Todos os capítulos de รักสลักลึก: Capítulo 1 - Capítulo 10

23 Capítulos

บทที่ 1

“หักครบหนึ่งร้อยคะแนนจะหย่า”ทว่าสายตาของเขากลับไม่หยุดมองข้อความเหล่านั้นเลยเขาถึงขั้นไม่ปรายตามองด้วยซ้ำ แล้วยื่นกระดาษแผ่นนั้นคืนให้เธออย่างไม่ใส่ใจ “ห้องหนังสือห้องนี้ผมเก็บของสำคัญไว้เยอะ วันหลังอย่าเอาของของคุณเข้ามาไว้ในนี้อีก”บนชั้นหนังสือจัดวางหนังสือที่เสิ่นชิงอีมอบให้เขาในสมัยเรียนไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ในตู้กระจกล็อกจดหมายที่เธอเคยเขียนถึงเขาในอดีตเอาไว้ แม้แต่กรอบรูปบนโต๊ะทำงานของเขา ก็ยังเป็นรูปถ่ายคู่กันตอนเรียนจบมัธยมปลายนี่แหละคือ “ของสำคัญ” ที่เขาพูดถึงเขาเก็บรักษาไว้อย่างทะนุถนอม และต้องหยิบขึ้นมาดูนับครั้งไม่ถ้วนทุกวันส่วนของของเธอ เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามองดังนั้นเขาจึงไม่รู้เลยว่าเธอใกล้จะจากเขาไปแล้วเจียงซุ่ยเหยียนกำตารางคะแนนแผ่นนั้นไว้แน่น พยักหน้ารับคำและเพิ่งจะหันหลังเดินจากไป จู่ ๆ โทรศัพท์ของฉีอวิ๋นเจิงก็ดังขึ้น เป็นสายจากเพื่อนสนิทของเขา“อวิ๋นเจิง เกิดเรื่องแล้ว! เหมือนคฤหาสน์ที่อ่าวชิงสุ่ยจะไฟไหม้ เสิ่นชิงอีพักอยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ”เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของฉีอวิ๋นเจิงก็พลันเปลี่ยนไป เขาคว้ากุญแจรถแล้วพุ่งพรวดออกไปทันทีเจียงซ
Ler mais

บทที่ 2

เจียงซุ่ยเหยียนหันหลังและไปยังสำนักงานทนายความเธอให้ทนายร่างหนังสือหย่าขึ้นมาหนึ่งฉบับ จากนั้นถึงหิ้วโจ๊กกลับไปที่โรงพยาบาลเพิ่งจะเดินมาถึงหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย ก็เห็นเสิ่นชิงอีกำลังวุ่นวายกับการดูแลฉีอวิ๋นเจิงเธอตักซุปหนึ่งชามตั้งใจจะยกไปให้เขา แต่กลับไม่ระวังจนทำหกใส่ตัวเขา เธอขอโทษพร้อมกับจะช่วยเช็ดออกให้ แต่ก็ดันไปทำให้ปากแผลของเขาฉีกขาด เธออยากทำแผลให้เขา แต่ก็หยิบยาผิดอีก...เมื่อเห็นท่าทางของเขาที่สูดปากด้วยความเจ็บจากการกระทำของเธอ ขอบตาของเสิ่นชิงอีก็แดงก่ำขึ้นมา“อวิ๋นเจิง ขอโทษนะ ฉันรู้ว่านายเจ็บหนักขนาดนี้เพราะฝ่าไฟเข้าไปเพื่อช่วยฉัน ฉันอยากดูแลนาย แต่กลับทำอะไรก็ไม่ดีเลย ขอโทษนะ”ในดวงตาที่มักจะเย็นชาของฉีอวิ๋นเจิงมีความอ่อนใจพาดผ่าน “เธอถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยต้องลำบาก จะดูแลคนไม่เป็นก็เรื่องปกติ ฉันก็แค่บาดเจ็บนิดหน่อย พักฟื้นไม่กี่วันก็หายแล้ว เธอไม่ต้องห่วง แล้วก็ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก”เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น เสิ่นชิงอีก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“นายหลอกฉันอีกแล้ว บาดเจ็บนิดหน่อยอะไร หมอบอกฉันหมดแล้วว่านายมีแผลไฟไหม้รุนแรง ต่อไปจะกลับไปเป็นกัปตัน
Ler mais

บทที่ 3

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนนี้พี่ทำงานอยู่ที่เมืองหนานเฉิง ที่ตั้งสตูดิโอก็เอาไว้ที่ฝั่งพี่เถอะ ฉันกำลังจะหย่าแล้ว ขอเวลาให้ฉันจัดการเรื่องทางนี้หน่อย แล้วฉันจะไปหานะคะ”เจียงซุ่ยเหยียนพูดเรื่องหย่าออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย รุ่นพี่ที่เหมือนจะตกใจมากก็เงียบไปนานแต่ด้วยมารยาท รุ่นพี่จึงไม่ได้ถามอะไรต่อ และตอบตกลงตามข้อเสนอของเธอหลังจากวางสาย เจียงซุ่ยเหยียนก็สั่งซื้อหนังสือและนิตยสารมากมาย อีกทั้งยังรื้อค้นเอกสารสมัยเรียนออกมาเธอไม่ได้ไปที่โรงพยาบาลและไม่ได้ติดต่อหาฉีอวิ๋นเจิง เธอเอาแต่ทบทวนความรู้อยู่บ้านตามลำพัง เพราะอยากจะรื้อฟื้นความรู้เฉพาะทางที่ห่างหายไปนานหลังจากทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปกับมัน เธอก็ค่อย ๆ เอาตัวเองในวันวานกลับคืนมาตัวเธอที่ไม่ยอมถูกกักขังอยู่ในวังวนของความรัก ในสายตามีเพียงเรื่องการออกแบบ และอยากจะก้าวขึ้นเป็นดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าของโลกเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า จนกระทั่งถึงวันครบรอบแต่งงาน ฉีอวิ๋นเจิงก็กลับมาเมื่อเห็นกระดาษร่างแบบกองพะเนินอยู่เต็มโต๊ะ เขาก็มองเธอด้วยความประหลาดใจ“หลายวันมานี้ คุณหมกตัวออกแบบงานอยู่ที่บ้านตลอดเลยเหรอ”มือที่จับปากกาของเจียงซ
Ler mais

บทที่ 4

เสิ่นชิงอีพาฉีอวิ๋นเจิงเดินชมร้านอาหารจนทั่ว พลางเดินพลางแนะนำไปเรื่อย ๆ“นายยังจำได้ไหมว่าตอนม.ต้น ความปรารถนาสูงสุดของฉันคือการเปิดร้านอาหารตะวันตกน่ะ”“อืม เธอบอกว่าการตกแต่งในร้านจะต้องเป็นสไตล์ชายฝั่งยุโรป บนผนังต้องแขวนภาพวาดแนวอิมเพรสชันนิสม์ให้เต็ม โต๊ะกับเก้าอี้ต้องมีแค่สีดำกับขาว ส่วนน้ำมันหอมระเหย เธอจะสั่งทำล่วงหน้า เพื่อให้แต่ละวันมีกลิ่นดอกไม้ไม่ซ้ำกัน”เมื่อได้ยินเขาทวนคำพูดในอดีตของตัวเองได้อย่างไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว เสิ่นชิงอีก็ถึงกับชะงักงันไป“ทำไมนายถึงจำได้แม่นกว่าฉันอีกเนี่ย แล้วนายจำได้หรือเปล่าว่า...”“แน่นอน เธอบอกว่าจะแบ่งหุ้นให้ฉัน 30% แล้วก็ชวนฉันมาเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ร้าน สัญญาข้อนี้ ตอนนี้ยังนับอยู่ไหม”แววตาของเสิ่นชิงอีมีความดีใจพาดผ่าน พลางทำท่าทางขัดเขิน“คำพูดล้อเล่นตอนนั้น จะเอามาเป็นจริงเป็นจังได้ยังไง อีกอย่างถึงนายจะไม่ได้เป็นกัปตันแล้ว แต่ก็ยังมีทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาลรอให้ไปสืบทอดอยู่นะ จะมาเป็นบาร์เทนเดอร์ให้ฉัน มันออกจะเสียของไปหน่อยไหม”แววตาของฉีอวิ๋นเจิงหม่นแสงลงเล็กน้อย เขาเผยอปากขึ้นเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นความเงียบเจี
Ler mais

บทที่ 5

เจียงซุ่ยเหยียนคิดไม่ถึงว่าเขาจะโผล่มาแบบกะทันหัน เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว นางพยาบาลก็ชิงเอ่ยปากขึ้นมาก่อน“คุณคือสามีของคนไข้ใช่ไหมคะ เมื่อวานคนไข้ถูกส่งตัวแบบฉุกเฉินมาที่โรงพยาบาลและได้รับการช่วยเหลือตลอดทั้งคืน เราปลดล็อกโทรศัพท์ของเธอแล้วโทรหาคุณตั้งหลายสาย ทำไมคุณถึงไม่รับสายล่ะคะ โชคดีที่คนไข้ไม่เป็นอะไรมาก ไม่งั้นคุณคงไม่ได้เห็นแม้แต่หน้าเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยซ้ำ ภรรยาของคุณบาดเจ็บหนักขนาดนี้ คุณก็ช่วยใส่ใจเธอให้มากกว่านี้หน่อยเถอะค่ะ ไม่งั้นคงได้ถูกหักคะแนนจนหมดเกลี้ยงจริง ๆ”นางพยาบาลบ่นอุบอิบไปพลาง ยื่นรายงานประวัติการรักษาไปให้เขาพลางเมื่อเห็นผลการประเมินอาการบาดเจ็บในมือ แววตาของฉีอวิ๋นเจิงก็หม่นลงเล็กน้อย นาน ๆ ทีเขาถึงจะยอมเอ่ยปากอธิบายยืดยาวขนาดนี้“เมื่อวานตอนที่โคมไฟร่วงลงมาโดนลูกค้าหลายคนจนได้รับบาดเจ็บ สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายมาก ผมกลัวพวกเขากำลังโมโหแล้วจะทำเรื่องไม่ดีกับชิงอี ก็เลยพาเธอออกมาก่อน ตอนนั้นเหตุการณ์มันเกิดขึ้นกะทันหัน ผมไม่รู้ว่าคุณบาดเจ็บ ก็เลยไม่ได้มาส่งคุณที่โรงพยาบาล ขอโทษนะ”เจียงซุ่ยเหยียนรับฟังอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“
Ler mais

บทที่ 6

เจียงซุ่ยเหยียนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกว่าหนึ่งสัปดาห์ ฉีอวิ๋นเจิงก็ไม่ได้มาหาอีกเลยเขาส่งข้อความมาบอกว่าจะไปทำงานต่างเมืองสักพัก และให้ผู้ช่วยคอยส่งของขวัญกับของบำรุงมาให้อยู่เรื่อย ๆเมื่อเห็นเครื่องประดับอัญมณีและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แทบจะกองท่วมห้องพักผู้ป่วย ภายในใจของเจียงซุ่ยเหยียนกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆพอเธอเปิดโทรศัพท์มือถือก็เห็นรูปถ่ายเธอคู่กับฉีอวิ๋นเจิงที่เสิ่นชิงอีส่งมาให้ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาในรูปถ่าย พวกเขานั่งอยู่บนโขดหิน ดูพระอาทิตย์สีแดงที่กำลังทอแสงอรุณโผล่พ้นเหนือผืนน้ำทะเล ภายใต้ทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงสีทอง พวกเขายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ภายในวัดที่เต็มไปด้วยผ้าแดงผูกอธิษฐาน ทั้งสองคนก็กำลังยืนขอพรอันงดงามให้แก่กันต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย...ท้ายรูปถ่าย ยังมีข้อความยาวเหยียดที่เสิ่นชิงอีส่งมาด้วย“สถานที่ในรูปถ่ายพวกนี้อวิ๋นเจิงเคยพาฉันไปตอนที่เรายังคบกัน เราเคยทิ้งความทรงจำที่สวยงามที่สุดเอาไว้ในสถานที่เหล่านี้ และเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักกันตลอดไป ตอนนี้เขาบอกว่าจะพาฉันมาเที่ยวพักผ่อน แต่ทุกที่กลับเป็นการตามรอยความหลัง
Ler mais

บทที่ 7

เจียงซุ่ยเหยียนนั่งอยู่ในสวนตามลำพังจนฟ้ามืด ในที่สุดถึงสงบสติอารมณ์ลงได้เธอลุกขึ้นเดินเข้าไปในคฤหาสน์ก็เห็นฉีอวิ๋นเจิงนอนอยู่บนโซฟาคนเดียว ส่วนเพื่อน ๆ ของเขากลับไปหมดแล้วเขาเมาหนักมาก ในความฝันก็ยังคงละเมอเรียกชื่อของเสิ่นชิงอีซ้ำแล้วซ้ำเล่าเจียงซุ่ยเหยียนรับฟังแบบเงียบ ๆ ก่อนหยิบตารางคะแนนแผ่นนั้นออกมา แล้วหักออกไปอีกห้าคะแนนเธอไม่ได้เข้าไปดูแลเขาเหมือนอย่างเคย แต่กลับเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางของขวัญที่ฉีอวิ๋นเจิงเคยมอบให้ รูปถ่ายของเขาที่เธอเก็บสะสมไว้ แก้วน้ำคู่รักที่ซื้อมา รองเท้าแตะ...ของอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขา เธอรวบรวมออกมาทั้งหมด แล้วโยนทิ้งลงถังขยะเธอเก็บกวาดอยู่ทั้งคืน พอวันรุ่งขึ้นฉีอวิ๋นเจิงตื่นขึ้นมาก็เห็นห้องรับแขกที่ว่างเปล่าไปกว่าครึ่ง“คุณออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมของในบ้านถึงหายไปเยอะขนาดนี้”“เมื่อคืนค่ะ กลางดึกฉันนอนไม่หลับก็เลยเก็บพวกของจุกจิกที่ไม่ได้ใช้แล้วทิ้งไปบ้าง”เมื่อได้ยินคำตอบของเธอ ฉีอวิ๋นเจิงก็กวาดตามองไปรอบ ๆ รู้สึกทะแม่ง ๆ “ไม่ได้ใช้เหรอ ของเยอะขนาดนี้ ทำไมถึงบอกว่าไม่ได้ใช้แล้วล่ะ”เจียงซุ่ยเหยียนกำลังจะอ้าปากตอบ โทรศัพท์ข
Ler mais

บทที่ 8

ความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่น ปลุกให้เจียงซุ่ยเหยียนตื่นขึ้นมาจากความเลื่อนลอยพอเธอสะลึมสะลือลืมตาขึ้นก็เห็นว่าตัวเองถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลแล้ว และพยาบาลกำลังทำการปฐมพยาบาลฉุกเฉินให้“คนไข้ตั้งครรภ์ได้สองเดือนค่ะ ช่องท้องถูกกระแทกอย่างแรงจนเลือดออกมาก ต้องการการถ่ายเลือดด่วน! แต่เลือดในสต๊อกของโรงพยาบาลทั้งหมดถูกผู้ถือหุ้นของโรงพยาบาลสั่งเบิกไปแล้ว คุณหมอ ทำยังไงดีคะ”หมอตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สั่งให้คนติดต่อผู้ถือหุ้นท่านนั้นทันที เพื่ออธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้ฟัง“ประธานฉีครับ ได้ยินว่าคุณสั่งเบิกเลือดในคลังของโรงพยาบาลไป ทางเรามีหญิงตั้งครรภ์ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และต้องการเลือดด่วนมากคนหนึ่ง คุณช่วยแบ่งเลือดครึ่งหนึ่ง มาช่วยชีวิตลูกของเธอได้ไหมครับ”เมื่อได้ยินบทสนทนาของบุคลากรทางการแพทย์ดังแว่วมา เจียงซุ่ยเหยียนก็ยกมือขึ้นกุมท้องน้อยที่ยังคงปวดหนึบอยู่โดยสัญชาตญาณนี่เธอท้องอยู่เหรอความคิดนี้วนเวียนดังก้องอยู่ในหัวของเธอ ยังไม่ทันจะได้สติ ก็ได้ยินเสียงของฉีอวิ๋นเจิงดังลอดออกมาจากลำโพง“ไม่ได้”“แต่คนไข้ท่านนี้อยู่ในขั้นวิกฤตแล้วนะครับ ถ้าจะเบิกจากที่อื่นค
Ler mais

บทที่ 9

เจียงซุ่ยเหยียนเอากระเป๋าเดินทางรีบไปยังสนามบินวินาทีที่เครื่องบินทะยานผ่านชั้นเมฆขึ้นไป เธอรู้สึกราวกับได้เกิดใหม่หลังจากถึงเมืองหนานเฉิง เจียงซุ่ยเหยียนก็ไม่ใช่ภรรยาแสนดีที่ไม่มีใครรู้จักซึ่งคอยอยู่เบื้องหลังฉีอวิ๋นเจิงอีกต่อไป แต่เป็นถึงหุ้นส่วนของบริษัทออกแบบที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ย้อนเวลากลับไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน ภายในโรงพยาบาลที่เมืองเป่ยเฉิง ฉีอวิ๋นเจิงที่กำลังเฝ้าอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยของเสิ่นชิงอี จู่ ๆ ก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอก ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังถูกกระชากหลุดออกจากร่างไปอย่างเลือดเย็น“ซุ่ยเหยียน”ฉีอวิ๋นเจิงเผลอเรียกชื่อนี้ออกมาตามสัญชาตญาณ ภายในใจเกิดความตื่นตระหนกจนไม่อาจควบคุมได้เสียงของเขาไม่ดังนัก แต่เสียงแผ่วเบานี้ก็ยังคงถูกเสิ่นชิงอีจับสังเกตได้ ขอบตาของเธอแดงรื้นขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยปากเสียงสะอื้น “อวิ๋นเจิง ซุ่ยเหยียนสำคัญกว่า นายรีบไปเถอะ ยังไงซะต่อให้ฉันตายไปก็คงไม่มีใครมานั่งปวดใจหรอก”เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น ฉีอวิ๋นเจิงก็รีบรวบตัวเธอเข้ามากอดปลอบ “อย่าพูดเหลวไหลสิ มีฉันอยู่ทั้งคน เธอไม่มีทางตายหรอก”“งั้นคืน
Ler mais

บทที่ 10

“ไหนบอกว่าชิงอีตกอยู่ในอันตรายไง”เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองถูกล้อเล่น สีหน้าของฉีอวิ๋นเจิงก็ดูไม่ค่อยดีนักเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้เขาที่สุดหัวเราะคิกคักพลางโอบไหล่เขา แล้วดันให้เดินเข้าไปข้างใน“นายเป็นถึงประธานฉีผู้มีงานล้นมือ ไม่สนใจเรื่องภายนอก ก็มีแต่ชิงอีของเรานี่แหละที่เรียกนายมาได้”“ฉันบอกแล้วไง ระหว่างเจียงซุ่ยเหยียนกับชิงอี พี่ฉีต้องเลือกชิงอีแน่นอน นายดูสิ หมัดของพี่ฉียังกำแน่นอยู่เลย”เมื่อได้ยินคำพูดของเขา สายตาของทุกคนก็เลื่อนไปมองท่อนแขนของฉีอวิ๋นเจิงที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัว เส้นเลือดดำปูดโปนเต็มหลังมือ หมัดที่ใหญ่ราวกับลูกตุ้มเหล็กกำแน่นเตรียมพร้อมพุ่งชน“โชคดีที่เจียงซุ่ยเหยียนไม่อยู่ ไม่งั้นคงต้องรับกรรมหนักแน่—”ท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครงของทุกคน ฉีอวิ๋นเจิงก็คลายหมัดออกทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงเลือดที่หยุดชะงักไปเริ่มไหลเวียนอีกครั้ง เขาถึงเพิ่งจะรู้สึกตัวและสั่นสะท้านขึ้นมาถ้าเจียงซุ่ยเหยียนอยู่ที่นี่ เขาจะทำอะไรลงไปบ้างนะเขาไม่กล้าคิดเลยจริง ๆฉีอวิ๋นเจิงที่ถูกกลุ่มเพื่อนห้อมล้อมพาไปนั่งบนโซฟาหลับตาลง ในใจรู้สึกว่าโชคดีขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ดีแล้วที่เธอไ
Ler mais
ANTERIOR
123
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status