LOGIN“จะมาห่วงอะไรกัน น้ำตาลไปกับคุณวิชญ์ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกน่า”
เพียงใจอยากบอกเพื่อนเหลือเกินว่าเพราะไปกับวิชญ์นี่แหละที่ทำให้เธอห่วง
ร่ำลากันแล้วค่อยเดินกลับออกมาจากบ้าน พอดีสวนกับรถของวิชญ์ที่ขับเข้าไปข้างใน เขาไม่ได้มองมาที่เธอ เพียงใจมองตามท้ายรถของเขาไปด้วยสายตาไม่ใคร่สบายใจนัก ลางสังหรณ์ย้ำเตือนเธออยู่ตลอดว่าวิชญ์ไม่ได้จริงจังกับชนิตา แต่แล้วก็บอกให้ตัวเองเลิกคิดในแง่ร้าย บางทีเธออาจกังวลมากเกินไป เพราะชนิตาใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่เสียเมื่อไร ตรงกันข้าม ชนิตาสวยหวาน รู้จักแต่งตัว ฐานะชาติตระกูลก็ดี เทียบกับแอนนิตาแล้วไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย ถือเอาความเป็นเพื่อนสนิท เธอให้ภาษีชนิตามากกว่าแอนนิตาด้วยซ้ำ หากวิชญ์เลือกหนึ่งในสองคนนี้มาเป็นคู่ครอง เธอคิดว่าชนิตาเหมาะสมกว่าด้วยประการทั้งปวง ขอแค่เขาจริงจัง จริงใจอย่างที่บอกก็พอ
แอนนิตาเดินหอบถุงอาหารพะรุงพะรังสองมือเข้ามาในสำนักงาน เพียงใจเห็นแต่ไกลๆแล้ว เลยเลิกมองหันกลับมาเพ่งจอพิมพ์รายงานด่วนต่อไป วิชญ์กำลังมีโครงการใหญ่ที่เกาะฟ้าคราม ที่ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กห่างจากเกาะช้างในจังหวัดตราดไปทางทิศเหนือเกือบๆสามกิโลเมตร ที่นั่นยังไม่มีใครเข้าไปทำกิจการใดๆทั้งสิ้น วิชญ์ศึกษารายละเอียดพร้อมกับได้ผู้ร่วมลงทุนเป็นคนมีอิทธิพลที่เป็นพรรคพวกกันอยู่แถบนั้น และเขากับเคนจะลงไปดูพื้นที่ของเกาะในอาทิตย์หน้านี้
ได้ยินเคนเล่าว่าที่นั่นเดินทางไปมาลำบาก ด้วยว่าอยู่ไกลจากใครพวก วิชญ์ค่อนข้างกังวลกับเรื่องเดินทาง การไปครั้งนี้คงมองหาวิธีการในเรื่องนี้ด้วย ระยะหลังๆมานี้เพียงใจรู้รายละเอียดในเรื่องงานเท่าๆกับที่เคนรู้ เคนปล่อยงานของตนเองมาให้เธอเกือบหมด แทบเรียกได้ว่าเธอเป็นผู้ช่วยของวิชญ์เกือบเท่ากับเคนก็ว่าได้
“นี่เธอ ลุกขึ้นมาช่วยฉันหน่อยสิ”
เพียงใจเงยหน้ามองคนพูดแล้วบอกอย่างสุภาพ
“สักครู่นะคะ” แล้วเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอมเรียกหาแม่บ้าน “ป้าหราอยู่ไหมคะ เพียงรบกวนหน่อยค่ะ”
ไม่นานจากนั้น แม่บ้านวิ่งเข้ามาที่โต๊ะของเพียงใจ แอนนิตาที่หิ้วของมาเต็มสองมือส่งสายตาชิงชังให้เพียงใจอย่างเปิดเผย เพราะต้องการให้เพียงใจลุกขึ้นมาช่วยแต่นี่กลับสั่งคนอื่นมาทำแทน แอนนิตาเลยกระแทกถุงใส่มือแม่บ้านของสำนักงานที่เพียงใจเรียกให้มาช่วย ก่อนสะบัดก้นเดินไปทางห้องของวิชญ์ ไม่ลืมสั่งเสียงแหลม
“จัดของใส่จาน แล้วยกเข้ามาด้วย”
คล้อยหลังแอนนิตาแล้ว ป้าหราหันมาสบตากับเธอ เพียงใจเลยสำทับอีกที “ตามที่คุณเขาบอกนั่นแหละค่ะ”
น่าแปลกที่ไม่นาน แอนนิตาเดินฉับๆออกมาจากห้องเพียงลำพัง ใบหน้าสวยที่ตกแต่งมาอย่างดีบูดบึ้งต่างจากตอนเข้าไปลิบลับ ที่สำคัญไม่มีวิชญ์ตามออกมาแบบทุกทีเสียด้วย เพียงใจมองตามหลังแล้วก้มหน้าทำงานต่อ จัดแจงเอกสารเรียบร้อยแล้วถือแฟ้มเดินไปส่งให้วิชญ์ในห้อง รอจนเขาอ่านรายละเอียดเรียบร้อย ลงลายมือชื่อ จึงรับคืน แต่ยังไม่ออกไปในทันที วิชญ์มองท่าทีเรียบสงบนั้นแล้วจึงถามขึ้น
“มีอะไรอีก”
เพียงใจเหลือบมองเวลาเมื่อเห็นว่าเลยเวลางานมาชั่วโมงกว่าแล้วจึงตัดสินใจคุยกับเขาตรงๆอีกครั้ง ที่ไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นเรื่องของชนิตา
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณค่ะ”
“ว่ามาสิ”
“เรื่องของน้ำตาล”
วิชญ์ที่ตอนแรกหน้าเครียดอยู่ค่อยคลายลงแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “น้ำตาล? ทำไม”
“ฉันอยากแน่ใจว่าคุณจะไม่หลอกเพื่อนของฉัน”
“ทำไมผมต้องหลอกเพื่อนของคุณด้วย”
“ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจและอยากคบหากับน้ำตาลจริงๆ ฉันจะขอบคุณคุณมาก แต่หากว่าคิดเล่นๆ …”
วิชญ์ยิ้มมุมปากก่อนว่า “อื้อม์...จะพูดแบบไหนดีคุณถึงจะเข้าใจ เอาอย่างนี้ ผมคิดว่ามันเป็นความพึงพอใจของผมกับเพื่อนของคุณนะ ให้เข้าใจแบบนั้นก็แล้วกัน ผมกับเขาจะคบกันจริงๆหรือแค่เล่นๆ แล้วคุณมาเกี่ยวอะไรด้วย”
วิชญ์จงใจส่อเสียด คนอย่างเขาคงไม่มีเพื่อนแท้ละมัง แต่ไม่ใช่แบบที่เธอกับชนิตาเป็น เพียงใจรักและหวังดีต่อเพื่อน อะไรที่มองเห็นว่าจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด เจ็บช้ำใจจึงไม่อยากให้ไปข้องแวะกัน และเธอก็มองเห็นว่าวิชญ์เป็นสิ่งไม่ดีที่กำลังเข้ามาในชีวิตของชนิตา
“ฉันห่วงน้ำตาล กลัวจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนไม่ดี”
“อย่างนั้นหรอกเหรอ”
วิชญ์ย้อนถาม สายตาตวัดมองกลับคล้ายมีแววไม่พอใจบ้างแล้ว แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ วิชญ์ก็รู้ว่าเพียงใจกล่าวหาเขาว่าเป็นคนไม่ดีที่มีเล่ห์เหลี่ยมไว้หลอกคนอื่น
เขาเป็นแบบนั้นเสียที่ไหน!
เพียงใจถอนหายใจยาวก่อนพูดเหมือนคนหมดหนทาง
“และถ้าคุณไม่ได้จริงจังจริงๆ ฉันขอร้องเถอะนะคะ อย่าให้ความหวังเพื่อนฉันเลย”
“นี่เรากำลังเจรจาตกลงเรื่องผลประโยชน์หรือไง” วิชญ์ถามหมิ่นๆ ก่อนว่าต่อ “คิดว่าตัวเองมีอะไรมาแลกล่ะ”
“คุณต้องการอะไรล่ะคะ...”
“เดี๋ยวนะ ก่อนจะเข้าใจผิด ถ้าคิดเอาตัวเข้าแลก บอกเลยว่าแบบนี้ …” วิชญ์ปรายตามองคนตรงหน้าด้วยสายตาหมิ่นๆแบบเดิมแล้วว่าต่อ “...อย่าเอาไปแลก ไม่มีใครอยากแลกด้วยหรอก” วิชญ์ย้อนคืนอย่างเจ็บแสบนัก แต่เพียงใจยังคงสีหน้าราบเรียบดังเดิม วิชญ์เลยจบการเจรจาด้วยการไล่กลายๆ “มีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีก็เชิญ”
เพียงใจจำใจถอยกลับมาจากห้องทำงานของเขา
การพูดคุยกันเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย วิชญ์ไม่ยอมถอยออกมาจากชนิตา หากว่าจริงจังทำไมไม่พูดออกมาตรงๆ ทำแบบนี้เธอกลัวใจเขานัก และก็กลัวว่าชนิตาจะผิดหวังอีกด้วย
ถัดจากนั้นมาอีกไม่กี่วันขณะเข้างานมาได้ครู่เดียว ป้าแม่บ้านเข้ามาเลียบๆเคียงๆถาม “รู้ข่าวคุณเคนหรือยังคะ”
“มีอะไรหรือคะป้าหรา”
“ก็โดนพวกที่ไหนไม่รู้ซ้อมจนซี่โครงหัก ตอนนี้นอนอยู่ในไอซียูน่ะสิคะ”
ตกใจอยู่ได้ไม่นาน วิชญ์เดินผ่านเข้ามาพร้อมเรียกให้ตามเข้าไปในห้อง เพียงใจตามเข้าไปแล้วหลังจากสั่งงานเสร็จ เขาถามขึ้นแบบเดียวกับป้าหราไม่ผิดเพี้ยน
“รู้เรื่องเคนแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ”
“เธอคงต้องไปแทนเคน เดี๋ยวกลับไปเก็บกระเป๋า บ่ายโมงเราจะออกเดินทางกัน” เพียงใจรับคำอย่างไม่อิดออดแล้วตรงกลับไปที่หอพักเพื่อเก็บเสื้อผ้าตามที่เขาสั่งการทันที พอกลับมาที่สำนักงานก็พบว่าแอนนิตาอยู่ที่นี่ด้วย
“นะคะ ขอนิต้าไปด้วย”
“ผมไปทำงานนิต้า”
“นิต้าสัญญาว่าจะไม่กวนค่ะ”
เพียงใจมองชายหญิงสองคนที่กำลังโต้เถียงกระเง้ากระงอดด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำเอาวิชญ์หน้าชาไปถนัด แล้วเลี่ยงออกไปรอที่รถ โดยมีวิชญ์มองตามอย่างไม่ใคร่พอใจนัก
เธอไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูดแต่แววตาที่ใช้กับเขาเมื่อครู่ มันทำให้วิชญ์คันยุบยับในหัวใจยิ่งนัก ร้ายจริงๆยัยแว่น!
เพียงใจเดินออกมาพร้อมความคิดที่ว่า เขาทำทีเป็นสนใจชนิตาเพื่อนของเธอ และก็ยังนัวเนียสนิทสนมกับแอนนิตาอยู่ เธอไม่เห็นความเหมาะสมของเขากับชนิตาเลยสักนิด กลัวนักว่าชนิตาจะช้ำใจเพราะคนมากรักแบบนี้
วิชญ์ถามกลับด้วยความรำคาญ ไม่ทันจะได้คุยอะไรกันอีก วิชญ์ก็ถลาเข้าไปหาคุณอานนท์ เขาเกือบเข้าไปประคองบิดาไม่ทัน เมื่อคุณอานนท์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแล้วเซคล้ายจะล้มลงไปกองที่พื้น นาทีต่อจากนั้นถึงได้เริ่มโกลาหลขึ้น รถพยาบาลถูกตามเข้ามารับตัวคนป่วยในเวลาไม่นานจากนั้น แพทย์แจ้งว่าคุณอานนท์หัวใจวายเฉียบพลันจนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนวิทยาการทางแพทย์ล้ำไปมากทีเดียว คุณอานนท์ผ่าตัดไม่กี่วันก็ลุกขึ้นยืนเดินและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีไม่กี่อย่างที่หมอสั่งห้ามและคนป่วยก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี วิชญ์ไม่ได้เข้าไปดูบิดาของเขาแม้แต่วันเดียว ความเจ็บปวดที่มีในความทรงจำของชายหนุ่มสร้างทิฐิสูงลิบ แม้อีกฝ่ายจะล้มหมอนนอนเสื่อ กำแพงที่คนเป็นลูกสร้างขึ้นมาก็ไม่ได้ทลายลงแม้แต่นิดเดียว ทุกเรื่องผ่านเคนผู้ช่วยมือขวาของเขา คุณอานนท์ปลอดภัยดีและออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา วิชญ์รับรู้แค่นั้นอรสานั้นออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านแล้วเช่นกันส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพียงใจกับวิชญ์ก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนั้น เพียงใจทำงานกับเขาเป็นปกติ พูดคุยเฉพาะเรื่องงาน ไม่สบตาเขาเพราะเรื่องราวที่หวาดกลัวในใจยังไม่กระจ่าง
หากเธอเป็นลูกของอรสา ที่มีบิดาเป็นคุณลุงอานนท์ ถ้าอย่างนั้น วิชญ์กับเธอ...ก็คือพี่น้องกันน่ะสิ!“มองหน้าแปลกๆ มีอะไรจะพูดก็พูดมา”อรสาที่นั่งเอนหลังพิงเตียง หยิบผลไม้บนโต๊ะกินแล้วถามเสียงห้วนๆใส่เพียงใจ หลังจากได้ยินเรื่องในห้องน้ำ เพียงใจรู้สึกว่าใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนสลับหนาวแปลกๆ แต่จะออกปากถามตรงๆก็กลัวความจริงที่ได้ยิน“ไม่มีอะไรค่ะ แล้วนี่...คุณลุงอานนท์มาเยี่ยมป้าสาหรือยังคะ”อรสาว่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยัง”“ให้เพียงเฝ้าไหมคะคืนนี้”“ไม่ต้องหรอก เออ...ป้าว่าจะถามแก หายไปไหนไม่มาเยี่ยมป้าเลย”ก็วันที่เธอหายไปนั่น มันมีเรื่องขึ้นมาอีก เรื่องที่ทำให้เพียงใจใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้วหากว่าเป็นความจริง ตอบท่านไปตามความจริง“ไปธุระเรื่องงานกับคุณวิชญ์มาค่ะ”อรสาหยุดเคี้ยวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนแสงลง “ต่างจังหวัดเหรอ”“ค่ะ”“อือ ดีแล้ว ทำตัวดีดี เขาจะได้รักเอ็นดูแก สงสารแกบ้าง’อรสาไม่ว่าอะไรอีก เพียงใจอยู่ด้วยอีกครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็ไล่ให้กลับหอพักไปเพราะดึกแล้วจะเดินทางลำบาก เพียงใจร่ำลาผู้เป็นป้าแล้วเดินกลับออกมาพร้อมความคิดวนเวียนเรื่องที่ได้ยินนั่นอีกครั้งหากเธอกับวิช
เพียงใจเลยต้องตามชนิตามาที่ร้านของอิทธิในที่สุด งานวันเกิดของอิทธิไม่ได้จัดเลี้ยงแบบทุกปี คงเพราะเจ้าตัวบ่นว่าไม่อยากเห็นตัวเลขบนเค้ก เลยเป็นการกินอะไรกันง่ายๆกับเด็กในร้าน แถมร้านยังเปิดให้บริการอีกด้วย เจ้าของร้านบ่นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะปิดร้านบ่อยๆก็ใช่ที่ เลยแบ่งโซนเอาไว้จัดเลี้ยง คนไหนกินอิ่มให้ผลัดเพื่อนมากินบ้าง บรรยากาศแบบพี่น้อง สบายๆอย่างที่อิทธิต้องการให้เป็น นั่งกันได้ครู่ใหญ่ ชนิตาเดินแยกออกไปรับสายสนทนาเห็นหลังไวไวว่าเปิดห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว บนโต๊ะเลยมีเจ้าของวันเกิดนั่งกับเพียงใจสองคน“เป็นไงบ้างงานเรา” อิทธิถามขึ้นทำลายความเงียบ ผิดสังเกตบ้างกับท่าทีเซื่องซึมของเพื่อนน้องสาว ปกติเพียงใจไม่ใช่คนร่าเริงแบบชนิตา แต่ก็ไม่ใช่แบบที่จะมานั่งหงอเช่นนี้เพียงใจรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติกลับมาตอบ “...เรื่อยๆค่ะ”“นี่สนใจมาช่วยที่ร้านพี่ไหม”“ให้เพียงทำอะไรคะ”“เราเคยทำอะไรมา ผู้ช่วยนายวิชญ์ไม่ใช่เหรอก็มาช่วยงานพี่ที่ร้านนี่ไง เวลาพี่ไปออกทริป จะได้มีคนคอยดูแล”“อ้าว แล้วคุณเหมียวละคะ” เพียงใจที่พอรู้จักกับคนในร้านบ้าง ถามถึงผู้จัดการร้านของอิทธิ“ลาออกไปแล้ว”“เหรอคะ”“เจ้าน
“ถึงแล้วหรือคะ” วิชญ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงต่อตั้งใจจะจุมพิตคนตรงหน้าให้จงได้ เพียงใจที่เพิ่งตื่นและสติเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้วเบี่ยงหน้าหลบได้ทัน คนจ้องเอาเปรียบเลยได้ทาบลงที่ซอกคอของเธอแทน แต่ตรงนี้เขาก็ถือว่ายังกำไรอยู่ดี ตรงไหนบนตัวของเพียงใจก็ได้ทั้งนั้น เขาชอบทั้งหมดบนเนื้อตัวนุ่มนวลนี่ บอกได้เลย “นี่คุณจะทำอะไรอีก” เพียงใจถามทั้งที่ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ วิชญ์ตอบโต้งๆแบบคนหน้าด้าน ไม่รู้จักพอ “จูบ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าเขาให้พ้นไปพร้อมกับว่าเสียงแข็ง “คนอะไรไม่มียางอาย” คนไม่มียางอายรับคำด้วยใบหน้าภาคภูมิใจเสียหนักหนา “ขอบคุณ” เพียงใจเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูหอบของข้างๆตรงที่วางเท้าเดินจากไปโดยไม่มองกลับมาที่เขาอีกเลย วิชญ์มองตามจนหญิงสาวลับตาไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล้วกระตุกยิ้มอย่างดูแคลนหึ! ผู้หญิง! กลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในช่องท้องจนอยากจะสำรอกออกมานัก ทยอยเก็บของออกจากกระเป๋าจนหมด ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาหัวหนักอึ้งรา
“จะทำอะไรน่ะเหรอ ถามเป็นพวกไร้เดียงสาไปได้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูดีมีราคาขึ้นหรอกนะ”บัดนี้เลือดลมในกายของวิชญ์ลุกโหมไหม้ด้วยไฟราคะเมื่อใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ เพียงใจมีผิวนวลเนียนนุ่มละมุนทั้งยังมีกลิ่นกายแบบที่ปลุกกำหนัดของวิชญ์ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดกับคู่ขาคนใดมาก่อน แถมทรวดทรงยังเย้ายวนอารมณ์ปรารถนาเสียจนคนมองแทบลืมหายใจ หัวใจชายหนุ่มกระหน่ำเต้นแรงและเร็ววิชญ์ดึงเธอให้โน้มลงไปแนบฝีปากกับเขา ได้ยินเขาครางในลำคออึดใจเดียวก่อนจะถูกจุมพิตชนิดที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปเลยทีเดียว เพียงใจรู้สึกว่าตัวของเธอกำลังลอยอยู่ในอากาศ อาการที่ถูกจูบจนตัวลอยเป็นแบบนี้เองหรือไร พอลืมตามองถึงได้พบว่าตัวของเธอลอยหวือในอากาศจริงโดยมีวิชญ์โอบอุ้มเอาไว้ เขารัดเธอเสียแนบแน่นแล้วยอมปล่อยริมฝีปากที่บดคลึงอย่างดูดดื่มออก วิชญ์พาเข้าไปในห้องของเขาเพียงใจที่เพิ่งรู้สติจึงออกแรงดิ้นรนอีกครั้งพร้อมกับต่อสู้ให้หลุดพ้นจากเขา“ปล่อยฉัน!”มีหรือที่คนโกรธจนหน้ามืดจะปล่อยไปง่ายๆ วิชญ์บอกตัวเองว่าเขาไม่ได้พิศวาสแม่นี่เท่าไรนักหรอก แต่เพราะอยากกำหราบให้หมอบราบลงก็เท่านั้น เพียงใจถูกดึงรั้งให้ลงไปนอนราบบนเตียง บรรเลงกิจกรรมระหว่างช
เพียงใจเดินออกมาพร้อมความคิดที่ว่า เขาทำทีเป็นสนใจชนิตาเพื่อนของเธอ และก็ยังนัวเนียสนิทสนมกับแอนนิตาอยู่ เธอไม่เห็นความเหมาะสมของเขากับชนิตาเลยสักนิด กลัวนักว่าชนิตาจะช้ำใจเพราะคนมากรักแบบนี้ ไม่รู้ว่าวิชญ์สลัดแอนนิตาจนหลุดมาได้อย่างไร เขากระโดดขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล้วกระชากตัวออกสู่จุดหมายโดยไม่มีการพูดจาใดๆตลอดทาง หากคุยก็มีเพียงเรื่องงานเท่านั้น เพียงใจคิดว่าเธอควรคุยกับเขาอีกครั้ง และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะคุยในเรื่องของชนิตา เธอไม่วางใจจริงๆที่เขามาตอแยเพื่อนของเธอแบบนี้ ชนิตาหัวอ่อนและไม่ทันเหลี่ยมของวิชญ์แน่ๆ เธอทำงานกับเขามาพักใหญ่ คิดว่าตนเองรู้จักเขาดี วิชญ์กำลังเล่นเกมหรืออาจมีแผนร้ายอะไรอยู่ในหัวก็เป็นได้ เกาะฟ้าครามเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยขาวละเอียดและสะอาดที่สุดในแถบทะเลภาคตะวันออก น้ำทะเลสีฟ้าครามสมกับชื่อของเกาะ ด้านหลังมีทะเลสาบสองแห่งด้านหน้ามีแนวปะการังที่น่าดำน้ำลงไปดูอย่างยิ่ง ทั้งยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายรอบแนวปะการังอีกด้วยบนเกาะมีบ้านสไตล์ลอฟท์ที่วิชญ์สั่งให้ก่อสร้างเอาไว้สำหรับเป็นที่พักของเขา หากเริ่มมาจัดการ







