เข้าสู่ระบบเขายกยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูพึงพอใจอย่างหาได้ยาก คีรินขยับเข้าไปใกล้ภาคินอีกนิด ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของคนรัก ซึ่งมันช่วยคลายความตึงเครียดจากการเตรียมตัวทำงานใหญ่ได้เป็นอย่างดี เขาใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางของภาคินขึ้นเบาๆ สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับต้องการจะบันทึกภาพความงดงามนี้ไว้ก่อนที่จะต้องออกไปเผชิญกับโลกภายนอก
"ฉันเชื่อในตัวนายเสมอคิน"
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่เสียงของประธานบริษัทที่กำลังสั่งการลูกน้อง แต่เป็นเสียงของชายคนหนึ่งที่มอบความไว้วางใจทั้งหมดให้กับคนรัก คีรินโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบที่หน้าผากของภาคินอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน เป็นการให้กำลังใจในแบบฉบับของเขา ก่อนจะผละออกมาด้วยท่าทางที่กลับมาสุขุมดังเดิม
"ไปกันเถอะ รถคงมาถึงแล้ว อย่าให้ความล่าช้ามาทำลายภาพลักษณ์ที่เราเตรียมมาทั้งสัปดาห์"
คีรินเดินนำออกไปจากห้องด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจ เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงราวกับราชสีห์ที่กำลังจะออกไปท่องในดินแดนของตนเอง ขณะที่ในใจเขาก็กำลังเตรียมแผนการสำหรับการเจรจาธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงการคอยจับตาดูการวางตัวของพิมพ์ดาวที่จะต้องติดตามไปในค่ำคืนนี้ด้วย
เมื่อก้าวลงมาถึงด้านล่าง รถคันหรูสีดำขลับจอดรออยู่หน้าคฤหาสน์อย่างพอดิบพอดี คีรินเปิดประตูรถให้ภาคินอย่างสุภาพแต่ยังคงแฝงไปด้วยความเผด็จการในที เขาเฝ้ารอให้คนรักก้าวขึ้นไปนั่งก่อน ก่อนที่เขาจะตามเข้าไปติดๆ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเกมแห่งอำนาจ ผลประโยชน์ และความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้แสงไฟของงานเลี้ยงระดับสูงบรรยากาศภายในรถLexus LMคันหรูเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่ดูหรูหรา คีรินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะหนังแท้ สายตาคมกริบเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่แสงไฟจากเมืองหลวงเริ่มสว่างไสว แต่ในใจของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับวิวทิวทัศน์เหล่านั้นเลย เขากำลังนึกถึงสถานการณ์ที่จะต้องเจอในงานเลี้ยง และแน่นอน้ เขากำลังนึกถึงองค์ประกอบใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาในคณะเดินทางของเขาในค่ำคืนนี้
เมื่อรถLexus LMแล่นมาถึงจุดนัดพบและหยุดลงหน้าโรงแรมระดับห้าดาวที่จัดงาน คีรินก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับนายเหนือหัว เขาหันไปเปิดประตูให้ภาคินอย่างเป็นสุภาพบุรุษ ก่อนจะยืนรอให้พิมพ์ดาวก้าวตามลงมา ทว่าทันทีที่ร่างของหญิงสาวปรากฏแก่สายตา คีรินก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย
พิมพ์ดาวในชุดที่ภาคินเป็นคนเลือกส่งไปให้ ดูสวยสง่าและเหมาะสมกับงานเลี้ยงระดับสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ชุดนั้นขับเน้นบุคลิกที่ดูอ่อนหวานแต่ก็แฝงไปด้วยความมั่นใจแบบผู้ใหญ่ ช่วยลดทอนความประหม่าในดวงตาของเธอลง และเปลี่ยนเป็นความสง่างามที่ดูลงตัวกับบรรยากาศ งานนี้เธอไม่ได้ดูเหมือนเลขาชั่วคราวที่เพิ่งเริ่มงาน แต่ดูเหมือนแขกผู้มีเกียรติที่พร้อมจะยืนเคียงข้างพวกเขาได้อย่างไม่ขัดเขิน
คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อย ลอบสำรวจความเรียบร้อยของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาต้องยอมรับในใจอย่างเงียบเชียบว่ารสนิยมของภาคินในการเลือกชุดนั้นไร้ที่ติจริงๆ
"ดูเหมือนว่า เธอจะปรับตัวได้เร็วกว่าที่ฉันคิดนะ พิมพ์ดาว"
คีรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ามันกลับมีกระแสของความพึงพอใจจางๆ ปนอยู่ เขาไม่ได้ชมเชยอย่างโจ่งแจ้ง แต่นั่นคือการยอมรับในแบบของเขา ก่อนที่เขาจะหันไปมองภาคินที่ยืนยิ้มอย่างภูมิใจอยู่ข้างๆ
"คิน นายเลือกชุดได้ดีทีเดียว"
เขาพูดกับคนรักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย เป็นการให้เครดิตภาคินที่จัดการทุกอย่างได้อย่างราบรื่น คีรินขยับสูทให้เข้าที่ก่อนจะผึ่งผายก้าวเดินนำเข้าไปยังโถงทางเข้างานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงเพลงคลาสสิกคลอเบาๆ
"เดินตามพวกเรามาให้ทัน และคอยสังเกตสิ่งที่ฉันสั่ง"
เขาสำทับด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจทิ้งท้าย ก่อนจะนำทีมทั้งสามคนก้าวเข้าสู่โลกแห่งการเจรจาและหน้าตาทางสังคมที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน โดยมีสายตาของเหล่ามหาเศรษฐีและนักธุรกิจชั้นนำเริ่มจับจ้องมาที่กลุ่มของพวกเขาอย่างไม่อาจละสายตาได้คีรินไม่ได้หันกลับมามองคำตอบรับที่แสนกระตือรือร้นนั้น เขาเพียงแค่แค่นยิ้มบางๆ ในลำคออย่างที่คนอื่นยากจะสังเกตเห็น ทว่าความมั่นใจที่แสดงออกมาอย่างตรงไปตรงมาของพิมพ์ดาวนั้น ก็ช่วยลดความกังวลในใจของเขาลงไปได้เพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น สำหรับเขา ความมั่นใจที่ปราศจากความสุขุมอาจกลายเป็นดาบสองคมในสังคมที่เต็มไปด้วยหน้ากากแบบนี้
เมื่อก้าวพ้นประตูบานใหญ่ของห้องบอลรูม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ราคาแพงและกลิ่นอายของความหรูหราก็เข้าปะทะประสาทสัมผัสทันที แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลขนาดมหึมาสะท้อนกับเครื่องเพชรและชุดราตรีของเหล่าแขกเหรื่อ สร้างบรรยากาศที่ดูฟุ้งฝันทว่าเต็มไปด้วยความกดดันทางชนชั้น คีรินก้าวเดินนำหน้าด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคง ทุกย่างก้าวของเขามีรัศมีของผู้นำที่แผ่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ จนทำให้แขกในงานที่เดินสวนกันต้องหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ
เขาเดินเคียงข้างไปกับภาคิน ซึ่งดูโดดเด่นไม่แพ้กันในชุดสูทที่ประณีต ส่วนพิมพ์ดาวนั้นเดินตามหลังมาในระยะที่พอเหมาะพอดี ตามที่เขาได้สั่งการไว้เป๊ะๆ
"อย่าเพิ่งทำตัวเด่นเกินไปแค่คอยสังเกตว่าใครคือคนสำคัญของงานนี้ และจำหน้าพวกเขาไว้"
คีรินกระซิบสั่งพิมพ์ดาวด้วยน้ำเสียงที่เบาจนแทบจะเป็นการพึมพำ ทว่ามันกลับเฉียบขาดและหนักแน่นพอที่จะทำให้คนฟังรู้ว่านี่คือคำสั่งที่ห้ามขัดขวัญ เขาไม่ได้หันไปมองเธอ แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปทั่วทั้งห้อง เพื่อระบุตำแหน่งของคู่ค้าสำคัญที่เขากำลังจะเข้าไปทักทาย
เขารู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่เริ่มจับจ้องมายังกลุ่มของพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าประธานบริหารผู้เย็นชาอย่างเขา เดินมาพร้อมกับชายหนุ่มรูปงามที่ดูนุ่มนวลอย่างภาคิน และหญิงสาวที่ดูสง่าผ่าเผยอย่างพิมพ์ดาว บรรยากาศรอบตัวของพวกเขาดูเหมือนจะมีแรงดึงดูดบางอย่างที่น่าค้นหา
"ภาคิน เดี๋ยวเราจะเข้าไปทักทายคุณวิกรมก่อน เขาเป็นคนสำคัญของโปรเจกต์ใหม่นี้ เตรียมตัวไว้ด้วย"
คีรินเอ่ยกับภาคินด้วยน้ำเสียงนิ่งสุขุม เตรียมพร้อมเข้าสู่สนามรบทางธุรกิจที่เคลือบด้วยน้ำตาลและไวน์ชั้นเลิศ เขาขยับแขนเสื้อเล็กน้อย พลางส่งสัญญาณทางสายตาให้พิมพ์ดาวรู้ว่า ช่วงเวลาแห่งการทดสอบในสนามจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วคีรินก้าวเดินนำกลุ่มเข้าไปยังโซน VIP ของงานเลี้ยงอย่างมั่นคง ท่วงท่าของเขาดูสง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจจนแขกเหรื่อรอบข้างต่างต้องเหลียวมอง สายตาคมกริบของเขากวาดมองหาเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือคุณวิกรมนักธุรกิจรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังยืนสนทนาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักลงทุน
คีรินไม่รอช้า เขาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อที่ผ่านการดูแลมาอย่างดีเขาผลักพิมพ์ดาวให้นอนลงบนเตียงก่อนจะตามขึ้นไปทาบทับ ร่างกายกำยำของเขาบดเบียดเข้าหาเธออย่างทรงพลัง แววตาของเขาในยามนี้ไม่มีความสุขุมหลงเหลืออยู่ มีเพียงสัญชาตญาณดิบของนักล่าที่ต้องการจะกลืนกินเหยื่อสาวตรงหน้าให้สิ้นซาก"วันนี้ฉันจะไม่ปรานีเธอ พิมพ์ เตรียมตัวรับความต้องการของฉันไว้ให้ดี"คีรินคำรามเสียงต่ำพร่า เขาบดจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงและกระหายหิว มือหนาซุกซนเริ่มทำหน้าที่บีบเค้นทรวงอกอิ่มอย่างหนักหน่วง จนพิมพ์ดาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความเสียวซ่านในขณะเดียวกัน ภาคินที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็ไม่ได้นิ่งเฉย เขาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองจนเปลือยเปล่า ก่อนจะขยับกายขึ้นมาประคองเรียวขาขาวผ่องของพิมพ์ดาวให้แยกออกกว้าง ภาคินใช้สายตาหวานฉ่ำแต่แฝงไปด้วยความหิวกระหายจ้องมองไปยังจุดอ่อนไหวที่เปียกชื้นของเธอ เขาโน้มตัวลงไปใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียร่องรักอย่างเชี่ยวชาญ สลับกับการใช้ปลายนิ้วเรียวยาวหยอกเย้ากับจุดกระสันเบื้องล่างอย่างแม่นยำ"อา... พิมพ์ ร่างกายของคุณช่างเย้ายว
เธอรู้ดีว่าบ้านหลังนี้และความสุขสงบนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีการสนับสนุนและการปกป้องจากผู้ชายทั้งสองคนนี้พิมพ์ดาวเดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มทั้งสองด้วยท่าทางร่าเริง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จากตัวเธอโชยมาแตะจมูกคีรินทันทีที่เธอขยับเข้าใกล้ เธอไม่ได้เพียงแค่ส่งยิ้มหวานให้เท่านั้น แต่ยังถือวิสาสะเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบของคีรินอย่างออดอ้อน ใบหน้าสวยซบลงที่ไหล่กว้างของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ แสดงออกถึงความสนิทสนมและความไว้วางใจที่เธอมีต่อเขาอย่างหมดหัวใจคีรินที่ตอนแรกยังคงรักษาท่าทีสุขุมนิ่งเฉย ถึงกับต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มจากร่างกายของหญิงสาวที่เบียดเสียดเข้าหาเขา ความเย็นชาที่เขามักใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองพังทลายลงทันที เขาไม่ได้ผลักไส แต่กลับเลื่อนมือหนาลงมาวางบนสะโพกมนของเธอแล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงตอบรับสัมผัสนั้น"อ้อนใหญ่เลยนะ เมื่อเช้ายังดูเหนื่อยอยู่เลยไม่ใช่หรือไง"คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเหมือนดุ แต่ถ้าใครสังเกตดีๆ จะพบว่ามันมีความเอ็นดูและอ่อนโยนปนอยู่ในนั้นอย่างปิดไม่มิด เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้ขม
ทางด้านคีริน เขาไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของพิมพ์ดาวแม้แต่วินาทีเดียว เขามองดูผลงานแห่งการปรนเปรอของเขาและภาคินด้วยความพึงพอใจอันดิบเถื่อน มือหนาที่เคยบีบเค้นทรวงอกเปลี่ยนมาเป็นลูบไล้แก้มเนียนที่ยังคงแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ เขาโน้มตัวลงไปหาเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การรุกรานที่ดุดัน แต่เป็นการกดจูบลงบนริมฝีปากที่สั่นระริกของเธออย่างหนักแน่นและมั่นคง เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาคือผู้ครอบครองเธอในทุกช่วงเวลา ทั้งในยามที่เธอกำลังมีความสุขที่สุดเช่นนี้"แตกออกมาให้หมดให้มันเป็นเครื่องยืนยันว่าคุณเป็นของพวกเรา"คีรินสั่งเสียงต่ำพร่า แววตาคมกริบยังคงวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ยังไม่ดับมอดลงง่ายๆ เขามองดูร่างกายที่อ่อนระทวยของหญิงสาวใต้ร่าง และมองสบตากับภาคิน ทั้งคู่รู้ดีว่า แม้พายุลูกแรกจะสงบลง แต่พายุแห่งความปรารถนานี้ เพิ่งจะเริ่มต้นบทเพลงบทใหม่เท่านั้นความเงียบสงบหลังพายุลูกแรกพัดผ่านไปเพียงชั่วครู่ แต่มันกลับเป็นเพียงความสงบก่อนที่คลื่นยักษ์ลูกใหม่จะโถมเข้าใส่ คีรินไม่ได้ปล่อยให้ความอ่อนระทวยของพิมพ์ดาวได้พักผ่อนนานนัก ความต้องการอันดิบเถื่อนในกายเขายังคงพุ่งพล่าน และครั้งนี้เขาต้องการสัมผัสกั
ขณะเดียวกัน ภาคินก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความเร่าร้อนเพียงลำพัง เขาขยับกายเข้ามาประกบอีกด้านหนึ่ง มือเรียวสวยที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลับลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของเธออย่างเชี่ยวชาญ ภาคินก้มลงจูบปลอบประโลมริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวลเพื่อลดทอนความรุนแรงจากคีริน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้มืออีกข้างปรนเปรอจุดอ่อนไหวของเธออย่างรู้จังหวะ ทำให้พิมพ์ดาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างไม่อาจขัดขืน"อา... พิมพ์... คุณสวยเหลือเกิน... สวยจนพวกเราแทบคลั่ง"ภาคินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้พิมพ์ดาวแทบละลาย คีรินเงยหน้าขึ้นจากซอกคอขาวผ่อง สายตาคมกริบดุจนักล่าประสานเข้ากับสายตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยราคะของพิมพ์ดาว เขาใช้มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ บังคับให้เธอนอนราบอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ"มองฉัน... พิมพ์ดาว... มองแค่ฉันกับคินเท่านั้น"คีรินสั่งเสียงต่ำพร่า แววตาเต็มไปด้วยความต้องการอันแรงกล้า เขาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ที่เหลืออยู่ออกอย่างไม่รีบร้อนแต่เต็มไปด้วยความกระหาย ความแตกต่างระหว่างความดุดันเด็ดขาดของคีริน และความพลิ้วไหวช่ำชองของภาคิน
รินนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่กราฟหุ้นหรือรายงานอสังหาริมทรัพย์ที่วางกองอยู่ตรงหน้า แต่กลับหยุดนิ่งอยู่ที่หนังสือเล่มหนึ่งที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะ หนังสือเล่มนั้นคือผลงานนิยายรักโรแมนติกเล่มล่าสุดของพิมพ์ดาว ที่ตอนนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วประเทศเขายกยิ้มที่มุมปากเพียงบางเบารอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและมีไว้สำหรับคนพิเศษเท่านั้นเมื่อนึกถึงความสำเร็จของหญิงสาวที่เขาและภาคินร่วมกันทะนุถนอมมากับมือ จากเลขาสาวผู้อ่อนโยนในวันนั้น บัดนี้เธอกลายเป็นนักเขียนผู้มีพรสวรรค์ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกอันลึกซึ้งออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์"เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความรักได้ลึกซึ้งขนาดนี้เชียวหรือ"คีรินพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงของเขายังคงสุขุมทว่าแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด เขาจำได้ดีถึงคืนวันที่เธอต้องเผชิญกับความหวาดกลัว และเขาก็จำได้ดีถึงทุกหยาดน้ำตาที่เธอเสียไป ความสำเร็จของเธอในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคชะตา แต่มันคือความสามารถที่เธอมี และเขาก็ภูมิใจเหลือเกินที่เป็นคนมอบพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ใช้สร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้เสี
บทรักอันเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางแสงสลัวในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง คีรินจัดการปลดเปลื้องพันธนาการบนร่างกายของเธออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แรงขับเคลื่อนจากด้านหลังนั้นดุดันและทรงอำนาจ ราวกับเขาต้องการจะตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอให้เป็นของเขาเพียงผู้เดียว ในขณะที่ภาคินคอยปรนเปรอเธอจากด้านหน้าด้วยสัมผัสที่ช่ำชองและพลิ้วไหว คอยรับฟังเสียงครางหวานหูและตอบสนองทุกความต้องการของเธออย่างไม่ขาดตกบกพร่องเสียงหอบหายใจหนักหน่วงผสมปนเปไปกับเสียงเนื้อกระทบกันอย่างต่อเนื่อง พิมพ์ดาวถูกโอบล้อมด้วยพายุแห่งอารมณ์ที่ทั้งสองคนร่วมกันสร้างขึ้น เธอถูกกระแทกกระทั้นด้วยความแข็งแกร่งจากคีริน และถูกปลอบประโลมด้วยความซ่านสยิวจากภาคิน ความรู้สึกเสียวซ่านทวีคูณจนสมองขาวโพลน เธอทำได้เพียงโอบกอดร่างหนาของทั้งคู่ไว้แน่น ยอมจำนนต่อการดูแลที่แสนจะรุนแรงและหยาบโลนนี้ อย่างเต็มใจที่สุดพายุแห่งกามารมณ์โหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับว่าความปรารถนาที่สะสมมาตลอดทั้งวันได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง พิมพ์ดาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์สองลูกซัดสาดเข้าใส่จากทุกทิศทาง คีรินคือคลื่นยักษ์







