เข้าสู่ระบบเพียงเพราะฉันเปิดหน้าต่างรับลม ทำให้เพื่อนสมัยเด็กของสามีเป็นหวัด สามีโมโหมาก จึงสั่งให้คนจับฉันที่กำลังตั้งครรภ์ไปมัดไว้ในห้องเย็น “อย่าคิดว่าท้องลูกของผมแล้ว ก็จะกล้ารังแกอาเยวียนได้ “ต่อให้เธอจะเจ็บแค่เส้นผมเส้นเดียว ผมก็จะให้คุณชดใช้เป็นร้อยเท่า!” ฉันหนาวจนตัวสั่น ร้องไห้คุกเข่ายอมรับผิดกับเขา รับปากว่าต่อจากนี้ไปจะดูแลเพื่อนสมัยเด็กของเขาให้ดี และจะไม่ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บใดๆ อีก แต่เขากลับสั่งให้ปิดห้องน้ำแข็งอย่างเย็นชา บอกว่าจะสั่งสองฉันสักหน่อย แบบนี้ฉันถึงจะจำฝังใจ หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อเพื่อนสมัยเด็กหายป่วย เขาจึงค่อยนึกถึงฉันที่อยู่ในห้องน้ำแข็งขึ้นมาได้ “อวี๋เหมียน สำนึกผิดจริงหรือยัง? แค่คุณสัญญาว่าจะไปคุกเข่าขอโทษอาเยวียน ผมก็จะยอมปล่อยคุณไป” แต่เขาไม่รู้เลยว่า ฉันในห้องน้ำแข็งนั้นได้แข็งทื่อไปแล้ว แม้แต่ลูกที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ ก็ไร้ซึ่งลมหายใจไปนานแล้ว
ดูเพิ่มเติมฉันลอยอยู่กลางอากาศ มองดูร่างของลู่เฉิงยวนถูกยกไป โดยไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีทั้งความเกลียดชังหรือความขุ่นเคือง ราวกับว่ากำลังมองดูจุดจบของคนแปลกหน้าคนหนึ่งอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันคิดว่าฉันคงจะเกลียดเขาไปตลอดชีวิต เกลียดความเย็นชาของเขาที่มีต่อฉันในห้องเย็น เกลียดที่เขาทำให้ลูกของเราต้องตาย เกลียดที่เขาถูกซูหว่านเยวียนปิดบังสายตา ทำร้ายฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อฉันยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะดวงวิญญาณดวงหนึ่งจริง มองดูเขาใช้เวลาทั้งชีวิตมาชดใช้บาป เห็นเขาเปลี่ยนจากผู้บริหารใหญ่แห่งตระกูลลู่ที่เคยเปี่ยมด้วยพลังและความมั่นใจ กลายเป็นชายชราที่ซูบซีดและอ่อนล้า ความเกลียดชังเหล่านั้นก็เหมือนควันที่ถูกสายลมพัดพา จนค่อยๆ จางหายไป ไม่ใช่การให้อภัย แต่เป็นเพราะไม่คุ้มค่า ฉันเคยรักเขาอย่างร้อนแรง มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เขา แต่เขากลับเหยียบย่ำความรักของฉัน ทำลายศักดิ์ศรีของฉันจนแหลกสลาย ความรักนี้ได้ถูกแช่แข็งเป็นเศษเสี้ยวในความหนาวเหน็บและสิ้นหวังในห้องเย็นไปนานแล้ว และไม่อาจประกอบกลับคืนมาได้อีกแล้วในตอนนั้นเอง ฉันได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เป็นพ่อแม่ของฉัน พวกเขาสวมเสื้อผ้าที่ฉันจำได้ว่าใส่บ่
สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดพาใบไม้แห้งเหลืองให้หมุนวนอยู่หน้าหลุมศพ ก่อนจะร่วงหล่นลงบนบ่าของลู่เฉิงยวน เขาพิงไม้เท้าทำจากไม้ท้อที่ถูกใช้จนเรียบลื่น หัวไม้เท้าสลักลายดอกบัวพันเถาซึ่งสิ้นแสงเงางามไปนานแล้ว ราวกับตัวเขาเองที่ถูกกาลเวลาขัดเกลาให้แก่ชราและเปราะบาง หลายปีมานี้เขาแทบจะตั้งบ้านอยู่หน้าหลุมศพแล้ว มีเพียงผ้าขนสัตว์ซีดจางปูไว้ข้างๆ พร้อมกับกระถางกำยานกลิ่นมะลิที่ฉันเคยชอบที่สุด เพียงแต่ตอนนี้เถ้ากำยานในกระถางนั้นเย็นสนิทไปนานแล้ว มีเพียงบางครั้งที่เขานึกอะไรขึ้นมาได้ ถึงจะค่อยๆ จุดไม้ขีดไฟด้วยมือสั่นเทา แล้วจุดธูปเส้นราคาถูก ปล่อยให้สายควันอันแผ่วเบาลอยเลือนหายไปกับสายลม ผมของเขากลายเป็นสีขาวทั้งหมด เส้นผมบางๆ แนบติดกับหนังศีรษะ เผยให้เห็นสีหม่นเทาของหนังศีรษะ รอยเหี่ยวย่นที่หางตาลึกเหมือนร่องหุบเขา บีบให้ดวงตาที่เคยคมกริบเหลือเพียงแสงหม่นมัว ทุกครั้งที่นั่งลง เขาต้องพยุงตัวกับหลุมศพอยู่นาน เสียงไอจากในอกดังเหมือนหีบลมเก่าที่ถูกดึงรั้ง ทุกเสียงล้วนเจ็บปวดราวกับถูกฉีกขาด ลุงจางเคยเกลี้ยกล่อมเขานับครั้งไม่ถ้วน ให้ย้ายกลับไปอยู่ในวิลล่า หาคนดูแล แต่เขาก็ส่ายหัวทุกครั้ง นิ้วมือผอมแห้งลูบไ
ซูหว่านเยวียนถูกขังไว้ในห้องเย็น ทนทุกข์ทรมานอย่างไม่รู้จบ ความหนาว ความหิวโหย และความกลัวค่อยๆกัดกร่อนจิตใจของเธอ จนในที่สุดเธอก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดที่ฉันต้องทนทุกข์ทรมานในห้องเย็นนั้นเธอเริ่มเสียใจกับการกระทำในตอนนั้นของตัวเอง ถ้าเธอไม่ริษยาฉัน ถ้าเธอไม่ใส่ร้ายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็คงไม่ลงเอยแบบนี้แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะพูดอะไรมันก็สายเกินไปแล้ว ลู่เฉิงยวนไม่คิดจะปล่อยเธอไป ทุกวันก็ให้คนใช้เอาอาหารและน้ำมามาให้เธอเพียงเล็กน้อย ปล่อยให้เธอต้องดิ้นรนทุรนทุรายอยู่ในห้องเย็นซูหว่านเยวียนพยายามขอความเมตตาจากลู่เฉิงยวน แต่ลู่เฉิงยวนไม่ยอมพบเธอ ในใจของเขามีเพียงความรู้สึกผิดที่มีต่อฉันและความเกลียดชังที่มีต่อซูหว่านเยวียนเท่านั้นไม่กี่วันต่อมา คนใช้ก็พบว่าซูหว่านเยวียนหยุดหายใจแล้ว ร่างกายของเธอแข็งทื่อ บนใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวลู่เฉิงยวนได้ยินข่าวนี้ ก็ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ สำหรับเขาแล้วการตายของซูหว่านเยวียน แค่ช่วยลดความเกลียดชังในใจลงได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่อาจชดเชยความเสียหายที่เขาทำกับฉันได้เขายังคงเฝ้าอยู่หน้าหลุมศพของฉันทุกวัน วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า เพราะเขาละเ
ลู่เฉิงยวนมายังหลุมศพของฉัน บนป้ายหลุมศพ มีรูปถ่ายที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนของฉัน แต่รอยยิ้มนั้นกลับเหมือนคมมีด ที่แทงทะลุหัวใจของเขาจนเจ็บปวดมากเขานำร่างเล็กๆ ของลูกไปฝังรวมกับฉัน แม้ว่ายังไม่ทันได้ตั้งชื่อให้ลูก ยังไม่ได้มีโอกาสสัมผัสถึงความอบอุ่นของโลกใบนี้ แต่จะยังไงเค้าก็เป็นลูกของเขา “อาเหมียน ผมขอโทษ” ลู่เฉิงยวนคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพ น้ำตาไหลอาบหน้า “ผมรู้ว่า ตอนนี้พูดอะไรก็สายเกินไปแล้ว ผมไม่ควรถูกซูหว่านเยวียนบดบังสายตา ไม่ควรโหดร้ายกับคุณขนาดนั้น ไม่ควรทำให้ลูกเราต้องตาย”“ผมได้ขังซูหว่านเยวียนไว้ในห้องเย็นแล้ว ให้เธอชดใช้ชีวิตให้คุณกับลูก ผมรู้ว่านี่ไม่อาจชดเชยความเจ็บปวดที่ผมทำกับคุณได้เลย แต่สิ่งที่ผมทำได้นั้น มีเพียงเท่านี้แล้ว”“อาเหมียน ถ้าคุณรับรู้ได้ ให้อภัยผมได้ไหม?ผมเสียใจมากจริงๆ ผมคิดถึงคุณกับลูกมากเลย”เขาคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพไว้แบบนี้ ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน สำนึกผิดอย่างไม่รู้จบ แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากฉันอีกแล้วในขณะนั้นเอง ลุงจางก็เดินเข้ามายื่นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งให้ลู่เฉิงยวน "คุณชายครับ นี่คือสมุดบันทึกของคุณนาย ผมพบ
ลู่เฉิงยวนให้คนนำร่างของฉันและลูกกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลลู่ เขานั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ดวงตาว่างเปล่า นิ่งเฉย เหมือนศพเดินได้ที่ไร้ดวงวิญญาณลุงจางเห็นสภาพนี้ของเขา ก็อดสงสารไม่ได้ เขาลังเลอยู่นาน ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าและพูดเบาๆ ว่า "คุณชาย คุณนายเธอรักคุณมากนะ ตั้งแต่ที่เธอแต่งงานกับคุณมา เธอก็จะตื
ลู่เฉิงยวนนั่งอยู่ข้างเตียงของซูหว่านเยวียน เขาค่อยๆ ดึงผ้าห่มให้เธออย่างระมัดระวัง ซูหว่านเยวียนเอนตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าซีดเซียว ดูน่าสงสารจับใจ “พี่เฉิงยวน ฉันดีขึ้นเยอะแล้ว พี่อย่าโกรธไปเลย” ซูหว่านเยวียนพูดอย่างอ่อนโยน “พี่อวี๋เหมียนเธอไม่ได้ตั้งใจ พี่ปล่อยเธอไปเถอะนะ ห้องเย็นหนาวขนาดน
โซ่ที่เย็นเฉียบล่ามข้อมือและข้อเท้าของฉันไว้ ตรึงฉันไว้กับเสาหินกลางห้องเย็น ความหนาวเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากเท้าของฉันไปทั่วร่างกายในทันที แทรกซึมผ่านชุดคลุมท้องบางๆ ของฉันและซึมเข้าไปถึงไขกระดูกห้องเย็นที่ว่างเปล่า มีเพียงเสียงน้ำแข็งละลายหยดลงมา และเสียงกระทบกันดังกรอกๆ จากฟันที่สั่นกระทบกันของฉัน
“ผู้หญิงอย่างอวี๋เหมียนคนนี้คิดอะไรกันแน่? รู้อยู่แล้วว่าอาเยวียนร่างกายอ่อนแอ ยังเปิดหน้าต่างจนทำให้เธอเป็นหวัดหนัก ต้องจงใจคิดทำร้ายอาเยวียนแน่เลย!” ลู่เฉิงยวนเขวี้ยงปรอทวัดไข้ลงบนพรมแคชเมียร์ราคาแพงอย่างแรง เสียงแตกกระจายของแท่งปรอทดังขึ้นพร้อมกับแววโหดร้ายในดวงตาของเขา ทำให้บรรยากาศทั้งห้องนั่





