Short
การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน

การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน

By:  เจ้าตัวแสบCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
22Chapters
242views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

จนกระทั่งอันหรานไปเจอบันทึกการหวนพบกันอีกครั้งที่อัปเดตในแอ็กหลุมของจี้หวยอัน เธอถึงได้รู้ว่าสามีที่แต่งงานกันมาสามปี คนที่เขารักมาตลอดกลับเป็นน้องสาวของเธอเอง วันที่เธอถูกวินิจฉัยว่าอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน จี้หวยอันกำลังนั่งกินหม้อไฟกับไป๋เยวี่ยกวงอย่างน้องสาวของเธอ และคว่ำสายโทรเข้าจากเธอลงบนโต๊ะเบา ๆ เขาพูดว่า “ซูอี้ไม่ค่อยได้กลับมา เดือนนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อนเธอบ่อยหน่อย” ตอนทำคีโมจนทั้งอาเจียนทั้งหมดสติ เขากลับเขียนลงในไดอารี่ว่า “พาเธอเดินไปตามถนนร่มไม้ในมหาวิทยาลัยเก่า เหมือนทุกอย่างย้อนกลับไปเมื่อวาน” เจ็บปวดจนกระอักเลือดต่อหน้าเขา แต่เขากลับรีบจากไป “หมาของซูอี้ป่วย ผมจะพาเธอไปดูหน่อย” ตอนที่เธอตายอย่างเดียวดายในห้องผู้ป่วยคืนข้ามปี เขากลับกำลังชนแก้วอยู่ใต้ดอกไม้ไฟกับ “ครอบครัว” เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง อันหรานก็ย้อนกลับมายังจุดเปลี่ยนของโชคชะตา จี้หวยอันตาแดงก่ำ วิ่งฝ่าสายฝนเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ “อันหราน ชาตินี้ผมจะไม่มีวันทำผิดต่อคุณอีก!” แต่เธอกลับหันหลังอย่างสงบนิ่ง “คุณจี้ ขอทางหน่อย ชีวิตทั้งชาติของคุณ ฉันไม่ขอร่วมทางด้วยอีกแล้ว”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

 “หนึ่งเดือน เกรงว่าจะไม่ถึงหลังปีใหม่แล้ว”

 หมอดึงฟิล์มเอกซเรย์ลง มองอันหรานที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “คุณอัน อาการทรุดเร็วกว่าที่เราคาดไว้ดีที่สุดคือให้ญาติมาสักคน มีหลายเรื่องที่ต้องคุยร่วมกัน ทั้งแผนการรักษาต่อจากนี้ การดูแลหลังรักษา คุณจัดการคนเดียวไม่ไหว”

 อันหรานเงยหน้าขึ้น

 “ฉันไม่มีญาติค่ะ” เธอพูด

 หมอชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่ในประวัติระบุว่าสามีคุณคือจี้หวยอัน...”

 “นั่นมันเมื่อก่อน” อันหรานตัดบท “ตอนนี้ฉันอยู่คนเดียว”

 หมอนิ่งไปหลายวินาที เหมือนอยากพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็หันไปพิมพ์บนคอมพิวเตอร์แทน

 “เพิ่มขนาดยาแก้ปวดเป็นสองเท่า ถ้าปวดมากก็กิน อย่าฝืนทน” เขายื่นใบสั่งยาให้ “อาหารเสริมวันละสองครั้ง เช้าเย็น อาทิตย์หน้าต้องมาตรวจอีก เราต้องปรับแผนรักษา”

 “ค่ะ”

 อันหรานพยักหน้า ก่อนผลักประตูเดินออกไป

 เธอก้มมองโทรศัพท์

 หน้าจอสว่างขึ้นมา แถบแจ้งเตือนสะอาดโล่ง มีแค่แจ้งเตือนสภาพอากาศหนึ่งรายการ

 ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ ไม่มีข้อความใหม่

 อันหรานขึ้นรถเมล์ เอนตัวพิงเบาะแล้วหลับตา

 ตอนรถวิ่งผ่านห้างกลางเมือง ท่ามกลางม่านฝนพร่า ป้ายร้านหม้อไฟชื่อดังร้านนั้นส่องแสงสีแดงอยู่

 ด้านในกระจกใสสว่างจ้า เต็มไปด้วยผู้คน

 ร่างของอันหรานแข็งค้าง

 โต๊ะติดหน้าต่างโต๊ะนั้น สี่คนนั้น เธอคุ้นเคยเกินไป

 จี้หวยอันสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาที่เธอเพิ่งรีดให้เมื่อเช้า กำลังเอียงตัวพูดอะไรบางอย่าง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

 ข้าง ๆ คือเมิ่งซูอี้ที่ไปต่างประเทศมาสามปี

 ฝั่งตรงข้ามคือพ่อกับแม่ของเธอ

 พ่อกำลังคีบอาหารให้เมิ่งซูอี้ ท่าทางเป็นธรรมชาติและชำนาญ แม่กำลังพูดอะไรบางอย่างพลางยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์

 รอยยิ้มแบบที่ออกมาจากใจโดยไม่ปิดบังแบบนั้น อันหรานไม่ได้เห็นมาสามปีแล้ว

 ทั้งสี่คนนั่งล้อมหม้อไฟร้อนฉ่า น้ำซุปสีแดงเดือดปุด ๆ ชามเล็กตรงหน้าเมิ่งซูอี้กองอาหารพูนสูง

 รถค่อย ๆ ชะลอ ก่อนหยุดตรงแยก ไฟแดงสว่างขึ้น

 อันหรานหยิบโทรศัพท์ออกมา ในรายชื่อผู้ติดต่อ ชื่อจี้หวยอันอยู่ลำดับแรก

 เสียงรอสายดังขึ้นในหู ตู๊ด—ตู๊ด—

 หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง

 ในร้าน หน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะของจี้หวยอันสว่างขึ้น

 เขาก้มมองแวบหนึ่ง

 จากนั้นก็พลิกหน้าจอลงคว่ำไว้บนโต๊ะเบา ๆ

 แล้วหันกลับไปหาเมิ่งซูอี้ รับเครื่องดื่มที่เธอยื่นให้ ก่อนพูดอะไรบางอย่างจนเมิ่งซูอี้ยิ้มกว้างกว่าเดิม

 อันหรานวางสาย แล้วโทรใหม่

 นิ้วทำซ้ำอย่างเครื่องจักร วางสาย โทรใหม่ วางสายแล้วโทรใหม่อยู่แบบนั้น

 ไฟแดงเหลืออีก 30 วินาที

 ในร้าน พ่อกำลังยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูป

 ทั้งสี่คนขยับเข้าหากัน จี้หวยอันอยู่ซ้าย เมิ่งซูอี้อยู่ขวา พ่อแม่อยู่ด้านหลัง เมิ่งซูอี้ยกมือทำท่ากรรไกร ยิ้มสดใสราวดอกไม้

 “แชะ”

 อันหรานลดมือลงจากโทรศัพท์

 เธอน่าจะรู้ตั้งนานแล้ว

 ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนที่เจอแอ็กหลุมของจี้หวยอัน ตั้งแต่เขาเขียนว่า “วันแรกของการหวนพบกันอีกครั้ง” ตั้งแต่เขาเริ่มบันทึกทุกเรื่องราวระหว่างเขากับผู้หญิงอีกคนในแต่ละวัน

 ไฟเขียวสว่างขึ้น

 รถเริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ

 อันหรานเอนพิงกระจกรถ ความเย็นจากกระจกซึมเข้าผิว

 เธอยกมือขึ้น ซุกใบหน้าลงในฝ่ามือ

 เธอนึกถึงเมื่อสามปีก่อน วันที่บ้านล้มละลาย

 เย็นวันฝนตกแบบนี้เหมือนกัน พ่อแม่ยัดสมุดบัญชีเล่มสุดท้ายใส่มือเมิ่งซูอี้แล้วพูดว่า “ซูอี้ เอาไป ไปเรียนต่อต่างประเทศดี ๆ ไม่ต้องห่วงทางบ้าน”

 เมิ่งซูอี้ร้องไห้ กอดแม่ไว้ “แม่ หนูจะคิดถึงพวกแม่นะ”

 พ่อตบ ๆ ไหล่ของเธอ “เด็กโง่ ดูแลตัวเองดี ๆ”

 ส่วนเธอยืนอยู่ตรงประตู สะพายกระเป๋าเป้เก่า ๆ ใบหนึ่ง ข้างในมีแค่เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไม่กี่ชุด ไม่มีใครมองเธอ ไม่มีใครพูดกับเธอสักคำ

 หลังจากนั้นฝนก็ตกหนักขึ้น เธอเดินออกจากบ้านที่อยู่มาสองสิบปีเพียงลำพัง ไม่ได้กางร่ม เปียกปอนไปทั้งตัว

 ตอนที่จี้หวยอันขับรถตามหาเธอเจอ เธอกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ที่ป้ายรถเมล์ หนาวจนตัวสั่น

 เขารีบลงจากรถ เอาเสื้อนอกคลุมให้เธอแล้วพูดว่า “อันหราน กลับบ้านกับผม”

 เสียงประกาศบนรถดึงอันหรานกลับจากความทรงจำ

 เธอลืมตาขึ้น ภายในรถโล่งเงียบ เหลือแค่คนขับที่หันกลับมามองเธอ

 “สาวน้อย ถึงป้ายแล้ว”

 เธอหยิบถุงยา ลุกลงจากรถ

 ในบ้านมืดสนิท แต่ไฟเซ็นเซอร์ตรงทางเข้ากลับสว่างขึ้น เธอเปลี่ยนรองเท้า วางถุงยาลงบนตู้รองเท้า สายตาหยุดอยู่ที่ผนังด้านข้าง

 รูปแต่งงานยังแขวนอยู่ตรงนั้น

 ในรูป จี้หวยอันโอบไหล่เธอ มุมปากยกยิ้ม สายตาอ่อนโยน

 อันหรานจ้องรูปนั้นอยู่นาน ก่อนเบือนสายตาออก

 ไฟในครัวยังเปิดอยู่

 เธอเดินเข้าไป และก็เป็นอย่างที่คิด ไฟอุ่นของหม้อหุงข้าวยังติดอยู่ พอเปิดฝาออก ข้างในคือโจ๊กขาวอุ่น ๆ เคี่ยวได้กำลังดี เม็ดข้าวนุ่มละมุน

 ข้าง ๆ มีโพสต์อิตแปะไว้ “ช่วงนี้ได้ยินคุณบ่นว่าปวดท้องบ่อย กินน้อย ๆ หลายมื้อ โจ๊กช่วย养胃 จำไว้ว่าต้องกิน อย่ารอให้เย็น ผมกลับดึกหน่อย”

 เธอตักใส่ชาม ก่อนยกไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

 ไอร้อนลอยขึ้นจากโจ๊ก กลิ่นข้าวอ่อน ๆ จางเบา

 ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา

 “กินโจ๊กหรือยัง ผมอยู่กับลูกค้า อาจกลับดึกหน่อย คุณกระเพาะไม่ดี อย่ากินของเย็น ในตู้เย็นมีแอปเปิลที่ผมหั่นไว้ วางไว้สักพักแล้วค่อยกิน”

 เธอมองข้อความนั้นอยู่นาน ก่อนกดดับหน้าจอ

 กินไปได้ครึ่งชาม จู่ ๆ ในท้องก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง

 เธอลุกพรวด วิ่งเข้าห้องน้ำ

 มือยันขอบชักโครก ก้มตัวอาเจียนอย่างทรมานแทบขาดใจ

 ผ่านไปพักใหญ่ถึงค่อยสงบลง

 เธอกดชักโครก เดินไปหน้าอ่างล้างหน้า เปิดก๊อกน้ำ

 น้ำเย็นสาดลงบนใบหน้า เย็นเฉียบ

 เธอเงยหน้ามองกระจก

 คนในกระจกใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากซีดเผือด เส้นผมยุ่งเหยิงแนบติดหน้าผากและแก้ม ดวงตาแดงบวม ใต้ตาคล้ำเข้ม

 เธอมองตัวเองแบบนั้นอยู่นาน

 จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ

 ยังดี เหลืออีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
22 Chapters
บทที่ 1
 “หนึ่งเดือน เกรงว่าจะไม่ถึงหลังปีใหม่แล้ว” หมอดึงฟิล์มเอกซเรย์ลง มองอันหรานที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “คุณอัน อาการทรุดเร็วกว่าที่เราคาดไว้ดีที่สุดคือให้ญาติมาสักคน มีหลายเรื่องที่ต้องคุยร่วมกัน ทั้งแผนการรักษาต่อจากนี้ การดูแลหลังรักษา คุณจัดการคนเดียวไม่ไหว” อันหรานเงยหน้าขึ้น “ฉันไม่มีญาติค่ะ” เธอพูด หมอชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่ในประวัติระบุว่าสามีคุณคือจี้หวยอัน...” “นั่นมันเมื่อก่อน” อันหรานตัดบท “ตอนนี้ฉันอยู่คนเดียว” หมอนิ่งไปหลายวินาที เหมือนอยากพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็หันไปพิมพ์บนคอมพิวเตอร์แทน “เพิ่มขนาดยาแก้ปวดเป็นสองเท่า ถ้าปวดมากก็กิน อย่าฝืนทน” เขายื่นใบสั่งยาให้ “อาหารเสริมวันละสองครั้ง เช้าเย็น อาทิตย์หน้าต้องมาตรวจอีก เราต้องปรับแผนรักษา” “ค่ะ” อันหรานพยักหน้า ก่อนผลักประตูเดินออกไป เธอก้มมองโทรศัพท์ หน้าจอสว่างขึ้นมา แถบแจ้งเตือนสะอาดโล่ง มีแค่แจ้งเตือนสภาพอากาศหนึ่งรายการ ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ ไม่มีข้อความใหม่ อันหรานขึ้นรถเมล์ เอนตัวพิงเบาะแล้วหลับตา ตอนรถวิ่งผ่านห้างกลางเมือง ท่ามกลางม่านฝนพร่า ป้ายร้านหม้อไฟชื่อดังร้านนั้นส่องแสงสีแดงอยู่ ด้าน
Read more
บทที่ 2
 อันหรานขดตัวอยู่บนเตียง เธอนอนตะแคง แขนทั้งสองกอดตัวเองแน่น แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ส่องอยู่ในความมืด สะท้อนใบหน้าซีดขาวของเธอ เธอนึกถึงวันที่เมิ่งซูอี้ถูก “พากลับมาเจอ” ทั้งบ้านประดับไฟอย่างครึกครื้น รอยยิ้มบนใบหน้าพ่อแม่ทั้งสดใสทั้งระมัดระวังแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขาล้อมเด็กสาวที่ดูหวาด ๆ คนนั้นไว้ ถามไถ่ด้วยความห่วงใย มอบห้องที่ดีที่สุดให้ มอบคำพูดที่อ่อนโยนที่สุดให้ ส่วนเธอยืนอยู่มุมห้องรับแขก มองบ้านที่ตัวเองอาศัยมาสิบกว่าปี เปลี่ยนเป็นโลกของคนอื่นในชั่วข้ามคืน ตั้งแต่นั้นมา สายตาของพ่อแม่ก็แทบไม่เคยมองมาที่เธออีก มีแค่จี้หวยอัน เด็กผู้ชายที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก ปีนต้นไม้ต้นเดียวกัน เคยปล่อยว่าวตัวเดียวกัน จี้หวยอันยังคงอยู่ข้างเธอเหมือนเดิม เขาจับมือเธอไว้แล้วพูดว่า “อันหราน อย่ากลัว คุณยังมีผมนะ” เธอคว้าเขาไว้ราวกับฟางเส้นสุดท้ายช่วยชีวิต วันที่บ้านล้มละลาย ทุกอย่างวุ่นวาย เจ้าหนี้มาปิดหน้าบ้าน พ่อแม่หัวหมุนจนแทบตั้งตัวไม่ติด เธอซ่อนตัวอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงทะเลาะกันเบา ๆ จากข้างนอก สุดท้ายแม่ก็ตาแดงก่ำเดินเข้ามา เสียงแหบแห้ง “อันหราน ทางบ้าน...ไม่มีท
Read more
บทที่ 3
 ตลอดสัปดาห์ถัดมา จี้หวยอันแทบไม่กลับบ้าน แต่ทุกวันตอนหนึ่งทุ่มครึ่ง แจ้งเตือนเดลิเวอรี่อาหารจะเด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของอันหรานตรงเวลาเสมอ จากนั้นก็ตามมาด้วยข้อความของเขา "โจ๊กรีบกินตอนร้อน ๆ กินข้าวให้ตรงเวลา อย่าให้ผมเป็นห่วง" เธอนึกถึงเมื่อก่อน ต่อให้จี้หวยอันยุ่งแค่ไหน ก็จะพยายามกลับบ้านให้ได้ ใช้เวลาอยู่ในครัวหนึ่งถึงสองชั่วโมง ค่อย ๆ เคี่ยวน้ำแกงหม้อโปรดที่เธอชอบ เขาบอกว่าอาหารเดลิเวอรี่ไม่สะอาด ทำเองสบายใจกว่า แต่โจ๊กที่ส่งมาพวกนั้น เธอไม่เคยแตะอีกเลย ทุกครั้ง เธอเพียงเปิดแอ็กหลุมนั้นอย่างเงียบ ๆ และก็เป็นอย่างที่คิด มีการอัปเดตทุกวัน “วันที่ 65 ของการหวนพบกันอีกครั้ง พาเธอไปมหาวิทยาลัยเก่า เดินบนถนนร่มไม้สายเดิม เหมือนทุกอย่างไม่เคยเปลี่ยน” “วันที่ 67 ของการหวนพบกันอีกครั้ง เธอเป็นหวัด ซื้อยาให้ ต้มชาขิงให้ ยังดูแลตัวเองไม่เป็นเหมือนเดิม” “วันที่ 70 ของการหวนพบกันอีกครั้ง ไปดูบ้านเป็นเพื่อนเธอ เธออยากมีบ้านอยู่ในประเทศนี้เหมือนกัน” สัปดาห์ที่สอง อันหรานไปตรวจที่โรงพยาบาลคนเดียว กระบวนการคีโมทั้งทรมานและยาวนาน คลื่นไส้อย่างรุนแรงตามมา เธออาเจียนหนักมา
Read more
บทที่ 4
 วันต่อมา อันหรานลากร่างกายหนักอึ้งราวถูกถ่วงด้วยตะกั่วเดินออกจากธนาคาร บนหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นแจ้งเตือนว่าโอนเงินสำเร็จ เธอพิงกับตู้เอทีเอ็มเย็นเฉียบ ถอนหายใจลึกออกมายาว ๆ จ่ายหมดแล้ว หนี้ก้อนสุดท้ายที่ติดค้างตั้งแต่บ้านล้มละลาย ในที่สุดก็ถูกชำระหมดสิ้นก่อนที่เธอจะตาย จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดวูบ โถงธนาคารหมุนคว้าง เสียงผู้คนจอแจเริ่มห่างไกลออกไป เธออยากคว้าอะไรสักอย่างไว้ แต่แขนกลับอ่อนแรงจนยกไม่ขึ้น ตอนอันหรานลืมตาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าพร่ามัวอยู่พักใหญ่กว่าจะชัดขึ้น “ฟื้นแล้วเหรอ” ข้าง ๆ มีเสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยความเป็นห่วง อันหรานหันหน้าไปอย่างยากลำบาก เห็นคุณป้าหน้าตาใจดีคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียง ป้าขยับเข้ามาใกล้อีกนิด “หนูเป็นลมที่ธนาคาร ป้าเห็นในรายชื่อฉุกเฉินตั้งสามีไว้ ก็เลยช่วยโทรให้ โทรไปหลายรอบก็ไม่มีคนรับ แล้วก็โทรหาพ่อกับแม่ ก็ไม่มีใครรับอีกเหมือนกัน ไม่มีทางเลือก ป้าเลยเฝ้าอยู่ตรงนี้ก่อน” อันหรานรับโทรศัพท์มา เปิดบันทึกการโทร มองคำว่า “สามี” “พ่อ” “แม่” ที่ตามหลังด้วยตัวหนังสือสีแดงว่า “ไม่ได้รับสาย” ยาวเหยียด ปลายนิ้วเย็นเฉียบ ในตอนนั้นเอง โทรศั
Read more
บทที่ 5
 วันที่ยี่สิบห้าปลายเดือนสิบสองจีน เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์ก็จะถึงปีใหม่ อันหรานขดตัวอยู่บนเตียง ฤทธิ์ยาแก้ปวดเพิ่งหมดไป ความปวดหน่วงระลอกใหม่กำลังแผ่ลึกออกมาจากกระเพาะ เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น อันหรานเปิดประตู “แม่” แม่กวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนขมวดคิ้วตามนิสัย “กลางวันแท้ ๆ ทำไมสีหน้ายังแย่ขนาดนี้อีก นอนไม่พอเหรอ” “อืม” อันหรานขยับตัวเปิดทางให้เธอเข้ามา “วันนี้แม่มาหา เพราะมีเรื่องจะคุยกับแก” แม่กระแอมเบา ๆ สายตามองมาที่อันหราน “คือแบบนี้นะ หลังปีใหม่ ฝั่งป้าหวังมีญาติคนหนึ่ง ลูกชายเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ คนก็ดี งานก็ดี แม่คิดว่าจะนัดให้พวกแกเจอกันหน่อย” อันหรานนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ เหมือนยังไม่เข้าใจ “เจอกันไง ดูตัว” แม่พูดซ้ำ “แกก็รู้ ตอนนั้นซูอี้กับหวยอันก็เป็นเพราะปัญหาทางบ้าน บวกกับซูอี้ต้องไปต่างประเทศ สองคนนั้นเลยคลาดกันไป ตอนนี้ซูอี้ก็กลับมาแล้ว เธอบอกว่าครั้งนี้ไม่อยากไปอีก” แม่หยุดไปเล็กน้อย สังเกตสีหน้าของอันหราน เห็นเธอเพียงหน้าซีด ไม่มีปฏิกิริยารุนแรงอะไร จึงพูดต่อ “แม่คิดว่าชีวิตแต่งงานของแกกับหวยอัน ตอนนั้นก็รีบร้อนเกินไป ในเมื่อซูอี้มีใจแบบนี้
Read more
บทที่ 6
 อันหรานลืมตาขึ้นอีกครั้ง สติค่อย ๆ กลับคืนมา จี้หวยอัน...เขาเห็นแล้ว เขาคงตกใจมากแน่ ๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของเขาในตอนสุดท้าย ในใจอันหรานก็เกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอหันหน้าอย่างยากลำบาก มองไปที่ข้างเตียง เตรียมจะอธิบาย บอกเขาว่านี่แค่โรคกระเพาะกำเริบหนักหน่อย อาเจียนเป็นเลือดนิดหน่อย ไม่เป็นไร เป็นโรคเก่า แต่ข้างเตียงกลับว่างเปล่า มีเพียงเก้าอี้เย็นเฉียบตัวหนึ่ง ตั้งอยู่ตรงนั้นอย่างเป็นระเบียบ ประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดเบา ๆ พยาบาลคนหนึ่งถือถาดยาเดินเข้ามา “ฟื้นแล้วเหรอ รู้สึกยังไงบ้างคะ” พยาบาลเดินมาข้างเตียง ตรวจสายน้ำเกลือกับเครื่องติดตามอาการอย่างคล่องแคล่ว “ดีขึ้นแล้ว...” เสียงของอันหรานแหบมาก “สามีฉันล่ะคะ” มือของพยาบาลชะงักไปเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองอันหราน แววตามีทั้งความสงสารและจนใจที่แทบมองไม่ออก “สามีคุณน่ะเหรอ” พยาบาลลดเสียงลง “รับโทรศัพท์สายหนึ่งแล้วก็รีบไปเลย เหมือนจะบอกว่าหมาของน้องสาวคุณอาเจียนไม่หยุด อาการไม่ค่อยดี เขาต้องรีบกลับไป พาน้องสาวคุณกับหมาไปหาหมอน่ะ” “อ้อ” เธอได้ยินตัวเองตอบออกมาเบา ๆ สองวันต่อจากนั้น ภา
Read more
บทที่ 7
 คืนวันสิ้นปี อันหรานพักอยู่ห้องผู้ป่วยเดี่ยว นอกหน้าต่างไกลออกไป แสงไฟสว่างไสวของเมืองเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว บางครั้งได้ยินเสียงประทัดอู้อี้ดังมาแผ่ว ๆ โทรทัศน์เปิดอยู่ เสียงถูกปรับเบามาก บนจอคือรายการงานเลี้ยงตรุษจีนที่เต็มไปด้วยความคึกคักครื้นเครง หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้นมา ดูแสบตาเป็นพิเศษในห้องมืดสลัวข้างเตียง เป็นวิดีโอคอลจากจี้หวยอัน อันหรานมองรูปโปรไฟล์ที่กระพริบอยู่นั้นเป็นเวลานาน สุดท้าย เธอก็ยังฝืนใช้แรงทั้งหมด ค่อย ๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้น กดรับสาย หน้าจอสว่างขึ้น ใบหน้าของจี้หวยอันปรากฏขึ้นมา “อันหราน!” เสียงของจี้หวยอันดังขึ้น แฝงด้วยรอยยิ้ม “กินข้าววันสิ้นปีหรือยัง ดูงานเลี้ยงตรุษจีนอยู่ไหม” อันหรานไม่ได้หันกล้องเข้าหาตัวเอง เธอเพียงวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอน ให้กล้องหันไปยังมุมหนึ่งของเพดาน “กินไปนิดหน่อย” เสียงของเธอเบามาก แทบถูกเสียงจากโทรทัศน์กลบ “กำลังดูอยู่” “ทำไมไม่ให้ผมเห็นหน้าคุณล่ะ” จี้หวยอันถาม น้ำเสียงยังคงสนิทสนมแบบเคย “ผอมลงอีกแล้วหรือเปล่า บอกให้กินข้าวดี ๆ ไง” “ไม่นะ” อันหรานตอบ โดยยังไม่ขยับกล้อง ตอนนั้นเอง ฝั่งหน้าจอมีเสียงแม่ดังขึ้น
Read more
บทที่ 8
 “อันหราน...อันหราน? คุณเป็นอะไรไป? มือถือหล่นเหรอ? อันหราน?” จี้หวยอันพูดเสียงดังขึ้น เรียกไปยังหน้าจอที่ตอนนี้เหลือเพียงภาพเตียงและเพดานที่พร่ามัว ดอกไม้ไฟยังคงระเบิดขึ้นนอกหน้าต่าง แสงสะท้อนเข้ามาทำให้ใบหน้าเขาสว่างวูบวาบสลับมืดสว่าง ความรู้สึกผ่อนคลายในคืนสิ้นปีค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความไม่สบายใจบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ แต่ก่อนที่เสียงเรียกของเขาจะได้รับคำตอบใด ๆ จากปลายสาย ด้านหลังในห้องนั่งเล่นของสวีทโรงแรม ก็มีเสียงเรียกของเมิ่งซูอี้ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “พี่หวยอัน! มาเร็วเข้า! แม่บอกให้มาชนแก้วฉลองปีใหม่ด้วยกันนะ! เลิกคุยโทรศัพท์ได้แล้ว!” ตามมาด้วยเสียงแม่ที่เร่งอย่างอารมณ์ดี “หวยอัน ปีใหม่ทั้งที มีอะไรไว้ค่อยคุยกันทีหลังเถอะ รีบมาได้แล้ว รออยู่เนี่ย!” จี้หวยอันขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเรียกใส่โทรศัพท์อีกครั้ง “อันหราน?” แต่สิ่งที่ตอบกลับมา มีเพียงเสียงยาวเรียบของเครื่องมือบางอย่างที่ดังแผ่ว ๆ จากปลายสาย และเสียงทีวีที่เลือนรางมากขึ้น อาจเป็นเพราะโทรศัพท์หล่น สัญญาณไม่ดีมั้ง เขาคิดแบบนั้น ความไม่สบายใจเมื่อครู่ถูกเสียงเร่งเร้าจากด้านหลังกลบลงไปบ้าง บางทีอันหรานอาจแค่เห
Read more
บทที่ 9
ในวินาทีที่คำว่า “ได้” เกือบจะหลุดออกจากปากของเขา ภาพของใบหน้าอีกคนหนึ่งก็วาบขึ้นมาในหัวอย่างกะทันหันซีดขาว เรียบเฉยความหงุดหงิดบางอย่างเข้ามาแทนที่ความหวานชั่วขณะ เขาขมวดคิ้ว ถอยหลังไปครึ่งก้าว เว้นระยะห่างระหว่างทั้งสองคนให้ชัดเจนขึ้น น้ำเสียงกลับมานิ่งและควบคุมได้ดังเดิม “ซู่อี้ อย่าวุ่นวายเลย”สีหน้าความคาดหวังของเมิ่งซู่อี้แข็งค้างในทันที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจและเจ็บปวด “พี่หวยอัน...”“เรื่องของเรามันจบไปแล้ว” จี้หวยอันพูดตัดบท เสียงไม่ดัง แต่หนักแน่นเหมือนกำลังย้ำสถานะของตัวเอง “ผมบอกแล้ว ตอนนี้ผมมองคุณเป็นแค่น้องสาว”“น้องสาวงั้นเหรอ” เมิ่งซู่อี้เสียงสูงขึ้นทันที เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อและน้อยใจ “มองแค่น้องสาวเหรอ แล้วทำไมพี่ถึงเขียนเรื่องของเราหลังจากกลับมาเจอกันทุกวัน เอาไปเขียนเป็นไดอารี่ ‘วันคืนหลังการพบกันอีกครั้ง’ แล้วโพสต์ในบัญชีนั้น พี่รู้ไหมว่าทุกครั้งที่หนูเห็น หนูรู้สึกแย่แค่ไหน แล้วก็ยังอดหวังไม่ได้อีก!”เธอระเบิดคำพูดที่อัดอั้นออกมาจนหมด น้ำตาไหลตามคำพูดลงมาจี้หวยอันนิ่งอึ้งไปทั้งตัว สีหน้าจากความนิ่งสงบแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจและความอับอายที่ถูกเป
Read more
บทที่ 10
เมื่อวางสายไป จี้หวยอันรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายเย็นเฉียบ ปลายนิ้วสั่นจนควบคุมไม่ได้เขาจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับมืด “ไม่...เป็นไปไม่ได้...” เขาพึมพำ ปฏิเสธที่จะเชื่อข่าวไร้สาระนี้ตอนนี้แม่ยายถูกคนช่วยพยุงขึ้นมาแล้ว ถึงคราบน้ำตาบนใบหน้ายังไม่แห้ง แต่ความพังทลายในตอนแรกเหมือนจะผ่านไป กลายเป็นความสงสัยแบบมีความหวัง และความไม่พอใจที่ตามมาแทนเธอมองสภาพจี้หวยอันที่เหมือนคนไร้วิญญาณ แล้วพูดเสียงแหบ น้ำเสียงแฝงทั้งความหวังและการโยนความผิด “หวยอัน แกว่าอันหรานเพราะพวกเราออกมาฉลองปีใหม่ข้างนอก ไม่ได้พาเธอมาด้วย เธอเลยน้อยใจ ก็เลยจงใจรวมหัวกับโรงพยาบาล เล่นตลกแบบนี้เพื่อหลอกพวกเรารึเปล่า”พ่อตาไม่ได้พูดอะไร แต่ขมวดคิ้วแน่น ในสายตาก็มีทั้งความไม่แน่ใจและความหงุดหงิดแบบเดียวกันเรื่องล้อเล่นงั้นเหรอคำนี้แทงเข้ามาในใจจี้หวยอันทันทีอันหราน?ผู้หญิงที่เงียบขรึมมาตลอด แถมบางครั้งยังยอมคนง่ายอย่างอันหราน จะเล่นตลกถึงขั้น “แกล้งตาย” ได้จริงเหรอ?แต่ในใจลึก ๆ ของเขา กลับเหมือนคว้าฟางช่วยชีวิตไว้ได้ เขาอยากให้มันเป็นเรื่องจริง ต่อให้เป็นแค่มุกตลกร้ายก็ตามเขาต้องพิสูจน์ให้ได้เดี๋ยวนี้นิ้วของ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status