Short
รักแปดปีที่ไม่มีความหมาย

รักแปดปีที่ไม่มีความหมาย

By:  แตงแตงCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
8Chapters
4views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในงานแต่งของเพื่อนสนิทฉัน ช่อดอกไม้เจ้าสาวถูกผู้หญิงคนหนึ่งแย่งไปได้ แต่เธอกลับทำหลุดมือจนตกเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดฉันพอดี หลินหรานเพื่อนรักแสดงความยินดีกับฉันว่า "สวี่หลาน ถึงคิวแกเป็นเจ้าสาวคนต่อไปแล้วนะ" แขกเหรื่อภายในงานต่างพร้อมใจกันหันไปมองแฟนหนุ่มที่คบหากับฉันมาถึงแปดปี… เส้ามู่ ประธานบริษัทหนุ่มแห่งเส้าซื่อกรุ๊ป แต่เขากลับดึงช่อดอกไม้ออกจากมือฉันไปหน้าตาเฉย แล้วยื่นส่งให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างฉันโดยไม่ใส่ใจ… ซึ่งเธอก็คือเถาซือ เลขาของเขานั่นเอง "คนอื่นเขาแย่งได้ก่อนน่ะ" เขาลูบผมฉันเบา ๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "อย่าดื้อสิ คืนให้เถาซือไปก่อน เอาไว้เรารอครั้งหน้าแล้วกัน" แสงสปอตไลต์และสายตาของแขกเหรื่อทุกคนต่างเคลื่อนตามช่อดอกไม้ไปจับจ้องอยู่ที่ตัวเถาซือ ฉันมองดูสีหน้าประหลาดใจระคนขวยเขินของเถาซือ พลางลูบหน้าท้องของตัวเอง แล้วยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น เส้ามู่ไม่มีทางรู้เลยว่า เรื่องของเราจะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว สัญญาแปดปีมาถึงแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้เข้าประตูวิวาห์อยู่ดี ฉันรับปากกับพ่อแม่ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ไปแล้วว่า สัปดาห์หน้าฉันจะกลับไปหาพวกท่าน เพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัวที่ยุโรปต่อไป

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ทันทีที่เห็นเถาซือคว้าช่อดอกไม้เจ้าสาวไปได้ รอยยิ้มของหลินหรานผู้เป็นเพื่อนรักของฉันก็หุบลงแทบจะในทันใด

เธอแค้นใจยิ่งกว่าฉันเสียอีก ขณะกัดฟันกรอดกระซิบข้างหูฉันว่า

“นังเถาซือนั่นจงใจชัด ๆ ! ก่อนเริ่มงานฉันอุตส่าห์ประกาศบอกแขกทุกคนแล้วนะ ว่าช่อดอกไม้นี้ต้องเก็บไว้ให้แกเท่านั้น!”

ฉันขัดเธอด้วยเสียงแผ่วเบา

“หรานหราน วันนี้เป็นวันสำคัญของแก เรื่องเล็กน้อยพวกนี้อย่าเก็บมาใส่ใจเลย”

“แต่แกเฝ้ารอที่จะได้แต่งงานกับเส้ามู่มาตั้งแปดปีแล้วนะ! ตอนนี้ยังมาท้องลูกของเขาอีก ถ้ายังไม่รีบจัดงานแต่งละก็...”

“ไม่เป็นไรหรอก”

ฉันหันหน้ากลับไปมองด้วยความสงบนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังเส้ามู่ผู้นั่งอยู่ที่โต๊ะกินเลี้ยง

เถาซือผู้ชูช่อดอกไม้เจ้าสาวอยู่ในมือ กำลังนั่งอยู่เคียงข้างเขา

นั่งตัวติดกันเสียขนาดนั้น ชัดเจนว่าล้ำเส้นความเหมาะสมที่เลขาคนหนึ่งพึงมีไปนานแล้ว

แขกเหรื่อในงานล้วนเป็นเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยกับฉันและเส้ามู่ดี พวกเขาต่างพากันส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและเวทนามาให้ฉัน

หลินหรานยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม เธอบีบมือฉันแน่นด้วยความร้อนใจ

“หลานหลาน เมื่อกี้ฉันไปสืบเรื่องนังเถาซือมา ยัยนี่เป็นพวกปลิงดูดเงินตัวฉกาจ จ้องจะจับแต่คนรวยเท่านั้น! หลายเดือนมานี้หล่อนพยายามเข้าใกล้แฟนแกมาตลอด! แกต้องระวังตัวไว้ให้ดีนะ...”

“หรานหราน วันนี้แกเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด อย่ามามัวกังวลเรื่องของฉันเลย”

ฉันบีบมือตอบหลินหราน พร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อนรัก

“อีกอย่าง ฉันไม่คิดจะแต่งงานกับเส้ามู่แล้วละ เรื่องที่ฉันท้องก็ยังไม่ได้บอกเขาเลยด้วยซ้ำ”

คำพูดของฉันทำให้เธอตกตะลึง หลินหรานเบิกตาโต จ้องมองฉันด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อ

หลังเงียบงันไปเนิ่นนาน ในที่สุด เธอก็นึกขึ้นได้ว่าต้องกลับไปดำเนินพิธีแต่งงานต่อ

เมื่องานแต่งสิ้นสุดลง หลินหรานก็เข้ามากอดฉันแน่น

“หลานหลาน ถ้าแกต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกฉันได้เลยนะ ฉันพร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจของแก”

“การตัดสินใจอะไรเหรอ?”

หลังเธอเดินจากไป เส้ามู่ก็เดินตรงเข้ามาหาฉันด้วยท่าทีเรียบเฉย “เมื่อกี้คุยอะไรกันอยู่น่ะ?”

เขาเอื้อมมือมาวางบนบ่าฉันด้วยความเคยชิน ฉันขยับไปด้านข้าง เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย

“ไม่มีอะไรหรอก”

ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจที่ฉันเบี่ยงตัวหลบสักเท่าไหร่ แถมยังหัวเราะเบา ๆ อีกด้วย

“นี่คุณโกรธเหรอ? ดอกไม้ช่อนั้นยังไงซะเถาซือก็เป็นคนคว้าได้ก่อน เธอก็แค่เด็กคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากมีงานแต่ง ที่เข้ามาแย่งช่อดอกไม้ก็แค่หวังว่าตัวเองจะโชคดีบ้าง เราตกลงกันแล้วนี่ว่าให้คุณรอครั้งหน้าไง?”

เขาขยับเข้ามาใกล้ ลูบเส้นผมของฉัน ปลอบโยนอย่างใจเย็น

“ทำไมคุณถึงต้องไปใส่ใจกับช่อดอกไม้ของหลินหรานขนาดนั้นด้วย? รอเราแต่งงานกัน ผมจะเตรียมช่อดอกไม้ที่สวยกว่านี้ไว้ให้คุณในงานแต่งของเราเอง! คุณอยากได้สักกี่ช่อเดี๋ยวผมจัดให้!”

ฉันกำมือแน่นในความเงียบ ได้แต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา

“งั้นเราแต่งงานกันเดือนนี้เลยได้ไหมคะ? ฉันกับหลินหรานเคยสัญญากันไว้ตอนเด็ก ๆ ว่าถ้าใครแต่งงานก่อน อีกคนก็จะแต่งตาม เราจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กันและกัน เป็นพยานในความสุขของกันและกัน”

บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งไปในพริบตา

มือของเส้ามู่ที่กำลังลูบศีรษะฉันชะงักค้างกลางอากาศ ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็แค่นหัวเราะแผ่วเบา

“แค่คำพูดสมัยเด็ก พวกคุณเก็บมาคิดเป็นจริงเป็นจังด้วยเหรอ?”

“ผมเป็นถึงประธานบริษัทเส้าซื่อกรุ๊ป จะให้มารีบจัดงานแต่งลวก ๆ ไม่ได้หรอก อย่าใจร้อนไปเลยน่า ผมรับปากคุณแล้ว มันจะต้องเป็นงานแต่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดแน่นอน!”

ความรู้สึกขมขื่นตีรวนขึ้นมาจุกอก

ทุกครั้งที่เรามีปากเสียงกัน เขาก็จะชอบให้สัญญาถึง 'ครั้งหน้า' และงานแต่งในอนาคตเสมอ

ผ่านไปแปดปีแล้ว แต่วันที่รอคอยว่าคำสัญญาจะกลายเป็นจริงก็ไม่เคยมาถึงสักที

และฉันก็ตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้าน ไม่ขอทนรออีกต่อไป

รถยนต์แล่นไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน ก่อนจอดสนิทที่หน้าบ้านหลังงามของฉัน

เส้ามู่ปลดเข็มขัดนิรภัย ดูเหมือนเขาจะคิดว่าบรรยากาศอันตึงเครียดระหว่างเราสองคนได้ผ่านพ้นไปแล้ว จึงขยับเข้ามาใกล้ด้วยความเคยชิน หวังจะจูบฉัน

ฉันยกมือขึ้น ดันไหล่เขาไว้

“ฉันเหนื่อยแล้ว เส้ามู่”

เขาชะงักงัน จ้องมองเข้ามาในดวงตาของฉัน หลังจากเงียบงันไปหลายวินาที สุดท้าย เขาก็ตบไหล่ฉันเบา ๆ

“อืม เป็นเพื่อนเจ้าสาวคงเหนื่อยจริง ๆ นั่นแหละ รีบพักผ่อนเถอะ”

“เถาซือบอกว่าเธอเรียกแท็กซี่ไม่ได้ ตอนนี้ยังอยู่ที่งานอยู่เลย ผมต้องกลับไปรับเธอหน่อย ขืนปล่อยให้เธออยู่คนเดียวมันจะไม่ปลอดภัย”

ฉันพยักหน้ารับด้วยความสงบนิ่ง แต่เส้ามู่ก็ยังไม่ยอมขยับเขยื้อน

ดูเหมือนเขากำลังรอคำกำชับของฉันที่ว่าให้ขับรถระวัง ๆ เหมือนอย่างเคย หรือไม่ก็รอถ้อยคำตัดพ้อที่ว่าดึกป่านนี้แล้วเขายังทิ้งฉันไว้ที่บ้านได้ลงคอ ส่วนตนเองออกไปข้างนอกคนเดียว

แต่ฉันก็แค่เปิดประตู แล้วก้าวลงจากรถไป

ฉันทอดสายตามองดูรถยนต์ที่แล่นห่างออกไป พลางปาดน้ำตาที่ไหลรินจนปวดกระบอกตา ก่อนต่อสายโทรศัพท์หาพ่อกับแม่ที่ยุโรป

“พ่อคะ แม่คะ หนูยินดีทำตามสัญญาแต่งงานกับเส้าซวี่แล้วค่ะ...”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
8 Chapters
บทที่ 1
ทันทีที่เห็นเถาซือคว้าช่อดอกไม้เจ้าสาวไปได้ รอยยิ้มของหลินหรานผู้เป็นเพื่อนรักของฉันก็หุบลงแทบจะในทันใดเธอแค้นใจยิ่งกว่าฉันเสียอีก ขณะกัดฟันกรอดกระซิบข้างหูฉันว่า“นังเถาซือนั่นจงใจชัด ๆ ! ก่อนเริ่มงานฉันอุตส่าห์ประกาศบอกแขกทุกคนแล้วนะ ว่าช่อดอกไม้นี้ต้องเก็บไว้ให้แกเท่านั้น!”ฉันขัดเธอด้วยเสียงแผ่วเบา“หรานหราน วันนี้เป็นวันสำคัญของแก เรื่องเล็กน้อยพวกนี้อย่าเก็บมาใส่ใจเลย”“แต่แกเฝ้ารอที่จะได้แต่งงานกับเส้ามู่มาตั้งแปดปีแล้วนะ! ตอนนี้ยังมาท้องลูกของเขาอีก ถ้ายังไม่รีบจัดงานแต่งละก็...”“ไม่เป็นไรหรอก”ฉันหันหน้ากลับไปมองด้วยความสงบนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังเส้ามู่ผู้นั่งอยู่ที่โต๊ะกินเลี้ยงเถาซือผู้ชูช่อดอกไม้เจ้าสาวอยู่ในมือ กำลังนั่งอยู่เคียงข้างเขานั่งตัวติดกันเสียขนาดนั้น ชัดเจนว่าล้ำเส้นความเหมาะสมที่เลขาคนหนึ่งพึงมีไปนานแล้วแขกเหรื่อในงานล้วนเป็นเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยกับฉันและเส้ามู่ดี พวกเขาต่างพากันส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและเวทนามาให้ฉันหลินหรานยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม เธอบีบมือฉันแน่นด้วยความร้อนใจ“หลานหลาน เมื่อกี้ฉันไปสืบเรื่องนังเถาซือมา ยัยนี่เป็น
Read more
บทที่ 2
เมื่อพวกท่านรู้ว่าฉันตั้งครรภ์ ก็ทั้งประหลาดใจและยินดีพวกท่านบอกว่าเด็กคนนี้เป็นสายเลือดราชวงศ์ พวกท่านจะไม่มีวันยอมให้เด็กน้อยต้องแบกรับชื่อเสียงของการเป็นลูกนอกสมรส และจะมอบอนาคตที่ดีที่สุดให้กับเขาอย่างแน่นอนแถมยังบอกอีกว่าเส้าซวี่ได้เตรียมแผนจัดงานแต่งไว้หลายรูปแบบเพื่อให้ฉันเลือกโดยเฉพาะฉันจองตั๋วเครื่องบินสำหรับสามวันข้างหน้าไว้แล้วเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ฉันก็จัดการเก็บกวาดของสะสมในลิ้นชักห้องนอนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งจดหมายรักที่เส้ามู่เขียนถึงฉันและรูปคู่ของเราทิ้งไปหลังฉันเก็บกระเป๋าเดินทางเสร็จ เส้ามู่ก็กลับมาพอดี"ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ?"เขามองไปยังตู้เสื้อผ้าที่ถูกรื้อค้นและกระเป๋าเดินทางซึ่งวางอยู่ด้านข้าง น้ำเสียงฟังดูไม่ได้กังวลอะไร "ทำไมจู่ ๆ ถึงลุกมาเก็บกระเป๋าจัดตู้เสื้อผ้าล่ะ? จะไปเที่ยวไหนเหรอ?"ฉันไม่ได้ตอบคำถามเขา เพียงแต่ถามกลับไปอย่างเรียบเฉยว่า"ไปส่งเถาซือที่บ้านมาแล้วเหรอคะ?""เรียบร้อย อพาร์ตเมนต์ของเธอค่อนข้างไกลน่ะ เรียกแท็กซี่ยากจริง ๆ นั่นแหละ""อ้อ"ฉันก้มหน้าลง หมุนตัวเตรียมเดินจากไปแต่วินาทีต่อมา ฉันก็ถูกเส้ามู่รวบตัวเข้าไป
Read more
บทที่ 3
ฉันจัดการเรื่องราวทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ ก่อนออกเดินทาง และตัดสินใจขายบ้านของเราไปในราคาขาดทุนวันที่ส่งมอบกุญแจให้นายหน้า ฉันพบเอกสารโครงการบริษัทของเส้ามู่ในห้องทำงานหลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเอาไปส่งให้เส้ามู่พอเดินไปถึงหน้าประตูห้องทำงานของเขา ฉันก็ได้ยินเสียงพูดคุยหยอกล้อดังมาจากข้างใน ไม่ได้มีแค่เถาซือกับเส้ามู่เท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มเพื่อนสนิทของเส้ามู่อยู่ด้วยขณะที่ฉันกำลังจะเคาะประตู เสียงเพื่อนสนิทของเส้ามู่ก็ดังขึ้น“เส้ามู่ เพื่อนคนอื่น ๆ รู้เรื่องที่นายกับสวี่หลานทะเลาะกันในงานแต่งหมดแล้วนะ พวกนั้นแอบมาถามฉันว่าพวกนายเลิกกันแล้วจริงหรือเปล่า?"เถาซือเหลือบมาเห็นฉันที่ยืนอยู่หน้าประตู น้ำเสียงของเธอฟังดูโทษตัวเอง แต่สายตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความท้าทาย“ประธานเส้าคะ เรื่องนี้ต้องโทษฉันเองค่ะ ฉันไปร่วมงานแต่งครั้งแรกเลยไม่มีประสบการณ์ ถึงได้ไปแย่งช่อดอกไม้เจ้าสาว จนทำให้คุณกับคุณสวี่หลานต้องมาทะเลาะกันแบบนี้”เสียงของเส้ามู่ดังตอบกลับมา“ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก สวี่หลานใจแคบเองต่างหาก”เพื่อนของเขาแกล้งหยั่งเชิง“เส้ามู่ ครั้งนี้นายเอาจริงดิ? ถึงขั้นย้าย
Read more
บทที่ 4
หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เมื่อเส้ามู่จัดการธุรกิจของเขาเสร็จ ถึงได้มาเปิดแชตระหว่างฉันกับเขาขึ้นมาดูหน้าจอยังคงค้างอยู่ที่ข้อความสุดท้ายซึ่งเขาส่งมาหาฉันว่า "บอกแล้วไง ผมจะไม่รีบแต่งงานลวก ๆ เด็ดขาด คุณเองก็ไปคิดทบทวนดูให้ดี เอาไว้คุณเลิกเร่งรัดผมเมื่อไหร่ ผมค่อยกลับบ้านแล้วกัน"เมื่อพบว่าฉันไม่ได้ตอบกลับ เส้ามู่ก็ขมวดคิ้วมุ่นเขาทราบว่าตนเองรู้จักฉันดี ต่อให้จะทะเลาะหรือทำสงครามประสาทกันแค่ไหน ฉันก็มักเป็นฝ่ายทักไปหาเขาก่อนเสมอ เพื่อถามว่าเขาจะกลับบ้านเมื่อไหร่แต่ครั้งนี้ เขาแยกตัวออกไปได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ฉันกลับไม่ส่งข้อความหาเขาเลยแม้แต่ประโยคเดียวความรู้สึกไม่สบายใจสายหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในใจเขาในตอนนั้นเอง ผู้ช่วยของเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตะโกนว่า"ประธานเส้าครับ ดูนี่สิครับ! รูปในอินสตาแกรมที่คุณหลินหรานโพสต์! วันนี้เป็นงานแต่งของคุณสวี่หลานครับ! แถมตระกูลสวี่ยังเชิญแขกเหรื่อมาร่วมงานตั้งมากมายด้วย!"เส้ามู่รีบกระชากโทรศัพท์ไปดูทันที ในภาพนั้นฉันสวมชุดเจ้าสาว มือถือช่อดอกไม้ ยืนอยู่ข้างหน้าต่างที่มีผ้าม่านพลิ้วไหว ดูสง่างามเหลือเกินเส้ามู่มองภาพนั้นจนตาค้าง แต่ในวินา
Read more
บทที่ 5
เส้ามู่ชะงักไปเล็กน้อยเขาจะไปมีบัตรเชิญได้อย่างไร?ไม่สิ! เขาเป็นเจ้าบ่าว จะต้องใช้บัตรเชิญไปเพื่ออะไร!เส้ามู่ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ“แต่ผมเป็นเจ้าบ่าวของงานนี้นะ!”“เจ้าบ่าวเหรอ? ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายชื่ออะไรเอ่ย?”พนักงานถามด้วยความงุนงงพลางเปิดรายชื่อแขกเพื่อตรวจสอบ แต่กลับถูกเส้ามู่ใช้มือหนึ่งกดทับไว้“ผมชื่อเส้ามู่ เป็นประธานบริษัทเส้าซื่อกรุ๊ป! คนที่จะแต่งงานกับสวี่หลานลูกสาวของตระกูลสวี่แห่งราชวงศ์ได้ นอกจากผมแล้ว ยังจะมีคุณเส้าคนไหนอีกหรือไง?”น้ำเสียงของเขาทั้งเย็นชา ดุดัน และไม่ยอมให้ใครมาตั้งข้อสงสัยเมื่อพนักงานสาวตกใจในท่าทางอันเด็ดเดี่ยวของเขา จึงมองมาด้วยความเลิ่กลั่ก“ตกลงว่าคุณคือคุณเส้าที่เป็นเจ้าบ่าวเหรอคะ? ขอโทษด้วยค่ะ ถ้างั้นฉันจะพาคุณเข้าไปในงานเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”เส้ามู่เดินหน้าบึ้งเข้ามาในงานแต่ง เมื่อมองดูแขกเหรื่อที่แน่นขนัดห้องจัดเลี้ยงอันแสนงดงาม ในใจก็พลันรู้สึกอึดอัดระคนโกรธเคืองขึ้นมาเดิมทีควรเป็นเขาที่จัดการงานแต่งครั้งนี้ทั้งการขอแต่งงาน ชุดเจ้าสาว เมนูอาหาร การเรียนเชิญแขก หรือแม้กระทั่งการตกแต่งสถานที่และการจัดดอกไม้ทั้งหมดนี้ค
Read more
บทที่ 6
เส้าซวี่?เส้ามู่ราวกับถูกตะปูตอกตรึงอยู่กับที่เลือดในกายทุกหยดกำลังเดือดพล่านร่างกายของเขาสั่นสะท้าน แม้แต่สายตาก็เริ่มพร่าเลือน“ว่าไงนะ?”พนักงานคนที่เพิ่งขวางเส้ามู่ไว้เมื่อครู่หันมามองเขาด้วยความตกตะลึง “คุณผู้ชายคนนั้นต่างหากที่เป็นเจ้าบ่าวตัวจริง ฉันก็ว่าอยู่! เจ้าบ่าวที่ไหนจะมางานตัวเองสายขนาดนี้!”“รปภ.! รีบมาเร็วเข้า มีนักต้มตุ๋นแอบอ้างเป็นเจ้าบ่าวแฝงตัวเข้ามาในงาน!”พนักงานขยับเข้ามายืนขวางหน้าเส้ามู่ พร้อมกรอกเสียงเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยผ่านวิทยุสื่อสารด้วยความลนลานแต่เส้ามู่กลับไม่ได้ใส่ใจเสียงตะโกนข้างหูสักนิดสายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉัน เช่นเดียวกับท่อนแขนของเส้าซวี่ซึ่งฉันกำลังควงอยู่ตาไม่กะพริบไม่!เป็นไปไม่ได้!“สวี่หลาน!”เขาผลักพนักงานกระเด็นออกไป หมายพุ่งตรงมาหาฉันโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแต่กลับมีร่างหนึ่งเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ได้เร็วกว่าเธอคือหลินหราน ผู้ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ“ถอยไป!”เส้ามู่คำรามใส่เธอเป็นเชิงข่มขู่ ขณะพยายามเบี่ยงตัวหลบเธอเพื่อมาหาฉัน แต่เขากลับถูกหลินหรานผลักออกไปโดยแรง“แกคิดจะทำอะไร! คนหน้าไม่อาย! ที่นี่คือยุโรป
Read more
บทที่ 7
ด้วยความที่ฉันกำลังยุ่งอยู่กับการเข้าพิธีจึงไม่ได้สังเกตเห็นเหตุการณ์แทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตรงมุมนั้น ความสนใจทั้งหมดของฉันจดจ่ออยู่กับการรับรองแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างคับคั่งและจัดการเรื่องจุกจิกต่าง ๆ ในพิธีแม้ว่าพิธียังไม่ทันจบ แต่ฉันก็รู้สึกเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวกับแผ่นหลังแล้วโชคดีที่เส้าซวี่คอยประคองฉันไว้อย่างอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษอยู่เสมอ เขาคอยอยู่เคียงข้างและรับมือกับแขกเหรื่อรวมถึงสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ไปด้วยกันกับฉันเมื่อพิธีเสร็จสิ้น เส้าซวี่ก็ถอดรองเท้าส้นสูงให้ฉัน รวมถึงช่วยนวดเท้าให้ฉันอย่างทะนุถนอมเมื่อฉันมองดูผู้ชายที่แสนอ่อนโยนซึ่งเพิ่งเคยพบหน้ากันเพียงไม่กี่ครั้งคนนี้ ก็ให้รู้สึกทั้งซาบซึ้งและละอายใจในเวลาเดียวกัน “ขอบคุณนะคะ รอให้ฉันคลอดลูกก่อนนะ แล้วฉันจะไปคุยกับพ่อแม่ของเราทั้งสองฝ่ายให้รู้เรื่องตามที่ตกลงกันไว้ และจะยุติการแต่งงานของเราให้เองค่ะ”มือที่กำลังนวดของเส้าซวี่ชะงักไปชั่วขณะ ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ฉันอย่างหล่อเหลา“ไม่ต้องรีบหรอกครับ ผมเป็นคนเสนอตัวกับคุณพ่อคุณแม่คุณเองว่าอยากจะช่วย ดังนั้น คุณค่อย ๆ ค
Read more
บทที่ 8
หลังการรับประทานอาหารครั้งนั้น พ่อของฉันก็ไม่เคยไปที่ร้านอาหารแห่งนั้นอีกเลยเส้ามู่ขาดการติดต่อและไม่อาจรู้ข่าวคราวของฉันอีกครั้งแต่เขาก็ยังไม่ยอมตัดใจ คอยมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวคฤหาสน์ที่ฉันใช้พักรอคลอดแต่กว่าจะได้พบหน้าเขาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาหลังจากนั้นหนึ่งปีแล้วฉันซึ่งคลอดลูกเรียบร้อยกำลังนั่งอยู่กับหลินหรานที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนน โดยเลือกที่นั่งติดริมหน้าต่างวินาทีที่เส้ามู่ซึ่งอยู่บนถนนมองทะลุหน้าต่างเข้ามาเห็นฉัน แววตาของเขาก็ทอประกายด้วยความประหลาดใจระคนยินดี ก่อนพุ่งพรวดเข้ามาในร้านโดยไม่ลังเล"หลานหลาน!"ฉันจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา รอยยิ้มบนใบหน้าพลันจางหายไป"คุณเส้า ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"ท่าทีอันหมางเมินและเย็นชาของฉันเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงมา ดับความยินดีและความหวังของเขาไปกว่าครึ่งในขณะที่หลินหรานซึ่งนั่งอยู่ข้างฉันเอาแต่จ้องมองเขาด้วยความระแวดระวัง"เราขอคุยกันตามลำพังได้ไหม? แค่ห้านาทีก็พอ" เสียงของเส้ามู่แหบพร่า เขามองดูหน้าท้องที่แบนราบของฉัน ก่อนรีบถามด้วยน้ำเสียงคล้ายอ้อนวอนฉันลังเลครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าให้หลินหรานรอจนหลินหรานลุกขึ้น และ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status