Short
รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง

รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง

Von:  จิ่วเฟิงAbgeschlossen
Sprache: Thai
goodnovel4goodnovel
9Kapitel
0Aufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

Zusammenfassung

ความรักทรมาน

ความลำเอียง/ความเห็นแก่ตัว

ไล่ล่าภรรยา

นอกใจ

เทศกาลบ๊ะจ่าง ฉันยืนต่อคิวหน้าร้านหม้อไฟนานถึงหกชั่วโมง ลู่เยี่ยน แฟนหนุ่มของฉันโทรเข้ามา “สวี่เหยาอยากกินอาหารเสฉวน คุณมานี่หน่อยสิ” สวี่เหยา คือเพื่อนสนิทของฉัน และเป็นแฟนเก่าของลู่เยี่ยน นี่เป็นครั้งที่สามสิบห้าแล้วที่ลู่เยี่ยนทำลายแผนการของเราเพราะสวี่เหยา ร้านหม้อไฟที่ฉันกำลังต่อคิวอยู่ ลู่เยี่ยนบ่นอยากกินมาเป็นเดือน แต่เพราะคนเยอะตลอดเลยยังไม่ได้กินสักที เพื่อหม้อไฟมื้อนี้ ฉันถึงกับใช้วันลา และมายืนรอคิวถึงหกชั่วโมง ทุกๆ สิบนาที ฉันจะส่งข่าวรายงานความคืบหน้าเรื่องคิวให้ลู่เยี่ยนฟังตลอด เมื่อห้านาทีที่แล้ว ฉันเพิ่งแจ้งลำดับคิวล่าสุดให้เขาฟังไป บัตรคิวของฉันคือหมายเลข 3601 ตอนนี้หน้าร้านเรียกถึงหมายเลข 3595 แล้ว ฉันกำบัตรคิวในมือแน่น “ลู่เยี่ยน ฉันลาหยุดเพื่อสิ่งนี้นะ ยืนรอมาหกชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เหลืออีกแค่หกคิวเอง...” ลู่เยี่ยนตัดบทอย่างรำคาญ “ผมรู้ แต่อาเหยาอยากกินอาหารเสฉวน หม้อไฟไว้วันหลังค่อยกินก็ได้” ปลายสายทั้งสองฝ่ายเงียบเสียงลงไปสองวินาที เสียงเร่งของลู่เยี่ยนดังแทรกขึ้นมา “พวกเราอยู่ห่างจากร้านหม้อไฟที่คุณต่อคิวแค่ห้าหกร้านเอง รีบมานี่เถอะ” ฉันที่ยอมเขามาแล้วถึงสามสิบสี่ครั้ง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าทุกอย่างช่างไร้ความหมาย “ไม่ล่ะ ฉันอยากกินหม้อไฟ” ฉันกดวางสาย แล้วส่งข้อความไปหาเจ้านาย “ประธานโจวคะ ฉันตกลงเรื่องย้ายไปประจำที่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ”

Mehr anzeigen

Kapitel 1

บทที่ 1

“หมายเลข 3601 อยู่ไหมครับ?”

ฉันยื่นบัตรคิวให้ แล้วเดินตามพนักงานพาไปนั่งที่โต๊ะ

“รับเป็นน้ำซุปหม่าล่าหรือซุปมะเขือเทศดีครับ?”

“ซุปมะเขือเทศค่ะ”

สวี่เหยาชอบกินเผ็ดมาก ส่วนฉันกินเผ็ดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

เวลาเราสามคนกินข้าวด้วยกัน ก็ต้องคอยยอมตามใจรสชาติของสวี่เหยาเสมอ

ฉันก้มหน้าเก็บเสื้อคลุมให้เรียบร้อย รอพนักงานยกหม้อซุปมาเสิร์ฟ

“เหยียนเหยียน”

เมื่อได้ยินเสียงเรียก ฉันก็เงยหน้าขึ้น

สวี่เหยากำลังโบกมือเดินตรงมาทางฉัน

ลู่เยี่ยนเดินตามหลังมา บนไหล่สะพายกระเป๋าถือของสวี่เหยา ส่วนแขนก็พาดเสื้อคลุมของเธอเอาไว้

พอเขายืนตั้งหลักได้ คิ้วเข้มรูปงามก็ขมวดเคืองเล็กน้อย

“เจียงเหยียน แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ”

“ห้ะ?”

“ทางนั้นสั่งอาหารไปแล้ว แต่อาเหยาบอกว่ายังไงก็จะมานั่งเป็นเพื่อนเธอ ครั้งหน้าห้ามเอาแต่ใจแบบนี้อีก”

ทั้งที่ฉันต่างหากที่เป็นแฟนของลู่เยี่ยน แต่เขากลับเรียกฉันชื่อเต็มทุกครั้ง

ผิดกับสวี่เหยาที่เขาใช้คำเรียกขานสนิทสนมมากกว่า

ฉันหึงและรู้สึกไม่พอใจ

ลู่เยี่ยนเพียงตอบส่ง ๆ ว่าเขาเรียกจนชินแล้ว แค่สรรพนามเรียกขานอย่ามางี่เง่าใจแคบ

ถ้ายังเถียงกันต่อ เรื่องก็จะกลายเป็นว่าฉันเอาแต่ใจอีก

สวี่เหยาต่อยเข้าที่อกของลู่เยี่ยนหนึ่งที “ห้ามดุเหยียนเหยียนของพวกเรานะ เดี๋ยวทำเหยียนเหยียนร้องไห้ขึ้นมา ฉันไม่ละเว้นนายแน่”

“รับทราบครับ” ลู่เยี่ยนโค้งตัวลงเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอ็นดูแบบที่ฉันไม่เคยได้รับ “คุณตามใจเธอเข้าไปเถอะ เดี๋ยวก็เสียคนหมดหรอก”

สวี่เหยาเอนตัวเข้ามา ก่อนจะคล้องแขนฉันแล้วค้อนลู่เยี่ยนหนึ่งที

“เหยียนเหยียนน่ะเพื่อนรักตัวจริงของฉัน ไม่ตามใจเธอ จะให้ไปตามใจแฟนเก่าอย่างนายหรือไง”

ลู่เยี่ยนยอมแพ้ ก่อนจะจัดวางกระเป๋าถือกับเสื้อคลุมของสวี่เหยาอย่างระมัดระวัง

แล้วเลือกนั่งลงตรงฝั่งที่ใกล้กับสวี่เหยา

พนักงานเทยกหม้อซุปมาเสิร์ฟ และกำลังจะเทลงหม้อ

ลู่เยี่ยนยื่นมือไปห้ามไว้ ก่อนหันมามองฉันด้วยน้ำเสียงคล้ายกำลังตำหนิ “ทำไมเป็นซุปมะเขือเทศล่ะ?”

“ฉันนึกว่าพวกนายจะไม่มากินแล้ว แล้วฉันก็กินเผ็ดไม่ได้ ก็เลย...”

“เปลี่ยนเป็นซุปหม่าล่าครับ”

ลู่เยี่ยนไม่รอให้ฉันพูดจบด้วยซ้ำ ก็สั่งพนักงานเปลี่ยนเป็นซุปหม่าล่าที่สวี่เหยาชอบทันที

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” สวี่เหยาชะงักไปนิด น้ำเสียงคล้ายยอมถอยให้ “หรือเอาเป็นซุปมะเขือเทศก็ได้นะ”

“ไม่ได้” ลู่เยี่ยนพูดเสียงแข็ง “ร้านหม้อไฟนี้เธอพร่ำบ่นอยากกินมาตั้งเป็นเดือน กว่าจะได้คิวไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องกินให้สะใจสิ”

มือของฉันที่กำลังแจกจานชามชะงักไปเล็กน้อย

ที่แท้ คนที่บ่นอยากกินหม้อไฟมาตลอดหนึ่งเดือนก็คือสวี่เหยา

สวี่เหยาเพียงพูดปากเปล่ามาหนึ่งเดือน แต่ลู่เยี่ยนกลับเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจตลอดหนึ่งเดือน

วันเกิดของฉัน ฉันแค่อยากให้ลู่เยี่ยนไปกินอาหารกวางตุ้งเป็นเพื่อน เขากลับบอกว่าอาหารกวางตุ้งรสจืดเกินไป สวี่เหยากินรสจัด คงไม่ชอบ

แล้วบอกว่าไว้คราวหน้าจะพาฉันไปกินกันสองคน

แต่ผ่านไปแค่คืนเดียว เขาก็ลืมมันไปสนิท

สวี่เหยาเหลือบมองฉัน แล้วหันไปมองลู่เยี่ยนด้วยสายตาลำบากใจ “เหยียนเหยียนเธอกินเผ็ดไม่ได้นะ”

ลู่เยี่ยนหันมามองฉัน คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงบอกพนักงาน “เปลี่ยนเป็นซุปหม่าล่า แล้วขอน้ำต้มสุกเย็นเพิ่มให้อีกหนึ่งกาครับ”

พนักงานบริการยกซุปมะเขือเทศออกไป ลู่เยี่ยนจึงนั่งลง

“เอาเหมือนเมื่อก่อนแล้วกัน ถ้าเธอกลัวเผ็ด เดี๋ยวกินไปก็เอาเนื้อแกว่งล้างน้ำต้มสุกเอา”

ฉันไม่ได้พูดอะไร ได้แต่แจกถ้วยชามต่อไป

ลู่เยี่ยนก็ทำเหมือนทุกที คิดไปเองว่าฉันตอบตกลงเงียบๆ

เทน้ำซุปเสร็จเรียบร้อย สวี่เหยาก็ลุกขึ้นจะไปปรุงน้ำจิ้ม

ลู่เยี่ยนพูดรั้งเธอไว้และแกล้งทำเป็นดุ “คุณนั่งเถอะ เดี๋ยวก็เอาน้ำส้มสายชูใส่แทนซีอิ๊วอีก ผมไปปรุงให้เอง”

สวี่เหยาส่งเสียงฮึดฮัด “ใครบอกว่าฉันแยกไม่ออกกัน?”

เธอยักคิ้วนิดๆ “ยังจำรสชาติโปรดฉันได้ใช่ไหมล่ะ?”

ลู่เยี่ยนท่องออกมาได้อย่างแม่นยำ “ซอสงาช้อนโตๆ สามช้อน ดอกกุยช่ายดองสองช้อน น้ำเต้าหู้ยี้หนึ่งช้อน น้ำมันพริกสามช้อน...”

สวี่เหยายกมุมปากขึ้นยิ้มๆ ก่อนพูดขัด “พอแล้ว ไม่ต้องอวดความจำของนาย ไปปรุงเถอะ”

ฉันลุกขึ้นยืนตาม

สวี่เหยาดึงแขนฉันไว้ “จะไปไหนน่ะ?”

“ไปปรุงน้ำจิ้ม”

“เรื่องแบบนี้ก็ให้ลู่เยี่ยนทำไปสิ ตอนที่เขาคบกับฉัน เขาเอาใจใส่เรื่องพวกนี้จะตาย”

ฉันเงยหน้าขึ้น และสบตาเข้ากับลู่เยี่ยนพอดี

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel
Keine Kommentare
9 Kapitel
บทที่ 1
“หมายเลข 3601 อยู่ไหมครับ?”ฉันยื่นบัตรคิวให้ แล้วเดินตามพนักงานพาไปนั่งที่โต๊ะ“รับเป็นน้ำซุปหม่าล่าหรือซุปมะเขือเทศดีครับ?”“ซุปมะเขือเทศค่ะ”สวี่เหยาชอบกินเผ็ดมาก ส่วนฉันกินเผ็ดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เวลาเราสามคนกินข้าวด้วยกัน ก็ต้องคอยยอมตามใจรสชาติของสวี่เหยาเสมอฉันก้มหน้าเก็บเสื้อคลุมให้เรียบร้อย รอพนักงานยกหม้อซุปมาเสิร์ฟ“เหยียนเหยียน”เมื่อได้ยินเสียงเรียก ฉันก็เงยหน้าขึ้น สวี่เหยากำลังโบกมือเดินตรงมาทางฉันลู่เยี่ยนเดินตามหลังมา บนไหล่สะพายกระเป๋าถือของสวี่เหยา ส่วนแขนก็พาดเสื้อคลุมของเธอเอาไว้ พอเขายืนตั้งหลักได้ คิ้วเข้มรูปงามก็ขมวดเคืองเล็กน้อย“เจียงเหยียน แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ”“ห้ะ?”“ทางนั้นสั่งอาหารไปแล้ว แต่อาเหยาบอกว่ายังไงก็จะมานั่งเป็นเพื่อนเธอ ครั้งหน้าห้ามเอาแต่ใจแบบนี้อีก” ทั้งที่ฉันต่างหากที่เป็นแฟนของลู่เยี่ยน แต่เขากลับเรียกฉันชื่อเต็มทุกครั้ง ผิดกับสวี่เหยาที่เขาใช้คำเรียกขานสนิทสนมมากกว่าฉันหึงและรู้สึกไม่พอใจลู่เยี่ยนเพียงตอบส่ง ๆ ว่าเขาเรียกจนชินแล้ว แค่สรรพนามเรียกขานอย่ามางี่เง่าใจแคบถ้ายังเถียงกันต่อ เรื่องก็จะกลายเป็นว่าฉั
Mehr lesen
บทที่ 2
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาพูดเสียงเรียบ “รสชาติของคุณยุ่งยาก ผมจำไม่ได้ ปรุงทีไรก็ผิดทุกที คุณปรุงเองเถอะ” ความจริงแล้ว รสชาติของฉันไม่ได้ยุ่งยากเลยสักนิด แค่ไม่ใส่พริกเท่านั้นลู่เยี่ยนจำได้แม้กระทั่งน้ำจิ้มเกือบสิบแบบของสวี่เหยาได้ ว่าแต่ละอย่างต้องใส่ปริมาณเท่าไร แต่ทุกครั้งที่ปรุงน้ำจิ้มให้ฉัน เขากลับใส่พริกลงไปเสมอ หลังจากปรุงน้ำจิ้มเสร็จ ฉันถือถาดน้ำจิ้มกลับมา ยืนชะงักอยู่หน้าโต๊ะ ที่นั่งที่เคยเป็นของฉัน ตอนนี้กลับมีสวี่เหยานั่งอยู่ ทั้งสองกำลังพูดคุยหัวเราะกัน และลู่เยี่ยนเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นฉัน “อาเหยามีประจำเดือน โดนลมเย็นไม่ได้ คุณสลับที่กับเธอหน่อยนะ” ฉันค่อยๆ นั่งลง ลมเย็นพัดเข้ามาตามน่องจนรู้สึกหนาววาบ ท้องน้อยเริ่มปวดเกร็งขึ้นมาเป็นระยะๆสวี่เหยาเคยบอกว่าพวกเราสองคนเป็นเพื่อนรักกัน สนิทกันถึงขนาดที่ยังมีประจำเดือนวันเดียวกันเลย หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น เป็นข้อความจากประธานโจว“เจียงเหยียน อีกสามวันจะออกเดินทาง มีปัญหาอะไรไหม?” ฉันเงยหน้าขึ้นลู่เยี่ยนกำลังคีบผ้าขี้ริ้ววัวที่เพิ่งลวกสุกให้สวี่เหยา ฉันก้มหน้าลงแล้วพิมพ์ตอบ “ไม่มีปัญหาค่ะ”เมื่อเนื้อแกะม
Mehr lesen
บทที่ 3
“ทีนี้รู้หรือยังล่ะ?”ลู่เยี่ยนทำสีหน้าราวกับรู้อย่างนี้แต่แรกก็คงไม่เป็นแบบนี้และมองฉัน “บางครั้งการรีบตัดไฟแต่ต้นลมก็เป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่านะ”ฉันพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย “อืม ถึงเวลาต้องตัดไฟแล้วจริง ๆ” เขาพอใจกับปฏิกิริยาของฉันมาก และชมฉันอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำ “ถ้าคุณว่าง่ายสอนง่ายแบบนี้ไปตลอดก็คงดี”พอเช็กบิลเสร็จ ก็เดินออกจากประตูร้านใต้แสงไฟริมถนน หิมะปุยหนาโปรยปรายลงมาฉันกับสวี่เหยายืนเคียงข้างกัน โดยมีลู่เยี่ยนยืนบังอยู่ด้านหน้าของสวี่เหยาลมเหนืออันเหน็บหนาวพัดบาดลงบนใบหน้าของฉันราวกับคมมีดหนาวจนฉันสั่นไปทั้งตัว ลู่เยี่ยนช่วยติดกระดุมเม็ดสุดท้ายบนเสื้อคลุมให้สวี่เหยา ก่อนจะขยับก้าวมาตรงหน้าฉันเขาถอดผ้าพันคอของตัวเองมาสวมให้ฉัน “ดึกมากแล้ว อาเหยาเดินกลับบ้านคนเดียวกลางคืนมันอันตราย ผมจะไปส่งเธอ คุณถึงห้องเก็บของเสร็จก็รีบนอนเลยนะ ไม่ต้องรอผม”บ้านของสวี่เหยาอยู่คนละทิศกับบ้านของฉัน แต่ระยะทางก็พอ ๆ กัน ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเรียกเขา “ลู่เยี่ยน”ลู่เยี่ยนกุมมือสวี่เหยา แล้วก้าวลงจากบันไดเสียงของฉันจมหายไปในเสียงลมหวีดหวิวถนนจับตัวเป็นน้ำแข็งทำให้ลื่น
Mehr lesen
บทที่ 4
พอกลับถึงบ้านและผลักประตูห้องนอนเปิดออก ร่างทั้งร่างของฉันก็แข็งค้างไปทันที ลู่เยี่ยนกับสวี่เหยาสองคนกำลังนอนตะแคงอยู่บนเตียง ร่างกายแนบชิดติดกันพอได้ยินเสียงเปิดประตู ลู่เยี่ยนก็หันกลับมามองฉัน “ทำไมถึงกลับมาล่ะ? ผมนึกว่าคุณจะนอนค้างสักคืน”ลำคอของฉันตีบตันจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่น้อย ครู่หนึ่ง ลู่เยี่ยนคล้ายจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้เขาชักมือออกจากท้องน้อยของสวี่เหยา แววตาฉายความลนลานออกมาอย่างชัดเจน “คุณอย่าเข้าใจผิดนะ พอดีอาเหยามีประจำเดือนแล้วยังมาเป็นหวัดซ้ำอีกจนปวดทนไม่ไหว ผมเลยช่วยนวดท้องบรรเทาอาการให้เธอหน่อย”ฉันยกมุมปากยิ้มเยาะตัวเองอย่างเงียบเชียบตอนที่ฉันปวดประจำเดือนจนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น เคยเอามือลู่เยี่ยนมาวางบนท้องน้อย ขอร้องให้เขาช่วยนวดให้เขากลับดึงมือออก แล้วยื่นน้ำร้อนมาให้แก้วหนึ่ง บอกว่าดื่มน้ำร้อนเยอะๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองขาทั้งสองข้างคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว จนก้าวขยับขาไม่ออกลู่เยี่ยนลากฉันให้ออกห่างจากห้องนอน แล้วหันไปปิดประตูลงอย่างเบามือ“กว่าอาเหยากว่าจะหลับได้ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าส่งเสียงดังทำเธอตื่นล่ะ”ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ หันหลังเด
Mehr lesen
บทที่ 5
ตอนมื้อเย็น ลู่เยี่ยนสั่งเดลิเวอรีมาสั่งมาแปดเก้าอย่าง จนแทบวางเต็มโต๊ะอาหารตาสวี่เหยาเป็นประกาย “ลู่เยี่ยน นายเลือกสั่งเก่งเกินไปแล้วนะ ทุกจานมีแต่ของโปรดฉันทั้งนั้นเลย”ฉันมองกวาดกับข้าวเหล่านั้นอยู่หลายรอบสุดท้าย ก็ได้แต่ตักข้าวสวยเปล่าๆ เข้าปากไปสองคำอาหารทุกอย่างล้วนมีพริกสีแดงเถือกโรยหน้าอยู่ชั้นหนึ่งครู่ต่อมา ลู่เยี่ยนยื่นน้ำเปล่ามาให้แก้วหนึ่ง “เจียงเหยียน คุณลองหัดกินเผ็ดบ้างสิ เวลาเรากินข้าวด้วยกันจะได้ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนี้”ตะเกียบที่กำลังคีบข้าวเข้าปากชะงักลง ในอกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ อึดอัดจนบอกไม่ถูกอีกครั้งแล้วเขาจำของโปรดของสวี่เหยาได้ทุกอย่าง แต่กลับลืมไปคนเดียวว่าฉันกินเผ็ดไม่ได้แถมยังรู้สึกว่าฉันเป็นตัวยุ่งยากน่าขำสิ้นดีฉันเลื่อนแก้วน้ำออกไปให้ไกลกว่าเดิม “ผ่านวันพรุ่งนี้ไปก็ไม่ยุ่งยากแล้วล่ะ”ลู่เยี่ยนชะงักไปนิดและขมวดคิ้ว “ก็แค่ออกไปทำงานไม่กี่วัน พูดทำอย่างกับจะไม่กลับมาอย่างนั้นแหละ”เขาคีบไก่ผัดพริกชิ้นหนึ่ง วางลงในถ้วยของสวี่เหยาแล้วหันมาถามฉัน “จะกลับเมื่อไหร่?” “ฮัดชิ่ว!” สวี่เหยาถูกพริกจนสำลัก และจามติดกันหลายครั้ง ลู่เยี่ยนลุกข
Mehr lesen
บทที่ 6
ลู่เยี่ยนถือถุงกับข้าวใบใหญ่เดินเข้ามาในบ้าน ก่อนเปลี่ยนรองเท้าตรงโถงทางเข้า “เจียงเหยียน”“อาเหยาบอกว่าก่อนพวกเราออกเดินทาง อยากกินมื้อใหญ่อร่อยๆ ปรนเปรอกระเพาะแบบจีนๆ ของพวกเราหน่อย รีบออกมาช่วยกันเร็ว”แต่สิ่งที่ตอบรับเขามีเพียงเสียงถอดเปลี่ยนรองเท้าดังสวบสาบของตัวเองเท่านั้น“เจียงเหยียน?”ลู่เยี่ยนเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ นำถุงกับข้าวไปวางไว้ในครัว แล้วตรงไปยังห้องรับรองทันที สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตาคือเตียงสนามที่ว่างเปล่า จากนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่ากระเป๋าเดินทางสองใบที่เคยอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าก็หายไปแล้วเช่นกันลู่เยี่ยนชะงักอึ้งไปชั่วครู่ไปแล้วเหรอ?ไม่น่าเป็นไปได้นี่ ไม่ใช่ว่าเที่ยวบินออกพรุ่งนี้เช้าหรอกเหรอ? เขาก้าวออกจากห้องนอนแขก เดินไปดูทั้งห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งห้องเก็บของแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเจียงเหยียนเลยเขารีบเดินไปที่โถงทางเข้า แล้วเหลือบไปเห็นรองเท้าสลิปเปอร์คู่นั้นในถังขยะสีหน้าของลู่เยี่ยนสลดลงทันที ก่อนแววตาจะฉายความลนลานออกมาเล็กน้อย เขาพึมพำกับตัวเอง “ก็แค่ไปทำงานต่างประเทศไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องโยนรองเท้าสลิปเปอร์ทิ้งด้วย?”เขาพิมพ
Mehr lesen
บทที่ 7
บนโต๊ะอาหารยังวางกล่องอาหารเดลิเวอรีของเมื่อวานไว้ ลู่เยี่ยนเดินตรงเข้าไปเก็บกวาดเขานำอาหารที่กินไม่หมดมาเทรวมกัน ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาตกกระทบลงบนแก้วน้ำเปล่าใบนั้น บนโต๊ะอาหารนั่นคือแก้วน้ำที่เขารินให้เจียงเหยียน เอาไว้แก้อาการเผ็ดเขาสังเกตว่านอกจากอุณหภูมิแล้ว น้ำแก้วนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากตอนที่เขาเลื่อนมันไปให้เจียงเหยียน ไม่มีแม้แต่คราบน้ำมันติดอยู่สักนิด จนเขาตระหนักได้ว่า เจียงเหยียนไม่ได้กินกับข้าวเลยแม้แต่คำเดียวแก้วน้ำเปล่าใบนั้นทำเอาเขาเจ็บปวดแปลบขึ้นมาในใจทำไมเขาถึงละเลยเรื่องนี้ไปได้ ไม่สั่งอาหารที่ไม่เผ็ดไว้สักสองสามอย่าง หลังเก็บโต๊ะอาหารเรียบร้อย ลู่เยี่ยนก็เดินเข้าครัว เขาหยิบวัตถุดิบออกมาทีละอย่างเต้าหู้ผัดหม่าล่า ไข่ผัดพริกหยวก และกุ้งมังกรจิ๋วผัดหม่าล่า... ล้วนเป็นของโปรดที่สวี่เหยาชอบกินทั้งนั้นแล้วเจียงเหยียนล่ะ ชอบกินอะไร?เธอไม่ทานเผ็ดแล้วมีอะไรอีก? นอกจากไม่กินเผ็ดแล้วมีอะไรอีก? ลู่เยี่ยนพยายามนึกอย่างละเอียดอยู่ในหัว คำสี่คำหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิดของเขานั้นคือ อาหารกวางตุ้ง เหมือนเจียงเหยียนเคยพูดกับเขาว่า
Mehr lesen
บทที่ 8
รถเลี้ยวเข้าจอดในลานจอดรถใต้ดิน ก่อนดับเครื่องยนต์ ลู่เยี่ยนไม่ได้ก้าวลงจากรถ เขาเหลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มตรงจากห้าโมงเย็นจนถึงตอนนี้ ผ่านไปสามชั่วโมงแล้วทำไมเพิ่งผ่านไปแค่สามชั่วโมงเองล่ะ? นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เยี่ยนสัมผัสได้ว่าเวลาสามชั่วโมงมันยาวนานขนาดนี้เขานึกถึงหม้อไฟมื้อนั้นเมื่อสองวันก่อนเจียงเหยียน ยอมใช้วันลา และยืนต่อคิวรอนานถึงหกชั่วโมงเพื่อหม้อไฟมื้อนั้นเธอทนผ่านช่วงเวลาหกชั่วโมงอันแสนน่าเบื่อนั้นมาได้อย่างไร? ระหว่างนั้น เขาไม่เคยถามสักคำว่าเธอหิวไหม หิวน้ำไหม หรือหนาวหรือเปล่า? ตอนที่เธอไม่ยอมทำตามที่เขาขอให้เปลี่ยนไปกินอาหารเสฉวน เขากลับดุหาว่าเธองอแงเอาแต่ใจทำไมตัวเองถึงได้เฮงซวยขนาดนี้? ลู่เยี่ยนจุดบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวนจากนั้นก็จุดต่อมวนแล้วมวนเล่าก้นบุหรี่ทิ้งเกลื่อนเต็มพื้น เขาก็ยังไม่อยากก้าวลงจากรถเขาไม่อยากขึ้นไปข้างบน หรือพูดอีกอย่างคือ เขาไม่กล้าขึ้นไปต่างหากความกระวนกระวายก่อตัวขึ้นในใจ เขามีลางสังหรณ์ว่าครั้งนี้เจียงเหยียนไม่ได้แค่เอาแต่ใจเหมือนทุกทีแน่ๆนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ตัวเองต้องการเจียงเหยียน
Mehr lesen
บทที่ 9
ลู่เยี่ยนก้มหน้าลง เสียงสะอื้นเล็กน้อย “ผมผิดเอง ผมขอโทษคุณด้วย กลับไปกับผมนะ ต่อไปผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแน่นอน” เขาพยายามจะคว้ามือฉันอีกครั้ง แต่ฉันหลบออกอย่างเย็นชา“ลู่เยี่ยน ไม่ใช่ทุกความผิดจะมีโอกาสแก้ตัว เราจบกันอย่างสมบูรณ์แล้ว”“ไม่ เราไม่จบกัน” ลู่เยี่ยนขึ้นเสียงอย่างกะทันหันด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “เจียงเหยียน ผมรู้ว่าผมผิด และผมก็สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลง ผมเดินทางไกลมาถึงสวิตเซอร์แลนด์เพื่อมาหาคุณ คุณให้โอกาสผมอีกครั้งไม่ได้เลยเหรอ?”ฉันปฏิเสธอย่างไม่ลังเล “ไม่ได้”ลู่เยี่ยนมองฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขอบตาจะค่อยๆ แดงขึ้น“เจียงเหยียน ผมรู้ว่าผมผิด และมันเป็นความผิดที่ไม่น่าให้อภัยจริงๆ”“ผมเข้าใจว่าคุณไม่อยากให้อภัยผมง่ายๆ แต่ผมจะไม่ยอมแพ้เพียงเพราะเรื่องนี้”“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมเปลี่ยนไปแล้ว”ตกค่ำ หลังจากจบวันอันแสนวุ่นวาย ฉันชงกาแฟให้ตัวเองหนึ่งแก้วเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คนที่โทรมาคือสวี่เหยาฉันลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็กดรับสาย “เหยียนเหยียน พวกเราเป็นเพื่อนสนิทที่สุดกัน เธอช่วยยกลู่เยี่ยนให้ฉันได้ไหม” สวี่เหยาบอกว่าพวกเราเป็นเพื่อนสนิทที่สุดกัน แต่กลับใช
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status