Share

บทที่ 7

Author: คุณกระดูก
เจียงซุ่ยเหยียนนั่งอยู่ในสวนตามลำพังจนฟ้ามืด ในที่สุดถึงสงบสติอารมณ์ลงได้

เธอลุกขึ้นเดินเข้าไปในคฤหาสน์ก็เห็นฉีอวิ๋นเจิงนอนอยู่บนโซฟาคนเดียว ส่วนเพื่อน ๆ ของเขากลับไปหมดแล้ว

เขาเมาหนักมาก ในความฝันก็ยังคงละเมอเรียกชื่อของเสิ่นชิงอีซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เจียงซุ่ยเหยียนรับฟังแบบเงียบ ๆ ก่อนหยิบตารางคะแนนแผ่นนั้นออกมา แล้วหักออกไปอีกห้าคะแนน

เธอไม่ได้เข้าไปดูแลเขาเหมือนอย่างเคย แต่กลับเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง

ของขวัญที่ฉีอวิ๋นเจิงเคยมอบให้ รูปถ่ายของเขาที่เธอเก็บสะสมไว้ แก้วน้ำคู่รักที่ซื้อมา รองเท้าแตะ...

ของอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขา เธอรวบรวมออกมาทั้งหมด แล้วโยนทิ้งลงถังขยะ

เธอเก็บกวาดอยู่ทั้งคืน พอวันรุ่งขึ้นฉีอวิ๋นเจิงตื่นขึ้นมาก็เห็นห้องรับแขกที่ว่างเปล่าไปกว่าครึ่ง

“คุณออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมของในบ้านถึงหายไปเยอะขนาดนี้”

“เมื่อคืนค่ะ กลางดึกฉันนอนไม่หลับก็เลยเก็บพวกของจุกจิกที่ไม่ได้ใช้แล้วทิ้งไปบ้าง”

เมื่อได้ยินคำตอบของเธอ ฉีอวิ๋นเจิงก็กวาดตามองไปรอบ ๆ รู้สึกทะแม่ง ๆ “ไม่ได้ใช้เหรอ ของเยอะขนาดนี้ ทำไมถึงบอกว่าไม่ได้ใช้แล้วล่ะ”

เจียงซุ่ยเหยียนกำลังจะอ้าปากตอบ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน

“อวิ๋นเจิง วันนี้นายพอจะมีเวลาไปตรวจตามนัดกับฉันไหม”

ฉีอวิ๋นเจิงตอบอืมไปคำหนึ่ง ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วออกไปอย่างเร่งรีบ

เจียงซุ่ยเหยียนมองตามแผ่นหลังที่ผลักประตูเดินออกไปของเขา แล้วตอบเขาด้วยเสียงแผ่วเบา

“เพราะฉันกำลังจะไปจากที่นี่ ของพวกนี้ก็เลยไม่ได้ใช้อีกแล้วละ”

หลายวันหลังจากนั้น ฉีอวิ๋นเจิงก็ยังคงไร้ข่าวคราว

แต่จากข้อความที่เสิ่นชิงอีส่งมา เจียงซุ่ยเหยียนก็รู้ได้ว่าพวกเขากำลังไปเดินช็อปปิง กินข้าว และดูหนังด้วยกัน

เธอไม่ได้ใส่ใจ เอาแต่ขลุกอยู่กับการแพ็กกระเป๋าเดินทาง และส่งของของตัวเองไปที่เมืองหนานเฉิง

ในวันครบรอบวันตายของคุณเจียง เธอเปลี่ยนไปใส่ชุดสีดำ สั่งดอกไม้ช่อหนึ่ง และขณะที่กำลังจะออกจากบ้านก็ถูกฉีอวิ๋นเจิงที่เพิ่งกลับมาพอดีเรียกเอาไว้

“วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของอาจารย์ ผมจะไปสุสานกับคุณนะ”

หลายปีมานี้พวกเขาสองคนไปเคารพศพด้วยกันตลอด เจียงซุ่ยเหยียนจึงไม่ได้ปฏิเสธ และยอมขึ้นรถของเขาไป

ภายในห้องโดยสารเงียบกริบตลอดทาง ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา

เมื่อไปถึงสุสาน ทั้งสองก็ผลัดกันแสดงความไว้อาลัยที่หน้าป้ายหลุมศพ

เมื่อเห็นรอยยิ้มของพ่อบนรูปถ่ายขาวดำ เจียงซุ่ยเหยียนก็โขกศีรษะลงกับพื้นแรง ๆ สองสามครั้ง

“พ่อคะ หนูตัดสินใจจะหย่ากับฉีอวิ๋นเจิง ไปตามความฝันที่เมืองหนานเฉิงแล้วนะคะ ถ้าพ่อรู้ พ่อก็คงดีใจไปกับหนูด้วยใช่ไหมคะ ก่อนพ่อจะจากไป คนที่พ่อเป็นห่วงที่สุดก็คือหนู พ่อถึงได้ฝากฝังให้ฉีอวิ๋นเจิงช่วยดูแลหนู แต่ว่าตอนนี้หนูโตแล้ว พึ่งพาตัวเองได้แล้ว หนูเลยตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยไม่ต้องพึ่งพาใครอีก”

หลังจากระบายความในใจให้พ่อฟังหมด หยาดฝนก็โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า

พวกเขาเดินลงจากเขามาด้วยกัน โดยไม่ได้รั้งรออยู่นาน

ระหว่างทางกลับ อาจเป็นเพราะเห็นเธอเงียบผิดปกติ ฉีอวิ๋นเจิงจึงเอ่ยปลอบใจนิดหน่อย

“ผมรู้ว่าคุณคิดถึงอาจารย์มาก แต่ท่านจากไปแล้ว ผมจะคอยอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ถ้าคุณไม่สบายใจ คุยกับผมได้นะ”

เจียงซุ่ยเหยียนอยากคุยกับเขาจริง ๆ

แต่เป็นเรื่องการหย่าร้าง ไม่ใช่เรื่องพ่อที่จากไป

เธอผ่อนลมหายใจยาว ขณะที่กำลังเรียบเรียงคำพูด โทรศัพท์ของฉีอวิ๋นเจิงก็ดังขึ้นมา

“ประธานฉี แย่แล้วครับ! คุณเสิ่นประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้กำลังกู้ชีพอยู่โรงพยาบาลครับ!”

วินาทีที่ได้ยินข่าวนี้ ฉีอวิ๋นเจิงก็เหยียบเบรกกะทันหัน แล้วหันขวับมามองเจียงซุ่ยเหยียน

“ซุ่ยเหยียน คุณเรียกแท็กซี่กลับเองนะ”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ร้อนรนและกระวนกระวายของเขา เจียงซุ่ยเหยียนก็หลุบตาลง แล้วเปิดประตูลงจากรถไปเงียบ ๆ

เธอกางร่มยืนอยู่ท่ามกลางม่านฝน มองรถสปอร์ตที่พุ่งทะยานจากไป ก่อนจะเปิดโทรศัพท์เตรียมเรียกแท็กซี่

ลมพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนร่มของเธอพับปลิวไปมา ทำให้เธอแทบจะจับด้ามร่มเอาไว้ไม่อยู่

เธอก้มหน้าลงหมายจะหลบฝนที่สาดซัดเข้ามาปะทะใบหน้า แต่กลับไม่ทันสังเกตเห็นรถเก๋งคันหนึ่งที่กำลังแล่นมาอย่างช้า ๆ จากทางด้านหน้า

เสียงดังปัง รถพุ่งชนร่างของเธอเข้าอย่างจังจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น

สายฝนเทกระหน่ำลงมาจนใบหน้าของเธอเปียกชุ่ม เลือดสด ๆ ไหลรินออกมาเป็นสายราวกับน้ำพุ

เธอกุมหน้าท้องที่ปวดขึ้นมาเป็นระลอก ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ สติสัมปชัญญะค่อย ๆ เลือนลางลงทุกที...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักสลักลึก   บทที่ 23

    หลังจากจัดการเรื่องของเสิ่นชิงอีเสร็จเรียบร้อย ฉีอวิ๋นเจิงก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการตามจีบเจียงซุ่ยเหยียนกลับมาอีกครั้ง เท่าที่เขารู้ ตอนนี้เจียงซุ่ยเหยียนยังไม่ได้คบหากับจิ่งซือเฉิน ดังนั้นเขาก็ยังคงมีโอกาสอยู่เขาคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าครั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่มีวันหักหลังเจียงซุ่ยเหยียนอีก เธอจะทำตารางคะแนนขึ้นมาอีกสักหนึ่งแผ่นหรือหนึ่งร้อยแผ่นก็ได้ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกหักคะแนนอีกแม้แต่คะแนนเดียว ขอเพียงแค่เธอยินยอม ต่อให้ต้องยกตระกูลฉีให้เธอเขาก็ยอมทั้งนั้นหลังจากสืบจนรู้ที่อยู่ของสตูดิโอม่ายซุ่ย เขาจึงถือช่อดอกไม้ช่อหนึ่งมาเคาะประตูเปิดเข้าไป“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเจียงอยู่ไหมครับ” เขาถามอย่างสุภาพแววตาของคนอื่น ๆ ภายในสตูดิโอต่างก็เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ในบรรดาคนเหล่านั้น รุ่นพี่เดินเข้ามาหา แล้วมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน“ทำไมถึงเป็นคุณได้ล่ะคะ”ฉีอวิ๋นเจิงจำเธอได้ เธอคือคนที่ร่วมก่อตั้งสตูดิโอกับเจียงซุ่ยเหยียนหลังจากที่หย่ากัน เมื่อเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ ฉีอวิ๋นเจิงก็ยิ้มบาง ๆ ออกมา“มาง้อเธอครับ”รุ่นพี่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ราวกับว่าคน

  • รักสลักลึก   บทที่ 22

    ฉีอวิ๋นเจิงก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ไม่ว่าจะตอนที่รับโทษตามกฎตระกูลหรือตอนรังเกียจเสิ่นชิงอี เขาเคยเผยสีหน้าแบบนี้ออกมาเสียเมื่อไหร่กัน มาตอนนี้เมื่อได้พบกับคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกวันทุกคืน เขาก็แทบอยากจะควักหัวใจของตัวเองออกมาให้เธอได้เห็นแต่ท่าทางเช่นนี้ กลับมีแต่ทำให้เจียงซุ่ยเหยียนรู้สึกสะอิดสะเอียน ความรังเกียจและความห่างเหินในแววตาของเธอทิ่มแทงอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า“คุณฉี กรุณาวางตัวให้เหมาะสมครับ ถ้าซุ่ยเหยียนคิดจะให้อภัยคุณ เธอคงไม่อยู่แบบปิดบังตัวตนมาตลอดหรอก ถึงผมจะไม่รู้ว่าอดีตของพวกคุณเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ซุ่ยเหยียนเป็นคนดีมาก ผมคิดว่าคุณคงจะทำเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้ ถึงได้มาถึงขั้นนี้”จิ่งซือเฉินก้าวออกมาขวางหน้าเจียงซุ่ยเหยียนได้ถูกจังหวะ แววตาของเขาเย็นเยียบไม่ต่างกัน และเอ่ยประชดประชันอย่างไม่เกรงใจประโยคนี้ทำให้ฉีอวิ๋นเจิงสั่นสะท้าน ขอบตาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเขามองคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า จิ่งซือเฉินคอยปกป้องเจียงซุ่ยเหยียน ส่วนเจียงซุ่ยเหยียนก็พึ่งพาและหลบอยู่ด้านหลังเขาแบบนั้น ความรักในแบบที่เธอเคยปรารถนามาตลอดคือแบบนี้ใช่ไหมนะฉีอวิ๋นเจิงอดปรายตามองอีกครั้งไม่ได้

  • รักสลักลึก   บทที่ 21

    ตั้งแต่บทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกมา ฉีอวิ๋นเจิงก็ได้ข่าวทันที ได้รู้เบาะแสปัจจุบันของเจียงซุ่ยเหยียน ที่แท้เธอก็อยู่ที่เมืองหนานเฉิง ซ้ำยังเปิดสตูดิโอออกแบบอย่างที่เคยฝันไว้จริง ๆเขาค้นชื่อสตูดิโอม่ายซุ่ยอย่างกระหายใคร่รู้ ก่อนได้รู้ว่าตลอดหนึ่งปีที่จากเขาไป เจียงซุ่ยเหยียนต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างเธอไม่ได้หดหู่สิ้นหวังเหมือนอย่างเขา แต่กลับยิ่งทอประกายเจิดจรัสมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอปั้นสตูดิโอของตัวเองขึ้นมาจากศูนย์ จนตอนนี้กลายเป็นแบรนด์ที่ไม่มีใครในวงการออกแบบไม่รู้จักฉีอวิ๋นเจิงจ้องมองเงาร่างภายใต้แสงไฟนั้นไม่วางตา เขาแทบจะอดกลั้นความวู่วามในใจเอาไว้ไม่ได้ อยากจะพุ่งเข้าไปกอดเธอเอาไว้แน่น ๆ เหมือนเมื่อก่อนในขณะที่เขาอดเดินเข้าไปหาไม่ได้ กลับถูกคนข้างกายดึงเอาไว้เสียก่อน“อวิ๋นเจิง...” เสิ่นชิงอีมองเขาด้วยสายตาเว้าวอน หวังให้เขารั้งอยู่ต่อ แต่ฉีอวิ๋นเจิงกลับสะบัดมือของเธอออกโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเสิ่นชิงอีกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้นปีนั้นหลังจากที่พวกเขาแตกหักกัน ฉีอวิ๋นเจิงก็ไปคุกเข่าอยู่ที่ตระกูลฉีถึงสามวันสามคืน เพื่อแลกกับโอกาสในการกลับเข้าตระกูลฉีอีกครั้ง เขาทำงานหนักราวกับคนบ

  • รักสลักลึก   บทที่ 20

    เธอดูบทสัมภาษณ์นี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เนื้อหาส่วนใหญ่ในนั้นยังคงเป็นผลงานของสตูดิโอม่ายซุ่ย มีเพียงส่วนน้อยที่พูดถึงสถานะของเจียงซุ่ยเหยียน และความสัมพันธ์ของเธอกับฉีอวิ๋นเจิงหลังจากบทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกไป ก็ดึงดูดกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ได้ระลอกหนึ่ง แต่เจียงซุ่ยเหยียนเพียงแค่ดูผ่าน ๆ แล้วก็หมดความสนใจไปบางทีอาจเพราะเห็นว่าเธอหมดความสนใจแล้ว จิ่งซือเฉินจึงเดินเข้ามา ในมือของเขาถือบัตรเชิญใบหนึ่งมาแกว่งไปมาตรงหน้าของเจียงซุ่ยเหยียนเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ดวงตาของอีกฝ่ายเป็นประกายขึ้นมาในทันที“งานนั้นหรือเปล่าคะ”จิ่งซือเฉินยิ้มอย่างได้ใจ“ถูกต้องครับ เพิ่งจะได้รับมาเมื่อเช้านี้เอง”เจียงซุ่ยเหยียนรีบรับมาทันที ชูบัตรเชิญขึ้นสูงแล้วหมุนตัวไปหนึ่งรอบด้วยความดีใจนี่เป็นใบเบิกทางสำหรับการก้าวเข้าสู่วงการออกแบบระดับมืออาชีพ ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่จะมีบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการออกแบบเข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมีนักสะสมหรือผู้ประกอบการที่มาจากทั่วทุกสารทิศอีกด้วย ชื่อของสตูดิโอม่ายซุ่ยจะดังก้องไปทั่วทั้งวงการออกแบบอย่างแท้จริง ในที่สุดเธอก็จะได้ทำความฝันให้เป็นจริงเสียที!“เยี่ยมไ

  • รักสลักลึก   บทที่ 19

    ดื่มเหล้าเสร็จแล้ว เจียงซุ่ยเหยียนก็ขึ้นมารับลมที่ชั้นสองใบหน้าของเธอเหมือนคนกำลังกรึ่ม ๆ แต่สภาพจิตใจกลับเบิกบาน นี่เป็นปีที่สองแล้วนับตั้งแต่เธอจากฉีอวิ๋นเจิงมา จากความเจ็บปวดสับสนในตอนแรก ถึงตอนนี้ที่เธอไม่ยึดติดกับอดีตอีกต่อไป เธอปล่อยวางผู้ชายคนนั้นได้อย่างสมบูรณ์ และจะไม่มีวันรู้สึกอ่อนแอไร้ที่พึ่งเพราะเขาอีกแม้แต่นิดเดียวสายลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบายพาเรือนผมยาวของเธอให้ปลิวขึ้นมา ทำให้ภาพตรงหน้าราวกับเป็นภาพวาดอันงดงามใครบางคนค่อย ๆ เดินขึ้นมา หยุดยืนอยู่ข้างกายเธอ แล้วท้าวแขนลงบนระเบียง“ทำไมถึงขึ้นมาคนเดียวล่ะครับ ทุกคนยังตามหาคุณอยู่เลยนะ” จิ่งซือเฉินถาม“มารับลมน่ะค่ะ รู้สึกเหมือนทุกอย่างมันไม่ค่อยจะสมจริงเท่าไหร่เลย ที่แท้เราก็ทำได้จริง ๆ”เจียงซุ่ยเหยียนหรี่ตาลง แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ“นั่นสิครับ พวกเราทำได้แล้ว”จิ่งซือเฉินมองเธอ แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้สองปีก่อน เธอร่วมมือกับรุ่นพี่ก่อตั้งสตูดิโอ และเชิญเขาเข้าร่วมในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ตอนนั้นแม้ว่าเขาจะเคยได้ยินชื่อของเจียงซุ่ยเหยียนมาบ้าง แต่กลับไม่ค่อยเชื่อนักว่าสตูดิโอที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างดีแห่งนี้จ

  • รักสลักลึก   บทที่ 18

    ตั้งแต่หลุดพ้นจากฉีอวิ๋นเจิง เจียงซุ่ยเหยียนก็มาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองหนานเฉิงในตอนนั้น ทันทีที่เธอลงจากเครื่องบิน รุ่นพี่ก็นำสมาชิกทีมคนอื่น ๆ มาต้อนรับเธอ เมื่อพวกเขาพูดถึงความฝัน ในแววตาของทุกคนล้วนเปล่งประกายเจิดจ้า ทำให้เจียงซุ่ยเหยียนอดนึกถึงอดีตของตัวเองไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะฉีอวิ๋นเจิง เธอเองก็คงจะก้าวเดินไปบนเส้นทางนี้พร้อมกับพวกเขาตั้งนานแล้วพวกเขากินข้าวด้วยกันหนึ่งมื้อ จากนั้นก็เริ่มทำงานกันต่อแบบไม่หยุดพัก ทุกอย่างในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้งสตูดิโอจำเป็นต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ทั้งการเลือกสถานที่ ตกแต่ง จดทะเบียน รับสมัครพนักงาน...กระบวนการจากศูนย์ถึงหนึ่งนั้นไม่ใช่สบาย ๆ เลย แต่เจียงซุ่ยเหยียนก็จัดการทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เธอไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องของฉีอวิ๋นเจิงอีกแล้วหลังจากยุ่งวุ่นวายติดต่อกันอยู่หลายเดือน ในที่สุดสตูดิโอก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมารุ่นพี่ถามเธอว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรดี เจียงซุ่ยเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเขียนคำว่า “ม่ายซุ่ย” ลงไปเธอหวังว่าไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอหรือชีวิตในอนาคตของเธอจะสามารถเติบโต ออกรวง และกลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามที่น่าอิจฉาได

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status