Short
หากคุณรู้

หากคุณรู้

By:  ลู่เหวินซีCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
12Chapters
3.9Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ปีที่แฟนหนุ่มประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนสูญเสียการมองเห็นนั้น ฉันก็หายตัวไปอย่างเงียบงัน ต่อมาเมื่อเขากลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ใช้ทุกวิถีทางตามหาฉันจนเจอ บีบให้ฉันอยู่ข้างกายเขา ทุกคนต่างบอกว่าฉันเป็นรักแท้ของเขา แม้จะโดนฉันทอดทิ้งก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ จนกระทั่งต่อมา เขาปรากฏตัวต่อหน้าฉันพร้อมคู่หมั้น “กู้เชี่ยน รสชาติของการถูกหักหลังมันรู้สึกดีไหม?” ฉันส่ายหน้าหัวเราะเบา ๆ ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้ทรมานก็ทรมานแค่ไม่กี่วัน ถึงอย่างไรฉันก็ใกล้จะลืมเขาแล้ว

View More

Chapter 1

บทที่ 1

「あなた、三年付き合っている彼氏がいるんじゃなかった?今年は彼を親に紹介するって言ってたのに、どうして彼氏をオーダーメイドなんてするの?」

小林千秋(こばやし ちあき)は手すりにもたれかかり、淡々とした声で答えた。

「別れたの」

電話の向こうの女性は少し驚いたようだったが、ほんの一瞬間を置いただけで、冗談めかして言った。

「大丈夫、うちの会社は『オーダーメイド彼氏』業のプロだから。男なんて腐るほどいるし、タイプも選び放題。半月待てば、丁度いい感じの男たちの社員研修が上がる頃よ」

千秋は顔を上げた。

ドローンで描かれた巨大なバラが、今も空に咲き誇っている。

しばらくして、彼女は小さく答えた。

「わかった」

その言葉が終わらないうちに、背後から慌ただしい足音が聞こえてきた。

千秋は小声で何かを呟くと、電話を切った。

彼女は振り返った。

池田昴(いけだ すばる)の姿が視界に入る。あの傲慢さを帯びた顔には、焦りの色が濃く浮かんでいる。

「千秋、どこに行ったの?出かける時は一言、言ってくれよ。何度も探したんだ……見つからなくて、本当に心配したんだから」

昴はそう言いながら、自分の上着を脱いで千秋に羽織らせた。

「今は寒いのに、上着も着ていないなんて。風邪をひいたらどうするんだ」

最後のボタンを留め終えると、彼は立ち上がり、千秋の鼻先を指で軽くつついて、優しく言った。

「よし、これで俺の千秋はもう寒くないな」

千秋が顔を上げると、まっすぐに愛情のこもったその瞳とぶつかった。隠すことも、偽ることもないまなざし。

だが、裏切りだけは紛れもなく現実なのだ。

昴は再び千秋の手を取り、自分の手の中に包み込み、温めるようにそっと擦った。「そういえば、さっき何かを探してるって言ってたけど、俺も一緒に探そうか?」

彼女は表情を変えず、そっと手を引き抜き、淡々と答えた。

「たいしたことじゃないわ。親友の飼い犬がいなくなったので、探してるの」

昴はわずかに眉をひそめた。

「静江って、犬を飼ってなかったはずだろ?」

千秋は顔を上げ、静かな目で昴を見つめた。

「私が言ってるのは静江のことじゃないわ。それに……」

一旦言葉を切ると、また聞き返した。

「どうして、彼女が犬を飼ってないって知ってるの?」

その言葉が出たとたん、空気がぴたりと止まった。

昴は千秋の肩を抱く腕に力を込め、そして小さく笑った。

「忘れたのか?先週、俺たち二人で彼女の引っ越しを手伝ったばかりだろ。家に犬がいるかどうかなんて、わかってるじゃないか」

もうこれ以上この話を続けたくないようで、昴は千秋を個室へと押し戻した。

「ほら、千秋。今日はサンクスギビングデーなんだし、関係のない人やことに時間を取られたくないよ。俺、嫉妬しちゃうからね」

歩く間中、昴は身をかがめて千秋に優しく話しかけていた。

その背後から、クラブのスタッフたちのひそひそ話が千秋の耳にかすかに届く。

「小林さんがいるところでは、池田さんと会話するのは無理だって言われてるけど、今日でよくわかったわ。まさに愛妻家そのものね」

「私も聞いたことあるよ。去年、小林さんが崖の上に咲く花がきれいって言っただけで、池田さんは何も言わずに装備を整えて一人で崖を登ったんだって。降りるときに足を滑らせて、危うく命を落としかけたのに、その手にはしっかりその花を握ってたらしいよ……」

聞いているうちに、千秋はふっと笑みをこぼした。その笑みには、どこか自嘲めいた色と、ほんの少しの寂しさが混じっていた。

誰もが、昴が彼女を愛していると知っている。彼女自身も、かつてはそう信じていたのだ。

池田家の次男坊として生まれた昴には、思うままに生きるだけの余裕がある。

酒を飲み、喧嘩をし、恋人を作る──どれも忙しくて手が回らないほどだった。

だが、千秋と出会ってからすべてが変わった。

ドラ息子だった彼が、まるで別人のようにおとなしくなり、酒もほどほどに、喧嘩など考えられず、近づこうとする女性がいれば追い払われる。

それからというもの、彼の世界の中心は千秋だけになった。彼女のために料理を覚え、彼女の小さな感情の揺れにも気づくようになった。

彼の交友関係もすべて彼女を中心に、周囲から恋愛バカと軽蔑されても、昴は怒ることなく、にこにこと「好きでやってるんだ」と笑って答えたのだ。

千秋が彼を受け入れるきっかけとなったのは、彼女が山で足止めされた、あの事故の夜だった。

土砂降りの中で、岩肌を伝う雨水が激しく流れ落ちている。

夜は深まり、雨はますます強くなるばかり。千秋の胸中には、不安が募っていった。

そして、その時――一筋の灯りが現れた。

昴は全身ずぶ濡れで、泥のついたズボンが重たそうだった。来る途中で何度転んだのかも分からないほどの姿だった。

彼は千秋を見つけると、安心させるように柔らかく微笑み、静かに言った。

「千秋、怖がらないで。俺が来たよ」

その瞬間、千秋は自分の鼓動がはっきりと聞こえた。

――彼のために。

その日から、彼女は昴の恋人になった。

昴は涙を流しながら彼女を抱きしめ、声を震わせて、これからは大切にすると誓った。

それほどまでに千秋を愛していた昴だったが、彼は彼女の親友と関係を持ってしまった。

恋人と親友という立場を利用し、二人は堂々と千秋の目の前で後ろめたいことをしていたのだ。

そのことを知ったとき、千秋は深く傷つき、怒り、泣き、そして彼らに、どうしてこんなことをしたのと、問い詰めに行こうとまで思った。

だが、ホテルの入口まで来たところで、彼女はふと足を止めた。

ろくでもない人間なんて、捨てればいい。どうしてそんな人たちのために、自分をみじめにしなければならないのか。

「千秋?千秋?」

昴が千秋の目の前で手をひらひらと振った。

千秋は我に返る。

「え?なんて言ったの?」

昴は笑って言った。

「ご両親はどんなものが好き?お前の家で年越しをするのは初めてだし、ご両親にいい印象を持ってもらわないとな」

千秋は淡々とした声で言った。

「なんでもいいわ」

どうせ彼に会うことはないのだから。

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
12 Chapters
บทที่ 1
ปีที่สี่ของการถูกฉินเซียวกักขัง เขาก็มีคู่หมั้นแล้วได้ยินว่าสวี่เหวิน คุณหนูของซ่างซินกรุ๊ปมีนิสัยอ่อนโยนเฉลียวฉลาด เธอกับฉินเซียวเป็นคู่ครองที่สมบูรณ์แบบทั้งสองคนติดต่อคุยกันมากว่าครึ่งปี จนมาถึงขั้นคุยเรื่องการแต่งงานแล้วหลายปีมานี้ ผู้หญิงข้างกายฉินเซียวมีเพียงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ส่วนมากเหมือนกับชมดูดอกไม้อย่างผิวเผิน ไม่เคยเห็นเขาใส่ใจคนไหนเลยเพื่อนโทรศัพท์มาเตือนฉันว่า “ดูท่าคราวนี้เขาจริงจังแล้วนะ อีกฝ่ายไม่เพียงแค่สวย แถมยังช่วยสนับสนุนธุรกิจของเขาด้วย”ฉันได้ยินมาบ้าง คิดไม่ถึงว่าครั้งแรกที่ได้เจอสวี่เหวิน คือที่บริษัทของฉินเซียวเช้าวันนั้นฉันไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการเพิ่มเติม หมอเจ้าของไข้คือรุ่นพี่ของฉัน เขาบอกฉันว่าโรคลุกลามไวมาก อาจจะเหลือเวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น ฉันก็จะลืมเรื่องราวทั้งหมด“เธอไม่บอกฉินเซียวจริง ๆ เหรอ ถ้าบอกเขาตอนนี้ ไม่แน่ว่าเขายังหันกลับมาได้นะ”ฉันครุ่นคิดแล้วก็ปล่อยไปดีกว่า ทำไมต้องเปิดเผยบาดแผลให้คนที่เปลี่ยนใจไปแล้วดูด้วย แต่ฉันยังต้องไปหาเขาเพื่อให้เขาช่วยเซ็นสัญญาฉบับหนึ่งโรคนี้ไม่ทำให้ตาย ที่ต่างประเทศมีสถานพักฟื้นดูแลอาการแบบฉันโ
Read more
บทที่ 2
“ตอนที่ฉันอายุสิบห้าก็รู้จักฉินเซียวแล้ว ฉันเป็นผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขามานานที่สุด มีคุณสมบัติและประสบการณ์มากกว่าคุณเยอะ”“อีกอย่าง...คุณแค่ถูกคนภายนอกลือว่าเป็นคู่หมั้นของเขา เขาไม่เคยยอมรับคุณในที่สาธารณะมาก่อนเลย” คำพูดของฉันกระตุ้นความรู้สึกของสวี่เหวินไม่น้อย เธอเก็บท่าทีสูงส่งเสแสร้งแล้วตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “ไม่ช้าก็เร็วเขาจะแต่งงานกับฉัน และคุณก็เป็นแค่ยัยแก่ที่ถูกเขาเล่นจนเบื่อแล้ว เห็นคุณน่าสงสารถึงไม่ไล่คุณไป ฉันขอแนะนำว่าคุณอย่าได้คืบจะเอาศอกเลย”“ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณผ่านอะไรมาตลอดสองปีที่หายตัวไป ไม่แน่ว่าคงถูกผู้ชายนอนจนเบื่อไปนานแล้วก็ได้ ยังคิดจะแข่งกับฉันอีก...” เธอพูดพลางเหลือบตามองไปด้านนอกประตู วินาทีต่อมา เธอก็หยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาราดใส่หน้าตัวเอง“หนาวจัง”ดวงหน้าเล็กงดงามของสวี่เหวินเปียกน้ำ เส้นผมและรองพื้นผสมปนเปกัน ให้ความรู้สึกเปราะบางอย่างบอกไม่ถูกฉินเซียวมองเห็นสภาพจนตรอกของเธอผ่านทางหน้าต่างห้องประชุมพอดีเขาเตะประตูห้องประชุมบุกเข้ามาท่ามกลางสายตาของทุกคน ก่อนจะกุมมือของสวี่เหวินไว้ “ใครทำ?” เขาดูร้อนใจมาก โยนเอกสารในมือใส่หน้าฉัน จ
Read more
บทที่ 3
เขามองมาที่ฉัน ยิ้มไม่ถึงตา “สัญญาอะไร?”“ขอเงินหรือบ้าน แสร้งถือตัวมานานขนาดนี้ ในที่สุดก็อดเอ่ยปากขอเงินไม่ได้แล้วสินะ?” ฉันชินกับการเยาะเย้ยถากถางของเขา และเขาก็พูดไม่ผิด หัวใจสำคัญของสัญญายังคงเป็นการขอเงิน“ไม่มีปัญหา ฉันรับปากกับเรื่องที่เธอขอได้ เงื่อนไขคือเธอขอโทษเหวินเหวินซะ”ฉินเซียวแค้นฉันมาตลอดที่ทอดทิ้งเขาในตอนแรก พอสบโอกาสหายากที่ทำให้ฉันอับอายได้ เขาจะพลาดไปได้อย่างไรฉันค่อย ๆ กำหมัดที่ห้อยอยู่สองฝั่งของร่างกายแน่นขึ้น “นายคิดว่าฉันรังแกเธอจริง ๆ เหรอ?” “ใช่หรือไม่ใช่มันไม่สำคัญ ตอนนี้ฉันแค่อยากให้เธอขอโทษ เธอจะขอโทษหรือไม่ขอโทษล่ะ?”เขาแค่อยากใช้โอกาสนี้ทำให้ฉันอับอาย เพียงเพื่อเอาใจผู้หญิงอีกคน หางตาของฉันแห้งผากเล็กน้อย ทันใดนั้นภาพที่แล่นวาบในสมองคือช่วงมัธยมปลาย เขาออกหน้าแทนฉัน สั่งสอนคนที่กลั่นแกล้งฉันตอนนั้นเขายังไม่ใช่ประธานฉินในเวลานี้ เด็กวัยรุ่นที่ยังไม่โตเต็มไวถูกคนรุ่นเดียวกันประมาณสามถึงห้าคนต่อยจนจมูกเขียวหน้าบวมช้ำ แต่เขายังคงอาศัยความกล้าหาญเดียวดายปกป้องฉันไว้ด้านหลัง “ขอโทษฟางมี่ซะ” เงาของฉินเซียวในช่วงเวลาที่แตกต่างกันค่อย ๆ ซ้อนทับก
Read more
บทที่ 4
ฉันเดินอยู่บนถนนอย่างไร้จุดหมาย ร่างกายเจ็บปวดจนยากจะทานทน ในช่วงที่พร่าเลือนนั้น ฉันเหมือนกับเห็นฉินเซียวในวัยสิบหกยืนอยู่ตรงหน้าฉันปีนั้นฉันเพิ่งเข้ามัธยมปลายมาได้ไม่นาน เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตอย่างไม่มีเค้าลางล่วงหน้าจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฉันเลยซึมเศร้า นิสัยก็เก็บตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉินเซียวเป็นเพื่อนบ้านที่ย้ายมาใหม่ อยู่ข้างบ้านฉันฐานะครอบครัวของเขาก็ไม่ดีเหมือนกัน พ่อหนีไปกับผู้หญิงอื่น แม่ก็อาศัยการทำงานเป็นแม่บ้านเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่เขากลับร่าเริงมองโลกในแง่ดี เมื่อเจอฉันก็ยิ้มให้ แต่ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะสนใจเขาเลยจริง ๆสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีความสุขขึ้นมาได้เล็กน้อยคือการไปเก็บทับทิมที่ภูเขาหลังโรงเรียน ภายใต้แสงอาทิตย์สาดส่อง ทับทิมเติบโตขึ้นจนทั้งแดงทั้งลูกใหญ่ฉันยังจำได้ว่าวันนั้นเป็นช่วงพลบค่ำพอดี ฉันปีนขึ้นต้นไม้อย่างยากลำบาก มือยังไม่ทันคว้าทับทิม ฉันก็พลัดตกลงมาจากต้นไม้แต่ความเจ็บปวดจากอุบัติเหตุกลับไม่มา ฉันก้มหน้าลงมองก็พบว่าฉินเซียวที่หน้าซีดเผือดถูกฉันทับไว้ใต้ร่างอย่างแรง“ขอโทษนะ...”ตอนนั้นเขามีรูปร่างผอมบาง ถูกฉันกระแทกใส่จนกระดูกหักทันทีในห้อ
Read more
บทที่ 5
ฉันเดินเตร็ดเตร่อยู่เนิ่นนานถึงค่อยเจอที่อยู่ปัจจุบันจากในโทรศัพท์มือถือ ฉันกลับบ้านอย่างเชื่องช้าแล้วก็พบว่ามีคนอยู่ในห้องครัวฉินเซียวกลับมาแล้ว นับตั้งแต่ที่สวี่เหวินปรากฏตัวข้างกายเขาก็ไม่มานานมากแล้วเขาอารมณ์ไม่ค่อยดี ถือขวดเหล้า สายตามองทะลุผ่านร่างฉันไปยังโต๊ะน้ำชาที่อยู่ข้างหลังเป็นทับทิมสองลูกที่ทั้งแดงทั้งลูกใหญ่ เหมือนกับที่ภูเขาหลังโรงเรียนในอดีต “กิน” เขามองลงมาพลางเอ่ยปาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยการไม่ยินยอมให้ปฏิเสธฉันไม่สนใจ เดินผ่านตัวเขา แต่ร่างกายถูกลากไปอย่างแรงนัยน์ตาของเขามีเปลวไฟสุมอยู่ “เมินฉัน? ยังคิดว่าฉันเป็นไอ้บอดที่มองไม่เห็นอีกหรือไง?” น้ำเสียด่าทออย่างรุนแรง เหมือนอยากจะฉีกคนเป็นชิ้น ๆเรื่องที่เขาเคยสูญเสียการมองเห็นเป็นจุดอ่อนของเขามาโดยตลอด เขาไม่เคยพูดถึงก่อนเลย นอกเสียจากว่าเจอเรื่องที่ทำให้โกรธมากเป็นพิเศษ ฉันตกตะลึง พยายามสุดชีวิตหวนนึกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน แต่ความทรงจำยังคงเลือนราง มีเพียงภาพโดด ๆ ที่จำได้ไม่กี่ภาพ“นายเป็นบ้าอะไร ฉันไปยั่วโมโหนายเหรอ?” เขาจับมือฉันไว้แน่น ฉันออกแรงสลัดออก สีหน้าก็เย็นชาลง “ฉันมึนหัวอยากนอ
Read more
บทที่ 6
ฉินเซียวตกตะลึง แต่ก็ยังรับสาย“ประธานฉิน มีเวลาว่างไหม ผมอยากคุยกับคุณเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานของคุณกับเหวินเหวิน”เป็นประธานของซ่างซินกรุ๊ป พ่อของสวี่เหวินในคำเล่าลือที่โทรมา“ตอนนี้ผม...”“มาเถอะครับ กินข้าวเป็นแค่เรื่องเล็ก ผมยังอยากคุยกับคุณเรื่องรายละเอียดธุรกิจหน่อย”ฉินเซียวไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่มองฉัน เลื่อนโทรศัพท์มือถือไปทางด้านข้าง“ขอร้องฉันสิ ฟางมี่ ขอแค่เธอเอ่ยปาก ฉันก็จะปฏิเสธเขา”“ฉันจะไม่แต่งงานกับสวี่เหวิน และจะไม่มีใครอีก”ครั้งหนึ่ง เหมือนฉันก็เคยขอร้องเขาแบบนี้ในตอนที่เขากอดผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าต่อหน้าฉัน ฉันรวบรวมความกล้าอยากบอกเขาถึงสาเหตุที่ฉันจากไปโดยไม่บอกลาในตอนแรกแต่วันนั้น เขาพูดว่าอย่างไรนะ? เขาพูดว่า “ฟางมี่ เลิกหาข้ออ้างสักที”“คำพูดของคนหลอกลวง เธอคิดว่าฉันยังจะเชื่อเหรอ?” “อยากให้ฉันฟังเธออธิบาย งั้นก็คุกเข่าลงมาอ้อนวอนฉันสิ”เขาทำลายศักดิ์ศรีของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากที่พวกเราทะเลาะจนสูญเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย เขายังเพ้อฝันว่าฉันจะไปอ้อนวอนเขาอีกฉันจ้องมองดวงตาคู่นั้นของเขา แล้วเอ่ยประณามทีละคำว่า “แตงกว่าเน่า ๆ ชิ้นหนึ่ง ไม่มี
Read more
บทที่ 7
หลายวันต่อมา รูปถ่ายของฉินเซียวกับประธานซ่างซินกรุ๊ปพบหน้ากันได้ขึ้นพาดหัวข่าวตามสื่อหลักต่าง ๆหลังจากนั้นเขากับสวี่เหวินยืนเคียงข้างกันรับสัมภาษณ์จากนักข่าว สวี่เหวินควงแขนของเขาอย่างสนิทสนม หนุ่มหล่อสาวสวยน่าอิจฉาเป็นที่สุด“คุณสวี่ ไม่ทราบว่าคุณเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับคุณฟางมี่บ้างไหม คุณมีอะไรอยากพูดหรือเปล่า?” สวี่เหวินเอ่ยอย่างสง่างามใจกว้างว่า “สมัยนี้ไม่ว่าใครก็มีอดีตที่เลวร้ายทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือตอนนี้ฉันกับฉินเซียวหากันจนเจอ ใช้ชีวิตดี ๆ ในอนาคต คนที่ไม่สำคัญก็ไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึงอีกค่ะ” ฉันนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ ดูการสัมภาษณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก หญิงสาวที่ยืนทำหน้าลำพองใจอย่างเต็มเปี่ยมด้านหลังฉันหนึ่งในนั้นแค่นเสียงเย็น แล้วเดินเข้ามาใกล้ฉัน “เดี๋ยวพี่เหวินก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของประธานฉินแล้ว บ้านหลังนี้ก็จะเป็นทรัพย์สินร่วมกันของพวกเขา คุณรีบฉวยโอกาสย้ายออกไปตอนนี้เถอะ” ฉันคร้านจะสนใจเธอ หยิบสมุดจดเล่มเล็กขึ้นมาจดบันทึก “วันที่ 15 เดือนพฤศจิกายน ฉินเซียวประกาศหมั้นกับผู้หญิงอื่น”วันสองวันนี้ ความทรงจำของฉันแย่ลงเรื่อย ๆ จำเป็นต้องใช้สมุ
Read more
บทที่ 8
วันนี้น่าจะเป็นวันที่ 15 เดือนพฤศจิกายน ฉันลืมตามองปฏิทินในโทรศัพท์มือถือเมื่อฉันตื่นขึ้นมา มีหมอที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่ข้างกายฉัน ฉันนึกขึ้นมาได้แล้ว เขาชื่อลี่หัง เป็นรุ่นพี่ของฉันและก็เป็นหมอเจ้าของไข้ของฉันด้วย ยังมีผู้ชายอีกคน...เวลานี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“บอกว่าเป็นลมก็เป็นลม ฟางมี่ เธอเริ่มเรียนการแสดงตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันปวดหัวไปวินาทีหนึ่ง ในที่สุดก็นึกสถานะของเขาได้แล้ว“นายหมั้นแล้วไม่ใช่เหรอ ยังมาหาฉันทำไมอีก?”ฉินเซียวหัวเราะ ตอบไม่ตรงคำถามว่า “หลังจากที่ฉันมาส่งเธอ ได้ยินว่าช่วงนี้เธอมาหาไอ้ไก่อ่อนนี่บ่อย ๆ” “ก่อนหน้านี้ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่า สองปีที่หายตัวไปเธอใช้ชีวิตยังไง ตอนนี้ดูเหมือนว่าคำตอบจะชัดเจนมากแล้ว”เขาเดินมาหาลี่หัง มองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างเต็มเปี่ยม “แต่น่าเสียดายนะ นายใช้การไม่ได้ สองปีก็ยังทำไม่สำเร็จ”“สุดท้ายฉันยังคงได้กำไร”คำบอกใบ้ชัดเจนทำให้ฉันปวดใจทันที ฉันหยิบหมอนขึ้นมาปาใส่เขา “ไปให้พ้น นายไสหัวไปเลยนะ”ฉินเซียวไม่หลบ รับการกระทำนี้ไว้เต็ม ๆ ร่างสูงของลี่หังขวางอยู่หน้าพวกเ
Read more
บทที่ 9
ลี่หังจองตั๋วเครื่องบินไปเยอรมนีในสัปดาห์หน้าให้ฉัน ก่อนออกเดินทาง ฉันซื้อมังคุดที่แม่ของฉินเซียวชอบกินที่สุดเตรียมตัวไปเยี่ยมหลุมศพเธอเป็นครั้งสุดท้ายนี่ไม่เกี่ยวกับฉินเซียว เธอมีบุญคุณต่อฉัน แม่ของฉินเซียวถูกฝังอยู่ในสุสานหรูหราที่สุดในชานเมือง รอยยิ้มอบอุ่นและสงบสุขของเธอบนรูปภาพเหมือนกับในความทรงจำของฉันฉันก้มตัวกำลังคิดจะทำความสะอาดหลุมศพ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง “คุณฟาง คุณมาได้ยังไง”เป็นสวี่เหวิน เธอพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ทำความสะอาดหลุมศพให้แม่สามีฉันเหรอ คุณใจดีจริง ๆ แต่ว่าต่อไปไม่จำเป็นแล้ว ฉันจะส่งคนมาทำความสะอาดเอง”เธอทิ้งดอกไม้ที่ฉันนำมาไว้ทางด้านข้างต่อหน้าฉัน สายตาของฉันเหลือบมองข้อมือของเธอ สร้อยข้อมือที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน ฉันกำหมัดแน่นทันที “สร้อยข้อมือเส้นนี้อยู่ที่คุณได้ยังไง?” สวี่เหวินแสดงท่าทีภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด “ฉินเซียวมอบให้ฉัน เขาบอกว่าเป็นของที่แม่เขามอบให้ลูกสะใภ้ในอนาคต” “ผิดแล้ว ไม่ใช่แบบนี้...” สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นของที่แม่ของเขามอบให้ฉัน ฉินเซียวไม่มีสิทธิ์มอบมันให้ใคร “ฉินเซียวล่ะ คุณบอกฉันมา เขาไปไหนแล้ว
Read more
บทที่ 10
น่ารำคาญจัง ฉันได้ยินเสียงทะเลาะกันฉันที่อยู่ในอาการโคม่า ไม่ง่ายเลยกว่าจะลืมตาขึ้นมาได้ แล้วก็เห็นชายหน้าตาดีสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ตรงหน้าฉันใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยสีสัน ยามเข้ามาแยกพวกเขาออกจากกัน แล้วพูดเกลี้ยกล่อมด้วยความระมัดระวังว่า “ทุกคนใจเย็น ๆ ครับ มีอะไรก็พูดกันดี ๆ”ฉันลุกขึ้นนั่ง มองชายที่สวมชุดกาวน์สีขาว แล้วยื่นมือเรียกเขาให้เข้ามาแต่ชายอีกคนที่ใส่สูทกลับตื่นเต้นมากขึ้น เขาคุกเข่าลงดังตุบหน้าเตียงผู้ป่วยของฉัน น้ำมูกน้ำตาไหลเต็มหน้า “เสี่ยวมี่ เธอยังจำฉันได้ไหม”เสี่ยวมี่?ทำไมมีคนเรียกฉันแบบนี้ฉันขมวดคิ้วและดึงมือที่ถูกเขากุมไว้กลับมา“คุณเป็นใคร”“ฉันรู้จักคุณด้วยเหรอ?”“รุ่นพี่ลี่ คุณผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนของคุณเหรอคะ?”ฉันเหม่อลอยเล็กน้อย ในสมองว่างเปล่าลี่หังก้าวเท้าใหญ่ ๆ เดินเข้ามา หน้าซีดเผือดเล็กน้อย “ฟางมี่ เธอพูดอะไรน่ะ เธอจำเขาไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”ฉันกะพริบตาปริบ ๆ ขบคิดให้ละเอียด แต่ก็ยังไม่รู้จักจริง ๆฉินเซียวตะโกนเสียงดังทันที “ลี่หัง เป็นฝีมือนาย นายทำให้เสี่ยวมี่ลืมฉัน ทั้งหมดนี้เป็นแผนของนาย”“พูดเหลวไหล คุณเป็นคนยั่วโมโหเธอ คุณไม่
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status