Short
อดีตไม่อาจย้อนคืน

อดีตไม่อาจย้อนคืน

By:  ลูกปลาCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
23Chapters
39views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“ฉันให้สองร้อยห้าสิบล้านบาท ภายในหนึ่งสัปดาห์ต้องไปต่างประเทศ แล้วก็หายไปจากลูกชายฉันตลอดไป” คุณนายเซี่ยนั่งอยู่ตรงข้ามถงเจา ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีเผยความดูแคลนโดยไม่คิดจะปิดบัง ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถงเจาคงตาแดงแล้วโต้กลับไปว่า “ฉันไม่ได้คบกับเขาเพราะเงิน” แต่ตอนนี้ เธอแค่พยักหน้าอย่างสงบ “ตกลงค่ะ” คุณนายเซี่ยชะงักไปอย่างชัดเจน ก่อนจะแค่นหัวเราะ “ก็ยังพอมีสำนึกตัวอยู่บ้าง” คำว่า “สำนึกตัว” นี้ เธอเน้นเสียงอย่างหนัก ราวกับจะตอกย้ำความแตกต่างราวฟ้ากับดินของสถานะระหว่างเธอกับเซี่ยเหวินโจว ถงเจาก้มตาเงียบ ไม่พูดอะไร ก่อนจะยื่นมือมารับเช็คใบนั้นมา แล้วก็หันหลังเดินออกไป

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“ฉันให้สองร้อยห้าสิบล้านบาท ภายในหนึ่งสัปดาห์ต้องไปต่างประเทศ แล้วก็หายไปจากลูกชายฉันตลอดไป”

คุณนายเซี่ยนั่งอยู่ตรงข้ามถงเจา ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีเผยความดูแคลนโดยไม่คิดจะปิดบัง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถงเจาคงตาแดงแล้วโต้กลับไปว่า “ฉันไม่ได้คบกับเขาเพราะเงิน”

แต่ตอนนี้ เธอแค่พยักหน้าอย่างสงบ “ตกลงค่ะ”

คุณนายเซี่ยชะงักไปอย่างชัดเจน ก่อนจะแค่นหัวเราะ “ก็ยังพอมีสำนึกตัวอยู่บ้าง”

คำว่า “สำนึกตัว” นี้ เธอเน้นเสียงอย่างหนัก ราวกับจะตอกย้ำความแตกต่างราวฟ้ากับดินของสถานะระหว่างเธอกับเซี่ยเหวินโจว

ถงเจาก้มตาเงียบ ไม่พูดอะไร ก่อนจะยื่นมือมารับเช็คใบนั้นมา แล้วก็หันหลังเดินออกไป

พอกลับมาถึงวิลล่า ท้องฟ้าก็มืดแล้ว

ที่นี่กว้างใหญ่เกินไป กว้างจนเธอมักจะหลงทางอยู่บ่อยครั้ง

สิ่งเดียวที่คุ้นเคย มีเพียงรูปถ่ายใบนั้นบนโต๊ะชา ในรูป เซี่ยเหวินโจวโอบเอวเธอไว้ ก้มมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับละลายหิมะกลางฤดูหนาวได้

เธอเอื้อมมือไปลูบภาพนั้นเบา ๆ จู่ ๆ ก็หวนคิดถึงคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อน

ปีนั้น เธอเก็บเซี่ยเหวินโจวได้ที่ปากซอย ร่างกายเขาเต็มไปด้วยเลือด แววตาเลื่อนลอย

“คุณเป็นใคร?” เธอถามเขา

“ผม…จำไม่ได้แล้ว” เขาส่ายหน้าอย่างงุนงง น้ำฝนปนเลือดหยดลงมาจากปลายผม

แล้วเธอก็พาผู้ชายความจำเสื่อมคนนี้กลับบ้าน

ห้องเช่าเก่าโทรมขนาดสามสิบตารางเมตร เบียดกันอยู่สองคน

ผนังลอก ท่อน้ำรั่ว หน้าหนาวต้องห่มผ้าสามผืนถึงจะพออุ่น

แต่กลับเป็นที่ที่ยากจนที่สุดแห่งนี้ ที่ก่อกำเนิดความรักบริสุทธิ์ที่สุด

พวกเขาพึ่งพากันและกัน ตั้งแต่นั้นก็กลายเป็นโลกทั้งใบของกันและกัน

เขาจะไปนั่งยองรอเธอใต้ตึกสามชั่วโมงในวันที่เธอทำโอที เพียงเพื่อไปส่งเธอกลับบ้าน

และจะนวดท้องให้เธอทั้งคืนโดยไม่หลับ ในวันที่เธอปวดประจำเดือนจนเหงื่อตก

จะปิดบังเธอไปทำงานวันละห้าอย่าง เพียงเพื่อซื้อสร้อยราคาแพงเส้นหนึ่งที่เธอเคยมองอยู่สามครั้งแต่ไม่กล้าซื้อ

สิ่งเดียวที่ทำให้เธอรับไม่ไหว คือทุกคืนเขาจะอ้อนเธอไม่ยอมปล่อย

เธอหน้าแดงขอร้อง เขาก็จะงับติ่งหูเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ “ที่รัก ก็เพราะรักเธอมากไง”

ในปีที่รักกันที่สุด เขาถึงกับพาเธอไปที่ร้านสัก และสักชื่อเธอไว้ตรงไหปลาร้า

ช่างสักถามว่าเขากลัวเจ็บไหม แต่เขากลับมองเธอแล้วยิ้ม “เจ็บก็ดี จะได้ไม่ลืมคนที่รักที่สุด”

เธอเคยคิดว่าพวกเขาจะมีความสุขแบบนี้ไปตลอด

จนกระทั่ง เขาได้ความทรงจำกลับคืน

ตอนนั้นเธอถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้ว เขาไม่ใช่หนุ่มยากจนที่เร่ร่อนอยู่ข้างถนน แต่เป็นทายาทตระกูลเซี่ยแห่งจิงเป่ย ผู้กุมครึ่งหนึ่งของวงการการเงิน ปีนั้นเพียงแค่ถูกศัตรูเล่นงานจนประสบอุบัติเหตุและสูญเสียความทรงจำ จึงต้องไปใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน

หลังจากที่เขาได้รับตัวตนกลับคืนมาแล้ว เซี่ยเหวินโจวพาถงเจาเข้าไปอยู่ในวิลล่าขนาดสองพันตารางเมตร แค่ห้องน้ำก็ใหญ่กว่าบ้านเก่าของเธอสิบเท่า

แต่เขา ก็เหมือนกลายเป็นคนละคนตั้งแต่นั้น

เขาสวมสูทสั่งตัดที่เธอไม่รู้แม้แต่ยี่ห้อ ใส่นาฬิการาคามหาศาล เจรจาดีลมูลค่าหลายร้อยล้าน และไม่กลับบ้านทั้งคืนครั้งแล้วครั้งเล่า

เธอหลอกตัวเองว่าเขาแค่ยุ่งเกินไป

จนกระทั่งวันนั้น ข่าวบันเทิงเต็มไปหมดด้วยข่าวลือของเขากับหลินหว่านถัง ลูกสาวตระกูลหลิน

ในรูป เขาใส่สูทหรูเปิดประตูรถให้เธอ ทั้งสองสบตากันแล้วแย้มยิ้ม ภาพนั้นบาดตาเธอจนเจ็บ

ในคอมเมนต์ต่างพูดว่า “เหมาะสมกันทุกอย่าง” “สวรรค์สร้างมาให้คู่กัน”

คืนนั้น เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่างคนเดียว มองดวงจันทร์ทั้งคืน และในที่สุดก็เข้าใจความจริงอย่างหนึ่ง

เซี่ยเหวินโจวคนที่ฝ่าลมหนาวมารับเธอเลิกงาน คนที่ไปแบกอิฐหาเงินซื้อสร้อยให้เธอ คนที่สักชื่อเธอไว้บนไหปลาร้า คนนั้น ได้ตายไปตั้งแต่วันที่ความทรงจำเขากลับมา

ตอนนี้ ทายาทตระกูลเซี่ยกับเธอ ไม่ใช่แค่ห่างกันราวฟ้ากับดิน

เขายืนอยู่บนก้อนเมฆ ส่วนเธอติดอยู่ในโคลน

เหมือนดวงจันทร์ที่ไม่มีวันเอื้อมถึงฝุ่นดิน คนอย่างเขา ย่อมต้องคู่กับคนที่เปล่งประกายไม่แพ้กัน

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เธอจะทนให้ตัวเองถูกเหยียดหยามไปทำไม

ปล่อยมือดีกว่า

ปล่อยเขา และปล่อยตัวเอง

คืนนั้น วิลล่ายังคงว่างเปล่า เซี่ยเหวินโจวก็ยังไม่กลับมา

ถงเจาไม่ได้รอเขาจนถึงตีเหมือนที่ผ่านมา แต่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ พอฟ้าสว่างก็ไปศูนย์ทำวีซ่า

เธอใช้ช่องทางเร่งด่วน วีซ่ากับพาสปอร์ตจะออกภายในหนึ่งสัปดาห์

ออกจากศูนย์วีซ่าก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ถงเจาแวะหาร้านอาหารสักแห่ง

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ฝีเท้าของเธอก็ชะงักเล็กน้อย

ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง เซี่ยเหวินโจวกำลังใช้กระดาษทิชชูเช็ดมุมปากให้หลินหว่านถังอย่างอ่อนโยน

สายตานั้น อ่อนโยนจนละลายน้ำแข็งกลางฤดูหนาวได้ เหมือนตอนที่เขาเคยยิ้มจูบเธอในห้องเช่าไม่มีผิด

ถงเจายืนอยู่ตรงนั้น รู้สึกเหมือนหัวใจถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น

เธอหันตัวจะเดินออกไป แต่เผลอไปชนกระถางต้นไม้หน้าประตูจนล้ม

เซี่ยเหวินโจวได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น พอเห็นถงเจา แววตาก็เย็นลงในทันที

เขาเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ ริมฝีปากบางขยับ เสียงทุ้มเย็นชา “เธอตามฉันมาเหรอ”

ยังไม่ทันได้อ้าปาก เขาก็พูดต่อ “รูปข่าวพวกนั้น ฉันก็อธิบายกับเธอไปแล้วว่าเป็นแค่การคุยงาน เธอจะงอแงไปถึงเมื่อไหร่”

ถงเจาอ้าปากจะอธิบาย แต่ลำคอเหมือนถูกอะไรอุดไว้

คำพูดของคุณนายเซี่ยเมื่อวานยังดังก้องอยู่ข้างหู “เรื่องหมั้นของเหวินโจวกับหว่านถังเป็นสิ่งที่สองครอบครัวตกลงกันไว้นานแล้ว เขาเองก็ชอบหว่านถัง…”

คุยงานงั้นเหรอ ? คุยงานแบบหมั้นหมายหรือเปล่า

“เหวินโจว อย่าดุแบบนี้สิ” หลินหว่านถังเดินเข้ามา ยิ้มไกล่เกลี่ย “ได้เจอกันก็ถือว่ามีวาสนา มานั่งด้วยกันเถอะ”

ยังไม่ทันที่ถงเจาจะปฏิเสธ หลินหว่านถังก็ดึงเธอไปที่โต๊ะแล้ว

ถงเจาถูกกดให้นั่งลงเหมือนตุ๊กตา ตรงข้ามกับใบหน้าที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งของเซี่ยเหวินโจว

“คุณถงอยากทานอะไรคะ” หลินหว่านถังเลื่อนเมนูมาให้ “อาหารฝรั่งเศสร้านนี้แท้มากนะคะ”

ถงเจามองตัวหนังสือภาษาฝรั่งเศสที่อ่านไม่ออก ความอึดอัดค่อย ๆ แผ่ซ่านในใจ

“ฉันไม่หิว” เธอเลื่อนเมนูกลับไป

“งั้นทานซุปหน่อยนะคะ” หลินหว่านถังตักซุปซีฟู้ดวางตรงหน้า “สดชื่นมากเลย”

ถงเจามองกุ้งในชาม ท้องก็บิดเกร็งขึ้นมา

เธอแพ้อาหารทะเลอย่างรุนแรง

กำลังจะปฏิเสธ โทรศัพท์ของเซี่ยเหวินโจวก็ดังขึ้น

เขาลุกไปคุยโทรศัพท์ แผ่นหลังตรงสง่า

สูทตัวนั้นเธอเคยเห็นในนิตยสาร ราคาพอซื้อทั้งชุมชนเก่าที่เธอเคยอยู่ได้

“ลองชิมสิ” หลินหว่านถังกดเสียงต่ำลง “ฐานะอย่างเธอ ปกติคงไม่มีโอกาสกินของแพงแบบนี้หรอก”

ถงเจาเงยหน้าขึ้นทันที สบตากับสายตาที่มีรอยยิ้มของอีกฝ่าย

“อย่าบอกนะว่าเธอคิดจริง ๆ ว่าเคยมีความสัมพันธ์กับเหวินโจวแล้วจะได้แต่งเข้าตระกูลใหญ่” ปลายนิ้วเธอเคาะขอบแก้วเบา ๆ “ถ้าไม่ใช่เพราะเขาความจำเสื่อม ผู้หญิงชั้นต่ำแบบเธอ ต่อให้เช็ดรองเท้าให้เขาก็ยังไม่คู่ควร”

ถงเจากำผ้าเช็ดปากแน่น จนผ้ายับยู่ในฝ่ามือ

เธออาจจน แต่ก็ไม่ใช่ให้ใครมาทำลายศักดิ์ศรีแบบนี้ “คุณหลิน เราไม่เคยรู้จักกัน คุณ...”

“อุ๊ย!”

ยังพูดไม่ทันจบ หลินหว่านถังก็ร้องขึ้นมา แล้วปัดชามซุปซีฟู้ดคว่ำ น้ำร้อนลวกลงบนหลังมือเธอ และกระเด็นใส่มือถงเจาเต็ม ๆ

เซี่ยเหวินโจวรีบกลับมา มือเรียวยาวคว้ามือของหลินหว่านถังไว้ทันที “เป็นอะไรไหม”

“ไม่เป็นไร…” หลินหว่านถังตาแดง “โทษฉันเอง ที่โดนเห็นว่านั่งกินข้าวกับคุณสองต่อสอง คุณถงเป็นแฟนคุณ เห็นแล้วจะโกรธก็ไม่แปลก…”

เซี่ยเหวินโจวมองถงเจาทันที คิ้วขมวดเย็นชา “ถงเจา ผมอธิบายไปกี่ครั้งแล้ว เธอยังจะเป็นแบบนี้อีกเหรอ”

“ฉันไม่ได้ทำ เธอเป็นคน...”

“พอได้แล้ว ! ” เขาขัด “ผมเห็นกับตา ยังจะโกหกอีกเหรอ เธอกลายเป็นคนไร้เหตุผลตั้งแต่เมื่อไหร่”

พูดจบ เซี่ยเหวินโจวก็อุ้มหลินหว่านถังแล้วเดินออกไปโดยไม่หันกลับ

หลินหว่านถังซบไหล่เขา แล้วหันกลับมายิ้มให้ถงเจาอย่างผู้ชนะ

ถงเจายืนอยู่ตรงนั้น มือที่ถูกลวกแดงก่ำสั่นเทา

พองน้ำผุดขึ้นแล้ว เจ็บเหมือนมีเข็มนับพันทิ่มแทง

แต่ในสายตาของเซี่ยเหวินโจว กลับมีเพียงผิวแดงเล็กน้อยของหลินหว่านถัง

เขาเดินไปอย่างรีบร้อน เด็ดขาด ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ

ทั้งที่เซี่ยเหวินโจวของเธอ เคยห่วงเธอที่สุด

เมื่อสามปีก่อน ตอนเธอทำอาหารแล้วโดนน้ำร้อนลวก เขาร้อนใจจนตาแดง รีบวิ่งไปซื้อยากลางดึก กลับมาก็ทายาให้เธอไปพูดไป “เจาเจา เจ็บไหม”

ตอนนั้น ในสายตาเขามีแค่เธอ

แต่ตอนนี้ เซี่ยเหวินโจว มองไม่เห็นเธออีกต่อไปแล้ว
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
23 Chapters
บทที่ 1
“ฉันให้สองร้อยห้าสิบล้านบาท ภายในหนึ่งสัปดาห์ต้องไปต่างประเทศ แล้วก็หายไปจากลูกชายฉันตลอดไป” คุณนายเซี่ยนั่งอยู่ตรงข้ามถงเจา ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีเผยความดูแคลนโดยไม่คิดจะปิดบัง ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถงเจาคงตาแดงแล้วโต้กลับไปว่า “ฉันไม่ได้คบกับเขาเพราะเงิน” แต่ตอนนี้ เธอแค่พยักหน้าอย่างสงบ “ตกลงค่ะ” คุณนายเซี่ยชะงักไปอย่างชัดเจน ก่อนจะแค่นหัวเราะ “ก็ยังพอมีสำนึกตัวอยู่บ้าง” คำว่า “สำนึกตัว” นี้ เธอเน้นเสียงอย่างหนัก ราวกับจะตอกย้ำความแตกต่างราวฟ้ากับดินของสถานะระหว่างเธอกับเซี่ยเหวินโจว ถงเจาก้มตาเงียบ ไม่พูดอะไร ก่อนจะยื่นมือมารับเช็คใบนั้นมา แล้วก็หันหลังเดินออกไปพอกลับมาถึงวิลล่า ท้องฟ้าก็มืดแล้วที่นี่กว้างใหญ่เกินไป กว้างจนเธอมักจะหลงทางอยู่บ่อยครั้งสิ่งเดียวที่คุ้นเคย มีเพียงรูปถ่ายใบนั้นบนโต๊ะชา ในรูป เซี่ยเหวินโจวโอบเอวเธอไว้ ก้มมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับละลายหิมะกลางฤดูหนาวได้เธอเอื้อมมือไปลูบภาพนั้นเบา ๆ จู่ ๆ ก็หวนคิดถึงคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อนปีนั้น เธอเก็บเซี่ยเหวินโจวได้ที่ปากซอย ร่างกายเขาเต็มไปด้วยเลือด แววตาเลื่อนลอย“คุณเป็นใคร?” เธอถามเขา“ผม…
Read more
บทที่ 2
ถงเจากลับบ้านเพียงลำพังพอกลับไป เธอก็เปิดตู้ยาในห้องนั่งเล่น ทำแผล ฆ่าเชื้อ ทายา และพันแผลให้ตัวเองบาดแผลแผ่ความเจ็บแสบละเอียด ราวกับมีมดนับไม่ถ้วนกำลังกัดกินตอนหันตัวจะขึ้นชั้นบน เธอเผลอเหลือบไปเห็นแกรนด์เปียโนตรงมุมห้องนั่งเล่นนั่นคือสิ่งที่เซี่ยเหวินโจวซื้อหลังจากความจำกลับมา บอกว่าจะสอนเธอเล่นเปียโนแต่เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ ฝุ่นบนฝาเปียโนกลับหนาจนเห็นได้ชัดเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขา ที่ถูกฝุ่นจับไปนานแล้วดวงตาเธอเริ่มแดง เธอเร่งฝีเท้าเข้าไปในห้องเพื่อเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า เอกสาร บัตรเครดิต………เธอจัดเรียงทีละอย่างอย่างช้า ๆ เหมือนกำลังบอกลาตัวเองในอดีตเก็บไปได้ครึ่งทาง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกกะทันหันเซี่ยเหวินโจวยืนอยู่ที่หน้าประตู เสื้อสูทพาดแขน เนกไทคลายหลวมเขามองกระเป๋าเดินทางที่ถูกเปิดทิ้งไว้ แล้วขมวดคิ้ว “เธอกำลังทำอะไร”“เก็บของ” ถงเจาตอบเรียบ ๆ ก้มหน้าพับเสื้อผ้าต่อโดยไม่หยุดเซี่ยเหวินโจวขมวดคิ้วเดินเข้ามา กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาคือกลิ่นเดียวกับที่หลินหว่านถังใช้ในวันนี้เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงจนเธอเจ็บจนขมวดคิ้ว“แค่เพราะวันนี้ฉันไปกินข้าวกับหว่า
Read more
บทที่ 3
เธอยืนนิ่งงัน มองพนักงานยื่นกำไลให้หลินหว่านถังอย่างนอบน้อม ขณะที่อีกฝ่ายยิ้มบาง ๆ แล้วยื่นมือไปรับ ปลายนิ้วเพิ่งแตะขอบกล่อง จู่ ๆ ก็ร้อง “อุ๊ย”“เพล้ง!”กำไลหยกลื่นหลุดจากกล่อง ตกกระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรง แตกออกเป็นสองท่อนในเสี้ยววินาทีนั้น ลมหายใจของถงเจาแทบหยุดลง เสียงในหูเหลือเพียงเสียงแตกแหลมคมสมองเธอว่างเปล่า แทบจะเป็นสัญชาตญาณที่พุ่งเข้าไป ผลักหลินหว่านถังออก แล้วก้มลงเก็บเศษชิ้นส่วนบนพื้นด้วยมือที่สั่นเทาสีหน้าของเซี่ยเหวินโจวเย็นลงทันที เขาประคองหลินหว่านถังที่เซถลาไว้ ก่อนจะหันมามองถงเจาอีกครั้ง น้ำเสียงทุ้มเย็นเฉียบ “ถงเจา เธอทำอะไร”ถงเจาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ เสียงสั่น “ฉันทำอะไร? นี่คือของที่ระลึกจากคุณย่าของฉัน ! ตอนนั้นคุณไม่ใช่เหรอที่บอกว่า ถ้าเจอมันอีก จะต้องซื้อกลับมาให้ฉันแน่นอน”“แต่ตอนนี้คุณลืมไปหมดแล้ว ใช่ไหม”เซี่ยเหวินโจวชะงักไปชั่วขณะ เหมือนจะนึกอะไรออก แต่ไม่นาน สายตาก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง“เรื่องนานขนาดนั้น ฉันจะจำได้ยังไง” น้ำเสียงเขาเรียบเย็น แฝงความไม่พอใจ “อีกอย่าง หว่านถังก็ไม่ได้ตั้งใจ เธอจะไปผลักคนอื่นได้ยังไง!”ดวงตาของหลินหว่านถังแดงขึ
Read more
บทที่ 4
เธอไม่อยากให้เขาจับพิรุธก่อนจะจากไป แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก ถงเจานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้าจากนั้นก็พยุงข้อเท้าที่เจ็บ เพื่อลุกไปเลือกเสื้อผ้าหน้าตู้ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองก็มาถึงจุดหมายคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ตอนถงเจาเดินตามเซี่ยเหวินโจวเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นก็คือหลินหว่านถังที่นั่งอยู่บนโซฟาเธอสวมชุดชาแนลอย่างสง่างาม กำลังคุยกับคุณนายเซี่ยอย่างสนิทสนม ด้านข้างมีคุณพ่อเซี่ยนั่งยิ้มพยักหน้า เป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นกลมเกลียว“เหวินโจวมาแล้ว!” คุณนายเซี่ยรีบลุกมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น แต่กลับมองข้ามถงเจาไปโดยสิ้นเชิง ตรงเข้าไปจับแขนลูกชาย “หว่านถังรอเธอมานานแล้วนะ”เซี่ยเหวินโจวชะงักเล็กน้อย พลางเผลอหันกลับไปมองถงเจาเขาคิดว่าจะได้เห็นแววตาน้อยใจ หรืออย่างน้อยก็สีหน้าที่พยายามกลั้นความเสียใจไว้แต่ถงเจาเพียงยืนอย่างสงบอยู่ข้าง ๆ ราวกับทุกอย่างไม่เกี่ยวข้องกับเธอเลย“คุณถงก็มาด้วยเหรอคะ?” หลินหว่านถังแสร้งทำเป็นแปลกใจ ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน “นั่งสิคะ ไม่ต้องเกรงใจ”คุณนายเซี่ยเพิ่งเหลือบตามองถงเจา น้ำเสียงเย็นชา “มาแล้วก็สำรวมหน่อย อย่าทำให้ตระ
Read more
บทที่ 5
ถงเจาก้มตาลง เอ่ยโกหกออกไป “คุณป้ามาเยี่ยมฉัน ฉันก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้ท่านกลับไปก่อนค่ะ”คุณนายเซี่ยเห็นดังนั้น ก็รีบแสร้งถามไถ่อาการ 2-3 ประโยค ก่อนจะอ้างว่ามีธุระแล้วจากไปในห้องผู้ป่วยเหลือเพียงพวกเขาสองคน“เรื่องก่อนหน้านี้…” เซี่ยเหวินโจวเดินมาข้างเตียง น้ำเสียงแข็งเล็กน้อย “อุบัติเหตุมันกะทันหันเกินไป ฉันตั้งตัวไม่ทัน”ถงเจาพยักหน้าเบา ๆ “อืม ฉันรู้ ไม่เป็นไร”เซี่ยเหวินโจวชะงัก “เธอไม่โกรธเหรอ”“ไม่โกรธ”เซี่ยเหวินโจวจ้องตาเธอ พยายามหาความน้อยใจหรือความโกรธแม้เพียงนิดเดียว แต่ดวงตาของเธอกลับนิ่งสงบเหมือนผืนน้ำจู่ ๆ เขาก็หงุดหงิดขึ้นมา ยื่นมือจะลูบหน้าเธอ “อย่าอาละวาด ฉัน...”“ฉันไม่ได้โกรธจริง ๆ” ถงเจาเบี่ยงหน้าหลบ น้ำเสียงเบาแต่หนักแน่น “ฉันอยากพักผ่อน หลินหว่านถังก็เจ็บเหมือนกัน คุณไปอยู่เป็นเพื่อนเธอเถอะ”พูดจบ เธอก็หลับตา พลิกตัวหันหลังให้เธอรู้สึกว่าเซี่ยเหวินโจวยืนมองเธออยู่นาน สุดท้ายถึงค่อยปิดประตูออกไปหลายวันถัดมา เซี่ยเหวินโจวมาที่โรงพยาบาลทุกวันเขานั่งข้างเตียงจัดการเอกสาร บางครั้งก็ถามเธอว่า “เจ็บไหม” และเธอก็มักจะส่ายหน้าแต่ทุกครั้งที่เธอห
Read more
บทที่ 6
ในตอนนั้นเอง เจ้าภาพงานก็ประกาศเกมเล็ก ๆ ขึ้นมาคู่รักขึ้นเวทีบรรเลงเปียโนร่วมกัน ผู้แสดงที่ดีที่สุดจะได้รับชุดเครื่องประดับล้ำค่าเป็นรางวัล“ชุดนั้นสวยจัง!” หลินหว่านถังตาเป็นประกาย ดึงแขนเสื้อเซี่ยเหวินโจวแล้วอ้อน “เหวินโจว อีกไม่นานก็วันเกิดฉันแล้ว คุณกับคุณถงช่วยคว้าชัยชนะให้ฉันได้ไหม?”บรรดาคุณหนูรอบข้างหัวเราะทันที “หว่านถัง เธอกำลังทำให้คนอื่นลำบากนะ คุณถงยังพูดเยอรมันไม่ได้เลย จะไปเล่นเปียโนแบบสังคมชั้นสูงได้ยังไง?”“ไม่งั้นเธอกับคุณชายเซี่ยขึ้นไปเล่นด้วยกันสิ” มีคนเสนอหลินหว่านถังหันไปมองเซี่ยเหวินโจว “ได้ไหม?”เซี่ยเหวินโจวพยักหน้าเบา ๆ “ได้”หลินหว่านถังเหลือบมองถงเจาอย่างได้ใจ “งั้นฉันขอยืมเหวินโจวก่อนนะ”ทั้งสองเดินขึ้นเวที ทันทีที่เสียงเปียโนดังขึ้น ทั้งห้องก็เงียบกริบปลายนิ้วของหลินหว่านถังเคลื่อนไหวบนคีย์อย่างคล่องแคล่ว เซี่ยเหวินโจวประสานได้อย่างลงตัว ราวกับพวกเขาต่างหากที่เป็นคู่รักที่เข้ากันที่สุดแขกในงานต่างชื่นชมไม่หยุด ขณะที่ถงเจาด้านล่างเวทีกลับถูกเพื่อนของหลินหว่านถังล้อมเอาไว้“ถงเจา เห็นไหม นี่แหละคู่ที่เหมาะสมกันจริง ๆ อย่างเธอพูดเยอรมันก็ไม่ได้
Read more
บทที่ 7
ถงเจากัดริมฝีปากแน่น จนกระทั่งได้กลิ่นเลือดคาวในปากงั้นแค่เพราะไม่อยากให้หลินหว่านถังต้องอับอาย เธอก็ต้องกลืนความเจ็บพวกนี้ลงไปงั้นเหรอ“ฉันจะต้องแจ้งความ”เซี่ยเหวินโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบสมุดเช็คออกมา “ถ้าเธอยืนยันจะเอาเรื่อง งั้นฉันจะชดใช้แทนพวกเขาเอง”เสียงปลายปากกาขีดลงบนกระดาษเช็คดังแผ่ว ๆ ในห้องผู้ป่วย ทุกครั้งเหมือนกำลังเฉือนหัวใจของถงเจาอย่างช้า ๆตอนที่เขาเขียนตัวเลขแรก เธอกัดปากแน่น เลือดค่อย ๆ แผ่ในปากเขาเห็นว่าเธอไม่รับ จึงคิดว่าไม่พอ แล้วฉีกแผ่นนั้นทิ้ง เขียนใหม่อีกครั้งครั้งแล้วครั้งเล่าจำนวนเงินบนเช็คเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆจนเมื่อกระดาษเช็คที่เขียนว่า “ห้าร้อยล้าน” ถูกยื่นมาตรงหน้า เธอก็พลันนึกถึงคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อนตอนนั้นพวกเขาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ แค่สิบตารางเมตร เขากลับมาตอนตีสามตัวเปียกไปทั้งตัว แต่ยังยิ้มแล้วกอดเธอไว้แน่น“เจาเจา ฉันจะต้องหาเงินให้ได้ห้าร้อยล้านบาท ให้เธอไม่ต้องลำบากอีกต่อไป”คำสัญญานั้นเป็นจริงแล้ว แต่กลับกลายเป็นในรูปแบบนี้เขาเขียนห้าร้อยล้านได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้เธอ “ยอมปล่อย” คนที่เคยเหยียบเธอลงกับพื้น“ห้าร้อยล้านบาท พ
Read more
บทที่ 8
ในเวลาเดียวกัน อีกฝั่งหนึ่งบนเวที เสียงดนตรีและการแสดงผสานกันอย่างลงตัว แต่ในใจของเซี่ยเหวินโจวกลับรู้สึกกระวนกระวายอยู่ลึก ๆความร้อนรนที่ไม่รู้สาเหตุทำให้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังจะหลุดพ้นจากการควบคุมของเขาละครเวทีจบลง เขาดูแบบไร้อารมณ์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบนเวทีพูดอะไรไปบ้าง ในหัวมีแต่เสียงหนึ่งเร่งเร้าให้เขารีบกลับไป พอจบการแสดง เขาก็ลุกขึ้นทันทีด้วยสัญชาตญาณการกระทำที่กะทันหันทำให้หลินหว่านถังที่นั่งข้าง ๆ ชะงักไป พอเห็นเขาเดินออกไป เธอก็รีบตามไป“เหวินโจว เหวินโจว! เกิดอะไรขึ้น ไม่ชอบดูเหรอ?”ได้ยินเสียงเธอดังจากด้านหลัง เซี่ยเหวินโจวชะลอฝีเท้า หันกลับมามองเธอ ก่อนจะส่ายหน้า“เปล่า แค่นึกขึ้นได้ว่ามีธุระ เดี๋ยวฉันให้คนมาส่งเธอกลับ”พูดจบ เขาก็ไม่สนใจเสียงเรียกของหลินหว่านถังอีก หันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเลหลินหว่านถังเองก็ไม่รู้ว่าทำอะไรให้เขาไม่พอใจถึงทำให้เขาออกไปแบบนี้ นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ก็แค่เบะปากเล็กน้อยถึงจะโกรธก็ไม่เป็นไรอยู่ดี ยังไงเรื่องแต่งงานก็ถูกกำหนดไว้แล้ว แถมยังมีผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่มีทางเกิดปัญหาอะไรเซี่ยเหวินโจวเองก็ไม่
Read more
บทที่ 9
เสียงของคุณนายเซี่ยดังต่อเนื่องไม่หยุด แต่เซี่ยเหวินโจวกลับเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย จมอยู่ในโลกของตัวเองโดยสิ้นเชิง“เหวินโจว แม่พูดกับลูกอยู่นะ ได้ยินไหม?”เห็นลูกชายเหม่อลอย คุณนายเซี่ยยกมือโบกตรงหน้าเขา แต่เขาก็ยังไม่ตอบสนอง เอาแต่พึมพำชื่อหนึ่งซ้ำไปมา“เจาเจา… เจาเจา…”เมื่อสองคำนี้เข้าหูคุณนายเซี่ย ทำให้เธอขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลนเด็กผู้หญิงยากจนไร้พื้นเพ อาศัยตอนที่เซี่ยเหวินโจวความจำเสื่อมเกาะตระกูลเซี่ยขึ้นมา ถึงได้ก้าวเข้าสู่วงสังคมชั้นสูง แต่ความบ้านนอกติดตัว ต่อให้ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมก็ปิดไม่มิดยังไงเธอกับเซี่ยเหวินโจวก็ไม่ใช่คนโลกเดียวกัน โชคดีที่ยังพอรู้ตัว ไม่ได้ตามตื๊อไม่ปล่อยคิดถึงตรงนี้ คุณนายเซี่ยมองห้องนั่งเล่นที่ถูกรื้อค้นจนเละ แล้วคำนวณเวลาในใจ เหมือนนึกอะไรออก จึงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พอมองไปที่เซี่ยเหวินโจว สายตาก็มีความพอใจเพิ่มขึ้น“เธอไปแล้วสินะ ยังพอรู้กาลเทศะ ไปก็ดีแล้ว กลับไปแม่จะได้คุยเรื่องฤกษ์แต่งงานกับตระกูลหลินสักที”แต่ไม่รู้ว่าคำไหนไปกระทบเส้นประสาท เซี่ยเหวินโจวหน้าซีดลงทันที “ไม่… เป็นไปไม่ได้! เธอจะจากผมไปได้ยังไง! ท
Read more
บทที่ 10
ประตูหน้าต่างถูกปิดสนิท กั้นแสงทุกอย่างไว้ด้านนอก เบื้องหน้าเป็นความมืดมิด มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วตัวเองโทรศัพท์ถูกโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ เสียงเรียกเข้าที่แหลมบาดหูทำลายความเงียบ แต่เขากลับไม่มีอารมณ์จะรับสาย แม้แต่จะเหลือบมองก็ยังไม่คิดแต่ปลายสายเหมือนจะตั้งใจแข่งกับเขา เขาไม่รับ ก็โทรมาไม่หยุดยื้อกันอยู่นาน ในที่สุดเซี่ยเหวินโจวก็เป็นฝ่ายยอมแพ้เขาขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เห็นชื่อ “หลินหว่านถัง” ปรากฏอยู่ ความหงุดหงิดก็ผุดขึ้นมาโดยไร้สาเหตุเขากดตัดสายโดยแทบไม่ลังเล แล้วบล็อกหมายเลขนั้นทันทีในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง เขาถอนหายใจเบา ๆแต่ไม่นาน หมายเลขแปลกหน้าก็โทรเข้ามาอีกเซี่ยเหวินโจวแทบไม่ต้องเดา ก็รู้ว่าเป็นหลินหว่านถังเขาตัดสาย บล็อกอีกครั้งอย่างรวดเร็วในคราวเดียวเขานอนอยู่บนเตียงนุ่ม จ้องเพดานอย่างเหม่อลอย ใบหน้าที่กำลังยิ้มของถงเจาฉายซ้ำในหัวไม่หยุดก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้เลยว่า ในใจตัวเอง เธอได้ยึดพื้นที่ไปมากขนาดนั้นแล้วแต่เขาอยู่ในสภาพนั้นได้ไม่นาน เพราะหลินหว่านถังมาหาเขาถึงที่“เซี่ยเหวินโจว นี่คุณหมายความว่ายังไง?!”เธอผลักประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ แววตาเต็
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status