พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?

พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?

last updateDernière mise à jour : 2026-11-05
Par:  ศรีอักษรรินทร์Mis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
10Chapitres
10Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

จากคู่กัดร่วมบ้าน ที่เจอหน้ากันทีไรก็มีเรื่องให้ปวดหัวแต่ยิ่งกัดกันทุกวัน หัวใจกลับยิ่งใกล้กันแบบไม่รู้ตัวจนคีตะต้องถามว่า… “พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?”

Voir plus

Chapitre 1

1. ผู้เช่าคนใหม่กับเจ้าของบ้านตัวปัญหา

เสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางครูดไปกับพื้นทางเข้าบ้านหลังใหญ่จนเกิดเสียงดังครืด ๆ ปั้นชายืนมองประตูไม้สีเข้มตรงหน้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้มมองข้อความในโทรศัพท์อีกครั้ง

คิริน : เข้ามาเลยประตูไม่ได้ล็อก เราอยู่ในครัว

เธอเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงก่อนเอื้อมมือเปิดประตูเข้าไป บ้านหลังนี้เธอเคยมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องลากกระเป๋ามาอยู่จริง ๆ บ้านสองชั้นขนาดใหญ่มีหลายห้องนอนทั้งที่ปัจจุบันมีคนอยู่เพียงสองคน คิรินกับน้องชายของเขาและนับจากวันนี้จะเพิ่มเธอเข้าไปอีกหนึ่ง ปั้นชามองกล่องกระดาษสามใบกระเป๋าเดินทางสองใบและกระเป๋าใส่อุปกรณ์วาดรูปขนาดใหญ่ที่กองอยู่ข้างเท้า ก่อนถอนหายใจเป็นรอบที่สอง ชีวิตหลังเรียนจบของคนอื่นอาจเริ่มต้นด้วยงานใหม่ เงินเดือนก้อนแรกหรือการออกไปเที่ยวฉลอง ส่วนชีวิตหลังเรียนจบของเธอเริ่มต้นด้วยการทะเลาะกับพ่อครั้งใหญ่ เก็บของออกจากบ้านและย้ายเข้ามาเช่าห้องในบ้านเพื่อนสนิท ฟังดูรุ่งเรืองมาก

“มาแล้วเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังมาจากด้านใน คิรินเดินออกมาจากครัวในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกับกางเกงขายาวสีเข้ม หน้าตาสุขุมเหมือนเดิมทุกประการ ปั้นชาพยักหน้า

“อือ”

คิรินมองสัมภาระข้างตัวเธอแล้วเลิกคิ้ว “นี่คือของทั้งหมด?”

“ที่จำเป็น”

“แล้วที่เหลือ?”

“ทิ้งไว้”

“บ้านพ่อ?”

เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง “อือ”

เพื่อนสนิทมองหน้าเธอเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถามต่อ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ปั้นชาสนิทกับคิรินมาตั้งแต่มัธยม เขารู้ว่าเวลาไหนควรถามและเวลาไหนควรทำเป็นไม่รู้

“เอาของขึ้นไปก่อน เดี๋ยวเราช่วย”

“ไม่ต้อง”

“มีสามกล่องสองกระเป๋า”

“ยกได้”

“ปั้น”

“อะไร”

“แขนเธอเท่าไม้เสียบลูกชิ้น”

หญิงสาวก้มมองแขนตัวเองแล้วเงยหน้ากลับไป “ไม้เสียบลูกชิ้นรับน้ำหนักได้เยอะนะ”

คิรินหัวเราะก่อนยกกล่องกระดาษใบใหญ่ขึ้นโดยไม่สนคำปฏิเสธของเธอ “ห้องเธออยู่ชั้นสอง ห้องริมซ้าย ห้องน้ำในตัว เราให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้แล้ว”

“ค่าเช่าเท่าเดิมที่คุย?”

“ห้าพัน”

ปั้นชาหยุดเดินทันที “ถูกไป”

“แพงไป?”

“ถูก”

“งั้นหมื่นหนึ่ง”

“ห้าพันก็ดี”

คิรินหันมามองอย่างรู้ทัน “เมื่อกี้ใครบอกถูกไป”

“ไม่มี”

“เราได้ยิน”

“หูฝาด” สองคนเดินขึ้นบันไดด้วยบทสนทนาสั้น ๆ ตามนิสัยที่คบกันมานานจนไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ ปั้นชากำลังจะยกกระเป๋าอีกใบตามขึ้นไปเสียงอะไรบางอย่างก็ดังมาจากชั้นสอง

ตึง!

ตามด้วยเสียงผู้ชายโวยวาย

“ไอ้เหี้ย ใครเอาเสื้อกูไปวะ!”

ปั้นชาหยุดเท้าคิรินหยุดเช่นกัน ทั้งคู่เงยหน้ามองชั้นบนพร้อมกัน สามวินาทีต่อมาประตูห้องหนึ่งถูกเปิดออกอย่างแรง ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมาในสภาพผมยุ่ง เสื้อยืดสีดำยับ ๆ กับกางเกงวอร์มสีเทาที่เอวต่ำพอให้เห็นขอบกางเกงด้านในนิด ๆ เขากำลังถือโทรศัพท์แนบหูและเดินลงบันไดมาโดยยังไม่ทันสังเกตแขกใหม่

“เออ กูหาไม่เจอ…ตัวที่ใส่เมื่อคืนอะ…ไม่รู้ดิ เดี๋ยวถามพี่กู—” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาปั้นชา หญิงสาวมองเขาชายหนุ่มมองเธอคิรินมองทั้งคู่ สุดท้ายคนที่พูดก่อนคือคีตะ

“เชี่ย”

คิรินถอนหายใจ “ทักคนเป็นแค่นี้?”

“ไม่ใช่ ผมตกใจ”

“แล้วต้องตกใจเป็นคำว่าเชี่ย?”

“ถ้าตกใจเป็นคำว่าสวัสดีมันก็แปลกปะ”

คิรินหลับตาลงเหมือนกำลังนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจ ปั้นชายืนหน้านิ่งเธอจำคีตะได้ น้องชายของคิรินที่เธอเคยเจอประปรายตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ครั้งล่าสุดน่าจะเกือบปีแล้วตอนนั้นเขาก็หน้าตาดี แต่ดูเหมือนในรอบปีที่ผ่านมาเจ้าตัวจะสูงขึ้นอีกนิดไหล่กว้างขึ้นและใบหน้าที่เคยมีความเป็นเด็กมากกว่านี้เริ่มคมชัดขึ้น ผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งเหยิงจากการเพิ่งตื่น ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างไม่ตั้งใจ ที่เด่นที่สุดคือลักยิ้มตรงแก้มข้างหนึ่งซึ่งโผล่ขึ้นทันทีตอนเขายิ้ม

“อ้าว พี่ปั้นชา” คีตะกดวางสายแล้วเดินลงมา

“จำผมได้ไหม”

“ได้”

“จริงดิ”

“อือ”

“ผมนึกว่าพี่จำไม่ได้”

“จำได้”

“ประทับใจขนาดนั้นเลย?” ปั้นชามองหน้าเขาสามวินาที

“คิรินเล่าวีรกรรมไว้เยอะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าคีตะชะงัก คิรินหลุดหัวเราะ

“พี่!”

“อะไร”

“พี่เล่าอะไรเกี่ยวกับผมให้เขาฟัง”

“เรื่องจริง”

“เรื่องจริงเรื่องไหน มีเยอะ”

“นั่นแหละปัญหา”

ปั้นชาก้มลงลากกระเป๋าตัวเองขึ้นบันไดต่อ คีตะมองตามก่อนหันไปถามพี่ชาย

“เดี๋ยวนะ เขามาทำอะไร”

“อยู่ที่นี่”

“หา?”

“ปั้นจะมาเช่าห้องอยู่”

“บ้านเรา?”

“บ้านนี้แหละ”

“นานแค่ไหน”

ปั้นชาหยุดบนขั้นบันได หันกลับมามอง “ทำไม”

คีตะกะพริบตา “เปล่า แค่ถาม”

“ถ้ารำคาญ เดี๋ยวฉันเพิ่มค่าเช่าให้นาย”

“ไม่ใช่ ๆ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“งั้นก็ไม่มีปัญหา”

“เดี๋ยวพี่ ผมยังไม่ได้—”

ปั้นชาหันหลังเดินขึ้นไปแล้วคีตะยืนมองตามตาค้าง

“พี่ เขายังเย็นชาเหมือนเดิมเลยว่ะ”

คิรินยกกล่องเดินผ่านน้องชาย “อย่าไปกวนเขา”

“ผมยังไม่ได้กวนเลย”

“กูบอกล่วงหน้า”

“พี่มองผมเป็นคนยังไง”

คิรินหยุดเท้าแล้วหันกลับมา “อยากให้ตอบจริง?”

“ไม่ละ”

หลังจากจัดของเข้าห้องเกือบสองชั่วโมงปั้นชาก็นั่งลงบนพื้นข้างเตียงอย่างหมดแรง ห้องที่คิรินให้เธออยู่ใหญ่กว่าหอเดิมเกือบสองเท่า มีโต๊ะทำงานอยู่ริมหน้าต่างตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ชั้นหนังสือและระเบียงเล็ก ๆ ที่มองเห็นสวนหลังบ้าน เธอนำแท็บเล็ตวาดรูปกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกมาวางบนโต๊ะเป็นอย่างแรกจากนั้นค่อยหยิบกรอบรูปใบเล็กออกจากกล่อง เป็นภาพเธอกับแม่ตอนยังเด็กปั้นชามองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนคว่ำกรอบลงบนโต๊ะ โทรศัพท์สั่นขึ้น

ข้อความจากพ่อ

พ่อ : ถ้าหายโกรธแล้วก็กลับบ้าน

ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีคำถามว่าเธออยู่ที่ไหนเหมือนทุกครั้ง ปั้นชากดปิดหน้าจอแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง

“ปั้น กินข้าวไหม” เสียงคิรินดังจากหน้าห้อง

“กิน”

“สั่งอะไรดี”

“อะไรก็ได้”

“คนที่ตอบอะไรก็ได้เลือกยากที่สุด”

“ข้าว”

“ข้าวอะไร”

“ที่กินได้”

“นี่ช่วยแล้ว?”

“อือ”

คิรินถอนหายใจ “งั้นข้าวมันไก่”

“ได้”

“ไม่เอาหนัง?”

“อือ”

“ไม่เอาแตงกวา?”

“อือ”

“น้ำจิ้มเยอะ?”

“อือ”

คิรินเงียบไปครู่หนึ่ง

“จำได้หมดใช่ไหม”

“เป็นเพื่อนกันมากี่ปี”

ปั้นชาไม่ตอบแต่ริมฝีปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย มื้อเย็นวันแรกในบ้านใหม่ควรจะผ่านไปอย่างสงบ ถ้าไม่นับว่าระหว่างที่ปั้นชากำลังกินข้าวอยู่คีตะเดินลงมาพร้อมผู้หญิงคนหนึ่ง หญิงสาวคนนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งซึ่งจากขนาดแล้วไม่น่าจะเป็นของเธอ ปั้นชาตักข้าวเข้าปากคิรินหลับตาลงทันที คีตะชะงักอยู่ตรงทางเข้าครัว

“อ้าว” ผู้หญิงข้างตัวเขามองคนสองคนที่โต๊ะอาหารอย่างงง ๆ “พี่นายเหรอ”

“ครับ”

“แล้วผู้หญิงคนนั้น?”

คีตะมองปั้นชา ปั้นชามองข้าวมันไก่

“เพื่อนพี่ผม”

“อ๋อ” ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้ ปั้นชาทักทายตามมารยาท

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะ”

คิรินวางช้อน “จะไปไหน”

คีตะทำหน้าระแวง “ไปส่งเขา”

“ก็ดี”

“อะไรของพี่”

“เปล่า”

คีตะหันไปหยิบกุญแจรถก่อนออกจากบ้านเขาหันกลับมามองปั้นชาอีกครั้ง หญิงสาวยังคงกินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประตูปิดลงคิรินถอนหายใจยาว

“ขอโทษ”

ปั้นชามองเขา “เรื่อง?”

“น้องเรา”

“ทำไม”

“มันก็เป็นอย่างนี้”

“อือ”

“รำคาญไหม”

“ยัง”

คำว่า ‘ยัง’ ทำให้คิรินหัวเราะ “ถ้ามันกวนมากบอกเรา”

“ฉันจัดการเองได้”

“นั่นแหละที่กลัว”

ประมาณสี่ทุ่มปั้นชาอาบน้ำเสร็จและกำลังนั่งทำงานอยู่หน้าแท็บเล็ต เธอมีคอมมิชชันวาดภาพปกนิยายที่ต้องส่งภายในสามวันจึงตั้งใจจะทำให้เสร็จครึ่งหนึ่งคืนนี้ ทุกอย่างสงบดีจนกระทั่งสี่ทุ่มยี่สิบเสียงรถหลายคันเข้ามาจอดหน้าบ้าน สี่ทุ่มยี่สิบห้าเสียงคนหัวเราะ สี่ทุ่มครึ่งเสียงเพลงดังขึ้น ปั้นชาหยุดปากกาค้างกลางอากาศเธอมองเพดาน

ตึ้บ ตึ้บ ตึ้บ

เสียงเบสสั่นจนแก้วน้ำบนโต๊ะขยับ ปั้นชายังนิ่งเธอสูดหายใจเข้า วาดภาพต่อแต่พอห้านาทีผ่านไป มีเสียงผู้ชายตะโกนจากชั้นล่าง

“คีตะ! มึงแพ้อีกแล้ว!” ตามด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น ปั้นชาหยุดอีกครั้งคิ้วเริ่มกระตุกเธอหยิบหูฟังขึ้นมาใส่เปิดเพลงแล้วทำงานต่อ ผ่านไปอีกสิบนาที ปัง! เสียงอะไรบางอย่างตกกระแทกพื้นตามด้วยเสียงคีตะ

“ไม่แตก ๆ เฮ้ย ยังอยู่!”

ปั้นชาวางปากกาถอดหูฟังลุกขึ้นเดินออกจากห้อง คิรินยืนอยู่หน้าห้องตัวเองพอดีในสภาพถือโทรศัพท์ด้วยสีหน้าปวดหัว สองคนสบตากัน

“เดี๋ยวเราจัดการ”

“ไม่ต้อง”

“ปั้น”

“ฉันจะคุย”

“นั่นแหละที่เราห่วง”

หญิงสาวเดินลงบันไดไป ภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มประมาณหกเจ็ดคนกับผู้หญิงอีกสามคนกระจายตัวอยู่เต็มห้องนั่งเล่น บนโต๊ะมีขนมเครื่องดื่มและแก้วพลาสติกวางเต็มไปหมด เจ้าของงานปาร์ตี้กำลังนั่งพิงโซฟาหัวเราะจนเห็นลักยิ้ม จนกระทั่งสายตาเหลือบมาเห็นเธอรอยยิ้มค่อย ๆ หายไป

“อ้าว”

ปั้นชายืนอยู่ตรงบันไดในชุดนอนขายาวสีดำ เสื้อยืดสีขาว ผมยาวตรงปล่อยสยายลงมา เธอมองคนในห้องหนึ่งรอบทุกคนเริ่มเงียบลงโดยไม่รู้ตัว

“พี่ปั้น” คีตะลุกขึ้น “ยังไม่นอนเหรอ”

“กำลังทำงาน”

“อ๋อ”

“เสียงดัง”

คีตะเหลือบมองลำโพง “เดี๋ยวผมเบาให้”

“ขอบคุณ” เธอหันกลับ

คีตะรีบพูด “เดี๋ยว”

ปั้นชาหันมาถาม “อะไร”

เขายิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นเล็กน้อย “พี่ไม่คิดจะลงมานั่งด้วยกันหน่อยเหรอ เพื่อนผมน่ารักนะ”

ชายคนหนึ่งบนโซฟายกมือ “สวัสดีครับพี่”

ปั้นชามองคนนั้นจากนั้นมองคีตะ “ไม่”

“โห ตอบเร็ว”

“ต้องคิด?”

“อย่างน้อยลังเลให้เกียรติเพื่อนผมหน่อย”

“ไม่”

เพื่อนคีตะหัวเราะกันลั่น คีตะเอามือกุมอก “เจ็บแทนมันเลย”

ปั้นชามองลำโพง “เบาเสียง”

“ครับ ๆ คุณผู้เช่า”

เธอกำลังจะเดินขึ้นบันได คีตะตะโกนตามหลัง “ถ้าพี่นอนไม่หลับเรียกผมได้นะ”

หญิงสาวหยุด ปั้นชาหันกลับมาช้า ๆ “เรียกทำไม”

คีตะยิ้มจนลักยิ้มขึ้น “เดี๋ยวผมกล่อม”

เพื่อนทั้งห้องส่งเสียงโห่ทันที ปั้นชาจ้องหน้าเขาจากนั้นตอบเสียงเรียบ “ขอบคุณ แต่เสียงนายเป็นสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ”

เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นทั้งห้อง คีตะยืนค้างเพื่อนคนหนึ่งถึงกับตบโต๊ะ “โดนแล้วมึง!”

ปั้นชาเดินกลับขึ้นชั้นสองโดยไม่หันมองอีก คิรินยืนพิงราวบันไดอยู่ด้านบนเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อปั้นชาเดินผ่านเขายกนิ้วโป้งให้ เธอมองนิ้วนั้น

“อะไร”

“ไม่มี”

“แปลกคน” แล้วเดินกลับห้องไป ส่วนคีตะที่อยู่ชั้นล่างยืนมองตามแผ่นหลังหญิงสาวจนหายลับไปเพื่อนสะกิดแขน

“ใครวะ โคตรสวย”

คีตะหันขวับ “เพื่อนพี่กู”

“มีแฟนยัง”

“ไม่รู้”

“ขอไอจีดิ”

“ไม่มี”

“มึงไม่รู้หรือไม่ให้”

คีตะขมวดคิ้ว “กูไม่มี”

เพื่อนยิ้มอย่างรู้ทัน “แล้วทำไมต้องทำหน้าหงุดหงิด”

“กูไม่ได้หงุดหงิด”

“เออ ๆ”

คีตะหยิบรีโมตขึ้นมาเบาเสียงเพลงจากระดับเกือบเต็มเหลือไม่ถึงครึ่ง เพื่อนอีกคนมองอย่างตกใจ “เฮ้ย เบาจริง?”

“เขาทำงาน”

“เมื่อกี้พี่มึงลงมาด่าตั้งสองรอบ มึงยังไม่เบา”

คีตะชะงัก “กู…ลืม”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง “อ๋อ ลืม”

“อ๋ออออ”

“พวกมึงหุบปาก”

เกือบตีหนึ่งทุกคนแยกย้ายกลับจนหมด คีตะกำลังเก็บแก้วบนโต๊ะอย่างขอไปทีตอนเห็นปั้นชาเดินลงมาจากชั้นบนเขามองนาฬิกา

“ยังไม่นอนอีก?”

“หิว”

“มีมาม่า”

“รู้” เธอเดินเข้าไปในครัวเปิดตู้หยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมา คีตะเดินตามเข้ามายืนพิงเคาน์เตอร์มองเธอต้มน้ำ

“พี่ทำงานดึกทุกวันเหรอ”

“บางวัน”

“ทำอะไร”

“งาน”

“ถามเหมือนไม่ได้ถามเลย”

ปั้นชาไม่ตอบ คีตะยืนมองเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งซึ่งถือเป็นเวลานานผิดปกติสำหรับคนพูดมากอย่างเขา

“เรื่องเมื่อกี้…โทษที”

มือที่กำลังแกะซองเครื่องปรุงหยุดเล็กน้อย ปั้นชาเงยหน้ามอง “อะไร”

“เสียงดัง”

“อือ”

“แค่อือ?”

“จะให้ทำยังไง”

“อย่างน้อยก็ด่าผมหน่อย ผมเตรียมเถียงแล้ว”

“เสียเวลา”

คีตะหัวเราะออกมา “พี่แม่งเหมือนเดิมเลย”

“นายก็เหมือนที่คิรินเล่า”

“แสบ?”

“ปัญหาเยอะ”

“แรงนะ”

“เรื่องจริง”

เขายิ้มพลางเอียงหน้า “แต่หล่อขึ้นใช่ไหม”

ปั้นชามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า คีตะยืดตัวขึ้นเหมือนกำลังรอคำชม

“ไม่รู้”

“พี่!”

“ไม่ได้สังเกต”

“นี่ผมยืนอยู่ตรงหน้าขนาดนี้”

“แล้ว?”

“สังเกตตอนนี้ก็ได้”

เธอมองอีกครั้งก่อนหันกลับไปเทน้ำร้อนลงชาม “ธรรมดา”

คีตะทำหน้าเหมือนถูกยิงกลางอก “โห”

ปั้นชาแอบยกมุมปากโดยที่เขาไม่ทันเห็น

“ผู้หญิงครึ่งคณะผมร้องไห้แล้วนะถ้าได้ยิน”

“งั้นอย่าบอก”

“พี่นี่พูดน้อยแต่แต่ละคำทำร้ายจิตใจมาก”

“ไปนอน”

“ไล่?”

“อือ”

“บ้านผมนะ”

ปั้นชาหันมอง คีตะยิ้มกว้างทันที “แต่เชิญพี่อยู่ตามสบายเลยครับ”

หญิงสาวยกชามมาม่าขึ้นแล้วเดินผ่านเขา ก่อนออกจากครัวเธอหยุดนิดหนึ่ง “คีตะ”

“ครับ?”

“พรุ่งนี้ถ้าจะพาเพื่อนมา”

เขาเลิกคิ้ว “ทำไม”

“บอกก่อน”

“ทำไม พี่จะได้หนี?”

“จะได้ซื้อที่อุดหู” พูดจบเธอก็เดินจากไป คีตะยืนอ้าปากค้างก่อนหัวเราะออกมาคนเดียวในครัว บนชั้นสองคิรินยืนอยู่ตรงทางเดินเพราะลงมาหาน้ำพอดี เขามองน้องชายที่กำลังยิ้มคนเดียวจากนั้นมองปั้นชาที่เดินถือมาม่ากลับห้องแล้วถอนหายใจยาว แค่วันแรกบ้านที่เคยวุ่นวายเพราะคีตะคนเดียวดูเหมือนจะกำลังวุ่นวายขึ้นเป็นสองเท่าและไม่รู้ทำไม คิรินมีลางสังหรณ์แปลก ๆ ว่าการให้เพื่อนสนิทย้ายเข้ามาอยู่บ้านครั้งนี้ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เขาปวดหัวที่สุดในชีวิตก็ได้ ส่วนในห้องของตัวเองปั้นชาวางชามมาม่าลงข้างแท็บเล็ต ก่อนเหลือบมองประตูห้องแล้วนึกถึงใบหน้ากวนประสาทของใครบางคน เธอถอนหายใจ

“น่ารำคาญ”

จากนั้นจึงหยิบปากกาขึ้นวาดงานต่อ โดยไม่ได้รู้เลยว่าในครัวชั้นล่าง คนที่ถูกว่า ‘น่ารำคาญ’ กำลังเปิดโทรศัพท์ค้นหาไอจีของเธออยู่เงียบ ๆ

“ปั้นชา…” คีตะพึมพำพลางกดค้นชื่อ ผลการค้นหาขึ้นบัญชีผู้ใช้หนึ่งบัญชีเป็นรูปโปรไฟล์ภาพวาดแมวดำหน้าบึ้ง เขาหัวเราะ

“เหมือนเจ้าของเลยว่ะ” นิ้วกำลังจะกดติดตาม ก่อนหยุดเขาคิดอยู่สองวินาทีแล้วกดลงไป

Follow

คีตะยิ้มอย่างอารมณ์ดี ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียง ‘เพื่อนพี่ชายหน้าดุ’ จะเข้ามาปั่นชีวิตที่วุ่นวายอยู่แล้วของเขาให้ยุ่งเหยิงกว่าเดิมอีกหลายเท่า และที่แย่ที่สุดคือ… เขาจะเป็นคนเดินเข้าไปหาเรื่องยุ่งเหยิงนั้นด้วยตัวเองทุกวันเสียด้วย

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
10
1. ผู้เช่าคนใหม่กับเจ้าของบ้านตัวปัญหา
เสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางครูดไปกับพื้นทางเข้าบ้านหลังใหญ่จนเกิดเสียงดังครืด ๆ ปั้นชายืนมองประตูไม้สีเข้มตรงหน้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้มมองข้อความในโทรศัพท์อีกครั้ง คิริน : เข้ามาเลยประตูไม่ได้ล็อก เราอยู่ในครัว เธอเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงก่อนเอื้อมมือเปิดประตูเข้าไป บ้านหลังนี้เธอเคยมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องลากกระเป๋ามาอยู่จริง ๆ บ้านสองชั้นขนาดใหญ่มีหลายห้องนอนทั้งที่ปัจจุบันมีคนอยู่เพียงสองคน คิรินกับน้องชายของเขาและนับจากวันนี้จะเพิ่มเธอเข้าไปอีกหนึ่ง ปั้นชามองกล่องกระดาษสามใบกระเป๋าเดินทางสองใบและกระเป๋าใส่อุปกรณ์วาดรูปขนาดใหญ่ที่กองอยู่ข้างเท้า ก่อนถอนหายใจเป็นรอบที่สอง ชีวิตหลังเรียนจบของคนอื่นอาจเริ่มต้นด้วยงานใหม่ เงินเดือนก้อนแรกหรือการออกไปเที่ยวฉลอง ส่วนชีวิตหลังเรียนจบของเธอเริ่มต้นด้วยการทะเลาะกับพ่อครั้งใหญ่ เก็บของออกจากบ้านและย้ายเข้ามาเช่าห้องในบ้านเพื่อนสนิท ฟังดูรุ่งเรืองมาก “มาแล้วเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังมาจากด้านใน คิรินเดินออกมาจากครัวในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกับกางเกงขายาวสีเข้ม หน้าตา
last updateDernière mise à jour : 2026-10-24
Read More
2. กฎบ้านข้อแรก ห้ามกวนคนวาดรูป
เจ็ดโมงสิบห้านาที ปั้นชาตื่นขึ้นมาด้วยเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ มองเพดานอยู่ประมาณสามวินาทีก่อนเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอมีการแจ้งเตือนหลายอย่าง ทั้งข้อความจากลูกค้า อีเมลงานและแจ้งเตือนจากอินสตาแกรมหนึ่งรายการkeeta.k กำลังติดตามคุณปั้นชามองชื่อบัญชีอยู่พักหนึ่งจากนั้นกดปิดหน้าจอแล้วนอนต่อ แปดโมงตรงเธอตื่นอีกครั้งลุกจากเตียงอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าและนั่งลงหน้าโต๊ะทำงานพร้อมกาแฟหนึ่งแก้ว วันนี้เธอมีงานต้องส่งภาพสเก็ตช์ให้ลูกค้าตรวจตอนเที่ยงดังนั้นแผนของปั้นชาจึงเรียบง่ายมาก ทำงานส่งงานกินข้าวทำงานต่อและพยายามไม่ยุ่งกับสิ่งมีชีวิตที่ชื่อคีตะ แผนนั้นพังตอนแปดโมงสิบสองก๊อก ๆปั้นชาเงยหน้าจากแท็บเล็ตก๊อก ๆ ๆเธอวางปากกาลง “ใคร”“ผม”เธอนิ่ง “ผมไหน”เสียงด้านนอกเงียบไปครู่หนึ่ง “ในบ้านนี้มีผู้ชายสองคน พี่ลองเดาดิ”“คิรินไม่เคาะแบบนี้”“งั้นก็ถูกแล้ว”ปั้นชาหลับตาลงหนึ่งวินาทีก่อนลุกไปเปิดประตู คีตะยืนอยู่หน้าห้องในชุดเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นผมสีน้ำตาลอ่อนยังยุ่งเหมือนคนเพิ่งตื่น มือหนึ่งถือแก้วกาแฟอีกมือหนึ่งถือถุงขนมปัง เขายิ้มทันทีที่เห็นหน้าเธอล
last updateDernière mise à jour : 2026-10-24
Read More
3. ไฟดับกับผ้าเช็ดตัวหนึ่งผืน
หลังจากคิรินออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปดูงานต่างจังหวัดสองวัน บ้านทั้งหลังก็เงียบกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยปั้นชาก็คิดแบบนั้นตอนเก้าโมงเช้า จนกระทั่งสิบโมงกว่าเสียงประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิดออก พร้อมเสียงคีตะลากรองเท้าแตะผ่านหน้าห้องเธอก๊อก ๆปั้นชามองประตูก๊อก ๆเธอถอนหายใจแล้วลุกไปเปิด คีตะยืนอยู่ในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น ผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งนิด ๆ เหมือนเพิ่งลุกจากเตียง“อะไร”“อรุณสวัสดิ์ครับ”“สิบโมง”“สำหรับผมคือเช้า”“แล้ว?”“พี่คิรินไม่อยู่”“รู้”“บ้านเหลือเราสองคน”ปั้นชานิ่ง “แล้ว?”คีตะยิ้มกว้าง “โรแมนติกดี”ปึงประตูถูกปิดใส่หน้า คีตะหัวเราะอยู่หน้าห้อง “ผมพูดเล่น!”เสียงปั้นชาดังจากด้านใน “ไปเรียน”“วันนี้ไม่มีเรียน!”“ไปไหนก็ไป”“ใจร้ายแต่เช้าเลย”ปั้นชากลับไปนั่งหน้าโต๊ะทำงานพร้อมถอนหายใจยาว สองวันเธอต้องอยู่บ้านกับคีตะสองคนสองวันเองไม่น่ามีอะไรตาย… น่าจะนะช่วงเที่ยงอากาศเริ่มเปลี่ยน ท้องฟ้าที่ตอนเช้ายังสว่างกลายเป็นสีเทาหม่น ลมแรงพัดต้นไม้ข้างบ้านจนกิ่งไหวไปมา ปั้นชานั่งวาดรูปอยู่ข้างหน้าต่าง เหลือบมองฟ้าด้านนอกเป็นพัก ๆ ไม่นานฝนเม็ดใหญ่ก็เริ่มตกกระทบกระ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-24
Read More
4. คนที่ไม่ควรรู้สึกอะไรด้วย
เช้าวันถัดมาคีตะตื่นเร็วกว่าปกติอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่เพราะมีเรียน ไม่ใช่เพราะมีนัดและไม่ใช่เพราะมีใครโทรปลุก แต่เพราะเขาลืมตาขึ้นมาตอนเจ็ดโมงครึ่ง แล้วสิ่งแรกที่นึกถึงคือฝ่าเท้าของปั้นชา เขานอนนิ่งอยู่บนเตียงประมาณสิบวินาทีก่อนยกแขนปิดหน้า“เป็นอะไรของกูวะ”เมื่อคืนหลังจากช่วยทำแผลให้เธอ เขาก็คิดวนอยู่แบบนั้นจนเกือบตีสอง ทั้งที่แผลก็เล็ก ทั้งที่ปั้นชาก็ไม่ได้เป็นอะไรหนักแต่เขากลับรู้สึกอยากรู้ว่าเช้านี้เธอเดินได้ดีหรือยัง คีตะพลิกตัวไปหยิบโทรศัพท์เปิดแชตของปั้นชาKeeta : เท้าเป็นไงบ้างนิ้วค้างอยู่ตรงปุ่มส่ง เขามองประโยคตัวเองก่อนลบแล้วพิมพ์ใหม่Keeta : ตื่นยังลบอีกKeeta : อย่าบอกนะว่าเลือดไหลตายไปแล้วคีตะมองอยู่สามวินาที “นี้กูเป็นบ้าอะไรวะเนี้ย”ไม่ถึงนาทีข้อความถูกอ่าน แต่ไม่มีคำตอบเขารอ หนึ่งนาที สองนาที ห้านาที สุดท้ายจึงโยนโทรศัพท์ลงข้างหมอน “เย็นชาแต่เช้าเลยนะ”ไม่นานโทรศัพท์ก็สั่น เขารีบคว้าขึ้นมาแทบจะทันทีPancha : ยังไม่ตายรอยยิ้มขึ้นบนหน้าโดยไม่รู้ตัวKeeta : ดีครับPancha : ผิดหวัง?Keeta : มาก ผมเตรียมห้องพี่ไว้ทำห้องเกมแล้วPancha : ฝันKeeta : แปลว่าเดินได้แล้วPan
last updateDernière mise à jour : 2026-10-25
Read More
5. ถ้าไม่สน ก็อย่ามอง
หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของปั้นชากับคีตะเหมือนถูกใครบางคนกดปุ่มถอยหลัง จากที่เคยแซวกันทุกเช้า จากที่คีตะเคาะประตูถามว่ากินข้าวหรือยัง จากที่มีข้อความกวน ๆ เด้งเข้ามาทุกสองสามชั่วโมง ทุกอย่างเงียบลง เงียบจนปั้นชารู้สึกได้แต่เธอก็ทำเหมือนไม่รู้ เช้าวันจันทร์ปั้นชาลงมาชั้นล่างตอนเกือบเก้าโมง คิรินนั่งกินกาแฟอยู่ที่โต๊ะส่วนคีตะยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวในชุดนักศึกษาเสื้อเชิ้ตขาวพับแขน กางเกงสีเข้ม ผมสีน้ำตาลอ่อนเซ็ตลวก ๆ แต่ดูดีเกินเหตุ ปั้นชาเหลือบมองแค่ครู่เดียวแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น“ตื่นเช้าจัง” คิรินทัก“อือ”คีตะเงยหน้าจากโทรศัพท์สายตาสบกัน เงียบ… ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงพูดอะไรสักอย่าง ‘วันนี้พี่สวยนะ‘ ‘ผมไปส่งไหม’ หรืออย่างน้อยก็ ‘อรุณสวัสดิ์ครับคนเย็นชา’ แต่วันนี้ไม่มีเขาแค่พยักหน้าเบา ๆ“ตื่นเช้านะครับ” แล้วก้มกลับไปดูโทรศัพท์ ปั้นชาชะงักนิดหนึ่งก่อนตอบ“อือ”คิรินมองซ้ายทีขวาที “พวกมึงทะเลาะกัน?”“เปล่า” ปั้นชาตอบก่อน คีตะก็พูดขึ้นพร้อมกัน “ไม่ได้ทะเลาะ”ทั้งคู่เงียบ คิรินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ “อ๋อ”ปั้นชาหันไปมอง “อ๋ออะไร”“เปล่า”เธอไม่ถามต่อแต่ขณะที่กำลังหยิบขวดน้ำ คีตะก็เดินผ่านหลังเธอ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-25
Read More
6. คนอื่นเข้าใกล้ได้ แล้วทำไมผมไม่ได้
ช่วงเย็นวันศุกร์ปั้นชายืนอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ เธอไม่ได้แต่งตัวจัดมากแค่เดรสสายเดี่ยวสีดำเรียบ ๆ คลุมด้วยเสื้อเชิ้ตบางสีเทา ผมยาวตรงปล่อยลงมาปรกไหล่หน้าม้ายังคงเรียบกริบเหมือนเดิม แต่แค่เปลี่ยนจากเสื้อยืดกับกางเกงอยู่บ้าน ภาพในกระจกก็ดูต่างออกไปมากปั้นชายกต่างหูขึ้นลองเทียบจากนั้นขมวดคิ้วใส่ตัวเอง“แค่ไปคุยงาน” เธอบอกกระจก “ไม่ได้ไปเดต”ประโยคนี้เหมือนพูดเพื่อเตือนตัวเองมากกว่า คนที่นัดเธอคืนนี้ชื่อ ‘พี่แทน’ รุ่นพี่จากคณะเดียวกันสมัยมหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานด้านครีเอทีฟและมีโปรเจกต์จ้างเธอวาดภาพประกอบให้แบรนด์หนึ่ง ตอนแรกแค่จะนัดคุยงานร้านกาแฟแต่พี่แทนบอกว่าทีมงานจะไปนั่งร้านเหล้ากันต่อ ถ้าเธอสะดวกก็ไปด้วยจะได้คุยรายละเอียดและทำความรู้จักคนในทีมปั้นชาคิดอยู่พักหนึ่งสุดท้ายก็ตอบตกลง เธอไม่ได้ออกไปเที่ยวแบบนี้นานแล้ว อีกอย่างอยู่บ้านก็มีแต่… เสียงประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิด ปั้นชาหยุดความคิดทันทีไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงคีตะคุยโทรศัพท์ดังผ่านหน้าห้อง“เออ เดี๋ยวกูไป…ที่เดิมปะ…โอเค”เธอมองประตูก่อนถอนหายใจเบา ๆ ไม่เกี่ยวกับเธอ ตั้งแต่คืนที่เธอบอกเขาว่า ‘รำคาญ’ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจริง ๆ คีตะ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-26
Read More
7. หนีไปตั้งไกล ทำไมยังเจอกันอีก
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังเหตุการณ์เมื่อคืนปั้นชาตื่นตอนเจ็ดโมงกว่าทั้งที่แทบไม่ได้นอน เธอนอนลืมตาอยู่บนเตียงนานมาก ในหัวมีแต่ภาพเดิมวนไปวนมา ใบหน้าคีตะตอนเมา คำพูดของเขา ‘คนอื่นเข้าใกล้พี่ได้ แต่ผมไม่ได้’ แล้วก็จูบนั้นต่อด้วยเสียงฝ่ามือของเธอเอง ปั้นชาหลับตาแน่นแล้วเอาหมอนปิดหน้า“พอ”เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ แต่ยิ่งสั่งให้หยุดสมองก็ยิ่งขยันเปิดซ้ำ ที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือเธอไม่ได้โกรธอย่างเดียวมีอีกความรู้สึกหนึ่งซ่อนอยู่ ความรู้สึกที่เธอไม่อยากแตะต้อง ไม่อยากยอมรับและไม่อยากเรียกชื่อมัน ปั้นชาลุกขึ้นนั่งมองประตูห้อง อีกฝั่งของทางเดินคือห้องคีตะ เธอไม่รู้ว่าเขาตื่นหรือยังและไม่อยากรู้ด้วย อย่างน้อยก็พยายามคิดแบบนั้นมือถือบนโต๊ะสั่น มีข้อความจากรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยเข้ามินท์ : พี่ปั้น สนใจไปค่ายอาสาไหมคะ พอดีมหาลัยเปิดรับเพิ่มปั้นชามองข้อความ ด้านล่างมีโปสเตอร์แนบมาค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนบนดอยทางภาคเหนือระยะเวลาเกือบสองอาทิตย์ เปิดรับนักศึกษา ศิษย์เก่า และอาสาสมัครที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมมีทั้งซ่อมแซมห้องเรียน ทาสี วาดกำแพง ทำสื่อการสอนและกิจกรรมกับเด็ก เธอหยุดตรงคำว่า ‘วาดกำแพง’ เข้าทาง ที่สำคัญไ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-28
Read More
8. ยิ่งลำบากยิ่งหนีกันไม่พ้น
เช้าวันแรกของงานจริงเริ่มต้นด้วยเสียงระฆังเหล็กที่ดังตั้งแต่หกโมงตรง ปั้นชาลืมตาขึ้นช้า ๆ ด้วยสีหน้าของคนที่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องตื่นเช้าขนาดนี้ เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เกือบตีหนึ่งพื้นแข็งอากาศหนาว คนข้าง ๆ พลิกตัวทั้งคืนแล้วตอนนี้มินท์กำลังนั่งเขย่าแขนเธอ“พี่ปั้น ตื่นค่ะ”“ตื่นแล้ว”“แต่ตาพี่ยังปิด”ปั้นชาลืมตา “ตอนนี้เปิดแล้ว”มินท์หัวเราะ “ลุกเร็วค่ะ เดี๋ยวอาหารเช้าหมด”ปั้นชานั่งขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนก้มมองรองเท้าบูตที่วางอยู่ข้างเสื่อของคีตะ คืนก่อนเธอบอกว่าจะคืนให้แต่พอนึกถึงรองเท้าผ้าใบเปียกโคลนของเขา เธอกลับรู้สึกผิดนิด ๆ“พี่จะใส่บูตพี่คีตะต่อไหม” มินท์ถาม“ไม่”“ทำไม ดูเข้ากับพี่ดี”“มันใหญ่”“แต่มันช่วยชีวิตพี่นะ”ปั้นชามอง “ใครบอก”“พี่คีตะ”“เขาพูดอะไร”มินท์ยิ้ม “ก็เล่าว่าพี่เกือบล้ม”ปั้นชาขมวดคิ้ว “เขาเล่า?”“แค่บอกว่าพี่ไม่ชินทางโคลน”“อือ”“แต่หนูว่าพี่คีตะดูเป็นห่วงพี่มากนะ”ปั้นชาหันไปหยิบเสื้อคลุมทันที “ไม่”“หนูยังไม่ได้ถาม”“ก็ไม่”มินท์หัวเราะ “พี่รีบปฏิเสธอีกแล้ว”“ลุก”“ค่ะ ๆ”ตอนลงมาถึงลานโรงเรียนอากาศยังเย็นจัดหมอกลอยต่ำจนมองภูเขาไม่ค่อยชัด อาสาสมัครหลาย
last updateDernière mise à jour : 2026-10-29
Read More
9. ถ้าครั้งนี้ไม่ผลัก ผมจะถือว่าพี่ยอม
เช้าวันต่อมาฝนหยุดแล้วแต่หมอกยังหนาจนยอดเขาฝั่งตรงข้ามแทบหายไปทั้งลูก หลังอาหารเช้าทุกคนถูกแบ่งงานใหม่ เพราะเมื่อคืนต้นไม้ล้มขวางทางและน้ำจากด้านบนไหลเข้ามาใกล้อาคารเรียน ผู้ชายส่วนหนึ่งต้องไปช่วยขุดทางน้ำ ส่วนทีมศิลป์ต้องรีบเก็บรายละเอียดภาพบนผนังก่อนความชื้นจะกลับมาอีก ปั้นชายืนอยู่หน้ากำแพงพร้อมพู่กันในมือ คีตะยืนบนบันไดด้านข้างกำลังซ่อมโคมไฟเก่า วันนี้ทั้งคู่แทบไม่ได้กัดกัน ไม่ใช่เพราะไม่อยาก แต่เหมือนต่างคนต่างระวังมากขึ้นโดยเฉพาะหลังเมื่อคืน หลังจากปั้นชายืนรอเขากลับจากฝนหลังจากทำแผลให้ หลังจากคำว่า ‘ไม่ต้องห่วง’ ที่เธอยังได้ยินอยู่ในหัว มินท์เดินถือถังสีผ่านแล้วหยุด “พี่ปั้น”“อะไร”“เมื่อวานพี่คีตะกลับเข้าที่นอนกี่โมงคะ”ปั้นชาชะงัก “ไม่รู้”“พี่ไม่ได้ทำแผลให้เหรอ”“ทำ”“แล้วไม่รู้ได้ไง”“ทำเสร็จก็แยกกัน”มินท์พยักหน้าแบบทำหน้าไม่เชื่อ “ค่ะ”“ทำหน้าอะไร”“เปล่า”ปั้นชายกพู่กันขึ้น “ถ้าไม่ไปทำงาน เดี๋ยวให้วาดเมฆสามสิบก้อน”มินท์รีบเดินหนีคีตะที่อยู่บนบันไดหัวเราะ ปั้นชาหันไปมอง“ขำอะไร”“พี่ดุคนอื่นด้วย”“แล้ว?”“ดี ผมนึกว่าโดนอยู่คนเดียว”“นายโดนมากกว่าเพราะสมควร”คีตะยิ้ม “กล
last updateDernière mise à jour : 2026-10-31
Read More
10. ถ้าต้องติดอยู่ด้วยกัน ก็อย่าหนีกันอีก
หลังคืนที่จูบกันทุกอย่างระหว่างปั้นชากับคีตะดูเหมือนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แค่เล็กน้อยแต่ชัดพอที่คนรอบข้างเริ่มจับได้ เช้าวันต่อมาปั้นชาลงมากินข้าวตามปกติ คีตะนั่งอยู่ก่อนแล้วพอเธอเดินเข้ามาเขาก็เงยหน้า ทั้งคู่สบสายตากัน มินท์ที่นั่งข้างปั้นชามองสลับไปมาก่อนถามเบา ๆ“ทำไมบรรยากาศเหมือนในซีรีส์เลยคะ”ปั้นชาหันมองเธอ “กินข้าว”“ค่ะ”คีตะกลั้นยิ้ม ปั้นชาเห็น “นายก็ด้วย”“ผมยังไม่ได้พูดอะไร”“หน้าพูด”“หน้าผมหล่อเฉย ๆ”ปั้นชาถอนหายใจแต่คราวนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อน คีตะเลื่อนแก้วกาแฟมาทางเธอ“อเมริกาโน่ไม่หวาน”ปั้นชามองกาแฟที่เขายื่นให้ “ทำไม”“ชงเผื่อ”เธอไม่ปฏิเสธแค่รับมา “ขอบคุณ”คีตะนิ่งไปนิดหนึ่งจากนั้นก็ยิ้ม “ครับ”มินท์ก้มกินข้าวแต่ไหล่สั่น ปั้นชาหันไปมอง“หัวเราะอะไร”“เปล่าค่ะ”“เห็น”“หนูสำลักข้าว”“ยังไม่ได้กินคำใหม่”“สำลักอากาศค่ะ”ปั้นชามองอย่างรู้ทันก่อนเลือกไม่พูดต่อ ช่วงเช้าทุกคนได้รับแจ้งว่าทางด้านล่างยังมีปัญหาเพราะฝนเมื่อคืน ทำให้รถส่งของขึ้นมาไม่ได้บางส่วน วันนี้ทีมช่างต้องลงไปดูทางระบายน้ำด้านล่างโรงเรียน และเสริมแนวกั้นตรงจุดที่ดินเริ่มสไลด์ ทีมศิลป์เองก็ต้องช่วยขนกระสอ
last updateDernière mise à jour : 2026-11-05
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status