Partager

บทที่ 9

Auteur: เทียนเทียน
สีหน้าของเซี่ยเสวียนโจวพลันแข็งค้าง ก่อนความโกรธและความไม่เชื่อจะเอ่อขึ้นในดวงตา“เฉิงรั่วอวี๋! ถึงตอนนี้เจ้ายังคิดใส่ร้ายหว่านซวงอีกหรือ?! นางทั้งอ่อนโยนและจิตใจดี จะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?!”

“หรือเพราะเรื่องบิดาและพี่ชายของเจ้า เจ้าจึงฝังใจแค้น คอยต่อต้านหว่านซวงไปเสียทุกคราว?ข้าเคยบอกแล้ว หากมิใช่พี่ชายเจ้าประพฤติตนไม่เหมาะสม ล่วงเกินหว่านซวงก่อน ตระกูลเฉิงของเจ้าก็คงไม่ต้องพบจุดจบเช่นนั้น!”

เฉิงรั่วอวี๋ฟังทุกถ้อยคำของเขาที่เชือดเฉือนหัวใจ มองการเข้าข้างอย่างไม่ปิดบังนั้น ความหวังริบหรี่สุดท้ายในใจก็ดับมอดลงอย่างสิ้นเชิง

“ฝ่าบาทสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว เป็นหม่อมฉัน...ที่พูดผิดไป”

เซี่ยเสวียนโจวมองท่าทางของนางที่ราวกับยอมรับชะตา แต่ก็คล้ายกำลังเยาะเย้ย ความโกรธในใจพลันลุกโชน ทว่ากลับไร้ที่ระบาย

เขายืดกายขึ้น กล่าวกับองครักษ์ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฮุ่ยเฟยเฉิงซื่อ วาจาและความประพฤติไม่เหมาะสม ล่วงเกินฮองเฮาหลายครั้ง ทั้งยังไม่สำนึกผิด ให้กักตัวไว้ในห้องสงบจิต คัดกฎวังหนึ่งร้อยรอบ ทบทวนความผิดของตน! หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามปล่อยตัว! ให้นางหลาบจำเสียบ้าง!”

เฉิงรั่วอวี๋ถูกองครักษ์ฉุดให้ลุกขึ้น นางไม่ขัดขืน ปล่อยให้พวกเขาพาตัวออกไป

ห้องสงบจิตเย็นเยียบและชื้นแฉะ มีเพียงหน้าต่างเล็กสูงบานหนึ่งที่ปล่อยให้แสงส่องเข้ามาเล็กน้อย

พู่กัน หมึก กระดาษ แท่นฝนหมึก และตำรากฎวังเล่มหนาถูกโยนเข้ามา ก่อนประตูจะปิดดังโครมและถูกลงกลอนจากด้านนอก

เฉิงรั่วอวี๋นั่งพิงกำแพงเย็นเยียบ นิ่งไม่ขยับ

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ภายในห้องสงบจิตราวกับมีเสียงสวบสาบดังขึ้น

นางเงยหน้าขึ้นอย่างเหนื่อยล้า อาศัยแสงริบหรี่มองเห็นงูพิษหลากสีหลายตัว กำลังเลื้อยเข้ามาจากรอยแยกของกำแพงและช่องระบายอากาศ!

รูม่านตาของนางหดวูบ! นางอยากกรีดร้อง แต่ลำคอกลับเหมือนถูกบางสิ่งอุดไว้!

ลำตัวเย็นเฉียบของงูพันรอบข้อเท้านาง เขี้ยวพิษแหลมคมฝังลงในผิวหนัง!

ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นปราด ภาพตรงหน้าพลันมืดวูบ ก่อนนางจะหมดสติไปอีกครั้ง

……

เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง นางก็ยังคงอยู่ในตำหนักเจาหยาง

เซี่ยเสวียนโจวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ไกลนัก เมื่อเห็นนางฟื้น สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อน

“ห้องสงบจิตทรุดโทรมมานาน ข้า...ก็ไม่คิดว่าข้างในจะมีงูพิษ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบฝืดเล็กน้อย “แต่ถึงอย่างไร ทั้งหมดก็เป็นผลจากการกระทำของเจ้าเอง หากก่อนหน้านี้เจ้ามิได้ประพฤติตนไม่เหมาะสม คอยยั่วยุหว่านซวงครั้งแล้วครั้งเล่า ก็คงไม่ต้องลงเอยเช่นวันนี้”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “เจ้าพักรักษาตัวให้ดี หากขาดยาชนิดใด ก็ให้หมอหลวงไปนำมา ต่อไป...จงสงบเสงี่ยม อย่าได้ทำร้ายหว่านซวงอีก”

กล่าวจบ เขาก็ไม่คิดจะอยู่ต่อนานนัก ลุกขึ้นเดินจากไป

เฉิงรั่วอวี๋นอนอยู่ตรงนั้น ฟังเสียงฝีเท้าของเขาที่ค่อย ๆ ห่างออกไป หัวใจเย็นเยียบดุจเถ้าถ่าน

หาเรื่องใส่ตนเองหรือ? จงสงบเสงี่ยมหรือ? อย่าได้ทำร้ายเย่หว่านซวงอีกหรือ?

นางแค่นยิ้ม ก่อนค่อย ๆ หลับตาลง ฝังทุกอารมณ์ไว้ในความรกร้างไร้สิ้นสุดภายในใจ

วันเวลาที่เหลือ นางเพียงพักรักษาตัวอย่างเงียบงัน ราวกับหุ่นเชิดที่ยังมีลมหายใจ

ในที่สุด เมื่อบาดแผลตกสะเก็ด ร่างกายพอจะลุกจากเตียงเดินได้ งานเลี้ยงฉลองครบเดือนของเด็กคนนั้นก็มาถึง

นี่เป็นงานมงคลครั้งใหญ่ที่วังหลวงไม่ได้จัดมานาน ทั้งในและนอกวังต่างประดับโคมและผ้าแพรหลากสี บรรยากาศเปี่ยมด้วยความยินดี

ในที่สุด หัวใจของเฉิงรั่วอวี๋ก็ไหวกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อย

เพราะวันนี้ ในที่สุดนางก็จะจากไปได้แล้ว

งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ตำหนักไท่เหอ หรูหราฟุ่มเฟือยถึงขีดสุด

เฉิงรั่วอวี๋ยังคงนั่งอยู่ในมุมที่ไม่มีผู้ใดสนใจ มองเย่หว่านซวงบนแท่นสูงอุ้มทารกซึ่งห่อด้วยผ้าสีเหลืองสด รับการถวายคำนับและคำแสดงความยินดีจากทุกคน

เซี่ยเสวียนโจวนั่งอยู่ข้างนาง ใบหน้าปรากฏความยินดีที่หาได้ยาก

เมื่อดื่มสุราผ่านไปสามรอบ เสียงเพลงและการร่ายรำดำเนินไปอย่างรื่นเริง บรรยากาศในงานก็คึกคักถึงขีดสุด ทุกคนเริ่มมึนเมา แม้แต่เหล่าทหารยามก็ย่อมหละหลวมลง

เฉิงรั่วอวี๋ลุกขึ้นอย่างเงียบ ๆ พยายามไม่ให้ผู้ใดสังเกต ก่อนลอบออกไปทางประตูด้านข้าง

นอกประตูวัง นางใช้ทรัพย์สินมีค่าชิ้นสุดท้ายที่ซ่อนไว้ติดสินบนขันทีชราผู้ดูแลการจัดซื้อ และจัดคนคอยรับช่วงพานางออกจากวังไว้แล้ว เพียงข้ามสวนหลวงไปถึงประตูเล็กใกล้ประตูซีหัว ที่นั่นจะมีรถม้าคลุมผ้าสีครามคันหนึ่งรอนางอยู่

ราตรีล่วงลึก โคมในวังส่องแสงสลัว นางฝืนทนความเจ็บป่วยของร่างกาย เร่งฝีเท้าไปข้างหน้า

ขอเพียงออกจากที่นี่ได้ นางก็จะเป็นอิสระ

แต่ในเวลานั้นเอง เย่หว่านซวงพานางกำนัลสองคนมาดักขวางอยู่บนเส้นทางเพียงสายเดียวที่นางต้องผ่าน

“เฉิงรั่วอวี๋ เจ้าคิดจะไปที่ใด?”

หัวใจของเฉิงรั่วอวี๋พลันหนักอึ้งลง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 32

    กาลเวลาผ่านไปดุจสายน้ำ ไหลล่วงอย่างเงียบงันรัชทายาทน้อยเซี่ยเนี่ยนอวี๋ในวันนั้น บัดนี้เติบใหญ่ เชี่ยวชาญทั้งบุ๋นและบู๊ มีเมตตาและปรีชาสามารถ บารมีในราชสำนักเพิ่มพูนขึ้นทุกวันส่วนเซี่ยเสวียนโจวกลับชราลงอย่างเห็นได้ชัดความทุกข์ที่สั่งสมมานานและการตรากตรำเกินกำลัง บั่นทอนร่างกายของเขาจนแทบหมดสิ้นอายุยังไม่ถึงห้าสิบ แต่ผมบริเวณขมับทั้งสองกลับหงอกขาว ใบหน้าซูบเซียว มักไอไม่หยุด และบางครั้งถึงกับมีเลือดปนออกมากับเสมหะหมอหลวงจนปัญญา ได้แต่บอกว่าเป็นโรคใจ ต่อให้ใช้ยาใดก็ไร้ผลฤดูหนาวอันหนาวเหน็บมาเยือนอีกครั้งเซี่ยเสวียนโจวล้มป่วย คราวนี้อาการรุนแรง จนแทบลุกจากเตียงไม่ได้เขารู้ว่าชีวิตของตน...ใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้วแต่กลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ยังรู้สึกสงบนิ่งราวกับกำลังจะหลุดพ้นเขาเรียกเซี่ยเนี่ยนอวี๋ผู้เป็นรัชทายาทมายังข้างเตียง เพื่อสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย“เนี่ยนอวี๋...” เสียงของเขาอ่อนแรงจนแทบไม่ได้ยิน “หลัง...ข้าจากไป...ไม่ต้องสร้างสุสานใหญ่โต...ไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงราษฎร”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนฝืนกล่าวต่ออย่างยากลำบาก“ให้...เผาร่างข

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   ]บทที่ 31

    เฉิงรั่วอวี๋จากไปแล้วนางนำเอกสารแสดงตัวตนฉบับใหม่กับตั๋วเงินที่มากพอให้นางใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยได้หลายชั่วชีวิตติดตัวไป ก่อนหายลับออกนอกกำแพงวัง และหายไปจากชีวิตของเซี่ยเสวียนโจวโดยสิ้นเชิงตำหนักเฉียนหยวนกลายเป็นสุสานอันหรูหราอย่างแท้จริงเซี่ยเสวียนโจวกลายเป็นฮ่องเต้ผู้โดดเดี่ยวไร้ผู้ใดเคียงข้างอย่างแท้จริงเขาราวกับกลายเป็นคนละคน แต่ก็คล้ายกลับไปเป็นฮ่องเต้ผู้ทุ่มเทกับราชกิจเช่นในอดีต เพียงเงียบขรึมและเย็นชากว่าเดิมทุกวัน เขาตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อออกว่าราชการ ตรวจฎีกาจนดึกดื่น ลงมือจัดการทุกเรื่องด้วยตนเอง บริหารบ้านเมืองอย่างเป็นระเบียบ ใต้หล้าสงบสุข และกำลังของแผ่นดินก็เข้มแข็งขึ้นทุกวันเหล่าขุนนางต่างยำเกรงเขา ราษฎรต่างเคารพรักแต่บนใบหน้าของเขา ไม่ปรากฏรอยยิ้มอีกเลยดวงตาลึกล้ำคู่นั้นราวกับบ่อน้ำร้างอันแห้งเหือดสองบ่อ ลึกจนมิอาจหยั่งถึง และปราศจากระลอกไหวใด ๆเขาไม่เคยก้าวเข้าสู่วังหลังอีกแม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องคัดเลือกนางสนมหรือรับพระสนมอีกตำหนักฉางเล่อถูกปิดผนึกอย่างสิ้นเชิง ทุกสิ่งยังคงสภาพเดิมดังวันที่เฉิงรั่วอวี๋จากไป มีเพียงผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะที

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 30

    เฉิงรั่วอวี๋ยืนอยู่กับที่ มองเอกสารแสดงตัวตนและตั๋วเงินที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนมองบุรุษผู้หันหลังให้นาง หัวไหล่ของเขาสั่นสะท้านเบา ๆ แต่นางยังคงยืนนิ่งอยู่นานโดยไม่เคลื่อนไหวสายลมพัดปอยผมบนหน้าผากของนางให้ปลิว เผยหน้าผากเกลี้ยงเกลาและดวงตาที่สงบนิ่งเกินไปคู่นั้นภายในใจของนางกลับมีคลื่นมหึมาโหมกระหน่ำอิสรภาพหรือ?อิสรภาพที่นางโหยหามานาน ดิ้นรนมานาน กระทั่งไม่ลังเลที่จะใช้ความตายบีบบังคับ บัดนี้กลับถูกวางไว้ตรงหน้าอย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ?เซี่ยเสวียนโจว...เขายอมปล่อยนางไปจริง ๆ หรือ?ด้วยวิธีที่...แทบตัดทางถอยของตนเองจนหมดสิ้นเช่นนี้หรือ?นางมองเขาที่พยายามฝืนสงบ ทว่าแม้เพียงแผ่นหลังก็ยังเผยความเศร้าโศกมหาศาล ภาพมากมายพลันผุดขึ้นในความคิดอย่างห้ามไม่อยู่—แววตาเด็ดเดี่ยวตอนที่เขาพุ่งเข้ามารับคมดาบแทนนาง...คือคำละเมอและคำสำนึกผิดที่เขาพร่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่ายามมีไข้สูง...ร่างที่ฝืนยืนอยู่กลางหิมะทั้งที่ขาบาดเจ็บ...ภาพที่เขาวางตราพยัคฆ์และตราหยกตรงหน้านาง พลางกล่าวอย่างบ้าคลั่งว่า “แผ่นดินหมื่นลี้ยังไม่อาจเทียบรอยยิ้มของเจ้า”...และในยามนี้ มือที่สั่นเทาขณะยื่นเอกสารแสดงตัวตนให้น

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 29

    เฉิงรั่วอวี๋ปิดม้วนหนังสือ เงยหน้ามองเขา แววตาเจือคำถามบางเบาเซี่ยเสวียนโจวฝืนลุกขึ้นนั่ง จนกระเทือนบาดแผลที่ท้อง คิ้วขมวดเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น เหงื่อเย็นเม็ดละเอียดซึมออกมาตามขมับแต่เขายังคงฝืนกาย โดยมีขันทีคอยประคอง แล้วสวมเสื้อคลุมสีดำหนาหนัก“ไม่ต้องใช้เกี้ยว...ข้าอยากเดิน”เขาปฏิเสธการประคองจากขันที แม้ฝีเท้าจะโซเซ แต่ยังยืนกรานเดินด้วยตนเองทีละก้าว มุ่งหน้าไปยังจุดสูงสุดของวังหลวง—หอดูดาวเฉิงรั่วอวี๋เดินตามหลังเขาห่างออกไปไม่กี่ก้าวอย่างเงียบงัน มองแผ่นหลังที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังค้อมเล็กน้อย ดูบอบบางและเปลี่ยวร้างเป็นพิเศษท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ร่วงเส้นทางนี้เขาเดินอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก เป็นระยะยังต้องหยุดพักหายใจแต่เขาไม่หันกลับมา และไม่เร่งนางในที่สุด ทั้งสองก็ขึ้นมาถึงหอดูดาวที่นี่คือจุดสูงสุดของวังหลวง สามารถมองลงไปเห็นหลังคาทองของตำหนักน้อยใหญ่เรียงซ้อนกันอย่างหนาแน่น ตลอดจนบ้านเรือนและแนวขุนเขาอันเลือนรางในที่ไกล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลกเสรีนอกกำแพงวังสายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชก ชายอาภรณ์ของทั้งสองปลิวสะบัดเซี่ยเสวียนโจวประคองกายกับราวกั้

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 28

    เซี่ยเสวียนโจวบาดเจ็บสาหัส หมดสติ ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายราชกิจจึงอยู่ในการดูแลของเหล่าเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่เป็นการชั่วคราว แต่บรรยากาศภายในวังหลวงกลับหนักอึ้งราวกับจับตัวเป็นน้ำแข็งเฉิงรั่วอวี๋ถูกจัดให้อยู่ในตำหนักด้านข้างของตำหนักเฉียนหยวนเดิมทีนางจะมองดูอย่างเย็นชา หรืออาศัยโอกาสนี้จากไปก็ย่อมได้แต่เมื่อเห็นสีหน้าหวาดหวั่นของเหล่าข้ารับใช้ในวัง และได้ยินหมอหลวงส่ายหน้าถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายนางก็...ไม่อาจใจแข็งได้อย่างสิ้นเชิงบุรุษผู้นั้นต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะช่วยนางนางเดินไปข้างเตียงมังกรอย่างเงียบ ๆ รับผ้าเปื้อนเลือดและน้ำอุ่นจากมือข้ารับใช้ในวังจากนั้นจึงเริ่มดูแลเซี่ยเสวียนโจวที่ยังไม่ได้สติด้วยตนเองนางเช็ดคราบเลือดและเหงื่อเย็นบนใบหน้าและร่างกายของเขา เปลี่ยนผ้าพันแผลที่ชุ่มโชกด้วยเลือด แล้วค่อย ๆ ทายาให้บาดแผลอย่างระมัดระวังแม้ท่าทางจะไม่คล่องนัก แต่กลับละเอียดอ่อนและเบามือเป็นพิเศษเมื่อนางถอดเสื้อตัวบนของเขาออก เห็นรอยแส้สลับไขว้เต็มแผ่นหลังซึ่งยังไม่หายดี รวมถึงแผลเหวอะน่าสะพรึงที่สีข้าง นิ้วของนางก็สั่นไหวเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นบาดแผลทั้ง

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 27

    ทว่าหลังความตกตะลึงผ่านพ้น สิ่งที่เอ่อท้นขึ้นในใจกลับเป็นความน่าขันและความแดกดันที่ยิ่งลึกซึ้งกว่าเดิมนางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตาเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งยามสารท จับจ้องใบหน้าของเซี่ยเสวียนโจวที่เปี่ยมด้วยความคาดหวัง“ฝ่าบาท”นางเอ่ยเบา ๆ น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าและแฝงแววเย้ยหยัน“ท่านไม่มีวันเรียนรู้หรอกว่า ความเคารพที่แท้จริงคืออะไร”“สิ่งที่ข้าต้องการ ไม่เคยเป็นของพวกนี้”“ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งฮองเฮา หรือ ‘อิสรภาพ’ ที่ท่านยอมแลกมาด้วยการสละแผ่นดิน”สิ่งที่ข้าต้องการ มีเพียงความรักอันบริสุทธิ์ ปราศจากการคำนวณผลประโยชน์ ปราศจากการบีบบังคับ และคนผู้หนึ่ง...ที่รู้จักถนอม และเป็นคนที่ข้าสามารถฝากชีวิตไว้ได้“น่าเสียดาย...ท่านไม่ใช่”“เมื่อก่อนก็ไม่ใช่ ตอนนี้...ก็ยังไม่ใช่”ประกายในดวงตาของเซี่ยเสวียนโจวค่อย ๆ เลือนหายไปตามคำพูดของนาง จนสุดท้ายเหลือเพียงความหม่นหมองอันไร้ชีวิตเขาเซถอยหลังหนึ่งก้าว มองตราพยัคฆ์และตราหยกบนโต๊ะที่ราวกับกลายเป็นเรื่องน่าขัน ก่อนหันไปสบดวงตาเย็นชาของเฉิงรั่วอวี๋ที่มองทะลุทุกสิ่ง ความหนาวเย็นอันบาดลึกแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ศีรษะในพริบตาเขาเคยคิดว่า ก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status