LOGINในงานแต่งของเพื่อนสนิทฉัน ช่อดอกไม้เจ้าสาวถูกผู้หญิงคนหนึ่งแย่งไปได้ แต่เธอกลับทำหลุดมือจนตกเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดฉันพอดี หลินหรานเพื่อนรักแสดงความยินดีกับฉันว่า "สวี่หลาน ถึงคิวแกเป็นเจ้าสาวคนต่อไปแล้วนะ" แขกเหรื่อภายในงานต่างพร้อมใจกันหันไปมองแฟนหนุ่มที่คบหากับฉันมาถึงแปดปี… เส้ามู่ ประธานบริษัทหนุ่มแห่งเส้าซื่อกรุ๊ป แต่เขากลับดึงช่อดอกไม้ออกจากมือฉันไปหน้าตาเฉย แล้วยื่นส่งให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างฉันโดยไม่ใส่ใจ… ซึ่งเธอก็คือเถาซือ เลขาของเขานั่นเอง "คนอื่นเขาแย่งได้ก่อนน่ะ" เขาลูบผมฉันเบา ๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "อย่าดื้อสิ คืนให้เถาซือไปก่อน เอาไว้เรารอครั้งหน้าแล้วกัน" แสงสปอตไลต์และสายตาของแขกเหรื่อทุกคนต่างเคลื่อนตามช่อดอกไม้ไปจับจ้องอยู่ที่ตัวเถาซือ ฉันมองดูสีหน้าประหลาดใจระคนขวยเขินของเถาซือ พลางลูบหน้าท้องของตัวเอง แล้วยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น เส้ามู่ไม่มีทางรู้เลยว่า เรื่องของเราจะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว สัญญาแปดปีมาถึงแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้เข้าประตูวิวาห์อยู่ดี ฉันรับปากกับพ่อแม่ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ไปแล้วว่า สัปดาห์หน้าฉันจะกลับไปหาพวกท่าน เพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัวที่ยุโรปต่อไป
View Moreหลังการรับประทานอาหารครั้งนั้น พ่อของฉันก็ไม่เคยไปที่ร้านอาหารแห่งนั้นอีกเลยเส้ามู่ขาดการติดต่อและไม่อาจรู้ข่าวคราวของฉันอีกครั้งแต่เขาก็ยังไม่ยอมตัดใจ คอยมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวคฤหาสน์ที่ฉันใช้พักรอคลอดแต่กว่าจะได้พบหน้าเขาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาหลังจากนั้นหนึ่งปีแล้วฉันซึ่งคลอดลูกเรียบร้อยกำลังนั่งอยู่กับหลินหรานที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนน โดยเลือกที่นั่งติดริมหน้าต่างวินาทีที่เส้ามู่ซึ่งอยู่บนถนนมองทะลุหน้าต่างเข้ามาเห็นฉัน แววตาของเขาก็ทอประกายด้วยความประหลาดใจระคนยินดี ก่อนพุ่งพรวดเข้ามาในร้านโดยไม่ลังเล"หลานหลาน!"ฉันจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา รอยยิ้มบนใบหน้าพลันจางหายไป"คุณเส้า ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"ท่าทีอันหมางเมินและเย็นชาของฉันเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงมา ดับความยินดีและความหวังของเขาไปกว่าครึ่งในขณะที่หลินหรานซึ่งนั่งอยู่ข้างฉันเอาแต่จ้องมองเขาด้วยความระแวดระวัง"เราขอคุยกันตามลำพังได้ไหม? แค่ห้านาทีก็พอ" เสียงของเส้ามู่แหบพร่า เขามองดูหน้าท้องที่แบนราบของฉัน ก่อนรีบถามด้วยน้ำเสียงคล้ายอ้อนวอนฉันลังเลครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าให้หลินหรานรอจนหลินหรานลุกขึ้น และ
ด้วยความที่ฉันกำลังยุ่งอยู่กับการเข้าพิธีจึงไม่ได้สังเกตเห็นเหตุการณ์แทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตรงมุมนั้น ความสนใจทั้งหมดของฉันจดจ่ออยู่กับการรับรองแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างคับคั่งและจัดการเรื่องจุกจิกต่าง ๆ ในพิธีแม้ว่าพิธียังไม่ทันจบ แต่ฉันก็รู้สึกเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวกับแผ่นหลังแล้วโชคดีที่เส้าซวี่คอยประคองฉันไว้อย่างอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษอยู่เสมอ เขาคอยอยู่เคียงข้างและรับมือกับแขกเหรื่อรวมถึงสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ไปด้วยกันกับฉันเมื่อพิธีเสร็จสิ้น เส้าซวี่ก็ถอดรองเท้าส้นสูงให้ฉัน รวมถึงช่วยนวดเท้าให้ฉันอย่างทะนุถนอมเมื่อฉันมองดูผู้ชายที่แสนอ่อนโยนซึ่งเพิ่งเคยพบหน้ากันเพียงไม่กี่ครั้งคนนี้ ก็ให้รู้สึกทั้งซาบซึ้งและละอายใจในเวลาเดียวกัน “ขอบคุณนะคะ รอให้ฉันคลอดลูกก่อนนะ แล้วฉันจะไปคุยกับพ่อแม่ของเราทั้งสองฝ่ายให้รู้เรื่องตามที่ตกลงกันไว้ และจะยุติการแต่งงานของเราให้เองค่ะ”มือที่กำลังนวดของเส้าซวี่ชะงักไปชั่วขณะ ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ฉันอย่างหล่อเหลา“ไม่ต้องรีบหรอกครับ ผมเป็นคนเสนอตัวกับคุณพ่อคุณแม่คุณเองว่าอยากจะช่วย ดังนั้น คุณค่อย ๆ ค
เส้าซวี่?เส้ามู่ราวกับถูกตะปูตอกตรึงอยู่กับที่เลือดในกายทุกหยดกำลังเดือดพล่านร่างกายของเขาสั่นสะท้าน แม้แต่สายตาก็เริ่มพร่าเลือน“ว่าไงนะ?”พนักงานคนที่เพิ่งขวางเส้ามู่ไว้เมื่อครู่หันมามองเขาด้วยความตกตะลึง “คุณผู้ชายคนนั้นต่างหากที่เป็นเจ้าบ่าวตัวจริง ฉันก็ว่าอยู่! เจ้าบ่าวที่ไหนจะมางานตัวเองสายขนาดนี้!”“รปภ.! รีบมาเร็วเข้า มีนักต้มตุ๋นแอบอ้างเป็นเจ้าบ่าวแฝงตัวเข้ามาในงาน!”พนักงานขยับเข้ามายืนขวางหน้าเส้ามู่ พร้อมกรอกเสียงเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยผ่านวิทยุสื่อสารด้วยความลนลานแต่เส้ามู่กลับไม่ได้ใส่ใจเสียงตะโกนข้างหูสักนิดสายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉัน เช่นเดียวกับท่อนแขนของเส้าซวี่ซึ่งฉันกำลังควงอยู่ตาไม่กะพริบไม่!เป็นไปไม่ได้!“สวี่หลาน!”เขาผลักพนักงานกระเด็นออกไป หมายพุ่งตรงมาหาฉันโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแต่กลับมีร่างหนึ่งเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ได้เร็วกว่าเธอคือหลินหราน ผู้ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ“ถอยไป!”เส้ามู่คำรามใส่เธอเป็นเชิงข่มขู่ ขณะพยายามเบี่ยงตัวหลบเธอเพื่อมาหาฉัน แต่เขากลับถูกหลินหรานผลักออกไปโดยแรง“แกคิดจะทำอะไร! คนหน้าไม่อาย! ที่นี่คือยุโรป
เส้ามู่ชะงักไปเล็กน้อยเขาจะไปมีบัตรเชิญได้อย่างไร?ไม่สิ! เขาเป็นเจ้าบ่าว จะต้องใช้บัตรเชิญไปเพื่ออะไร!เส้ามู่ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ“แต่ผมเป็นเจ้าบ่าวของงานนี้นะ!”“เจ้าบ่าวเหรอ? ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายชื่ออะไรเอ่ย?”พนักงานถามด้วยความงุนงงพลางเปิดรายชื่อแขกเพื่อตรวจสอบ แต่กลับถูกเส้ามู่ใช้มือหนึ่งกดทับไว้“ผมชื่อเส้ามู่ เป็นประธานบริษัทเส้าซื่อกรุ๊ป! คนที่จะแต่งงานกับสวี่หลานลูกสาวของตระกูลสวี่แห่งราชวงศ์ได้ นอกจากผมแล้ว ยังจะมีคุณเส้าคนไหนอีกหรือไง?”น้ำเสียงของเขาทั้งเย็นชา ดุดัน และไม่ยอมให้ใครมาตั้งข้อสงสัยเมื่อพนักงานสาวตกใจในท่าทางอันเด็ดเดี่ยวของเขา จึงมองมาด้วยความเลิ่กลั่ก“ตกลงว่าคุณคือคุณเส้าที่เป็นเจ้าบ่าวเหรอคะ? ขอโทษด้วยค่ะ ถ้างั้นฉันจะพาคุณเข้าไปในงานเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”เส้ามู่เดินหน้าบึ้งเข้ามาในงานแต่ง เมื่อมองดูแขกเหรื่อที่แน่นขนัดห้องจัดเลี้ยงอันแสนงดงาม ในใจก็พลันรู้สึกอึดอัดระคนโกรธเคืองขึ้นมาเดิมทีควรเป็นเขาที่จัดการงานแต่งครั้งนี้ทั้งการขอแต่งงาน ชุดเจ้าสาว เมนูอาหาร การเรียนเชิญแขก หรือแม้กระทั่งการตกแต่งสถานที่และการจัดดอกไม้ทั้งหมดนี้ค





