FAZER LOGIN“ผมอยากมาคุยกับลูก” ได้ยินเขาพูดมาแบบนั้น เพียงใจขมวดคิ้วก่อนจะไล่อีกรอบ “ออกไปก่อนที่ฉันจะอาเจียนเพราะเห็นหน้าคุณ” “ไม่เอาน่า ผมรู้นะว่าคุณอยากเอาคืนผมเท่านั้นเอง ไม่ได้แพ้อะไรนั่นสักหน่อย” “อุ๊ อ้วก!” เสียงอาเจียนดังมาจากคนบนที่นอน เพียงใจปิดปากแล้วคว้าถังขยะด้านข้างเตียงขึ้นมาวางบนตักก่อนจะพ่นของในท้องออกมาจนหมด วิชญ์ยืนมองด้วยสายตาตกใจ ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล“นี่คุณแพ้ขนาดนี้เชียวเหรอ”อาเจียนจนหมดท้องแล้วเงยหน้าไล่เขาอีกครั้ง “ออกไปได้หรือยังคะ”“โธ่ เมียจ๋า ผมขอโทษ”“ออกไป!”“ฟังผมหน่อยได้ไหม กับเด็กนั่นผมไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ผมรู้ว่าเด็กมันอาจคิด ใช่ล่ะ แต่ผมไม่ได้เปิดโอกาสให้นี่แล้วตอนนี้เขาก็ลาออกไปแล้วด้วย”“เพราะไม่ได้คิดไงคะคุณถึงได้ทำแบบนั้น ถ้าคิด...คงไม่เป็นแบบนี้”“โอเค ผมขอโทษ”“จบหรือยัง จบแล้วก็ออกไป”“ไม่อาว ให้ผมนอนด้วย”เพียงใจไล่เสร็จ ตะโกนเรียกเสียงดัง “ออกไปเดี๋ยวนี้นะ เด็กๆ”ไม่นานจากนั้นสาวใช้ก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับบอกคนเป็นนายอีกคน“คุณวิชญ์คะ...ออกไปก่อนเถอะค่ะ”วิชญ์ส่งสายตาหงอยๆให้คนบนเตียง แต่เพียงใจไม่มอง เธ
“ถ้าฉันทำให้คุณไม่สบายใจนัก อยากเลิกกัน ก็ได้นะคะ”“คุณพูดเรื่องเลิกกันทำไม ผมยังไม่ได้ไปถึงเรื่องนั้นเลยนะ อ๋อ...หรืออยากไปคบกับไอ้อิทธิ” พูดแล้วมันขึ้น วิชญ์โกรธจนหน้าแดง “กลับกรุงเทพแล้วเราค่อยคุยกันอีกที”เพียงใจผละไปที่กระเป๋าถือของเธอ บอกขณะยืนล้วงของออกมาจากในนั้น “ไม่ต้องคุยกันแล้วล่ะค่ะ ฉันเตรียมมาให้แล้ว”ได้ยินแบบนั้นใบหน้าของวิชญ์ขึ้งเครียด แดงจนดำและเขียวเพราะความโกรธ เขาเข้ามากระชากแขนของหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของตน แต่เพียงใจก็ยืนนิ่งเธอไม่ขยับหนี ไม่สู้ และเมินไม่มองหน้าเขาด้วย “สะดวกเซ็นเมื่อไรก็จัดการได้เลยนะคะ ส่วนของฉัน เซ็นเอาไว้แล้ว”วิชญ์ปล่อยมือออกจากเธอ เขากระชากกระดาษแผ่นนั้นไปถือแล้วมองอย่างอาฆาตมาดร้าย เขาหย่ากับชนิตามาแล้วเพราะไม่ได้รัก ที่แต่งงานกัน จะด้วยอะไรก็แช่งแม่งมันเถอะ แต่เขาไม่มีทางหย่ากับคนตรงหน้านี้แน่ มองหน้าเพียงใจครู่แล้วต้องผละออกไปเสียเอง ต่างคนต่างไม่พอใจพูดไปสถานการณ์ไม่มีทางดีไปกว่านี้แน่ วิชญ์อยู่ที่บ้านพักชายทะเลด้วยจนถึงวันกลับ ทันทีที่มาถึงบ้านเพียงใจตรงไปห้องแล้วลงมือเก็บของใส่กระเป๋า โดยมีวิชญ์ตามเข้ามายืนมองด้วยสายตาเกรี
“ขอบใจมากน้ำผึ้ง”“แล้ว ของพี่เพียงล่ะคะ ให้น้ำผึ้งเตรียมอะไรไว้ไหมคะ”“ไม่ต้องหรอก รายนั้นเขาไม่มา” วิชญ์บอกแล้วรับแก้วเครื่องดื่มจากพนักงานเสิร์ฟขึ้นจิบ มองบรรยากาศในงานด้วยสายตาว่างเปล่า เวลาเดียวกันนั้นเองที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้าน คุณสำลีเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่เป็นสะใภ้ นั่งลงใกล้แล้วถาม“มานั่งทำไมอยู่นี่ลูก คืนนี้มีงานเลี้ยงไม่ใช่หรือไง”เพียงใจละสายตาจากโทรทัศน์เบื้องหน้ามาตอบท่าน “ค่ะคุณแม่”“ทำไมไม่ไปเล่า”“เพียงเหนื่อยๆน่ะค่ะ ไม่อยากไปนั่งที่คนจอแจด้วย”“แล้วตาวิชญ์ล่ะ” ท่านถามแล้วก็เดาเอง “อย่าบอกนะว่าไป”“ค่ะ”“ไปแต่งตัวเลย แม่จะไปปล่อยแก่เสียหน่อย เร็วเข้า”จนแล้วจนรอดเพียงใจจึงต้องมางานเลี้ยงในคืนนี้จนได้ คุณสำลีแวะทักทายพนักงานอาวุโสที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าสุด ส่วนเธอเองเดินไปดูซุ้มอาหาร เห็นหลายๆรายการหมดไปแล้ว อดเปรี้ยวปากไม่ได้เมื่อเดินผ่านซุ้มหนึ่งที่มีมะม่วงน้ำปลาหวานใส่จานดูน่ากินเชียวก่อนจะกวาดสายตาหาสามีของตนเอง เมื่อไม่เห็นเลยเลี่ยงออกไปที่สวนด้านข้างบริเวณที่จัดงาน มองขึ้นไปบนฟ้าเห็นจันทร์ส่องแสงนวลสว่างตา อากาศเย็นลงแล้วดีที่หยิบเสื้อคลุมมาด้วยไม่อย่างนั้นคงหนาว
“พี่อิทธิ”“ใครป่วย เจ้ากาย หรือ เจ้ากล้า”ส่ายหน้าแล้วบอกยิ้มๆ “ไม่มีใครเป็นอะไรค่ะ พากล้ามาฉีดวัคซีน”“เหมือนกันเลย ใบพลูก็มีนัดฉีดวัคซีน”เพียงใจถามอิทธิเมื่อทั้งเจ้ากล้าบุตรชายของเธอ กับใบพลูบุตรสาวของอิทธิ ฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองร้องไห้จ้าอยู่ครู่พอชวนไปเล่นต่อที่ลานเด็กเล่นในชั้นตรวจของเด็กก็เงียบเสียงไปพร้อมๆกัน เพียงใจนั่งลงที่ชุดเก้าอี้ตัวเดียวกับอิทธิ แล้วถามถึงเพื่อนรักที่เดินทางไปต่างประเทศเกือบปีแล้ว “น้ำตาลเป็นยังไงบ้างคะ เงียบไปเลย”“มีฝรั่งมาจีบ”“เหรอคะ”“นี่พี่ว่าจะตามไปดูหน้าไอ้ฝรั่งนั่นหน่อย”“น้ำตาลโตแล้วนะคะ ยังหวงน้องอยู่อีก แบ่งไว้หวงใบพลูเถอะค่ะ”“ไม่ได้หวงอะไรเลย พี่แค่อยากดูหน้ามัน แล้วนี่ทำไมมากันสามคน นายวิชญ์ไปไหนเสียล่ะ” อิทธิถามจี้เพราะไม่เคยเห็นว่าเพียงใจจะไปไหนตามลำพังกับลูก บวกกับที่เห็นวิชญ์ไปงานเลี้ยงกับเด็กสาวคนหนึ่งเมื่อคืน แต่เลือกที่จะหุบปากเอาไว้ไม่อยากเอ่ยถาม ไม่อยากคิดล่วงหน้าไปก่อน คิดทีไรเป็นไปตามนั้นทุกที“เขาไม่ว่างค่ะ เพียงเลยมากับลูกสองคน”“มากันยังไง”“คนขับรถมาส่งค่ะ”“แล้วนี่รอตรงไหน”“ไปส่งคุณแม่ที่วัดแล้วค่ะ”“ขากลับหาทางกล
เช้าวันรุ่งขึ้น วิชญ์ออกไปก่อนหน้าที่เธอจะตื่นเสียอีก เพราะวันนี้เธอตื่นสายกว่าปกติ เขาคงแวะไปส่งลูกๆที่โรงเรียนให้แล้ว เพียงใจจึงตรงไปที่สำนักงาน เธอเดินเข้าไปด้านในก็พบว่ามีสายตาแปลกๆหลายๆคู่ของพนักงานในนั้นมองตามมา เธอส่งยิ้มให้แล้วถามเมื่อเห็นว่ามีพนักงานคนหนึ่งจ้องหน้าเธออยู่ “มีอะไรกันหรือ”“ปะ เปล่าค่ะ” เหมือนพนักงานคนนั้นจะเพิ่งรู้ตัว ตะกุกตะกักตอบแล้วหลบตาวูบไป เพียงใจไม่ได้ให้ความสำคัญกับตรงนั้น หญิงสาวเลยเดินผ่านไปเพื่อเข้าห้องทำงานของตนเอง ลับหลังเพียงใจ เสียงที่คุยกันเมื่อครู่ดังขึ้นอีกครั้ง‘หน้าตาแกออกซื่อ ไม่น่าเชื่อนะว่าจะแย่งสามีของเพื่อน’ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา ‘ก็หน้าตาเงียบๆแบบนี้น่ะแหละ ร้ายนักล่ะ’ เพียงใจมัวยุ่งกับงานเอกสารที่ผู้ช่วยของเธอนำมาวางไว้ให้บนโต๊ะ จนผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้วจึงลุกจากเก้าอี้เพื่อไปหาวิชญ์ที่ห้องทำงานของเขา แต่เด็กหน้าห้องเขาบอกว่าวิชญ์ออกไปข้างนอกก่อนหน้าเธอไม่นานนี่เอง จึงกลับมาด้วยความผิดหวังหน่อยๆ วันนี้เขามีธุระที่ไหนนะ ปกติไปไหนจะมาบอกเธอก่อนนี่นา เพียงใจตัดความคิดวุ่นๆในหัวออก แล้วตรงไปจัดการกับงานของตนเองต่อจากนั้น
เด็กสาวบอกเสียงใส “ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ”“ขอโทษด้วยนะที่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” บอกเสียงเบาหวิว แล้วพากันเงียบไป ลมพัดโชยมาเบาๆวูบหนึ่ง เด็กสาวถึงได้บอกขึ้นด้วยกระแสเสียงราวกับว่าเกรงใจ “น้ำผึ้งมารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณวิชญ์หรือเปล่าคะ”“ไม่นี่” วิชญ์บอกจบ ถามทำลายบรรยากาศความเงียบนั้น “เป็นยังไงบ้าง ทำงานกับที่นี่”“ดีมากๆเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ผ่านโปรฯ ได้เป็นพนักงานประจำค่ะ” บอกด้วยเสียงนอบน้อม วิชญ์ยิ้มก่อนให้กำลังใจ“ผ่านโปรฯอยู่แล้วล่ะ เท่าที่ดูคุณก็เก่งอยู่พอตัวเลยนะ”ได้ยินคำชมจากปากของวิชญ์ เด็กสาวก็ยิ้มพลางถอนหายใจ ชวนเขาคุยบ้าง “เอ่อ...น้ำผึ้งได้ยินมาว่าโครงการบนเกาะคุณวิชญ์วางแปลนเองทั้งหมดเลยหรือคะ”“อือ”“น้ำผึ้งตามอ่านประวัติของคุณวิชญ์เพิ่มอีกนะคะว่ากิจการบนเกาะฟ้าครามคุณวิชญ์สร้างขึ้นด้วยตัวเองไม่ได้ใช้เงินของคุณท่าน”เสียงคุยดังเจื้อยแจ้วกล่าวถึงบิดามารดาของเขาในตอนท้ายด้วย วิชญ์ไม่ได้ว่าอะไร เขาทำเพียงยิ้มเป็นคำตอบเท่านั้น ครั้นเด็กสาวเห็นแล้วก็กล่าวชื่นชมเขาต่อ“คุณวิชญ์เก่งมากๆเลยค่ะ ก่อนมาสมัครงานที่นี่น้ำผึ้งเคยอ่านบทสัมภาษณ์ เห็นแต่ในภาพแค่นั้นก็ว่







