หน้าหลัก / โรแมนติก / รักเดียวของโดโนแวน / ตอนที่ 2 เรื่องที่กังวล

แชร์

ตอนที่ 2 เรื่องที่กังวล

ผู้เขียน: Melyssa
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-01 00:46:12

บรรยากาศในห้องอาหารของบ้านนี้กำลังอบอุ่นไปด้วยแสงไฟและแสงจากเชิงเทียนสีส้มนวลที่ส่องกระทบเครื่องแก้วและเครื่องเงินวาววับ ขณะนี้แคลร์และเคทนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคริสต์และเพลง ซึ่งทุกคนในบ้านก็กำลังร่วมทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันนาน โดยมีภิณและรัณย์ร่วมโต๊ะด้วยอยู่ไม่ห่าง

“คริสต์ยังขี้หึงขี้หวงไม่เปลี่ยนเลยเหรอ” เคทหัวเราะร่วน เมื่อเพลงเล่าเรื่องที่คริสต์เขม่นใส่เจไดเมื่อวันก่อนให้ฟัง

“จะไม่ให้หวงได้ไง เพลงเป็นคู่หมั้นเป็นคนสำคัญของคริสต์นะ” คริสต์ตอบกลับทันที ก่อนจะใช้มือวางทับบนมือของเพลงที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

“ดูคริสต์ทำเข้าสิคะคุณแม่ ดูลูกชายคุณแม่สิ หึงหวงไม่เลือกที่เลยจริง ๆ” แคลร์เอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้มอย่างขบขัน

“ก็คริสต์รักเดียวใจเดียวกับเพลงมาตั้งนานแล้วนี่เนอะ” ภิณเองก็ร่วมแซวลูกชายด้วยเช่นกัน ก่อนจะหันไปมองเพลงด้วยสายตาอ่อนโยน “แม่คงจะได้รออีกไม่นานแล้วสินะ รอให้พวกเราเรียนจบ แล้วก็แต่งงานมีหลานให้อุ้มกันเร็ว ๆ”

“เห็นด้วยเลยค่ะคุณแม่ แคลร์อยากให้คริสต์กับเพลงแต่งงานกันเร็ว ๆ แล้ว จะได้มีหลานตัวเล็ก ๆ มาวิ่งป่วนบ้านสักที” แคลร์พูดเสริมอย่างตื่นเต้น พร้อมรอยยิ้มและแววตาของเธอที่เต็มไปด้วยความหวัง

ทว่าคำพูดของภิณและแคลร์ทำให้เพลงที่กำลังจะยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มต้องชะงักค้างไปกลางอากาศทันที รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าของเธอเจื่อนลง ก่อนที่ความกังวลที่เธอพยายามกลบฝังมาตลอดตั้งแต่เรื่องอาการป่วยจะพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างรุนแรง เธอรู้สึกถึงแรงบีบคั้นในหัวใจราวกับมีใครมาบีบเส้นเลือดนั้นไว้

คริสต์เองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากมือของเพลงที่อยู่ใต้ฝ่ามือของเขา มันเย็นเฉียบและนิ่งสนิทไป คริสต์จึงบีบมือเพลงเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ

“ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นเลย” คริสต์รีบพูดแทรกด้วยน้ำเสียงที่ดุดันเล็กน้อย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนออกจากเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเพลง

ขณะเดียวกัน เมื่อบรรยากาศบนโต๊ะอาหารกร่อยลง เพลงก็ค่อย ๆ ชักมือออกจากมือของคริสต์อย่างแผ่วเบา เพราะเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นจุดบกพร่องของครอบครัวใหญ่ที่แสนสมบูรณ์แบบนี้

“เพลงเป็นอะไรหรือเปล่าลูก” ภิณที่สังเกตเห็นว่าสีหน้าของเพลงเริ่มซีดลงก็เอ่ยถามทันที

“เปล่าค่ะแม่ภิณ...เพลงแค่...รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนิดหน่อยค่ะ” เพลงรีบลุกขึ้นยืนอย่างเร่งรีบ “พะ เพลงขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

เพลงพูดจบก็แทบจะวิ่งหนีออกจากห้องอาหาร แล้วเดินไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เธอเข้าไปข้างใน ปิดประตูแล้วทิ้งตัวยืนพิงบานประตูอย่างหมดแรง ก่อนที่น้ำตาอุ่น ๆ หน่วยใสจะคลอขึ้นมาในดวงตา เพลงจึงใช้มือปิดปากตัวเองไว้เพื่อสะกดเสียงสะอื้นไม่ให้ออกมา

“จะทำยังไงดี…ฮึก! ถ้าเรามีลูกกับพี่คริสต์ไม่ได้จริง ๆ พี่คริสต์ก็ต้องไปแต่งงานกับคนอื่นถึงจะกว่า...ไม่สิ...พี่คริสต์คงไม่ยอมแน่ มันคงต้องเป็นเราที่ไปจากพี่คริสต์เอง…งั้นเหรอ”

เพลงพึมพำ เพราะความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวของเธออย่างรวดเร็ว ปมในใจของเธอเรื่องการป่วยและการเข้ารับการผ่าตัดหัวใจมันทำให้เพลงค่อนข้างจะเชื่อมั่นว่า ร่างกายของเธอไม่มีทางสมบูรณ์แบบพอที่จะอุ้มท้องลูกของคริสต์ได้

อีกฝั่งหนึ่งทางด้านนอกห้องน้ำ คริสต์ก็เดินตามมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล แล้วเขาก็ยืนรอเพลงที่หน้าห้องน้ำจนกระทั่งเธอเปิดประตูออกมา

“น้องเพลง...” คริสต์เดินเข้าไปหาเธอทันที

“ขอโทษนะพี่คริสต์ เพลงไม่สบายตัวจริง ๆ เพลงว่า…เพลงขอตัวกลับห้องก่อนดีกว่า” เพลงตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด

“เอาสิ ให้พี่ไปส่งน้องเพลงเข้านอนนะ”

คริสต์กุมมือเธอไว้แน่นซึ่งเพลงก็ไม่ปฏิเสธ ก่อนทั้งคู่จะเดินขึ้นไปยังชั้นสองด้วยกัน และคริสต์ก็ส่งเพลงเข้านอนด้วยความเป็นห่วงที่ทำให้เขาเองก็นอนไม่หลับอยู่ทั้งคืน

ในช่วงใกล้ถึงรุ่งสางของคืนนั้น คริสต์ก็แอบเข้ามาในห้องเพลงอีกตามเคย เพื่อย้ำเตือนความรักอันมั่นคงของเขาให้เพลงได้รับรู้ ก่อนจะกลับห้องตัวเองเพื่อเตรียมตัวออกไปเรียนพร้อมกัน

ณ มหาวิทยาลัยในช่วงเช้า เจไดที่วันนี้มาถึงก่อนเพลงและคริสต์ก็เดินเข้ามาหาเพลงทันทีที่เห็นเธอมาถึง

“เพลง เมื่อคืนที่บอกว่าไม่สบาย…เป็นอะไรมากหรือเปล่า ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง” เจไดถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยอย่างแท้จริง

ขณะที่มือของเขากำลังจะเอื้อมไปแตะไหล่ของเพลงด้วยความเคยชิน แต่เขาก็ต้องชะงักไปเมื่อเพลงขยับตัวถอยหนีเล็กน้อย

“เพลงไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกเจได ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ” เพลงยิ้มตอบ

และภาพนั้นก็อยู่ในสายตาของคริสต์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เพลงมาตลอด แล้วสีหน้าของเขาก็เย็นชาอยู่ตลอด ก่อนที่เขาจะขยับตัวเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว แล้วใช้มือโอบไหล่ของเพลงไว้

“เป็นห่วงเพลงมากจังเลยนะเจได ทั้งที่หน้าที่การเป็นห่วงเพลงมันเป็นของฉัน ในฐานะคนที่นอนข้าง ๆ กัน” คริสต์พูดเน้นคำว่า ‘นอนข้าง ๆ กัน’ อย่างจงใจ เพื่อให้เจไดรับรู้ถึงความใกล้ชิดที่เจไดไม่มีวันได้รับจากเพลง

“พี่คริสต์…” เพลงเรียกชื่อเขาเบา ๆ เป็นเชิงตำหนิ

“ฉันแค่เป็นห่วงเพลงในฐานะเพื่อน เพลงป่วยอยู่ อย่ามาหาเรื่องกันแต่เช้า” เจไดมองคริสต์ด้วยสายตาที่ขุ่นเคืองไม่ต่างกัน

“ถ้าเป็นเพื่อนก็น่าจะรู้สิว่าควรจะรักษาระยะห่างให้มากกว่านี้” คริสต์พูดสวนกลับอย่างดุดัน และความหึงหวงก็ทำให้เขาแทบจะไม่สามารถควบคุมคำพูดของตัวเองได้แล้ว

“พี่คริสต์ พอได้แล้ว ไม่งั้นเพลงจะโกรธแล้วนะ” เพลงหันมาจ้องมองคริสต์ด้วยแววตาที่แสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย

คริสต์ที่เห็นแววตาตำหนิจากเพลงก็ใจอ่อนยวบในทันที แต่ความน้อยใจและความหึงหวงก็ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คริสต์ไม่พูดอะไรแต่เขาดึงมือเพลงเดินออกมาจากตรงนั้นทันที โดยไม่สนใจเจไดที่ยืนมองตามหลังพวกเขามา

เมื่อมาถึงมุมลับตาคน คริสต์ก็ปล่อยมือเพลงให้เป็นอิสระแล้วหันไปสบตาเธอตรง ๆ ด้วยความเจ็บปวด

“ทำไมน้องเพลงต้องปกป้องมันขนาดนั้นด้วย พี่ไม่สำคัญเท่าคนที่น้องเพลงเรียกว่าเพื่อนเหรอ” คริสต์พูดด้วยความไม่เข้าใจ

“ไม่ใช่เลย ทำไมพี่คริสต์ต้องหึงหวงเรื่องเพลงกับเจไดบ่อย ๆ ด้วย เจไดก็เป็นแค่เพื่อนที่ดีคนหนึ่งของเพลงนะ” เพลงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

“นี่น้องเพลงยังกลัวว่าพี่จะรังเกียจอยู่อีกเหรอ” คริสต์พูดด้วยความน้อยใจอย่างถึงที่สุด

เพลงชะงักไปทันที เมื่อถูกพูดถึงแผลเป็นของตัวเอง น้ำตาก็เริ่มไหลลงมาอาบแก้มของเธออย่างห้ามไม่ได้ ด้วยความรู้สึกผิด ความกลัว และความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกันอยู่ในอก

“แล้ว...พี่คริสต์รังเกียจเพลงไหม เพราะร่างกายของเพลงมันเป็นแบบนี้” เพลงตอบกลับไปพร้อมเสียงสะอื้นในลำคอ

“พี่ไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะ แต่พี่โกรธมากกว่าที่น้องเพลงคิดว่าพี่จะรังเกียจ ทำไมน้องเพลงถึงไม่เข้าใจว่า สุขภาพกับเรื่องหัวใจของน้องเพลงมันสำคัญที่สุดสำหรับพี่ ไม่ใช่เรื่องแผลเป็นหรือเรื่องการมีลูกอะไรนั่นเลย”

คำพูดจากใจจริงของคริสต์ที่พูดถึงเรื่องโรคประจำตัวและเรื่องลูก ทำให้เพลงรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงเข้าที่กลางอกอย่างจัง เธอจึงรีบปาดน้ำตาแล้วเงยหน้ามองคริสต์ด้วยสายตาที่แน่วแน่มากกว่าเดิม

“แต่นั่นแหละคือปัญหา เพลงเองก็รักพี่คริสต์มากจนไม่อยากเห็นพี่คริสต์ต้องเสียใจในอนาคตเลย เพราะเพลง อะ อาจจะ...ไม่มีทางมีลูกให้พี่คริสต์ได้”

“ทำไมเพลงถึงพูดแบบนั้น” คริสต์เดินเข้าใกล้เพลงมากขึ้นแล้วจับมือของเธอไว้

“…หมอเคยบอกว่าการมีลูกมันมีความเสี่ยงสูงมากสำหรับเพลง และร่างกายของเพลงก็อาจจะไม่สามารถทนรับการตั้งครรภ์ได้...พี่คริสต์ก็รู้ว่าเรื่องอนาคตของเรามันสำคัญขนาดไหน”

คริสต์ชะงัก เพราะความโกรธที่เคยมีต่อการกระทำของเจไดก็ได้หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเห็นใจและความสงสารต่อเพลงที่แบกรับภาระนี้ไว้คนเดียวมาตลอด

“ที่ผ่านมา…น้องเพลงไม่เคยเปิดโอกาสให้พี่ได้ใกล้ชิดน้องเพลงไปมากกว่านี้เลยก็เพราะแบบนี้นี่เอง” คริสต์พูดเสียงแผ่ว ขณะเดียวกันดวงตาของเขาก็แดงก่ำขึ้นมา

เพลงจึงได้แต่ก้มหน้าลง เพราะความรู้สึกผิดหวังในตัวเองมันแล่นเข้ามาในใจดวงน้อย ๆ ของเธออย่างท่วมท้น วินาทีนั้นเอง คริสต์ก็เดินเข้าไปรั้งเอวของเพลงมาสวมกอดไว้ในอ้อมอกของเขา พลางใช้มือประคองใบหน้าของเธอให้เงยขึ้นมาสบตากันตรง ๆ

“ฟังพี่นะน้องเพลง พี่รักน้องเพลงที่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ต่อให้เราไม่มีลูก เราก็อยู่ด้วยกันแค่สองคนก็ได้ พี่ขอแค่น้องเพลงอย่ากดดันตัวเองไปมากกว่านี้ได้ไหม” คริสต์พูดเน้นย้ำทุกถ้อยคำอย่างหนักแน่น เขายอมรับความจริงเรื่องลูกได้ แต่ไม่มีทางที่เขาจะยอมให้เพลงโทษตัวเองไปมากกว่านี้แล้ว

“แต่...” เพลงพึมพำด้วยความลังเลและความกลัว

“ไม่มีแต่ ถ้าน้องเพลงยังคิดจะทิ้งพี่เพราะเรื่องนี้อีก...พี่จะลงโทษตัวเอง...น้องเพลงจะทนเห็นพี่เสียใจได้ไหม” คริสต์ใช้คำพูดนั้นในเชิงอ้อนวอนและขอร้อง เพื่อให้เพลงเห็นว่าความสุขของเขาล้วนขึ้นอยู่กับเธอทั้งสิ้น

“เพลง...ทนไม่ได้หรอก พี่คริสต์ห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะ” เพลงพูดพลางซุกหน้าลงกับแผงอกของคริสต์ เพราะตัวเธอเองก็ไม่สามารถทนเห็นผู้ชายที่เธอรักและรักเธอมากขนาดนี้ ต้องเสียใจได้เหมือนกัน

ทว่าเพลงยังคงสั่นสะท้านไปทั้งตัว ด้วยความที่พยายามจะกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ คริสต์จึงก้มลงไปกดจูบที่หน้าผากของเพลงอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมเธอ เพราะความรักที่มั่นคงและแสนจะอ่อนโยนกับความอดทนอันไม่มีที่สิ้นสุดของเขา คือสิ่งที่คริสต์มอบให้เพลงได้เสมอ

ทั้งสองคนสวมกอดกันอยู่สักพัก ก่อนที่จะยอมผละออกจากกัน เพื่อเตรียมตัวไปเข้าเรียนตามเวลาในตารางของวันนี้

“ไปกันเถอะพี่คริสต์ ป่านนี้คนอื่นคงเข้าห้องกันไปหมดแล้ว” เพลงกล่าว

“เข้าห้องสายสักหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง พี่ยังอยากกอดน้องเพลงอยู่ ไม่อยากปล่อยเลย”

“ไม่ได้” เพลงทำท่าจะดุแต่ก็หลุดหัวเราะเบา ๆ แล้วทั้งคู่ก็เดินไปเข้าห้องเรียนด้วยกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักเดียวของโดโนแวน   SPECIAL 10 ช้างใจดี

    หลายวันต่อมา ช่วงเวลาดี ๆ ของครอบครัวนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป ควินน์เองก็ได้ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้เขตร้อนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาที่เขาชื่นชอบมันมากอาการเจ็ตแล็กที่เคยทำให้เขางอแงอยู่บ้างเล็กน้อยในสัปดาห์แรกก็ได้หายไปจนหมดสิ้น และถูกแทนที่ด้วยความพร้อมที่จะสำรวจอะไรใหม่ ๆ ได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และวันนี้ก็เป็นวันที่เขาตั้งตารอคอยมากที่สุด นั่นคือการไปเที่ยวชมและเล่นกับช้าง สัตว์ยักษ์ใหญ่ใจดีที่เขาเรียกร้องหามาตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากเครื่องบินความพิเศษของวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การไปดูช้างเท่านั้น หากแต่เป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของคนในครอบครัวด้วย เช้านี้ที่บ้านของภีมและยี่หวาดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีสมาชิกจากแดนไกลเดินทางมาสมทบด้วย ซึ่งก็คือภิณและรัณย์ที่อดทนความคิดถึงหลานชายไม่ไหว หลังจากติดตามความเคลื่อนไหวผ่านวิดีโอคอลมาเป็นสัปดาห์ ในที่สุดพวกเขาก็บินตามมาจากแวนคูเวอร์ รวมถึงแคลร์และเคทก็ตามมาด้วยเช่นกันนอกจากนี้เพลงยังได้ชวนเพื่อนสนิทของเธอมาด้วย ทั้งเจได นาตาลี รวม

  • รักเดียวของโดโนแวน   SPECIAL 9 ทะเล

    วันต่อมาในช่วงเช้าของวันนี้นั้นแตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อวานที่เพลง คริสต์ ควินน์ และพี่เลี้ยงทั้งสองคนเดินทางมาถึง เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวต้องใช้ทุกวิธีเพื่อต่อรองกับควินน์ ผู้ซึ่งตื่นเต้นกับแผนการเที่ยวทะเลและอยากไปดูช้างจนแทบจะรอไม่ไหวแล้วทว่าการต่อสู้กับอาการเจ็ตแล็กที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คริสต์และเพลง รวมทั้งโฉมฉายกับจูเลียจึงต้องผลัดกันเล่านิทานเพื่อกล่อมควินน์ ทั้งยังยอมให้ดูการ์ตูนเรื่องโปรดจนดึกดื่น พร้อมคำสัญญาเรื่องขนมหวานและไอศกรีมแท่งใหญ่ที่รออยู่ในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้ควินน์ตัวน้อยยอมพักผ่อนก่อนสำหรับเช้านี้ ควินน์ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เขารู้สึกพร้อมตั้งแต่ตอนที่แสงแดดยังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ ลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม ๆ ปีนไปกระซิบข้างหูของพ่อและแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าทั้งคู่จะยอมลืมตาตื่น“คุงแม่ฮับ คุณพ่อฮับ ตื่นได้แย้วฮับ วันนี้ไปทะเล”“…อืมม ครับผม พ่อกำลังจะลืมตาแล้วครับควินน์ ขออีกห้านาที”เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ของตนเริ่มสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาแล้ว เขาก็พุ่งตัวไปที่ห้องอื่นในบ้านเพื่อปลุกพี่เพลิง พี่พราว และตัวแสบอย่าง

  • รักเดียวของโดโนแวน   SPECIAL 8 เหินฟ้า

    หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองที่รวดเร็วและราบรื่นอย่างน่าประทับใจ ต้องขอบคุณการจัดการที่เหนือชั้นระดับมืออาชีพของคริสต์ที่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า ทั้งสามคนจึงเดินเข้าไปในโซนห้องรับรองพิเศษระดับเฟิร์สคลาส เป็นห้องที่หรูหราและมีความสงบเงียบซึ่งเหมาะกับการซ่อนตัวจากความวุ่นวายและเสียงจอแจของอาคารผู้โดยสารปกติบรรยากาศภายในห้องถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว มีการตกแต่งที่คลาสสิค ประดับด้วยแสงไฟสีนวลตา โซฟาหนังนุ่ม ๆ และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้หอมช่วยสร้างความผ่อนคลายทันทีที่เท้าเหยียบพื้นพรมหนานุ่ม ควินน์ก็กระโดดโลดเต้นด้วยความร่าเริง สองขาเล็ก ๆ วิ่งสำรวจไปรอบ ๆ ห้องรับรองที่กว้างขวาง ก่อนจะไปหยุดนิ่งที่กระจกบานใหญ่แบบเต็มผนังที่เผยให้เห็นภาพของลานจอดเครื่องบินที่แสนกว้างไกล“คุงพ่อฮับ นี่หยอฮับดรีมไลเนอร์”เสียงเล็ก ๆ อุทานด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่กลมโตเบิกกว้างเมื่อมองไปยังเครื่องบินโบอิ้ง 787 ลำมหึมาที่จอดอยู่ข้างนอก ตัวลำสีขาวสะอาดทอดยาวอย่างสง่างามภายใต้แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายของเมืองแวนคูเวอร์ ความใหญ่โตของมันดูเกินจริงมาก ๆ ในสายตาของเด็กน้อยตัวเท่าควินน์“ใช่แล้วครับคนเก่ง

  • รักเดียวของโดโนแวน   SPECIAL 7 เตรียมตัวเดินทางสู่ประเทศไทย

    สองอาทิตย์ต่อมา บรรยากาศในบ้านก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความวุ่นวาย เพราะกำลังจะถึงวันที่ควินน์ เพลง และคริสต์จะเดินทางไปประเทศไทย ซึ่งเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของควินน์วันนี้ควินน์กำลังนั่งอยู่บนพื้นพรมอย่างใจจดใจจ่อตั้งแต่เช้า โดยมีโฉมฉายผู้เคร่งครัดที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นคนช่วยจัดการสัมภาระหลายอย่าง รวมถึงจูเลียเองก็กำลังช่วยจัดกระเป๋าเดินทางของควินน์ด้วยเช่นกัน“ควินน์คะ เราต้องจัดกระเป๋าแบบเรียงตามลำดับความสำคัญนะคะ” โฉมฉายกล่าว พร้อมกับพับเสื้อผ้าของควินน์ไปด้วย“ฮับป้าโฉม! เอาชุดว่ายน้ำไว้ข้างบนนะฮับ ควินน์จะไปว่ายน้ำอาบแดดด้วยฮับ อ้อ! เอาหนังสือนิทานของควินน์ไปด้วยนะฮับ!”“ได้เลยค่ะ” โฉมฉายตอบรับคำสั่งของเจ้านายตัวน้อยรัณย์และภิณผู้เป็นปู่และย่าของควินน์ก็ตื่นมาตั้งแต่เช้าเช่นกัน พวกเขามาช่วยเตรียมของเล่นและขนมกินเล่นมากมาย และตั้งใจหยุดงานนอกบ้านเพื่อมาช่วยดูแลควินน์ในช่วงเตรียมตัวเดินทางไกลให้เป็นไปอย่างราบรื่น“หลานรักของย่า~ มาให้ย่ากอดหน่อยสิ ช่วงนี้ย่าไม่ค่อยมีเวลาให้ควินน์เลยนะเนี่ย” ภิณรีบเดินเข้าไปกอดควินน์ด้วยความรักอันท่วมท้น ก่อนจะหอมแก้มเขาอย่างแรงหลายคร

  • รักเดียวของโดโนแวน   SPECIAL 6 เพียงคนเดียว

    ไม่กี่วันถัดมา ในค่ำคืนหนึ่งของสัปดาห์เดียวกัน ขณะที่ควินน์กำลังนอนหลับสนิทอยู่ คริสต์และเพลงก็ได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันอย่างเงียบ ๆ ในห้องนั่งเล่น เพลงนั่งพิงซบแผงอกกว้างของคริสต์อยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ แสงไฟสลัว ๆ จากโคมไฟตั้งพื้นสีทองเหลืองทอดเงาอ่อน ๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวมากคริสต์กำลังลูบเส้นผมนุ่ม ๆ ของเพลงอย่างอ่อนโยน ทำให้เธอรู้สึกถูกปลอบประโลมและรู้สึกปลอดภัยอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ ตั้งแต่มีเจ้าตัวน้อยจอมซนอย่างควินน์เข้ามาในชีวิตของทั้งคู่ ก็ทำให้เพลงและคริสต์แทบไม่มีเวลาส่วนตัวด้วยกันเลย ถึงแม้จะมีพี่เลี้ยงทั้งสองคนก็ตาม แต่ควินน์ก็ตัวติดพ่อกับแม่เป็นที่สุดเสมอ“พี่คริสต์…ช่วงนี้เพลงคิดถึงเรื่องที่เราคุยกันเมื่อหลายเดือนก่อนน่ะ” เพลงเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่สีหน้าของเธอกลับจริงจังขึ้นมาก“เรื่องอะไรครับคนดีของพี่” คริสต์ก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ และตั้งหน้าตั้งตารอฟัง“เรื่อง…การมีลูกคนต่อไปของเรา”ทันทีที่ได้ยินคำนั้น มือของคริสต์ที่กำลังลูบผมเพลงอยู่ก็ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าเขาค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าที่เปลี่ย

  • รักเดียวของโดโนแวน   SPECIAL 5 ควินน์จอมพลัง

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการถ่ายทอดสดที่ประสบความสำเร็จเมื่อวานนี้ อากาศในแวนคูเวอร์ยังคงบริสุทธิ์และเย็นสบายเช่นเคย ทุกคนในบ้านได้ก็ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ภิณและรัณย์ออกไปร่วมงานสังคม ส่วนเพลงและคริสต์ก็เริ่มต้นวันนี้ตามตารางที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กและกุมารแพทย์นั่นคือหลักการ “หนึ่งวันของแม่สลับกับหนึ่งวันของพ่อ” เพื่อให้เด็กได้สร้างความผูกพันและได้รับความสนใจจากผู้ปกครองแต่ละคนอย่างเต็มที่วันนี้เป็นวันของคริสต์ เพลงจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลลูกชายอย่างใกล้ชิด เพราะควินน์จะใช้เวลาทั้งวันกับคริสต์ผู้เป็นพ่อแบบตัวต่อตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่สมบูรณ์แบบให้เพลงได้ใช้เวลานี้ไปตามนัดตรวจสุขภาพประจำปีรอบที่สองที่โรงพยาบาล โดยมีโฉมฉายและจูเลียเป็นผู้ช่วยอยู่ห่าง ๆ คอยเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังความปลอดภัยเท่านั้นตลอดสามปีที่ผ่านมาสุขภาพของเพลงอยู่ในภาวะที่มั่นคงขึ้นมาก ทำให้เธอไม่จำเป็นต้องไปตรวจร่างกายทุกเดือนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และขยับนัดมาเป็นการตรวจปีละสองครั้งแทนเช้าวันนี้ก่อนออกจากบ้าน เพลงยืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้า เธอก้มลงกอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status