แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: กาลเวลา
ฟูไห่นานถือโทรศัพท์เดินเข้ามาซักไซ้

ฉันเหลือบมองแวบหนึ่ง มันคือโพสต์ที่ฉันลงไว้จริงๆ

ราคาที่ตั้งไว้นั้นต่ำมาก ลงขายเพียงแค่วันเดียวก็ขายออกแล้ว

ฉันยิ้มบางๆ แล้วปั้นเรื่องโกหกไปส่งๆ "ไม่ใช่เรือนของฉันหรอกค่ะ เฉินหลินกับสามีเขาก็ซื้อมาเป็นคู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้เธออยากเปลี่ยนเรือนใหม่ เลยฝากให้ฉันช่วยลงขายมือสองให้หน่อย"

"งั้นเหรอ..."

เขาทำหน้ากึ่งเชื่อกึ่งสงสัย แววตาฉายความอ่อนโยนออกมา "จืออี้ ช่วงนี้ผมยุ่งมาก อาจจะไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกคุณเท่าที่ควร ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ต้องรีบบอกผมทันทีนะ รู้ไหม?"

ฉันหลุบตาลง "ค่ะ"

"หลังจากที่แม่ผมป่วยหนักจากไปเมื่อปีที่แล้ว ผมก็เหลือแค่คุณคนเดียวแล้วนะ"

ฟูไห่นานกอดฉันไว้ราวกับทะนุถนอมของล้ำค่า น้ำเสียงเหมือนคำสัญญาแต่ก็เจือไปด้วยความรู้สึกผิด "คุณเชื่อผมนะ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น สำหรับผมแล้วคุณคือคนสำคัญที่สุด"

ฉันเชื่อสิ

ฟูไห่นาน

ฉันในเมื่อก่อน เคยเชื่อมั่นในตัวคุณอย่างหมดหัวใจ

ฉันได้กลิ่นกุหลาบจางๆ จากตัวเขา "ดึกมากแล้ว รีบไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะค่ะ..."

"ขอกอดอีกสักพักเถอะ"

เขาไม่ยอมปล่อยมือ คางถูอยู่บนหัวฉัน "จืออี้ คุณมีเรื่องในใจหรือเปล่า? รอผมยุ่งเรื่องพวกนี้เสร็จอีกไม่กี่วัน เราค่อยมาเปิดอกคุยกันนะ"

ฉันยิ้มออกมานิดๆ

ยุ่งอยู่กับการไปยืนต่อคิวซื้อเค้กให้สวี่โย่วหนิง หรือยุ่งกับการเตรียมกุหลาบเต็มท้ายรถเพื่อเซอร์ไพรส์เธอกันล่ะ

ทั้งต้องคอยหลบเลี่ยงไม่ให้ฉันรู้ ทั้งต้องคอยโอ๋สวี่โย่วหนิงให้ดี ดูท่าทางจะยุ่งมากจริงๆ นั่นแหละ

เขาหลุบตามองฉันแล้วถามเสียงเบา "ทำไมตาแดงๆ เหมือนเพิ่งร้องไห้มาเลย?"

"ฉัน..."

ในขณะที่กำลังจะอ้าปากตอบ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาทันที

เขาเหลือบมองชื่อคนที่โทรมา แล้วปล่อยมือจากฉันทันที เดินออกไปข้างนอกพร้อมกับกดรับสาย

ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร แต่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ลมหนาวปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดแรงจนแสบผิว แต่เขาไม่แม้แต่จะหยิบเสื้อคลุมติดมือไปด้วย วิ่งออกไปทั้งๆ ที่ใส่เพียงเสื้อเชิ้ตบางๆ

ด้วยความเคยชินที่ทำมาหลายปี ทำให้ฉันเผลอเรียกเตือนสติ "ฟูไห่นาน!"

เขาทำเหมือนไม่ได้ยิน

ครั้งสุดท้ายที่เห็นเขาลนลานขนาดนี้ คือตอนที่โรงพยาบาลแจ้งว่าแม่ของเขาอยู่ในขั้นวิกฤต

ฉันเดินไปที่หน้าต่าง มองดูรถปอร์เช่สีดำพุ่งทะยานออกไปในความมืด

ในหูยังคล้ายกับมีเสียงของเขาแว่วมาว่า "จืออี้ คุณคือคนสำคัญที่สุดของผม"

แต่ก็นั่นแหละ มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

หลายวันต่อจากนั้น ฉันยุ่งมาก

ในเมื่อจะไปแล้ว เพื่อนฝูงที่ควรบอกลา ก็ต้องไปเจอหน้ากันสักหน่อย

คืนนั้น ฉันหยิบปากกาเมจิกขึ้นมา ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกากบาทลงบนปฏิทินอีกครั้ง

พรุ่งนี้ คือวันเกิดของฟูไห่นาน

และยังเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะอยู่ในเมืองนี้ด้วย

หลังจากสั่งเค้กวันเกิดให้ฟูไห่นานแล้ว ฉันก็เอารูปคู่ที่แขวนอยู่บนผนังทั้งหมดมาตัดจนละเอียดแล้วโยนลงถังขยะ

บ้านหลังนี้ สิ่งที่เกี่ยวกับฉัน ถูกลบออกหมดแล้ว

คงเพราะช่วงนี้ไม่ได้กินยาตรงเวลา เช้าวันรุ่งขึ้นฉันตื่นเพราะรู้สึกเจ็บในกระเพาะอาหาร

ช่วงที่เริ่มก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ ทั้งบริษัทมีแค่ฉันกับฟูไห่นานสองคน

พอยุ่งขึ้นมา ก็นอนและกินกันในบริษัทนั่นแหละ

เพื่อกู้หน้าให้ฟูไห่นานต่อหน้าพ่อของฉัน หลังจากเรียนจบฉันก็ไม่เคยรับเงินจากที่บ้านเลยแม้แต่บาทเดียว

ยามที่เงินหมุนเวียนไม่ทัน เพื่อประหยัดเงิน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อเดียวแบ่งกันกินสองคนก็ทำอยู่บ่อยๆ

ตอนกลางคืน ยังต้องไปออกงานดื่มเพื่อคุยธุรกิจ

เขาคออ่อน เหล้าส่วนใหญ่จึงไหลลงไปอยู่ในกระเพาะของฉันแทน

มีครั้งหนึ่งที่ฉันดื่มจนกระเพาะทะลุ คุณหมอด่าเขายับ เขานั่งเฝ้าข้างเตียงผู้ป่วย ผู้ชายตัวสูงร้อยแปดสิบกว่าๆ คนนี้ ร้องไห้จนตาแดงก่ำ

เขาบอกว่า การที่ฉันมาลำบากกับเขาแบบนี้ ทำให้ฉันต้องเสียสละและเจ็บตัว

เขาบอกว่า เขา ฟูไห่นาน จะไม่มีวันทำผิดต่อ เจียงจืออี้ ในชาตินี้เด็ดขาด

ในที่สุดฉันก็เข้าใจ

ไอ้สิ่งที่เรียกว่าคำสัญญาน่ะ แม้แต่วินาทีที่มันหลุดออกมาจากปาก ก็ไม่ได้การันตีว่ามันคือความจริงเสมอไป

ฉันเอามือกุมท้องลุกจากเตียง กินขนมปังแผ่นหนึ่งแล้วตามด้วยยากระเพาะ

ผลปรากฏว่ายาไม่ออกฤทธิ์เร็วอย่างที่คิด ความเจ็บปวดกลับทวีคูณขึ้น ฉันขดตัวอยู่บนโซฟา เหงื่อไหลซึมออกมาไม่หยุด

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฟูไห่นาน

ไม่มีคนรับสาย

ดูท่า ฟูไห่นานเองก็คงยุ่งมากเหมือนกัน

แม้แต่เวลาจะรับโทรศัพท์แฟนสักสายก็ยังไม่มี

ฉันเพิ่งมารู้ตอนที่เฉินหลินโทรมาหา ว่าเขายุ่งมาหลายวันแล้ว

ยุ่งจนไม่ได้เข้าบริษัทเลย

กองเอกสารและโปรเจกต์ที่ทำค้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ กำลังรอให้เขาเซ็นชื่ออนุมัติ

เฉินหลินเริ่มโมโหแล้ว "จืออี้ เขาหมกมุ่นเรื่องความรักจนขาดสติเธอยังจะหมกมุ่นตามอีกเหรอ? พวกเธอจะเอาแต่ยุ่งเรื่องงานแต่งจนทิ้งบริษัทแบบนี้ไม่ได้นะ! รีบเตือนเขาเร็วเข้า ให้เขากลับมาบริษัทเดี๋ยวนี้!"

"แล้วก็ ฉันสืบมาได้ว่าประธานฉวีซือสิงจากบริษัทรุ่ยต๋าอินเวสต์เมนต์จะจัดงานแต่งอาทิตย์หน้า ฟูไห่นานควรจะหาทางเอาการ์ดเชิญมาให้ได้นะ จะได้ไปโชว์หน้าทำคะแนนที่เมืองจิง ขอแค่ฉวีซือสิงพยักหน้าตกลง บริษัทเราก็จะได้เข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างแน่นอน"

"เดี๋ยวก่อนนะคะ"

จากเดิมที่ฉันมึนงงเพราะอาการปวดท้อง พอได้ยินประโยคหลังก็สะดุ้งตื่นเต็มตา "ชื่อคนของบริษัทรุ่ยต๋าอินเวสต์เมนต์ชื่ออะไรนะคะ?"

"ฉวีซือสิงไง!"
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักเหมือนเดิม   บทที่ 19

    ฉันจับประเด็นสำคัญ "งานเลี้ยงรุ่นมหาวิทยาลัยของพวกเธอคือเมื่อไหร่เหรอ?""ก็ต้นเดือนนี้เองนะ น่าจะเป็นวันที่ 6 มั้ง""..."คุณปู่เสนอให้ฉันแต่งงานกับตระกูลฉวีคือวันที่ 8เวลาล่วงหน้าล่วงหลังกันแบบนี้ มันประจวบเหมาะกันพอเห็นฉันเหม่อลอย เหลียงซูเหอก็เขย่าแขนฉัน "เป็นอะไรไป? เหม่อไปถึงไหนแล้วเนี่ย?""เหลียงซูเหอ เธอจะบอกว่า..."ฉันไม่อยากจะเชื่อ "ฉวีซือสิงชอบฉันมาตั้งนานแล้ว ถึงได้มาคอยถามข่าวคราวของฉันจากเธอเนี่ยนะ?""ถ้าไม่ใช่แล้วจะอะไรล่ะ? เขาเป็นบ้าหรือไง?""..."ตลอดทั้งวัน หัวใจของฉันเต้นรัวแรงไม่หยุดเลยพอนึกย้อนไปถึงตอนที่อยู่ในรถเมื่อวันก่อน ที่ฉวีซือสิงยอมรับออกมาตรงๆ ว่าเขามีคนที่ชอบความรู้สึกในใจยิ่งพลุ่งพล่านหนักขึ้นไปอีกทั้งประหลาดใจ ตกใจ สับสน ไม่แน่ใจ และยังมีความรู้สึก... ยินดีอยู่ลึกๆยินดีที่สามีในอนาคตของฉัน ชอบฉันมากมายขนาดนี้จนกระทั่งถึงช่วงเช้ามืด ฉันยังคงนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียงจู่ๆ ก็มีข้อความเด้งเข้ามาในมือถือฉวีซือสิงส่งข้อความ [นอนไม่หลับเหรอ?]ฉันลุกขึ้นมานั่งพรวดทันที แล้วรีบพิมพ์ตอบกลับไปรัวๆ [คุณรู้ได้ยังไง?][ดึกดื่นขนาดนี้

  • รักเหมือนเดิม   บทที่ 18

    ถ้าเป็นคนอื่น ก็อาจจะคอยพ่นคำใส่ร้ายป้ายสีเจียงจืออี้ไม่หยุดหย่อนแต่สวี่โย่วหนิงไม่ทำแบบนั้นเธอรู้จักฟูไห่นานดีเธอตั้งใจจะคอยเตือนสติฟูไห่นานซ้ำแล้วซ้ำเล่า คอยย้ำเตือนและปักหนามที่ชื่อว่า "เจียงจืออี้" ให้ลึกยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อให้ฟูไห่นานต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความเสียดายไปตลอดชีวิตเพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ฟูไห่นานถึงจะ...ไม่มีกะจิตกะใจจะไปหาผู้หญิงคนใหม่มาเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆและเธอก็จะได้ครอบครองทุกอย่างที่เธอต้องการสองวันก่อนงานแต่งงานของเจียงจืออี้ เฉินหลินขอลาพักร้อนแล้วบินตรงมาที่เมืองจิงทันทีฟูไห่นานเป็นคนเซ็นอนุมัติใบลาเองเขาจ้องมองเหตุผลการลาในใบลาของเฉินหลิน แล้วนิ่งไปนานไปต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิททั้งที่ความจริงแล้ว...ใบลาใบนี้ของเฉินหลิน ควรจะถูกใช้ในงานแต่งงานของเขากับจืออี้แท้ๆแต่ในตอนนี้ผู้หญิงที่เคยใช้ชีวิตร่วมกับเขามาตลอดหกปี พรุ่งนี้กำลังจะไปยืนอยู่เคียงข้างผู้ชายคนอื่นฟูไห่นานยันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน แล้วค่อยๆ เดินตรงไปยังแผนกออกแบบทีละก้าวแผนกออกแบบมีผู้อำนวยการคนใหม่มาแทนที่แล้วแต่ห้องทำงานของเจียงจืออี้

  • รักเหมือนเดิม   บทที่ 17

    สวี่โย่วหนิงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง"เธอกำลังจะแต่งงานกับคนอื่นแล้วนะ คุณยังจะส่งของล้ำค่าขนาดนี้ไปให้เธออีกเหรอ? ห้องชุดนี้ราคาตลาดตอนนี้มัน...""เธอกับมันคู่ควรกัน"ฟูไห่นานทิ้งท้ายไว้เพียงสามคำนี้แล้วเดินออกไปทันทีสวี่โย่วหนิงวิ่งตามไป "คุณจะไปไหนคะ?""ผมมีนัดแล้ว คุณกลับเองเถอะ""..."สวี่โย่วหนิงถูกฟูไห่นานทิ้งไว้ข้างหลังประกอบกับร่างกายที่ยังรู้สึกไม่สบาย ทำให้เธอวิ่งตามเขาไม่ทันจริงๆสุดท้ายเลยได้แต่เรียกแท็กซี่กลับบ้านเองแต่เธอไม่ได้เป็นคนอารมณ์ดีเหมือนเจียงจืออี้ พอยังไม่ถึงสามทุ่ม เธอก็เริ่มโทรหาฟูไห่นานสายแล้วสายเล่าฟูไห่นานไม่รับสายเธอก็ดึงดันจะโทรต่อไปไม่หยุดส่งข้อความไปรัวๆเจียงจืออี้น่ะหลอกง่าย แต่เธอหลอกไม่ได้หรอกผู้ชายน่ะถ้าคลาดสายตาเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ว่าจะเตลิดไปซุกตักผู้หญิงคนไหนบ้างเธอคิดไม่ตกจริงๆ ว่าเจียงจืออี้ไปร่ายมนต์เสน่ห์อะไรใส่เขาไว้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ดูไม่ออกเลยว่าเขาจะรักเจียงจืออี้ลึกซึ้งอะไรขนาดนั้นแต่ตอนนี้กลับมาทำตัวเป็นพ่อหนุ่มคลั่งรักเสียอย่างนั้นจนกระทั่งตีสอง โทรศัพท์ของเธอถึงได้มีการเคลื่อนไหวแต่เสียงจากปลายสายนั้น

  • รักเหมือนเดิม   บทที่ 16

    ฟูไห่นานเดินทางกลับเมืองจิ่งเฉิงในคืนนั้นเลยเรียกได้ว่าแทบจะหนีหัวซุกหัวซุนกลับมาถ้อยคำทุกตัวอักษรในรูปเหล่านั้น ทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสู้ตาเจียงจืออี้ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน เขาพุ่งตรงไปยังบ้านของสวี่โย่วหนิงทันที!สวี่โย่วหนิงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว จึงเดินงัวเงียออกมาจากห้อง พอเห็นว่าเป็นฟูไห่นานเธอก็ดีใจจนเนื้อเต้นฟูไห่นานยังคงเลือกเธอ ระหว่างเธอกับเจียงจืออี้จริงๆ ด้วยเธอพยายามจะโผเข้ากอดฟูไห่นาน แต่กลับถูกเขาคว้าหมับเข้าที่ลำคอ แล้วกดตัวเธอลงกับโซฟาอย่างแรง!ความรู้สึกหายใจไม่ออกที่เกือบจะปลิดชีวิตได้นั้น ทำให้เธอตื่นเต็มตาในทันทีเธอมองฟูไห่นานด้วยความตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนสุดชีวิต "ฟูไห่นาน คุณบ้าไปแล้วเหรอ คุณจะฆ่าฉันหรือไง?!""ใครอนุญาตให้คุณส่งรูปพวกนั้นไปให้จืออี้?!"ฟูไห่นานตะโกนใส่และแรงที่มือไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิด เขาจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่แทบจะถลนออกมา "ตอนนี้เธอเข้าใจความสัมพันธ์ของเราผิดไปแล้ว คุณพอใจหรือยัง?""เปล่านะคะ ฉันไม่ได้..."สวี่โย่วหนิงพยายามหาคำแก้ตัว "ฉันส่งไม่ได้ส่งจริงๆ นะ! อ้อ นึกออกแล้ว ฉันนึกออกแล้ว! มีอยู่วันหนึ่งพี่เจียงจ

  • รักเหมือนเดิม   บทที่ 15

    ทุกครั้งที่เขาเห็นรูปหนึ่งใบ สีหน้าก็ซีดลงไปทีละนิดรูปที่แคปไว้ทุกใบ เป็นเหมือนฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของเขาอย่างสุดแรงเขาพูดอะไรไม่ออกอีกเลยมีเพียงดวงตาทั้งสองข้างที่แดงก่ำจนน่ากลัวแต่ฉันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลืออยู่เลย ได้แต่ยื่นมือออกไปหาเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย "เอาจี้หยกมาด้วยหรือเปล่า เฉินหลินบอกว่าคุณไม่ยอมคืนให้เธอ"จากนั้นฉันก็พูดดักทางเขา "ถ้าไม่ได้เอามา พอกลับถึงเมืองจิ่งเฉิงแล้วส่งไปรษณีย์มาให้ฉันก็ได้""จืออี้..."เสียงของเขาแหบพร่า เขามองฉันด้วยสายตาเกือบจะเป็นการอ้อนวอน "ขอโอกาสให้ผมอีกสักครั้งไม่ได้เหรอ แค่ครั้งเดียวก็พอ""ฟูไห่นานคะ"ฉันกะพริบตา "ระหว่างคนสองคนน่ะ มันมีโอกาสให้แค่ครั้งเดียวเสมอแหละค่ะ"โอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมน่ะ มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเมื่อความเชื่อใจถูกทำลายลง ต่อให้จะพยายามปะติดปะต่อมันกลับมาแค่ไหน มันก็ยังเต็มไปด้วยรอยร้าวและความระแวงพอนานวันเข้า ก็จะยิ่งรู้สึกว่าหน้าตาของอีกฝ่ายน่ารังเกียจมากขึ้นเรื่อยๆชีวิตแบบนั้น ไม่เคยอยู่ในตัวเลือกของฉันเลยปลายนิ้วที่สั่นเทาของฟูไห่นานขยับเล็กน้อย เขานิ่งเงียบไปนานมาก

  • รักเหมือนเดิม   บทที่ 14

    "ตามใจคุณเถอะ"ฉันวางสายไป แล้วก็เห็นฉวีซือสิงยื่นถังหูหลู่มาให้ไม้หนึ่งนี่คือของโปรดที่สุดของฉันสมัยเรียนมัธยมต้นเลยต้องซื้อกินสักไม้ทุกวันหลังเลิกเรียน แล้วเดินกลับบ้านอย่างมีความสุขหลายปีมานี้ ฉันพยายามอย่างหนักที่จะเป็นผู้ใหญ่ ของเด็กๆแบบนี้เลยไม่ได้ซื้อกินอีกและก็ไม่มีใครเคยซื้อให้ฉันด้วยหลังจากฉันขอบคุณ และยังไม่ทันจะได้กัดลงไป ก็ได้ยินฉวีซือสิงกำชับว่า "ซานจามันเปรี้ยว กระเพาะคุณไม่ค่อยดี ทานแค่ไม่กี่คำพอให้รู้รส เอาไว้ช่วยย่อยก็พอแล้ว"ฉันชะงักไปเล็กน้อย "คุณรู้ได้ยังไงคะว่ากระเพาะฉันไม่ดี?"ขนาดแม่ของฉันเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อวานนี้เองฉวีซือสิงตอบเสียงเรียบ "น้ำแกงยาจีนที่คุณดื่มน่ะ มีแต่ตัวยาที่ช่วยบำรุงกระเพาะทั้งนั้น""..."ฉันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยตอนอยู่บนโต๊ะอาหารเมื่อคืน ดูเหมือนเขาจะก้มหน้าก้มตาเอาแต่ทานข้าวอย่างเดียวไม่นึกเลยว่าจะสังเกตเห็นแม้กระทั่งเรื่องนี้ฉันกัดถังหูหลู่ไปคำหนึ่ง "คุณนี่ใส่ใจรายละเอียดดีเหมือนกันนะคะ""ก็พอได้ครับ"ฉวีซือสิงพยักหน้ายอมรับโดยไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดฉันกลัวว่าเขาจะถามเรื่องโทรศัพท์สายเมื่อครู่ แต่โชคดีที่จนกระทั่ง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status