LOGINคราวนี้คนป่วยยอมนั่งลงอย่างว่าง่าย ไอ้จ้อนตัวโตเริ่มอ่อนแรงแต่ก็ยังดูไม่สลดดีนัก คล้ายพร้อมจะตื่นตัวได้ตลอดเวลา เธอรีบหยิบสายฝักบัวอาบน้ำมาเปิดค่อยๆ รดรินไปตามเนื้อตัวของเขา และระมัดระวังเป็นพิเศษข้างที่ถูกเย็บไปยี่สิบหกเข็ม "อาบพร้อมกันเลยซิ" "ไม่ค่ะ อยู่เฉยๆ อย่าขยับเดี๋ยวแผลเปียกน้ำ" ครู่ใหญ่ๆ กว่าเธอจะอาบน้ำให้ไตรพัฒน์เสร็จ แถมยังต้องช่วยเขาแต่งตัวอีกด้วย เธอส่งเขาออกจากห้องน้ำไปแล้ว ตัวเองก็รีบชำระล้างคราบเหนียวที่หว่างขาและอาบน้ำให้เรียบร้อย เธอออกมาจากห้องน้ำเห็นพยาบาลกำลังล้างแผลให้เขาพอดี พอเสร็จจากไตรพัฒน์ เธอก็ได้เปลี่ยนปลาสเตอร์ยาแผ่นใหม่เช่นกัน เธอเห็นลูกน้องเขาเข้ามาหลังจากพยาบาลออกไปสักครู่หนึ่ง "เรียบร้อยไหม" เขาเอ่ยถามตอนที่เห็นจอห์นยังยืนนิ่ง "เรียบร้อยครับ" เขาพยักหน้ารับ แล้วก็ทำหน้าขมวดคิ้วมองลูกน้อง เธอจึงมองตามสายตาเขาไป เห็นหน้าบอดี้การ์ดเขาคล้ายอยากพูดอะไรสักอย่าง "มีอะไรอีก" "มาดามครับ กำลังมาเมืองไทย" คราวนี้ไตรพัฒน์กลอกตาจนวนรอบ "เห็นว่ามากับคุณหนูเจสซี่" นั่นยิ่งทำให้เขาถึงกับถอนหายใจหนักๆ ออกมา "แต่มาดามไม่ยอมไปพักที่เดียวกับ
"ฉันจะฉี่ยังไงล่ะ แขนข้างนี้ยังชาไม่รู้สึกอะไร ข้างซ้ายก็ไม่ถนัด" "เอ่อ..." หึ! มีอะไรน่าดูกันของจริงก็เห็นไปจนถึงไหนๆ แล้ว มธุรินทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าเขาจะแกล้งหรือเขาอาจจะไม่ถนัดอย่างที่ว่าจริงๆ ก็แค่ไอ้จ้อนที่เคยเห็น เธอตัดสินใจดึงกางเกงเขาลงมาจนเห็นไอ้จ้อนที่นอนสงบนิ่งแต่ก็ยังตัวใหญ่ยาวไม่น้อย จับชายเสื้อเขาขึ้นให้เสียด้วย "รีบฉี่สิคะ" เสียงห้วนเอ่ยบอก แล้วก็รีบเสหน้าไปทางอื่น "จับซิ ไม่จับมันจะฉี่ยังไงล่ะ" "มือซ้ายนั่นไงคะ" "ก็บอกว่าไม่ถนัด" เธอถอนหายใจอีกครั้ง แล้วก็รีบจับเจ้ามังกรตัวเขื่องเล็งให้ตรงชักโครก เมื่ออยู่ในท่าที่ถนัดเขาก็ปล่อยกระแสน้ำแรงตอนที่มันวิ่งผ่านกระบอกใหญ่ในมือเธอ ทำเอามธุรินสะดุ้งตัวนิดๆ ด้วยความแปลกมือ เธอรีบหันหน้าหนีมองไปทางอื่น จนเผลอเหลือบสายตาขึ้นมองคนตัวสูงที่กำลังจ้องมองเธออยู่ "คุณไปมีเรื่องกับเขาทำไมหรือคะ คุณรู้จักรุ่นพี่พวกนั้นด้วยหรือ" เมื่อเหลือบมองหน้าเขาจึงได้ถามแก้เก้อไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้นึกอยากรู้เรื่องตอนนี้หรอก "ไม่รู้จัก" "อ้าว...งั้นเคยเขม่นกันมา" "เปล่า" มธุรินได
คนไข้ถูกย้ายขึ้นมาห้องพิเศษ หมอปรางมาดูแลความเรียบร้อยแล้วก็สั่งให้คนไข้พักผ่อน จึงได้หายออกไป มธุรินนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวด้านข้าง มองคนเจ็บที่ยังนอนใช้มืออีกข้างรองศีรษะเอาไว้ใบหน้ายังออกจะหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย "พี่พัฒน์นอนพักผ่อนเถอะค่ะ" เธอเดินมาข้างเตียงหยิบผ้าห่มมาคลุมคนป่วยให้ถึงเอว เขาไม่ได้ตอบพอดีกับเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เขามองหน้าจอแล้วก็กดรับ "ว่าไง" "โอเค" "ไม่เป็นไรมาก ไม่ต้องมาหรอกดูแลที่นั่นให้ดีแล้วกัน" ไตรพัฒน์พูดแค่นั้น แต่เธอก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นผู้ช่วยของเขาโทรมารายงานอะไรสักอย่างแน่นอนโทรศัพท์ถูกวางลงข้างหมอน "พี่พัฒน์คะ..." มธุรินนึกอยากจะถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ยังไม่ทันได้ถาม เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องคนไข้ตามด้วยเสียงฝีเท้าของคนหลายคนกำลังเดินเข้ามา พอพ้นช่องทางเดินออกมาจึงได้เห็นครอบครัวบริรักษ์ไพศาลครบทุกคน เหมือนแพรภรรยาของไตรฉัตรรีบตรงเข้ามาหาเธอ โอบกอดเธอไว้แน่น พลางกระซิบถามเบาๆ ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอเพียงส่ายหน้าเป็นคำตอบ แล้วทุกคนก็หันสายตาไปทางเตียงคนไข้ ผู้เป็นพ่อเดินมาที่ข้างเตียงพร้อมด้วยคุณประไพร ไตรวิทย์เดิ
แม้อาหารจะพร่องไปอย่างละนิดเท่านั้น แต่เธอก็แอบชิมมันครบทุกอย่าง แต่ก็ยังแอบเหลือท้องไว้ใส่แอลกอฮอล์อีกนิดหน่อยด้วย "จองโต๊ะวีไอพีไว้ให้นะ" "เพื่อนลินโทรมาจองแล้วค่ะ เห็นว่าได้หน้าเวที" เขาขมวดคิ้วเหลือบมองคนตอบที่ยังแอบเอาส้อมจิ้มอาหารเข้าปาก "คุณไม่ทานด้วยหรือคะ" เธอถามเขาเพราะตั้งแต่มายังไม่เห็นเขาแตะอาหารสักคำ "กินไปตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว" เธอพยักหน้ารับ แล้วก็หันมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ สายตาชำเลืองไปประตูทางเข้าอยู่บ่อยๆ ดูว่าพวกเพื่อนจะมาถึงหรือยัง "เพื่อนลินมาแล้ว ลินลงไปแล้วนะคะ" "อือ" เขาทำเสียงในลำคอตอบ เธอก็รีบคว้ากระเป๋าสะพายใบน้อยลงไปด้านล่างทันที "ไหนบอกไม่มาที่นี่ไงยะ" นังแมร์รี่รีบเอ่ยเตือนสติเพื่อน "มันจำเป็นน่ะ" แค่พวกเธอเดินไปถึงโต๊ะที่จองไว้ พนักงานมาช่วยดูแลความเรียบร้อยเพียงครู่เดียวเครื่องดื่มชุดใหญ่ราคาแพงก็ถูกนำมาเสิร์ฟ มธุรินพยายามสลัดความคิดในหัวที่ยังมีเรื่องของคนบนชั้นสองอยู่เกือบตลอดเวลาทิ้งไป ยิ้มให้กับเหตุการณ์ตรงหน้า หาความสุขกับเรื่องง่ายๆ แม้มันจะแค่ชั่วครู่ก็ยังดีกว่าจะหาความสุขไม่ได้เลย มธุรินดูจะสนุกสนานอยู่หน้าเวทีไม่น้อย
ภายในห้องทำงานใหญ่ของบอสปกคลุมไปด้วยความเงียบจากคนทั้งสอง ไตรคุณนั่งไขว่ห้างเอนตัวพิงโซฟาจ้องมองคนตัวเล็กที่นั่งตัวลีบจนแทบจะจมหายไปบนโซฟาตัวใหญ่ฝั่งตรงข้าม ไร้เสียงร้องไห้ ไร้น้ำตา คนตัวเล็กเพียงก้มหน้าลงอย่างไม่รู้จะพูดอะไร "เอ่อ..." "เอ่อ..." มธุรินเอ่ยเสียงคล้ายจะพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นพร้อมกับที่ไตรคุณก็เอ่ยขึ้นพร้อมกัน "ลินพูดก่อน" "ลินได้ยินพี่คุณบอกกับเขาว่าจะรับผิดชอบ" มธุรินแทบจะกลั้นใจพูดประโยคนี้ให้จบ "เอ่อ...ลินไม่ได้ต้องการแบบนั้นนะคะ" "ทำใจให้สบายเถอะ" เขาลุกขึ้นเดินผ่านเธอไปที่มุมกาแฟเล็กๆ ในห้อง ระหว่างที่ผ่านเธอเขาก็จับผมเธอยีเบาๆ แล้วก็จับศีรษะพอดีมือนั้นโคลงอย่างเอ็นดู กลืนประโยคหนึ่งที่อยากพูดกับเธอลงคอไป พลางถอนหายใจเบาๆ ให้กับความคิดตัวเอง คงได้แต่รอเวลา ไตรคุณกลับมาพร้อมกับกาแฟสองแก้วในมือ ยื่นให้เธอหนึ่งแก้วแล้วเขาก็ทิ้งตัวลงนั่งที่ว่างข้างเธอ "ขอบคุณค่ะ พี่คุณอย่าเพิ่งบอกใครนะคะเรื่องนี้ ลินจะไม่ให้พี่คุณต้องมาเดือดร้อนด้วยหรอกค่ะ พี่คุณสบายใจได้" เขาจับศีรษะเธอโยกอีกครั้ง "ห่วงตัวเองก่อนเถอะ" ช่วงบ่ายในวันนี้เธอทำงานราวกับหุ่น
"ว๊าวววว" เสียงร้องด้วยความประหลาดใจแกมตื่นเต้นเมื่อหนูน้อยเห็นห้องพักหรูของโรงแรมที่ถูกตกแต่งราวกับเป็นวังของเจ้าหญิงที่เธอโปรดปราน เด็กหญิงผมทองตัวเล็กในวัยห้าขวบกระโดดตัวลอยจนผมที่เกล้าไว้สองข้างไหวตามร่างน้อยๆ ที่โดดดึ๋งๆ ด้วยความดีใจ "ทีนี้เลิกงอนพ่อได้แล้วใช่ไหม" ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม เจ้าตัวเล็กพยักหน้าหงึก กอดตุ๊กตาผมทองส่ายตัวไปมา แล้วก็รีบวิ่งกระโดดขึ้นเตียงนอนใหญ่ที่เป็นลายเดียวกับตุ๊กตาที่เธอกอดไว้ "ต้องขอบคุณพี่มิลินครับ" "ขอบคุณนะคะ" เซลลีลงจากเตียงเดินมาบอกขอบคุณพี่สาวคนสวย เสร็จแล้วก็รีบวิ่งขึ้นไปกระโดดอยู่บนเตียงนอนใหญ่ หลังจากส่งแขกพิเศษเข้าห้องเรียบร้อย ไตรคุณก็ขอตัวแยกออกมาพร้อมกับมธุริน เหลือเพียงไตรพัฒน์ที่ยังรั้งคุยกับบาร์รอลอยู่ที่ห้องพักใหญ่ของชั้นห้าสิบเก้า "ไงวะ จะกลับเมื่อไหร่ แม่มึงฝากกูมาตามด้วยนะเนี่ย" "เออ สักพักแหละ" "ติดใจอะไรที่เมืองไทยวะ หรือว่าติดใจสาวที่ชื่อมิลิน" "มึงก็พูดไป ใช่ที่ไหนล่ะ นั่นเลขาไอ้คุณมัน" เพราะยังไม่ทันได้ออกจากประตูใหญ่ มธุรินลืมเอาตุ๊กตารุ่นลิมิเต็ดหายากให้เด็กหญิงตัวน้อย เธอจึงเดินย้อนกลับมาทันได้ยิน







