共有

บทที่ 8

作者: คุณกระดูก
ความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่น ปลุกให้เจียงซุ่ยเหยียนตื่นขึ้นมาจากความเลื่อนลอย

พอเธอสะลึมสะลือลืมตาขึ้นก็เห็นว่าตัวเองถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลแล้ว และพยาบาลกำลังทำการปฐมพยาบาลฉุกเฉินให้

“คนไข้ตั้งครรภ์ได้สองเดือนค่ะ ช่องท้องถูกกระแทกอย่างแรงจนเลือดออกมาก ต้องการการถ่ายเลือดด่วน! แต่เลือดในสต๊อกของโรงพยาบาลทั้งหมดถูกผู้ถือหุ้นของโรงพยาบาลสั่งเบิกไปแล้ว คุณหมอ ทำยังไงดีคะ”

หมอตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สั่งให้คนติดต่อผู้ถือหุ้นท่านนั้นทันที เพื่ออธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้ฟัง

“ประธานฉีครับ ได้ยินว่าคุณสั่งเบิกเลือดในคลังของโรงพยาบาลไป ทางเรามีหญิงตั้งครรภ์ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และต้องการเลือดด่วนมากคนหนึ่ง คุณช่วยแบ่งเลือดครึ่งหนึ่ง มาช่วยชีวิตลูกของเธอได้ไหมครับ”

เมื่อได้ยินบทสนทนาของบุคลากรทางการแพทย์ดังแว่วมา เจียงซุ่ยเหยียนก็ยกมือขึ้นกุมท้องน้อยที่ยังคงปวดหนึบอยู่โดยสัญชาตญาณ

นี่เธอท้องอยู่เหรอ

ความคิดนี้วนเวียนดังก้องอยู่ในหัวของเธอ ยังไม่ทันจะได้สติ ก็ได้ยินเสียงของฉีอวิ๋นเจิงดังลอดออกมาจากลำโพง

“ไม่ได้”

“แต่คนไข้ท่านนี้อยู่ในขั้นวิกฤตแล้วนะครับ ถ้าจะเบิกจากที่อื่นคงไม่ทัน...”

“พวกคุณอย่าลืมสิว่านี่คือโรงพยาบาลของใคร แล้วพวกคุณเป็นคนของใคร ชิงอีเองก็อยู่ในขั้นวิกฤตเหมือนกัน จะยอมให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ผมต้องทำให้แน่ใจว่าเธอจะปลอดภัย!”

หลังจากทิ้งประโยคอันเย็นชาเอาไว้ ฉีอวิ๋นเจิงก็กดวางสายไปทันที

หมอยังอยากจะโทรกลับไปอีกครั้ง แต่ระบบกลับแจ้งเตือนว่าปลายสายปิดเครื่องไปแล้ว

ส่วนเจียงซุ่ยเหยียนที่ได้ยินทุกอย่างกับหูของตัวเองก็รู้สึกเพียงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

เธอมองท้องน้อยที่ยังแบนราบ เหงื่อเย็นเฉียบไหลหยดลงมาจากใบหน้าทีละหยด เมื่อมองจากที่ไกล ๆ ดูราวกับหยาดน้ำตา

แต่เจียงซุ่ยเหยียนนั้นอ่อนแอเกินกว่าจะร้องไห้ออกมาได้แล้ว เธอทำได้เพียงหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง ปล่อยให้ตัวเองถูกความมืดมิดกลืนกินไป

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เจียงซุ่ยเหยียนลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือก็เห็นพยาบาลยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย

“คุณเจียง เสียใจด้วยนะคะ...” เธอมีท่าทีอึกอักคล้ายอยากจะพูดอะไรแต่ก็หยุดไป “เรารักษาเด็กเอาไว้ไม่ได้ค่ะ”

เจียงซุ่ยเหยียนลูบท้องน้อยที่แบนราบของตัวเองโดยอัตโนมัติ

เด็กคนนี้โดนคนเป็นพ่อทอดทิ้งไปด้วยตัวเอง

“คุณยังสาวอยู่ เดี๋ยวเด็กก็มาเกิดใหม่ค่ะ” พยาบาลเอ่ยปลอบใจ

เธอส่ายหน้า

ไม่มีอีกแล้วละ

จะไม่มีวันมีอีกแล้ว

“คนนั้น...” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่ว “เพื่อนของผู้ถือหุ้นโรงพยาบาลพวกคุณ ช่วยชีวิตกลับมาได้ไหมคะ”

บนใบหน้าของพยาบาลมีความกระอักกระอ่วนพาดผ่าน “ช่วยกลับมาได้ค่ะ ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ พอดีคนคนนั้นเป็นคนที่ประธานฉีเป็นห่วงมาก เพราะงั้นก็เลย...”

“ฉันเข้าใจค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ “เป็นคนสำคัญมากนี่นะ”

สำคัญกว่าภรรยาของเขา สำคัญกว่าลูกของเขา

หลังจากพยาบาลเดินออกไป เจียงซุ่ยเหยียนก็หยิบตารางคะแนนสีซีดเหลืองแผ่นนั้นออกมาจากกระเป๋า แล้วเขียนลงไปในบรรทัดสุดท้ายว่า

ทำเพื่อเสิ่นชิงอี ยอมสละลูกของเรา หักห้าคะแนน

มาถึงตอนนี้ หนึ่งร้อยคะแนนถูกหักออกไปหมดเกลี้ยงแล้ว

วินาทีที่ปลายปากกากรีดลงบนหน้ากระดาษ เธอได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างในใจขาดผึงดัง 'เป๊าะ'

ตอนกลับมาถึงคฤหาสน์ ท้องฟ้าก็มืดแล้ว

เจียงซุ่ยเหยียนเดินตรงไปที่ห้องหนังสือ หยิบหนังสือหย่าที่เตรียมเอาไว้นานแล้วออกมาจากลิ้นชักชั้นล่างสุด

ลายมือตอนเธอเซ็นชื่อนั้นนิ่งสนิท เธอสงบเยือกเย็นกว่าที่ตัวเองจินตนาการเอาไว้มาก

สุดท้ายเธอก็วางหนังสือหย่าและตารางคะแนนที่ถูกหักไปจนครบหนึ่งร้อยคะแนนแผ่นนั้นเอาไว้บนโต๊ะทำงานของเขา

ตอนกำลังจะลากกระเป๋าเดินทางออกไป เธอหยุดอยู่ที่โถงทางเดินครู่หนึ่งแล้วหันกลับไปมองสถานที่ที่เธอใช้ชีวิตอยู่มานานถึงสามปี—

บนโต๊ะอาหารยังมีน้ำเปล่าครึ่งแก้วที่เขาดื่มเหลือไว้เมื่อคืนวางอยู่ บนโซฟามีเสื้อสเวตเตอร์สีดำตัวที่เขาใส่เป็นประจำโยนทิ้งไว้ แม้แต่ในมวลอากาศก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเฟอร์ที่เขาใช้เป็นประจำอบอวลอยู่

เธอปิดประตูลงเบา ๆ โดยไม่หันกลับไปมองอีก

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • รักสลักลึก   บทที่ 23

    หลังจากจัดการเรื่องของเสิ่นชิงอีเสร็จเรียบร้อย ฉีอวิ๋นเจิงก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการตามจีบเจียงซุ่ยเหยียนกลับมาอีกครั้ง เท่าที่เขารู้ ตอนนี้เจียงซุ่ยเหยียนยังไม่ได้คบหากับจิ่งซือเฉิน ดังนั้นเขาก็ยังคงมีโอกาสอยู่เขาคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าครั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่มีวันหักหลังเจียงซุ่ยเหยียนอีก เธอจะทำตารางคะแนนขึ้นมาอีกสักหนึ่งแผ่นหรือหนึ่งร้อยแผ่นก็ได้ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกหักคะแนนอีกแม้แต่คะแนนเดียว ขอเพียงแค่เธอยินยอม ต่อให้ต้องยกตระกูลฉีให้เธอเขาก็ยอมทั้งนั้นหลังจากสืบจนรู้ที่อยู่ของสตูดิโอม่ายซุ่ย เขาจึงถือช่อดอกไม้ช่อหนึ่งมาเคาะประตูเปิดเข้าไป“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเจียงอยู่ไหมครับ” เขาถามอย่างสุภาพแววตาของคนอื่น ๆ ภายในสตูดิโอต่างก็เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ในบรรดาคนเหล่านั้น รุ่นพี่เดินเข้ามาหา แล้วมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน“ทำไมถึงเป็นคุณได้ล่ะคะ”ฉีอวิ๋นเจิงจำเธอได้ เธอคือคนที่ร่วมก่อตั้งสตูดิโอกับเจียงซุ่ยเหยียนหลังจากที่หย่ากัน เมื่อเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ ฉีอวิ๋นเจิงก็ยิ้มบาง ๆ ออกมา“มาง้อเธอครับ”รุ่นพี่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ราวกับว่าคน

  • รักสลักลึก   บทที่ 22

    ฉีอวิ๋นเจิงก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ไม่ว่าจะตอนที่รับโทษตามกฎตระกูลหรือตอนรังเกียจเสิ่นชิงอี เขาเคยเผยสีหน้าแบบนี้ออกมาเสียเมื่อไหร่กัน มาตอนนี้เมื่อได้พบกับคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกวันทุกคืน เขาก็แทบอยากจะควักหัวใจของตัวเองออกมาให้เธอได้เห็นแต่ท่าทางเช่นนี้ กลับมีแต่ทำให้เจียงซุ่ยเหยียนรู้สึกสะอิดสะเอียน ความรังเกียจและความห่างเหินในแววตาของเธอทิ่มแทงอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า“คุณฉี กรุณาวางตัวให้เหมาะสมครับ ถ้าซุ่ยเหยียนคิดจะให้อภัยคุณ เธอคงไม่อยู่แบบปิดบังตัวตนมาตลอดหรอก ถึงผมจะไม่รู้ว่าอดีตของพวกคุณเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ซุ่ยเหยียนเป็นคนดีมาก ผมคิดว่าคุณคงจะทำเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้ ถึงได้มาถึงขั้นนี้”จิ่งซือเฉินก้าวออกมาขวางหน้าเจียงซุ่ยเหยียนได้ถูกจังหวะ แววตาของเขาเย็นเยียบไม่ต่างกัน และเอ่ยประชดประชันอย่างไม่เกรงใจประโยคนี้ทำให้ฉีอวิ๋นเจิงสั่นสะท้าน ขอบตาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเขามองคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า จิ่งซือเฉินคอยปกป้องเจียงซุ่ยเหยียน ส่วนเจียงซุ่ยเหยียนก็พึ่งพาและหลบอยู่ด้านหลังเขาแบบนั้น ความรักในแบบที่เธอเคยปรารถนามาตลอดคือแบบนี้ใช่ไหมนะฉีอวิ๋นเจิงอดปรายตามองอีกครั้งไม่ได้

  • รักสลักลึก   บทที่ 21

    ตั้งแต่บทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกมา ฉีอวิ๋นเจิงก็ได้ข่าวทันที ได้รู้เบาะแสปัจจุบันของเจียงซุ่ยเหยียน ที่แท้เธอก็อยู่ที่เมืองหนานเฉิง ซ้ำยังเปิดสตูดิโอออกแบบอย่างที่เคยฝันไว้จริง ๆเขาค้นชื่อสตูดิโอม่ายซุ่ยอย่างกระหายใคร่รู้ ก่อนได้รู้ว่าตลอดหนึ่งปีที่จากเขาไป เจียงซุ่ยเหยียนต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างเธอไม่ได้หดหู่สิ้นหวังเหมือนอย่างเขา แต่กลับยิ่งทอประกายเจิดจรัสมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอปั้นสตูดิโอของตัวเองขึ้นมาจากศูนย์ จนตอนนี้กลายเป็นแบรนด์ที่ไม่มีใครในวงการออกแบบไม่รู้จักฉีอวิ๋นเจิงจ้องมองเงาร่างภายใต้แสงไฟนั้นไม่วางตา เขาแทบจะอดกลั้นความวู่วามในใจเอาไว้ไม่ได้ อยากจะพุ่งเข้าไปกอดเธอเอาไว้แน่น ๆ เหมือนเมื่อก่อนในขณะที่เขาอดเดินเข้าไปหาไม่ได้ กลับถูกคนข้างกายดึงเอาไว้เสียก่อน“อวิ๋นเจิง...” เสิ่นชิงอีมองเขาด้วยสายตาเว้าวอน หวังให้เขารั้งอยู่ต่อ แต่ฉีอวิ๋นเจิงกลับสะบัดมือของเธอออกโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเสิ่นชิงอีกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้นปีนั้นหลังจากที่พวกเขาแตกหักกัน ฉีอวิ๋นเจิงก็ไปคุกเข่าอยู่ที่ตระกูลฉีถึงสามวันสามคืน เพื่อแลกกับโอกาสในการกลับเข้าตระกูลฉีอีกครั้ง เขาทำงานหนักราวกับคนบ

  • รักสลักลึก   บทที่ 20

    เธอดูบทสัมภาษณ์นี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เนื้อหาส่วนใหญ่ในนั้นยังคงเป็นผลงานของสตูดิโอม่ายซุ่ย มีเพียงส่วนน้อยที่พูดถึงสถานะของเจียงซุ่ยเหยียน และความสัมพันธ์ของเธอกับฉีอวิ๋นเจิงหลังจากบทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกไป ก็ดึงดูดกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ได้ระลอกหนึ่ง แต่เจียงซุ่ยเหยียนเพียงแค่ดูผ่าน ๆ แล้วก็หมดความสนใจไปบางทีอาจเพราะเห็นว่าเธอหมดความสนใจแล้ว จิ่งซือเฉินจึงเดินเข้ามา ในมือของเขาถือบัตรเชิญใบหนึ่งมาแกว่งไปมาตรงหน้าของเจียงซุ่ยเหยียนเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ดวงตาของอีกฝ่ายเป็นประกายขึ้นมาในทันที“งานนั้นหรือเปล่าคะ”จิ่งซือเฉินยิ้มอย่างได้ใจ“ถูกต้องครับ เพิ่งจะได้รับมาเมื่อเช้านี้เอง”เจียงซุ่ยเหยียนรีบรับมาทันที ชูบัตรเชิญขึ้นสูงแล้วหมุนตัวไปหนึ่งรอบด้วยความดีใจนี่เป็นใบเบิกทางสำหรับการก้าวเข้าสู่วงการออกแบบระดับมืออาชีพ ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่จะมีบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการออกแบบเข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมีนักสะสมหรือผู้ประกอบการที่มาจากทั่วทุกสารทิศอีกด้วย ชื่อของสตูดิโอม่ายซุ่ยจะดังก้องไปทั่วทั้งวงการออกแบบอย่างแท้จริง ในที่สุดเธอก็จะได้ทำความฝันให้เป็นจริงเสียที!“เยี่ยมไ

  • รักสลักลึก   บทที่ 19

    ดื่มเหล้าเสร็จแล้ว เจียงซุ่ยเหยียนก็ขึ้นมารับลมที่ชั้นสองใบหน้าของเธอเหมือนคนกำลังกรึ่ม ๆ แต่สภาพจิตใจกลับเบิกบาน นี่เป็นปีที่สองแล้วนับตั้งแต่เธอจากฉีอวิ๋นเจิงมา จากความเจ็บปวดสับสนในตอนแรก ถึงตอนนี้ที่เธอไม่ยึดติดกับอดีตอีกต่อไป เธอปล่อยวางผู้ชายคนนั้นได้อย่างสมบูรณ์ และจะไม่มีวันรู้สึกอ่อนแอไร้ที่พึ่งเพราะเขาอีกแม้แต่นิดเดียวสายลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบายพาเรือนผมยาวของเธอให้ปลิวขึ้นมา ทำให้ภาพตรงหน้าราวกับเป็นภาพวาดอันงดงามใครบางคนค่อย ๆ เดินขึ้นมา หยุดยืนอยู่ข้างกายเธอ แล้วท้าวแขนลงบนระเบียง“ทำไมถึงขึ้นมาคนเดียวล่ะครับ ทุกคนยังตามหาคุณอยู่เลยนะ” จิ่งซือเฉินถาม“มารับลมน่ะค่ะ รู้สึกเหมือนทุกอย่างมันไม่ค่อยจะสมจริงเท่าไหร่เลย ที่แท้เราก็ทำได้จริง ๆ”เจียงซุ่ยเหยียนหรี่ตาลง แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ“นั่นสิครับ พวกเราทำได้แล้ว”จิ่งซือเฉินมองเธอ แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้สองปีก่อน เธอร่วมมือกับรุ่นพี่ก่อตั้งสตูดิโอ และเชิญเขาเข้าร่วมในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ตอนนั้นแม้ว่าเขาจะเคยได้ยินชื่อของเจียงซุ่ยเหยียนมาบ้าง แต่กลับไม่ค่อยเชื่อนักว่าสตูดิโอที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างดีแห่งนี้จ

  • รักสลักลึก   บทที่ 18

    ตั้งแต่หลุดพ้นจากฉีอวิ๋นเจิง เจียงซุ่ยเหยียนก็มาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองหนานเฉิงในตอนนั้น ทันทีที่เธอลงจากเครื่องบิน รุ่นพี่ก็นำสมาชิกทีมคนอื่น ๆ มาต้อนรับเธอ เมื่อพวกเขาพูดถึงความฝัน ในแววตาของทุกคนล้วนเปล่งประกายเจิดจ้า ทำให้เจียงซุ่ยเหยียนอดนึกถึงอดีตของตัวเองไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะฉีอวิ๋นเจิง เธอเองก็คงจะก้าวเดินไปบนเส้นทางนี้พร้อมกับพวกเขาตั้งนานแล้วพวกเขากินข้าวด้วยกันหนึ่งมื้อ จากนั้นก็เริ่มทำงานกันต่อแบบไม่หยุดพัก ทุกอย่างในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้งสตูดิโอจำเป็นต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ทั้งการเลือกสถานที่ ตกแต่ง จดทะเบียน รับสมัครพนักงาน...กระบวนการจากศูนย์ถึงหนึ่งนั้นไม่ใช่สบาย ๆ เลย แต่เจียงซุ่ยเหยียนก็จัดการทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เธอไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องของฉีอวิ๋นเจิงอีกแล้วหลังจากยุ่งวุ่นวายติดต่อกันอยู่หลายเดือน ในที่สุดสตูดิโอก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมารุ่นพี่ถามเธอว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรดี เจียงซุ่ยเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเขียนคำว่า “ม่ายซุ่ย” ลงไปเธอหวังว่าไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอหรือชีวิตในอนาคตของเธอจะสามารถเติบโต ออกรวง และกลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามที่น่าอิจฉาได

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status