Masuk"ครั้งนั้นฉันไม่ถามเหตุผลนาย ครั้งนี้ฉันอยากรู้ ทำไมนายถึงปฏิเสธฉัน" เธออยากรู้เหตุผลที่ทำให้ผู้ชายคนเดียวปฏิเสธเธอถึงสองครั้ง การก้าวข้ามเส้น Friend Zone แค่ครั้งเดียวมันก็แทบจะมองหน้ากันไม่ติด แต่เธอ เหมือนแพร หรือ เบบี๋ เธอก้าวข้ามเส้นที่เขาขีดไว้ถึงสองครั้ง ครั้งนี้เธอควรตัดใจได้สักที แต่พอจะตัดใจทีไร ก็เป็นมันหรือเปล่าที่กลับมาให้ความหวังเธออีกครั้ง หรือเพราะความใจดีของมัน ไตรฉัตร บริรักษ์ไพศาล หรือ ไตร ลูกชายเจ้าของโรงแรมหรู ที่ไม่สนใจธุรกิจของครอบครัว หลังจากเรียนจบก็ทำงานหาประสบการณ์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะผันตัวมาเป็นเจ้าของกิจการเปิดบริษัทก่อสร้างเป็นของตัวเอง เพราะความหล่อคมเข้มทำให้เขามีสาวๆ เข้าหาอยู่ตลอด แต่ทุกคนก็เห็นเขาครองตัวเป็นโสดมาจนอายุสามสิบ แม้จะมีแฟนมาไม่น้อย แต่ก็แทบจะไม่เคยคบใครได้ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ แต่เธอ เพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกันตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเดินข้างเขาในฐานะผู้หญิงด้วยซ้ำไป
Lihat lebih banyak"เออ ไอ้ลูกคนนี้ของคุณไตรภพมันร้ายแฮะ" เสียงคุณสาโรจน์เอ่ยกับภรรยาตอนที่คุณสุพินวางสายจากลูกสาวไปแล้ว และได้รับรู้เรื่องราวที่ลูกสาวคนสวยโทรมารายงาน พร้อมทั้งอวดแหวนเพชรเม็ดใหญ่ให้ป๊ากับแม่ดู "อะไรกัน ยายลิน จะแต่งงานแต่งการไม่มาบอกป๊าก่อนเลยหรือไง" ในคราแรกผู้เป็นพ่อโวยวายเสียงเข้มดุลูกสาวไปทางโทรศัพท์ที่คุณสุพินเปิดวิดีโอคอล "ก็ไม่ใช่ป๊าหรือคะ ที่บอกที่อยู่ให้พี่พัฒน์น่ะ ไม่รู้แหละ ลินรับปากพี่พัฒน์ไปแล้ว" เมื่อโดนลูกสาวสวนกลับมา คุณสุพินได้แต่ยิ้มเยาะผู้เป็นสามี เพราะเกิดจะหวงลูกสาวขึ้นมาตอนนี้ก็คงไม่ทันเสียแล้ว แต่ท้ายที่สุดท่านก็ออกจะภูมิใจความใจเด็ด ใจนักเลง ของลูกชายคุณไตรภพคนนี้อยู่ไม่น้อย ข่าวการแต่งงานของไตรพัฒน์ที่บ้านบริรักษ์ไพศาล ถูกกระจายข่าวจากพี่ชายฝาแฝด คุณประไพรได้แต่ยกมือขึ้นทาบอกตัวเองด้วยความโล่งใจ เพราะความระแคะระคายเรื่องหนูมิลินกับเจ้าพัฒน์ ทำให้ท่านแอบถามไตรคุณแม้จะไม่ได้รู้เรื่องตื้นลึกหนาบาง แต่ก็พอได้กลิ่นตุๆ อยู่บ้าง ตั้งแต่ครั้งที่ไตรคุณขอร้องให้โทรถามเรื่องหนูมิลินจากคุณสุพิน พอรู้เรื่องวันนี้คุณนายของบ้านออกจะโล่งอกไม่น้อย เพราะออกจะเกรงใ
แหวนเพชรเม็ดใหญ่ที่อยู่ก้นถ้วยรวมกับลูกเต๋าอีกสามลูก ดึงดูดสายตาเธอจนเธอแทบไม่รู้ว่าไอ้ลูกเต๋าพวกนั้นมันมีกี่จุดกันแน่ แถมอีกลูกมันยังเอียงเพราะทับวงแหวนสีเงินนั่นไว้ "ว้าวว" เสียงร้องของเจสซี่ กับเสียงของใครอีกหลายคนเริ่มฮือฮา ทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ เห็นเขาเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ที่สูงแค่เอว หยิบแหวนเพชรเม็ดใหญ่นั่นออกจากถ้วย เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าเธอ เขาก็คุกเข่าลงในท่าที่ไม่ว่าใครมองมาก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังคุกเข่าขอผู้หญิงตรงหน้าแต่งงาน "พี่พัฒน์" เสียงแผ่วเบาคล้ายกระซิบที่เอ่ยเรียก จนเธอไม่แน่ใจว่าเขาจะได้ยินเสียงเบาหวิวของเธอไหม "พี่พัฒน์ ทำอะไรคะ ลุกขึ้นเถอะค่ะ" มธุรินเริ่มได้สติ หันซ้ายหันขวาเมื่อเริ่มเห็นมีคนสนใจหันมามองทางนี้เธอก็รีบบอกให้เขาลุกขึ้น ใบหน้าหวานแดงเถือกกว่าครั้งไหนๆ "Marry me please" น้ำเสียงอ่อนโยนของผู้ชายที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ ในท่าที่เขาชูแหวนเพชรขึ้นมาอีกมือก็แบมือไว้รอรับฝ่ามือเล็กข้างซ้ายของเธอ "Say yes" เสียงเชียร์จากเจสซี่ดังขึ้น คนอื่นๆ ที่หันมายืนมองก็พร้อมใจกันส่งเสียเชียร์ จนมธุรินแทบจะทำตัวไม่ถูก เกือบอึดใจกว่าที่เธอจะตอ
ไตรพัฒน์หัวเราะเบาๆ ตอนที่คนตัวเล็กเสียงแหวขึ้นมา เขาจึงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด จับศีรษะเธอให้ซบที่อกเขาเอาไว้ เขารับรู้เสียงหัวใจของเธอที่เต้นรัว มันคงไม่ต่างอะไรจากเขา "พี่หยอกเล่น ไม่ทำอะไรจริงๆ ถึงจะอยากมากก็เถอะ" พอเขาเอ่ยบอกเธอจึงได้เงยหน้ามอง ดูว่าใบหน้าหล่อนั้นเชื่อได้อีกหรือเปล่า "แต่ขอนอนกอดไว้ได้ไหม" เสียงแผ่วเบาที่เอ่ยบอก ราวกับอ้อนวอนทำเธอใจอ่อน เธอจึงพยักหน้าตอบอยู่ที่อก "พี่คิดว่าจะไม่มีวันได้กอดลินอีกแล้ว" อยู่ๆ เธอก็น้ำตาไหลขึ้นมาเสียดื้อๆ และเขาคงจะรู้จากเสียงสูดน้ำมูกแม้เธอจะแอบทำเบาๆ แล้วก็ตาม เขาจับคางเธอเงยหน้าขึ้น เกลี่ยน้ำตาที่ข้างแก้มให้อย่างอ่อนโยน "ร้องไห้ทำไมคะ" ไร้คำตอบ มีเพียงอ้อมกอดจากเรียวแขนเล็กที่โอบกอดคนตัวใหญ่เอาไว้ แล้วเขาคงจะรับรู้ได้ "ต่อไปนี้น้ำตาของลิน จะไม่ใช่เพราะความเสียใจอีก พี่สัญญา" น้ำตาอีกหยดยังไหลออกมาเขาก็เช็ดออกให้อีกครั้ง "ยกโทษให้พี่ได้หรือยังคะ" "ค่ะ" เธอพยักหน้าให้เขาทั้งน้ำตา "เฮ่อ ปกติซีนแบบนี้พี่ต้องจูบนะ แต่ถ้าจูบตรงนี้มันไม่จบแค่จูบแน่" เสียงเขาถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยอย่างพยายามตัดใจ มธุรินเอ
มธุรินไม่ตอบ ได้แต่เงยหน้ามองเขาแล้วก็ออกแรงผลักอกแกร่งนั้นอีกที ผลก็ยังเหมือนเดิมเขาไม่ขยับไปทางไหน "หิมะก็ตกหนักแล้วด้วย พี่ขับรถกลับอันตรายนะ" เธอหันสายตาไปทางหน้าต่างบานเล็กเห็นหิมะโปรยปรายอย่างเขาว่า สีหน้าลังเลเล็กน้อย "พี่ขอนอนที่นี่เฉยๆ" เขาละคำว่า 'นอนด้วยกัน' ไว้ เพราะรู้ว่าเธอยังกลัว "สาบาน สัญญา อย่างลูกผู้ชายว่าวันนี้พี่จะไม่ทำอะไรลิน" พร้อมกับทำท่ายกมือขึ้นราวกับกำลังสาบานอย่างนั้นแหละ เธอมองหน้าเขาจ้องไปที่ดวงตาคมอย่างชั่งใจ กลัวอุบัติเหตุอย่างเขาว่าก็กลัว แต่เธอก็ยังกลัวเขาด้วย ที่สำคัญเธอกลัวใจตัวเองด้วยเช่นกัน เวลาตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา กับแรงกายที่เธอสูญเสียไปมันไม่ช่วยอะไรเลยสักนิด ยิ่งเขากลับมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เธอเช่นนี้ หัวใจที่เคยคิดว่าแห้งแล้งตายด้านไปแล้ว มันกลับยิ่งเต้นแรงกว่าเก่า มือที่ยกขึ้นทำท่าสัญญาสาบานเอาลงแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบของบางอย่างขึ้นมา เขายอมปล่อยเอวบางที่รั้งมาแนบชิดให้เป็นอิสระ จับมือเธอขึ้นมาแล้วก็ปลดนาฬิกาที่เธอใส่ออก สวมอีกเรือนเข้าไปแทน อีกเรือนที่เขาหยิบมาจากโต๊ะข้างเตียงนอนของเธอ เพราะตอนที่ถูกผลักเข้าห้องนอนอย
ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่ที่มธุรินได้มีโอกาสไปทานข้าวกับคุณอัมราแม่ของบอส เธอกับไตรพัฒน์ก็แทบจะกลายเป็นคนไม่รู้จักกันไปเสียอย่างนั้น เขาเข้าออฟฟิศแทบจะนับครั้งได้ เข้ามาก็แค่เดินผ่านโต๊ะหน้าห้องเธอไปห้องเขาแล้วก็หายอยู่ในนั้นหลายชั่วโมงก่อนจะออกไปอีกครั้ง จนวันที่แขกพิเศษของโรงแรมอย่างมิสเ
อาหารเช้าที่คุณสุพินเตรียมไว้รับแขกมีทั้งอาหารไทยและสไตล์อเมริกัน หลังอาหารเช้าเสร็จมธุรินก็พาไตรพัฒน์ไปล้างแผลที่คลินิก เซลลีออกจะตื่นตาไม่น้อยที่ได้มาเห็นบรรยากาศตลาดนัดยามสายแต่ตลาดวายจนเกือบหมดแล้ว หนูน้อยได้แต่บ่นเสียดาย "เดี๋ยวตอนเย็นพี่พาไปตลาดนัดริมทะเลดีไหมคะ ของกินเพียบเลย" คนขับรถจำเป็น
มธุรินกลอกตาใส่คนตัวสูงที่ยืนพิงขอบประตูส่งสองสาวกลับห้อง พอห้องเงียบเขาก็เอนตัวลงที่นอนใหญ่อย่างคนหมดแรง ไข้ที่เริ่มขึ้นสูงอีกครั้งกับหัวที่เริ่มจะปวดมากขึ้นทำให้หลับลงอย่างง่ายดาย ผิดกับอีกห้องที่เด็กหญิงเซลลียังตื่นตาตื่นใจกับบรรดาตุ๊กตาเจ้าหญิงในห้องนอนของมธุรินไม่หาย ปราสาทหลังใหญ่ที่วางอยู่มุ
ไตรพัฒน์กดวางสายด้วยความหงุดหงิด เพราะแม่ที่มาถึงเมืองไทยตั้งแต่เมื่อคืน เช้าขึ้นก็รีบเรียกให้เขาไปหา ไม่รู้จักเจ็ทแล็กกันบ้างหรือไง ทำให้วันนี้ทั้งวันเขาต้องติดแหง็กอยู่กับท่าน กว่าจะปลีกตัวออกมาได้ก็เย็นมากแล้ว เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น อารามดีใจคิดว่าคนปลายสายเมื่อครู่โทรกลับมาแต





