LOGIN“นี่คุณวิชญ์ก็ไม่อยู่ ท่านเลยยิ่งเหงา” ชะม้อยคล้ายบ่นมากกว่าจะเล่าให้ฟัง ขณะเดินนำเข้ามาในบ้านแล้วพาตรงไปจนถึงห้องพักของคุณสำลี เคาะสองสามครั้งค่อยเปิดออกพร้อมบอกกล่าวให้ผู้เป็นนายรับรู้
“คุณท่านคะ แม่หนูคนที่ถามหามาเยี่ยมแล้วค่ะ”
เพียงใจยิ้มกว้างกว่าทุกทีที่เคยยิ้มมาในชีวิตแล้วตรงเข้าไปทักทายคุณสำลีอย่างนอบน้อมเจียมตัว “สวัสดีค่ะคุณท่าน”
“นึกว่าไม่อยากมาดูคนแก่เสียแล้ว” เสียงคุณสำลีคล้ายจะงอนเล็กน้อย เพียงใจจึงได้คงรอยยิ้มเอาไว้เช่นนั้น บอกเสียงนุ่มนวลกับท่าน
“หนูติดธุระค่ะเลยไม่ได้มาเยี่ยม คุณท่านรับประทานอะไรหรือยังคะเช้านี้”
ชะม้อยที่ยืนอยู่ข้างๆรีบบอก “ยังเลยค่ะ เพิ่งเตรียมอาหารเสร็จกำลังให้เด็กยกมาให้ค่ะ”
เพียงใจรู้มาจากชะม้อยว่าคุณสำลีไม่ได้นอนนิ่งๆอยู่แต่ที่เตียงตลอดเวลาอีกแล้ว จึงพาท่านลุกย้ายมานั่งรถเข็นพาออกไปรับแดดอ่อนๆยามเช้าที่ระเบียงข้างนอก แม้จะไม่ได้นอนนิ่งๆบนเตียง แต่ก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากพอจะเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกนัก
หญิงสาวรบเร้าให้คนเพิ่งฟื้น ช่วยเหลือตนเอง เริ่มจากอาหารเช้า ด้วยการให้ตักอาหารกินเอง คุณสำลีไม่อิดออด พอได้คนกระตุ้นไม่ตามใจทุกเรื่องแบบชะม้อยเลยดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง โดยมีเพียงใจคอยพูดคุยเรื่องข่าวสารดีดีให้ฟังไปพลางขณะรับมื้อเช้า
เรียบร้อยจากอาหารตรงหน้าแล้วจึงเข็นรถพาท่านออกไปที่สวนพร้อมกับชวนคุยไปด้วย นานร่วมชั่วโมงถึงพาท่านเดินในระยะทางสั้นๆ คุณสำลีมีท่าทางกลัวอยู่บ้าง แต่พอพ้นก้าวที่สามท่านดูมั่นใจมากยิ่งขึ้น
“นี่ถ้าคุณวิชญ์มาเห็นต้องบ่นแน่ๆเลยนะป้า” สาวใช้วัยรุ่นบอกกับชะม้อยเมื่อเห็นว่าคุณท่านลุกออกมาเดินบ้างแล้ว
“จะบ่นเรื่องอะไรนังหนู”
“คุณวิชญ์อะไรก็ไม่ให้คุณท่านทำน่ะสิ จะให้แต่นอนอย่างเดียวเลย”
“ต้องลุกเดินแบบนี้นั่นแหละย่ะ ถึงจะหาย นอนแต่บนเตียงซมกันพอดี”
ชะม้อยว่าอย่างเห็นด้วยกับทางเพียงใจมากกว่า เข้าใจว่าบุตรชายน่ะห่วงมารดา กลัวว่าลุกออกมาเดินเล่นแล้วจะล้มลงไปอีก ไหนจะพากันตามใจคุณสำลี พอท่านไม่มีกะจิตกะใจอยากขยับตัว ทุกคนเลยเหมือนจะเห็นด้วยคล้อยตามเสียอย่างนั้น
แต่เพียงใจกลับทำในสิ่งตรงข้ามกับที่ทุกคนคิด เด็กคนนั้นพาคุณท่านออกจากที่เดิมๆ กระตุ้นให้คุณท่านช่วยเหลือตัวเอง นี่ขนาดว่ามาไม่กี่ครั้งคุณท่านของเธอยังดูสดใสขึ้นจนสังเกตเห็นได้ หากมาบ่อยอีกหน่อยรับรองว่าคุณท่านของชะม้อยต้องหายอย่างแน่นอน
“หนูจะมาได้อีกเมื่อไร”
ชะม้อยถามขณะออกมาส่งที่หน้าบ้านหลังจากที่เพียงใจพาเดินไปสองรอบแล้วให้นั่งพักต่อ ก่อนส่งคุณสำลีเข้าห้องในเวลาต่อมา เธอจึงขอตัวกลับ
“ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ เอาไว้ถ้าหนูสะดวกจะพยายามมาให้ได้บ่อยๆนะคะ รบกวนคุณป้าดูแลอย่างที่หนูบอกไว้ด้วย กระตุ้นท่านให้ช่วยเหลือตัวเองมากๆ หนูคุยกับคุณพยาบาลแล้วค่ะ อาการแบบนี้ถ้าได้ขยับเขยื้อนตัวเองบ่อยๆ จะหายเป็นปกติดีค่ะ”
“โอย...หนู นี่ถ้าหนูไม่มา คุณท่านไม่มีทางลุกมาเดินหรอก นี่คงถูกชะตากับหนูถึงได้บอกอะไรก็ทำ...เสียดาย” ชะม้อยฟ้องยืดยาว อดบ่นในตอนท้ายประโยคไม่ได้ ว่าเสียดายที่เป็นหลานของนังผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น พอรู้ตัวก็ปิดปากฉับลงทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่เดินมาถึงประตูหน้าบ้าน ชะม้อยว่าต่อ “ฉันขอบใจหนูมากนะ นี่จ้ะ คุณท่านฝากมาให้”
หญิงคนสนิทของคุณสำลีส่งซองยาวสีขาวให้หลังพูดจบ เพียงใจมองแล้วยื่นมือออกไปรับมาเปิดดูก่อนส่งกลับคืน
“หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ แต่หนูมีเรื่องอยากขอร้องสักอย่าง”
ธนบัตรหลายใบในนั้นไม่ใช่สิ่งที่เพียงใจปรารถนา ที่เธอลงแรงทำไปทั้งหมดนั่นก็เพราะอยากทำอยากช่วยด้วยใจจริง ส่วนหนึ่งเล็กๆในนั้นคืออยากชดเชยที่ป้าของตนทำไม่ดีกับอีกฝ่ายด้วย
“อะไรหรือหนู” ชะม้อยย้อนถามด้วยสีหน้างงงัน
“อย่าบอกคุณวิชญ์นะคะว่าหนูมาเยี่ยมคุณท่าน”
เพียงใจละสายตาจากงานตรงหน้าเหลือบตาขึ้นมองทางคนมาใหม่ ที่นายของเธอเดินออกไปรับถึงที่รถแล้วพากันเข้าไปในห้องหลังจากนั้นทันที ส่วนจะไปทำอะไรแบบไหนเธอคร้านจะใส่ใจกับตรงนั้น ที่กังวลกว่าคือวิชญ์เลิกให้ความสนใจชนิตาหรือยัง
แล้วเย็นอีกสองวันถัดมาก็ได้คำตอบว่าเขาไม่ได้แค่เลิกให้ความสนใจในตัวชนิตาเพียงเท่านั้น แต่ยังรุกหนักมากกว่าเก่าเสียอีก เย็นวันเสาร์เช่นนี้เพียงใจมาหาชนิตาที่บ้านเพื่อชวนกันทำอะไรกินเพราะคุยกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่พอมาถึงกลับได้ยินอีกฝ่ายตอบกลับไม่เต็มเสียงนัก
“ไม่เห็นเพียงว่ายังไง น้ำตาลเลยนึกว่าเพียงจะไม่มา” เหตุผลแบบเด็กๆของชนิตาไม่ทำให้เพียงใจรู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ประโยคถัดมานี่เองที่ทำให้คนฟังนั่งไม่ติด “น้ำตาลก็เลย...รับนัดคุณวิชญ์ไปแล้ว”
“นัดอะไรกันน้ำตาล” เพียงใจพยายามรักษาระดับเสียงไม่ให้ดูว่าก้าวก่ายจนเกินไป
“ดินเนอร์น่ะเพียง คุณวิชญ์เป็นสุภาพบุรุษมากๆเลยนะเพียง เอาใจใส่ดูแลเทคแคร์ดีจนน้ำตาลอยากเป็นผู้หญิงคนเดียวของคุณวิชญ์” ชนิตาวางอุปกรณ์แต่งหน้าลง สายตาเคลิ้มเสียจนเพียงใจเป็นห่วง
“มีหมอที่ไหนเก่งๆมั่งไหมเพียง”
“ใครเป็นอะไร” เพียงใจถามกลับทันที
“เปล่า...น้ำตาลอยากเล่นคุณไสย์ หรือพวกมนต์ดำ ให้คุณวิชญ์รักน้ำตาล หลงน้ำตาลคนเดียว...จนวันตายไปเลย”
“อาการหนักแล้วนะเนี่ย” เพียงใจมองเพื่อนด้วยสายตาติดกังวล เพราะชนิตาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
“น้ำตาลก็ว่าอย่างนั้น เพียงไม่เป็นน้ำตาลเพียงไม่เข้าใจหรอก แล้ว...เพียงจะไปด้วยกันไหม” ท้ายประโยคชนิตาหันมาถามด้วยใบหน้าแหยๆ คงกลัวเธอโกรธละมัง แต่เพียงใจโกรธใครยาก เจ้าตัวยิ้มหน่อยๆแล้วบอกปัดอย่างนุ่มนวล ไม่อยากให้เพื่อนคิดมาก
“น้ำตาลไปเถอะ”
“ไม่โกรธน้ำตาลนะ”
“อื้อ...โกรธอะไรล่ะ ได้แต่ห่วงนี่แหละ”
“จะมาห่วงอะไรกัน น้ำตาลไปกับคุณวิชญ์ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกน่า”
วิชญ์ถามกลับด้วยความรำคาญ ไม่ทันจะได้คุยอะไรกันอีก วิชญ์ก็ถลาเข้าไปหาคุณอานนท์ เขาเกือบเข้าไปประคองบิดาไม่ทัน เมื่อคุณอานนท์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแล้วเซคล้ายจะล้มลงไปกองที่พื้น นาทีต่อจากนั้นถึงได้เริ่มโกลาหลขึ้น รถพยาบาลถูกตามเข้ามารับตัวคนป่วยในเวลาไม่นานจากนั้น แพทย์แจ้งว่าคุณอานนท์หัวใจวายเฉียบพลันจนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนวิทยาการทางแพทย์ล้ำไปมากทีเดียว คุณอานนท์ผ่าตัดไม่กี่วันก็ลุกขึ้นยืนเดินและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีไม่กี่อย่างที่หมอสั่งห้ามและคนป่วยก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี วิชญ์ไม่ได้เข้าไปดูบิดาของเขาแม้แต่วันเดียว ความเจ็บปวดที่มีในความทรงจำของชายหนุ่มสร้างทิฐิสูงลิบ แม้อีกฝ่ายจะล้มหมอนนอนเสื่อ กำแพงที่คนเป็นลูกสร้างขึ้นมาก็ไม่ได้ทลายลงแม้แต่นิดเดียว ทุกเรื่องผ่านเคนผู้ช่วยมือขวาของเขา คุณอานนท์ปลอดภัยดีและออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา วิชญ์รับรู้แค่นั้นอรสานั้นออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านแล้วเช่นกันส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพียงใจกับวิชญ์ก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนั้น เพียงใจทำงานกับเขาเป็นปกติ พูดคุยเฉพาะเรื่องงาน ไม่สบตาเขาเพราะเรื่องราวที่หวาดกลัวในใจยังไม่กระจ่าง
หากเธอเป็นลูกของอรสา ที่มีบิดาเป็นคุณลุงอานนท์ ถ้าอย่างนั้น วิชญ์กับเธอ...ก็คือพี่น้องกันน่ะสิ!“มองหน้าแปลกๆ มีอะไรจะพูดก็พูดมา”อรสาที่นั่งเอนหลังพิงเตียง หยิบผลไม้บนโต๊ะกินแล้วถามเสียงห้วนๆใส่เพียงใจ หลังจากได้ยินเรื่องในห้องน้ำ เพียงใจรู้สึกว่าใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนสลับหนาวแปลกๆ แต่จะออกปากถามตรงๆก็กลัวความจริงที่ได้ยิน“ไม่มีอะไรค่ะ แล้วนี่...คุณลุงอานนท์มาเยี่ยมป้าสาหรือยังคะ”อรสาว่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยัง”“ให้เพียงเฝ้าไหมคะคืนนี้”“ไม่ต้องหรอก เออ...ป้าว่าจะถามแก หายไปไหนไม่มาเยี่ยมป้าเลย”ก็วันที่เธอหายไปนั่น มันมีเรื่องขึ้นมาอีก เรื่องที่ทำให้เพียงใจใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้วหากว่าเป็นความจริง ตอบท่านไปตามความจริง“ไปธุระเรื่องงานกับคุณวิชญ์มาค่ะ”อรสาหยุดเคี้ยวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนแสงลง “ต่างจังหวัดเหรอ”“ค่ะ”“อือ ดีแล้ว ทำตัวดีดี เขาจะได้รักเอ็นดูแก สงสารแกบ้าง’อรสาไม่ว่าอะไรอีก เพียงใจอยู่ด้วยอีกครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็ไล่ให้กลับหอพักไปเพราะดึกแล้วจะเดินทางลำบาก เพียงใจร่ำลาผู้เป็นป้าแล้วเดินกลับออกมาพร้อมความคิดวนเวียนเรื่องที่ได้ยินนั่นอีกครั้งหากเธอกับวิช
เพียงใจเลยต้องตามชนิตามาที่ร้านของอิทธิในที่สุด งานวันเกิดของอิทธิไม่ได้จัดเลี้ยงแบบทุกปี คงเพราะเจ้าตัวบ่นว่าไม่อยากเห็นตัวเลขบนเค้ก เลยเป็นการกินอะไรกันง่ายๆกับเด็กในร้าน แถมร้านยังเปิดให้บริการอีกด้วย เจ้าของร้านบ่นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะปิดร้านบ่อยๆก็ใช่ที่ เลยแบ่งโซนเอาไว้จัดเลี้ยง คนไหนกินอิ่มให้ผลัดเพื่อนมากินบ้าง บรรยากาศแบบพี่น้อง สบายๆอย่างที่อิทธิต้องการให้เป็น นั่งกันได้ครู่ใหญ่ ชนิตาเดินแยกออกไปรับสายสนทนาเห็นหลังไวไวว่าเปิดห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว บนโต๊ะเลยมีเจ้าของวันเกิดนั่งกับเพียงใจสองคน“เป็นไงบ้างงานเรา” อิทธิถามขึ้นทำลายความเงียบ ผิดสังเกตบ้างกับท่าทีเซื่องซึมของเพื่อนน้องสาว ปกติเพียงใจไม่ใช่คนร่าเริงแบบชนิตา แต่ก็ไม่ใช่แบบที่จะมานั่งหงอเช่นนี้เพียงใจรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติกลับมาตอบ “...เรื่อยๆค่ะ”“นี่สนใจมาช่วยที่ร้านพี่ไหม”“ให้เพียงทำอะไรคะ”“เราเคยทำอะไรมา ผู้ช่วยนายวิชญ์ไม่ใช่เหรอก็มาช่วยงานพี่ที่ร้านนี่ไง เวลาพี่ไปออกทริป จะได้มีคนคอยดูแล”“อ้าว แล้วคุณเหมียวละคะ” เพียงใจที่พอรู้จักกับคนในร้านบ้าง ถามถึงผู้จัดการร้านของอิทธิ“ลาออกไปแล้ว”“เหรอคะ”“เจ้าน
“ถึงแล้วหรือคะ” วิชญ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงต่อตั้งใจจะจุมพิตคนตรงหน้าให้จงได้ เพียงใจที่เพิ่งตื่นและสติเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้วเบี่ยงหน้าหลบได้ทัน คนจ้องเอาเปรียบเลยได้ทาบลงที่ซอกคอของเธอแทน แต่ตรงนี้เขาก็ถือว่ายังกำไรอยู่ดี ตรงไหนบนตัวของเพียงใจก็ได้ทั้งนั้น เขาชอบทั้งหมดบนเนื้อตัวนุ่มนวลนี่ บอกได้เลย “นี่คุณจะทำอะไรอีก” เพียงใจถามทั้งที่ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ วิชญ์ตอบโต้งๆแบบคนหน้าด้าน ไม่รู้จักพอ “จูบ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าเขาให้พ้นไปพร้อมกับว่าเสียงแข็ง “คนอะไรไม่มียางอาย” คนไม่มียางอายรับคำด้วยใบหน้าภาคภูมิใจเสียหนักหนา “ขอบคุณ” เพียงใจเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูหอบของข้างๆตรงที่วางเท้าเดินจากไปโดยไม่มองกลับมาที่เขาอีกเลย วิชญ์มองตามจนหญิงสาวลับตาไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล้วกระตุกยิ้มอย่างดูแคลนหึ! ผู้หญิง! กลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในช่องท้องจนอยากจะสำรอกออกมานัก ทยอยเก็บของออกจากกระเป๋าจนหมด ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาหัวหนักอึ้งรา
“จะทำอะไรน่ะเหรอ ถามเป็นพวกไร้เดียงสาไปได้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูดีมีราคาขึ้นหรอกนะ”บัดนี้เลือดลมในกายของวิชญ์ลุกโหมไหม้ด้วยไฟราคะเมื่อใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ เพียงใจมีผิวนวลเนียนนุ่มละมุนทั้งยังมีกลิ่นกายแบบที่ปลุกกำหนัดของวิชญ์ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดกับคู่ขาคนใดมาก่อน แถมทรวดทรงยังเย้ายวนอารมณ์ปรารถนาเสียจนคนมองแทบลืมหายใจ หัวใจชายหนุ่มกระหน่ำเต้นแรงและเร็ววิชญ์ดึงเธอให้โน้มลงไปแนบฝีปากกับเขา ได้ยินเขาครางในลำคออึดใจเดียวก่อนจะถูกจุมพิตชนิดที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปเลยทีเดียว เพียงใจรู้สึกว่าตัวของเธอกำลังลอยอยู่ในอากาศ อาการที่ถูกจูบจนตัวลอยเป็นแบบนี้เองหรือไร พอลืมตามองถึงได้พบว่าตัวของเธอลอยหวือในอากาศจริงโดยมีวิชญ์โอบอุ้มเอาไว้ เขารัดเธอเสียแนบแน่นแล้วยอมปล่อยริมฝีปากที่บดคลึงอย่างดูดดื่มออก วิชญ์พาเข้าไปในห้องของเขาเพียงใจที่เพิ่งรู้สติจึงออกแรงดิ้นรนอีกครั้งพร้อมกับต่อสู้ให้หลุดพ้นจากเขา“ปล่อยฉัน!”มีหรือที่คนโกรธจนหน้ามืดจะปล่อยไปง่ายๆ วิชญ์บอกตัวเองว่าเขาไม่ได้พิศวาสแม่นี่เท่าไรนักหรอก แต่เพราะอยากกำหราบให้หมอบราบลงก็เท่านั้น เพียงใจถูกดึงรั้งให้ลงไปนอนราบบนเตียง บรรเลงกิจกรรมระหว่างช
เพียงใจเดินออกมาพร้อมความคิดที่ว่า เขาทำทีเป็นสนใจชนิตาเพื่อนของเธอ และก็ยังนัวเนียสนิทสนมกับแอนนิตาอยู่ เธอไม่เห็นความเหมาะสมของเขากับชนิตาเลยสักนิด กลัวนักว่าชนิตาจะช้ำใจเพราะคนมากรักแบบนี้ ไม่รู้ว่าวิชญ์สลัดแอนนิตาจนหลุดมาได้อย่างไร เขากระโดดขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล้วกระชากตัวออกสู่จุดหมายโดยไม่มีการพูดจาใดๆตลอดทาง หากคุยก็มีเพียงเรื่องงานเท่านั้น เพียงใจคิดว่าเธอควรคุยกับเขาอีกครั้ง และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะคุยในเรื่องของชนิตา เธอไม่วางใจจริงๆที่เขามาตอแยเพื่อนของเธอแบบนี้ ชนิตาหัวอ่อนและไม่ทันเหลี่ยมของวิชญ์แน่ๆ เธอทำงานกับเขามาพักใหญ่ คิดว่าตนเองรู้จักเขาดี วิชญ์กำลังเล่นเกมหรืออาจมีแผนร้ายอะไรอยู่ในหัวก็เป็นได้ เกาะฟ้าครามเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยขาวละเอียดและสะอาดที่สุดในแถบทะเลภาคตะวันออก น้ำทะเลสีฟ้าครามสมกับชื่อของเกาะ ด้านหลังมีทะเลสาบสองแห่งด้านหน้ามีแนวปะการังที่น่าดำน้ำลงไปดูอย่างยิ่ง ทั้งยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายรอบแนวปะการังอีกด้วยบนเกาะมีบ้านสไตล์ลอฟท์ที่วิชญ์สั่งให้ก่อสร้างเอาไว้สำหรับเป็นที่พักของเขา หากเริ่มมาจัดการ




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


