้เขาในสมัยเรียนไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ในตู้กระจกล็อกจดหมายที่เธอเคยเขียนถึงเขาในอดีตเอาไว้ แม้แต่กรอบรูปบนโต๊ะทำงานของเขา ก็ยังเป็นรูปถ่ายคู่กันตอนเรียนจบมัธยมปลาย

นี่แหละคือ “ของสำคัญ” ที่เขาพูดถึง

เขาเก็บรักษาไว้อย่างทะนุถนอม และต้องหยิบขึ้นมาดูนับครั้งไม่ถ้วนทุกวัน

ส่วนของของเธอ เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง

ดังนั้นเขาจึงไม่รู้เลยว่าเธอใกล้จะจากเขาไปแล้ว

เจียงซุ่ยเหยียนกำตารางคะแนนแผ่นนั้นไว้แน่น พยักหน้ารับคำและเพิ่งจะหันหลังเดินจากไป จู่ ๆ โทรศัพท์ของฉีอวิ๋นเจิงก็ดังขึ้น เป็นสายจากเพื่อนสนิทของเขา

“อวิ๋นเจิง เกิดเรื่องแล้ว! เหมือนคฤหาสน์ที่อ่าวชิงสุ่ยจะไฟไหม้ เสิ่นชิงอีพักอยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ”

เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของฉีอวิ๋นเจิงก็พลันเปลี่ยนไป เขาคว้ากุญแจรถแล้วพุ่งพรวดออกไปทันที

เจียงซุ่ยเหยียนมองตามแผ่นหลังของเขาไป เธอนิ่งอึ้งไปสองสามวินาที ก่อนจะเรียกแท็กซี่ตามไป

เขาเหยียบคันฝ่าไฟแดงนับสิบกว่าแยกตลอดทาง จนคนขับแท็กซี่เกือบจะคลาดสายตา

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ และได้เห็นเปลวเพลิงกับควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เจียงซุ่ยเหยียนก็ตกตะลึงไปเช่นกัน

เมื่อรู้ว่าเสิ่นชิงอียังไม่ได้รับการช่วยเหลือออกมา ฉีอวิ๋นเจิงก็ทำท่าจะพุ่งเข้าไปช่วยราวกับไม่กลัวตาย

นักดับเพลิงและเพื่อนของเขาอีกสองสามคนรีบเข้ามาขวางเอาไว้ “คุณผู้ชายครับ ไฟในโซนคฤหาสน์โหมแรงมาก ถ้าคุณบุ่มบ่ามบุกเข้าไปแบบนี้ จะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้นะครับ”

“อวิ๋นเจิง นายใจเย็น ๆ ก่อนนะ นักบินเป็นความฝันทั้งชีวิตของนายเลยนะ ถ้านายเข้าไปแล้วเกิดอุบัติเหตุจนบาดเจ็บขึ้นมา อาชีพของนายจะพังหมดเลยนะ!”

ฉีอวิ๋นเจิงไม่ฟังคำเตือนเลยสักนิด เขาทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว ก่อนออกแรงผลักพวกเขากระเด็นแล้วพุ่งเข้าไปในกองเพลิง

“พังก็พังไปสิ ขอแค่ชิงอีปลอดภัย ตำแหน่งกัปตันนี่ฉันไม่เป็นแล้วก็ได้”

เมื่อเห็นร่างของเขาถูกควันดำกลืนกินไป เพื่อนสองสามคนก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ แล้วเริ่มต่อว่ากันเองด้วยความหงุดหงิด

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกอวิ๋นเจิง พวกนายก็ไม่ยอมฟัง! เสิ่นชิงอีมีเรื่องทีไร อารมณ์เขาก็จะเตลิดจนควบคุมตัวเองไม่ได้ตลอด!”

“นายไม่เรียกเขามา ถ้าเสิ่นชิงอีเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ เขาได้พลิกเมืองหาแน่ เชื่อไหมล่ะ นายจำตอนเรียนที่เสิ่นชิงอีถูกครูลวนลามไม่ได้หรือไง เขาพุ่งตรงไปที่ห้องพักครูแล้วอัดจนน่วมไปเลยนะ ไหนจะยังมีก่อนหน้านี้ที่เสิ่นชิงอีขาดการติดต่อไปสิบชั่วโมง เขาก็ร้อนใจจนต้องสั่งให้บอดี้การ์ดพลิกแผ่นดินหาทั่วเมือง...”

เมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านั้น เจียงซุ่ยเหยียนถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วคนที่มักจะเย็นชาและสงบนิ่งอยู่ต่อหน้าเธอเสมอ เมื่อถึงคราวที่ตกหลุมรักใครสักคนก็สูญเสียสติสัมปชัญญะไปได้เช่นกัน

ชั่วขณะนั้น ในใจของเธอสับสนไปหมด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นปลาบขึ้นมาเป็นระลอก

พวกเพื่อนของเขาเถียงกันไปมาจนกระทั่งหันมาเห็นเธอจึงดูกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย

“พี่สะใภ้ พี่ พี่ตามอวิ๋นเจิงมาด้วยเหรอ เขาเข้าไป เข้าไปช่วยเพื่อนร่วมชั้นน่ะ พี่อย่าเข้าใจผิดนะ”

“ใช่ ๆ ๆ เขารู้จักเสิ่นชิงอีมาตั้งแต่เด็ก คบหากันมาเป็นสิบปี สนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ ๆ ถึงได้เป็นห่วงขนาดนั้นน่ะครับ”

เจียงซุ่ยเหยียนรู้ดีว่าพวกเขากำลังช่วยแก้ตัวให้ เธอฝืนยิ้มมุมปาก ก่อนจะได้กลิ่นคาวเลือด จึงเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอกัดริมฝีปากตัวเองจนแตกไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉีอวิ๋นเจิงก็อุ้มเสิ่นชิงอีที่สลบไม่ได้สติออกมา ทุกคนต่างพากันกรูเข้าไปรับ

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเขม่าควันดำ เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกไฟไหม้เกรียมไปแถบหนึ่ง ทว่าเขากลับปกป้องเสิ่นชิงอีเอาไว้ได้อย่างไร้รอยขีดข่วน

ตอนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพรับตัวเสิ่นชิงอีไป ในที่สุดฉีอวิ๋นเจิงก็ทนฝืนร่างกายต่อไปไม่ไหวและสลบไป

รถพยาบาลแล่นด้วยความเร็วสูงตลอดทางเพื่อพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล เจียงซุ่ยเหยียนนั่งอยู่บนม้านั่งยาว มองมือทั้งสองข้างของตัวเองที่กำลังสั่นเทา พลางนึกถึงเหตุการณ์ตอนเจอฉีอวิ๋นเจิงเป็นครั้งแรก

ปีนั้นเธออยู่ปีสอง พ่อของเธอเป็นศาสตราจารย์อยู่ในสถาบันการบิน และฉีอวิ๋นเจิงก็คือลูกศิษย์คนที่เขาภาคภูมิใจที่สุด ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบที่ตัดเย็บอย่างประณีต ดูหล่อเหลาสง่างาม ตอนเขายืนอธิบายหลักการบินอยู่บนแท่นบรรยาย แม้แต่แสงแดดก็ยังลำเอียงสาดส่องลงมาที่เขา

เธอตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น และเอาแต่เดินตามหลังเขาอยู่ทั้งวัน

มีผู้หญิงตามจีบเขามากมาย แต่เขาก็เอาแต่รักษาระยะห่างจากเพศตรงข้ามมาตลอด และปฏิเสธทุกคน

กระทั่งก่อนเรียนจบ พ่อของเจียงซุ่ยเหยียนป่วยหนัก ก่อนสิ้นใจได้ฝากฝังให้เขาช่วยดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองให้ดี

เขารับปาก

หลังจบงานศพ เขาก็ขอเธอแต่งงานทันที

เธอถามเขาว่า “คุณยอมแต่งงานกับฉันเพราะพ่อของฉันหรือเปล่าคะ จริง ๆ คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้นะ...”

เขามองหน้าเธอ แล้วตอบว่า “เปล่า ผมอยากแต่งงานกับคุณเอง”

เจียงซุ่ยเหยียนคิดว่าในที่สุดตัวเองก็เอาชนะใจเขาได้แล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาเมาหนัก เธอไปรับเขา แต่กลับบังเอิญได้ยินบทสนทนาในวงเหล้าของกลุ่มเพื่อนเขาเข้า

“พี่สะใภ้นี่ซื่อบื้อจริง ๆ ถูกอวิ๋นเจิงหลอกให้อยู่ในความมืดมนมาตั้งหลายปี คิดว่าในใจเขามีเธอ ถึงได้ทุ่มเททำดีกับเขาหมดหน้าตัก ที่ไหนได้ อวิ๋นเจิงแค่แต่งงานกับเธอเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะทนรับความเจ็บปวดที่รักแรกหนีไปแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้ต่างหาก”

วินาทีนั้น เจียงซุ่ยเหยียนรู้สึกราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง

ที่แท้ตลอดหลายปีมานี้ที่เขาปฏิเสธไม่ให้ใครเข้าใกล้ ไม่ใช่เพราะนิสัยเย็นชา แต่เป็นเพราะในใจของเขามีรักแรกที่เลิกรากันไปอยู่ต่างหาก

เขาทำตัวราวกับคนเฝ้าสุสานที่ดื้อรั้น คอยเฝ้าทะนุถนอมความรู้สึกที่ตายจากไปนานแล้ว

ความเย่อหยิ่งทำให้เขาวางฟอร์มไม่ยอมไปตามกลับมา ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เขาเอ่ยปากบอกคิดถึงไม่ได้

ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงยืนอยู่กับที่ เพื่อรอให้เธอหันหลังกลับมา

ทว่าสิ่งที่เขาได้กลับมากลับกลายเป็นข่าวการแต่งงานของเธอ

เสิ่นชิงอี ชื่อที่สลักลึกอยู่กลางใจของเขา พ่วงมาด้วยความอดกลั้นและการรอคอยทั้งหมดตลอดหลายปีของเขา นับแต่นั้นมาก็ได้กลายเป็นหนามที่ทิ่มแทงหัวใจของเธอ

แต่เธอชอบฉีอวิ๋นเจิงมากเกินไป จึงตัดใจปล่อยมือไม่ลง

เธอจึงแอบทำตารางคะแนนขึ้นมา หากถูกหักจนครบหนึ่งร้อยคะแนนเมื่อไหร่ เธอก็จะไปจากเขา

หลายปีมานี้ คะแนนถูกหักไปอย่างต่อเนื่อง

บางครั้งเป็นวันเกิดของเธอ แต่เขากลับบินไปหาเสิ่นชิงอี เพียงเพราะโพสต์ในโซเชียลของอีกฝ่าย

บางครั้งเป็นวันครบรอบแต่งงานของพวกเขา แต่เขากลับอยู่คุยเป็นเพื่อนเสิ่นชิงอีตลอดทั้งคืน

และหลังจากที่เสิ่นชิงอีหย่าร้างแล้วกลับมาที่ประเทศ...

คะแนนก็ยิ่งถูกหักบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ

หัวใจของเจียงซุ่ยเหยียนก็ค่อย ๆ เย็นชาลงเรื่อย ๆ เช่นกัน

เมื่อการผ่าตัดสิ้นสุดลง หมอก็เดินออกมาแจ้งอาการของฉีอวิ๋นเจิง

“ผู้ป่วยพยายามเข้าไปช่วยคน แขน บ่า ไหล่ และแผ่นหลังมีรอยไหม้หลายจุด คงจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้แน่นอนครับ แต่ผู้หญิงอีกคนที่ส่งตัวมาด้วยกลับปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน แค่สลบไปเพราะตกใจสุดขีด พวกคุณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

กลุ่มเพื่อนของเขาฟังจบก็หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยกมือขึ้นเกาหัว แล้วรีบพูดแก้สถานการณ์

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว พี่สะใภ้ พี่อย่ากังวลไปเลยนะครับ เป็นกัปตันไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย บ้านอวิ๋นเจิงเป็นถึงตระกูลเศรษฐีแห่งเมืองเป่ยเฉิง เขารอให้อวิ๋นเจิงกลับไปสืบทอดธุรกิจตั้งนานแล้ว เราเข้าไปดูอวิ๋นเจิงกันเถอะ”

เจียงซุ่ยเหยียนหลุบตาลง เพื่อบดบังความขื่นขมที่เอ่อล้นอยู่ในแววตา

“ฉันยังมีธุระต้องไปจัดการ พวกคุณเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเขาก่อนเถอะ”

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินกลับบ้านไปเงียบ ๆ แล้วหยิบตารางคะแนนแผ่นนั้นขึ้นมา

หลังจากหักออกไปอีกห้าคะแนน เธอมองคะแนนที่เหลืออยู่ ก่อนแค่นยิ้มมุมปาก

ขอแค่หักยี่สิบคะแนนสุดท้ายนี้ออกไป เธอกับฉีอวิ๋นเจิงก็จะจบสิ้นกันอย่างสมบูรณ์

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • รักสลักลึก   บทที่ 23

    หลังจากจัดการเรื่องของเสิ่นชิงอีเสร็จเรียบร้อย ฉีอวิ๋นเจิงก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการตามจีบเจียงซุ่ยเหยียนกลับมาอีกครั้ง เท่าที่เขารู้ ตอนนี้เจียงซุ่ยเหยียนยังไม่ได้คบหากับจิ่งซือเฉิน ดังนั้นเขาก็ยังคงมีโอกาสอยู่เขาคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าครั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่มีวันหักหลังเจียงซุ่ยเหยียนอีก เธอจะทำตารางคะแนนขึ้นมาอีกสักหนึ่งแผ่นหรือหนึ่งร้อยแผ่นก็ได้ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกหักคะแนนอีกแม้แต่คะแนนเดียว ขอเพียงแค่เธอยินยอม ต่อให้ต้องยกตระกูลฉีให้เธอเขาก็ยอมทั้งนั้นหลังจากสืบจนรู้ที่อยู่ของสตูดิโอม่ายซุ่ย เขาจึงถือช่อดอกไม้ช่อหนึ่งมาเคาะประตูเปิดเข้าไป“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเจียงอยู่ไหมครับ” เขาถามอย่างสุภาพแววตาของคนอื่น ๆ ภายในสตูดิโอต่างก็เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ในบรรดาคนเหล่านั้น รุ่นพี่เดินเข้ามาหา แล้วมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน“ทำไมถึงเป็นคุณได้ล่ะคะ”ฉีอวิ๋นเจิงจำเธอได้ เธอคือคนที่ร่วมก่อตั้งสตูดิโอกับเจียงซุ่ยเหยียนหลังจากที่หย่ากัน เมื่อเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ ฉีอวิ๋นเจิงก็ยิ้มบาง ๆ ออกมา“มาง้อเธอครับ”รุ่นพี่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ราวกับว่าคน

  • รักสลักลึก   บทที่ 22

    ฉีอวิ๋นเจิงก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ไม่ว่าจะตอนที่รับโทษตามกฎตระกูลหรือตอนรังเกียจเสิ่นชิงอี เขาเคยเผยสีหน้าแบบนี้ออกมาเสียเมื่อไหร่กัน มาตอนนี้เมื่อได้พบกับคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกวันทุกคืน เขาก็แทบอยากจะควักหัวใจของตัวเองออกมาให้เธอได้เห็นแต่ท่าทางเช่นนี้ กลับมีแต่ทำให้เจียงซุ่ยเหยียนรู้สึกสะอิดสะเอียน ความรังเกียจและความห่างเหินในแววตาของเธอทิ่มแทงอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า“คุณฉี กรุณาวางตัวให้เหมาะสมครับ ถ้าซุ่ยเหยียนคิดจะให้อภัยคุณ เธอคงไม่อยู่แบบปิดบังตัวตนมาตลอดหรอก ถึงผมจะไม่รู้ว่าอดีตของพวกคุณเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ซุ่ยเหยียนเป็นคนดีมาก ผมคิดว่าคุณคงจะทำเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้ ถึงได้มาถึงขั้นนี้”จิ่งซือเฉินก้าวออกมาขวางหน้าเจียงซุ่ยเหยียนได้ถูกจังหวะ แววตาของเขาเย็นเยียบไม่ต่างกัน และเอ่ยประชดประชันอย่างไม่เกรงใจประโยคนี้ทำให้ฉีอวิ๋นเจิงสั่นสะท้าน ขอบตาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเขามองคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า จิ่งซือเฉินคอยปกป้องเจียงซุ่ยเหยียน ส่วนเจียงซุ่ยเหยียนก็พึ่งพาและหลบอยู่ด้านหลังเขาแบบนั้น ความรักในแบบที่เธอเคยปรารถนามาตลอดคือแบบนี้ใช่ไหมนะฉีอวิ๋นเจิงอดปรายตามองอีกครั้งไม่ได้

  • รักสลักลึก   บทที่ 21

    ตั้งแต่บทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกมา ฉีอวิ๋นเจิงก็ได้ข่าวทันที ได้รู้เบาะแสปัจจุบันของเจียงซุ่ยเหยียน ที่แท้เธอก็อยู่ที่เมืองหนานเฉิง ซ้ำยังเปิดสตูดิโอออกแบบอย่างที่เคยฝันไว้จริง ๆเขาค้นชื่อสตูดิโอม่ายซุ่ยอย่างกระหายใคร่รู้ ก่อนได้รู้ว่าตลอดหนึ่งปีที่จากเขาไป เจียงซุ่ยเหยียนต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างเธอไม่ได้หดหู่สิ้นหวังเหมือนอย่างเขา แต่กลับยิ่งทอประกายเจิดจรัสมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอปั้นสตูดิโอของตัวเองขึ้นมาจากศูนย์ จนตอนนี้กลายเป็นแบรนด์ที่ไม่มีใครในวงการออกแบบไม่รู้จักฉีอวิ๋นเจิงจ้องมองเงาร่างภายใต้แสงไฟนั้นไม่วางตา เขาแทบจะอดกลั้นความวู่วามในใจเอาไว้ไม่ได้ อยากจะพุ่งเข้าไปกอดเธอเอาไว้แน่น ๆ เหมือนเมื่อก่อนในขณะที่เขาอดเดินเข้าไปหาไม่ได้ กลับถูกคนข้างกายดึงเอาไว้เสียก่อน“อวิ๋นเจิง...” เสิ่นชิงอีมองเขาด้วยสายตาเว้าวอน หวังให้เขารั้งอยู่ต่อ แต่ฉีอวิ๋นเจิงกลับสะบัดมือของเธอออกโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเสิ่นชิงอีกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้นปีนั้นหลังจากที่พวกเขาแตกหักกัน ฉีอวิ๋นเจิงก็ไปคุกเข่าอยู่ที่ตระกูลฉีถึงสามวันสามคืน เพื่อแลกกับโอกาสในการกลับเข้าตระกูลฉีอีกครั้ง เขาทำงานหนักราวกับคนบ

  • รักสลักลึก   บทที่ 20

    เธอดูบทสัมภาษณ์นี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เนื้อหาส่วนใหญ่ในนั้นยังคงเป็นผลงานของสตูดิโอม่ายซุ่ย มีเพียงส่วนน้อยที่พูดถึงสถานะของเจียงซุ่ยเหยียน และความสัมพันธ์ของเธอกับฉีอวิ๋นเจิงหลังจากบทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกไป ก็ดึงดูดกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ได้ระลอกหนึ่ง แต่เจียงซุ่ยเหยียนเพียงแค่ดูผ่าน ๆ แล้วก็หมดความสนใจไปบางทีอาจเพราะเห็นว่าเธอหมดความสนใจแล้ว จิ่งซือเฉินจึงเดินเข้ามา ในมือของเขาถือบัตรเชิญใบหนึ่งมาแกว่งไปมาตรงหน้าของเจียงซุ่ยเหยียนเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ดวงตาของอีกฝ่ายเป็นประกายขึ้นมาในทันที“งานนั้นหรือเปล่าคะ”จิ่งซือเฉินยิ้มอย่างได้ใจ“ถูกต้องครับ เพิ่งจะได้รับมาเมื่อเช้านี้เอง”เจียงซุ่ยเหยียนรีบรับมาทันที ชูบัตรเชิญขึ้นสูงแล้วหมุนตัวไปหนึ่งรอบด้วยความดีใจนี่เป็นใบเบิกทางสำหรับการก้าวเข้าสู่วงการออกแบบระดับมืออาชีพ ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่จะมีบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการออกแบบเข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมีนักสะสมหรือผู้ประกอบการที่มาจากทั่วทุกสารทิศอีกด้วย ชื่อของสตูดิโอม่ายซุ่ยจะดังก้องไปทั่วทั้งวงการออกแบบอย่างแท้จริง ในที่สุดเธอก็จะได้ทำความฝันให้เป็นจริงเสียที!“เยี่ยมไ

  • รักสลักลึก   บทที่ 19

    ดื่มเหล้าเสร็จแล้ว เจียงซุ่ยเหยียนก็ขึ้นมารับลมที่ชั้นสองใบหน้าของเธอเหมือนคนกำลังกรึ่ม ๆ แต่สภาพจิตใจกลับเบิกบาน นี่เป็นปีที่สองแล้วนับตั้งแต่เธอจากฉีอวิ๋นเจิงมา จากความเจ็บปวดสับสนในตอนแรก ถึงตอนนี้ที่เธอไม่ยึดติดกับอดีตอีกต่อไป เธอปล่อยวางผู้ชายคนนั้นได้อย่างสมบูรณ์ และจะไม่มีวันรู้สึกอ่อนแอไร้ที่พึ่งเพราะเขาอีกแม้แต่นิดเดียวสายลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบายพาเรือนผมยาวของเธอให้ปลิวขึ้นมา ทำให้ภาพตรงหน้าราวกับเป็นภาพวาดอันงดงามใครบางคนค่อย ๆ เดินขึ้นมา หยุดยืนอยู่ข้างกายเธอ แล้วท้าวแขนลงบนระเบียง“ทำไมถึงขึ้นมาคนเดียวล่ะครับ ทุกคนยังตามหาคุณอยู่เลยนะ” จิ่งซือเฉินถาม“มารับลมน่ะค่ะ รู้สึกเหมือนทุกอย่างมันไม่ค่อยจะสมจริงเท่าไหร่เลย ที่แท้เราก็ทำได้จริง ๆ”เจียงซุ่ยเหยียนหรี่ตาลง แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ“นั่นสิครับ พวกเราทำได้แล้ว”จิ่งซือเฉินมองเธอ แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้สองปีก่อน เธอร่วมมือกับรุ่นพี่ก่อตั้งสตูดิโอ และเชิญเขาเข้าร่วมในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ตอนนั้นแม้ว่าเขาจะเคยได้ยินชื่อของเจียงซุ่ยเหยียนมาบ้าง แต่กลับไม่ค่อยเชื่อนักว่าสตูดิโอที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างดีแห่งนี้จ

  • รักสลักลึก   บทที่ 18

    ตั้งแต่หลุดพ้นจากฉีอวิ๋นเจิง เจียงซุ่ยเหยียนก็มาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองหนานเฉิงในตอนนั้น ทันทีที่เธอลงจากเครื่องบิน รุ่นพี่ก็นำสมาชิกทีมคนอื่น ๆ มาต้อนรับเธอ เมื่อพวกเขาพูดถึงความฝัน ในแววตาของทุกคนล้วนเปล่งประกายเจิดจ้า ทำให้เจียงซุ่ยเหยียนอดนึกถึงอดีตของตัวเองไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะฉีอวิ๋นเจิง เธอเองก็คงจะก้าวเดินไปบนเส้นทางนี้พร้อมกับพวกเขาตั้งนานแล้วพวกเขากินข้าวด้วยกันหนึ่งมื้อ จากนั้นก็เริ่มทำงานกันต่อแบบไม่หยุดพัก ทุกอย่างในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้งสตูดิโอจำเป็นต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ทั้งการเลือกสถานที่ ตกแต่ง จดทะเบียน รับสมัครพนักงาน...กระบวนการจากศูนย์ถึงหนึ่งนั้นไม่ใช่สบาย ๆ เลย แต่เจียงซุ่ยเหยียนก็จัดการทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เธอไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องของฉีอวิ๋นเจิงอีกแล้วหลังจากยุ่งวุ่นวายติดต่อกันอยู่หลายเดือน ในที่สุดสตูดิโอก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมารุ่นพี่ถามเธอว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรดี เจียงซุ่ยเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเขียนคำว่า “ม่ายซุ่ย” ลงไปเธอหวังว่าไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอหรือชีวิตในอนาคตของเธอจะสามารถเติบโต ออกรวง และกลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามที่น่าอิจฉาได

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status