FAZER LOGINเช้าวันสอบสุดท้ายของภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยคึกคักเป็นพิเศษ แก๊งผลไม้เปรี้ยวหวาน มิ้น มะนาว น้ำหวาน มะปรางค์ ยืนพิงรั้วด้วยสีหน้าที่เหมือนเพิ่งยกภูเขาออกจากอกพร้อม ๆ กัน
“ในที่สุดก็จบ!” มะนาวร้องเบา ๆ พร้อมชูกำปั้นอย่างสะใจ “คืนนี้ฉันขอดื่มแบบไม่ต้องนับแก้วนะ ใครห้าม...มีเรื่อง!” น้ำหวานหัวเราะร่วน แววตาแมวเปรี้ยวฉายแสงซุกซน “อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ยังต้องตื่นนะคะคุณผู้หญิง ถ้าแฮงค์จนลุกไม่ไหว หวานไม่แบกกลับนะบอกก่อน” เสียงเครื่องยนต์คันหนึ่งดังแทรกบทสนทนา รถสปอร์ตหรูสีเข้มเคลื่อนมาจอดเทียบด้านหน้าอย่างโดดเด่น ประตูเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงในชุดลำลองเนี้ยบก้าวลงมา ในมือคือช่อดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอ่อนช่อใหญ่... ธีร์ เขามุ่งตรงไปหามิ้น ยื่นดอกไม้ให้ด้วยแววตาอบอุ่น “วันสุดท้ายแล้วนะ… สู้ ๆ” มิ้นรับดอกไม้มา หน้าแดงซ่าน “ขอบคุณนะคะพี่ธีร์” มะนาวรีบแซวทันที “โอ้โห เจ้านายบ้านนี้เขาใจดีเนอะ ให้เอารถสปอร์ตมาจีบสาวในมหาลัยได้ด้วย แบบนี้เพื่อนหนูจะไปไหนรอดล่ะคะ” “หยุดแซวได้แล้วมะนาว เดี๋ยวเพื่อนเขินตายกันพอดี” มะปรางปรามเพื่อนพร้อมตบแขนเบาๆ น้ำหวานมองนาฬิกาข้อมือแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสดใส “งั้นคืนนี้เราไปฉลองกันซะทีเถอะ ฉันจองโต๊ะไว้แล้ว ไม่รับคำปฏิเสธนะ!” ไนต์คลับ PM99 ค่ำคืนนี้ ไนต์คลับ PM99 ของ พายุ สว่างไสวด้วยแสงไฟนีออน เลเซอร์สีม่วง น้ำเงินพาดผ่านอากาศ เสียงเบสสั่นสะเทือนอก แก๊งสาวๆผลไม้เปรี้ยวหวาน ลงฟลอร์ เต้น ชนแก้ว หัวเราะอย่างเป็นอิสระ กลางฟลอร์เต้นรำที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน สี่สาว กำลังสนุกกันสุดเหวี่ยง "ชนนน! หมดแก้วนะพวกมึง วันนี้สอบเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ไม่มีตื่นเช้า!" น้ำหวานกระดกเครื่องดื่มสีสวยเข้าปากรวดเดียว ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนๆ “วู้ววว! เพลงโดนมาก" มิ้นที่ปกติจะเรียบร้อย วันนี้โยกย้ายส่ายสะโพกเต็มที่จนเป็นเป้าสายตา มะนาวกับมะปรางก็ทั้งเต้นทั้งชนแก้วกันสุดเหวี่ยง ที่โซน VIP ของคลับหรู กลุ่มชายหนุ่มนั่งล้อมวงกันอยู่ แต่บรรยากาศกลับดูนิ่งขรึมกว่าปกติ เพราะแต่ละคนดันไปสะดุดตาอยู่ที่ฟลอร์ด้านล่าง ธีร์ ชายหนุ่มมาดอบอุ่นแทบไม่ชายตามองสาวสวยคนไหนในคลับเลย นอกจาก มิ้น ที่กำลังเต้นอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ เขาขยับยิ้มบางๆ เมื่อเห็นเธอดูมีความสุขหลังสอบเสร็จ ส่วน หมอศรัณย์ พี่ชายข้างบ้านผู้เย็นชา นั่งจิบไวน์เงียบๆ แต่สายตาคมกลับล็อคอยู่ที่ มะปราง ตลอดเวลา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นชายแปลกหน้าพยายามจะเข้าไปคุยกับเธอ ขณะที่ พายุ เจ้าของไนต์คลับหันไปเห็น มะนาว แวบแรกก็รู้สึกสะดุดตากับความน่ารักใสๆ ที่ดูไม่เข้ากับสถานที่เอาเสียเลย แต่เขาก็สลัดความคิดทิ้ง "เฮ้ยพวกมึง กูขอตัวขึ้นไปเคลียร์งานที่ห้องข้างบนก่อนนะ มีเอกสารด่วน" พายุหันไปบอกเพื่อนๆ ก่อนจะเดินขึ้นไป โดยที่ยังทิ้งสายตาไว้ที่มะนาวเป็นครั้งสุดท้าย วิศรุต นั่งอยู่ตรงกลาง สายตาเขาจดจ้องไปที่ร่างเล็กในชุดเดรสเมทัลลิกสีเงินที่สั้นจนเขาแทบจะวางแก้วไม่ลง น้ำหวานกำลังโดดเด่นอยู่ท่ามกลางแสงไฟ จนเขาเผลอหลุดปากออกมา “นั่นยัยแมวเปรี้ยว... เปรี้ยวจริงๆ วะวันนี้” ธีร์หันมามองขำๆ”มึงรู้จักเหรอไอ้รุต ปกติเห็นมึงเมินผู้หญิงทุกคน แต่นี่จ้องจนตาจะทะลุร่างน้องเขาอยู่แล้วนะ” วิศรุตชะงักไปนิด ก่อนจะแสร้งทำหน้าเบื่อโลก“เจอกันที่ห้างหลายวันแล้ว... ผู้หญิงอะไรปากดีชะมัด เรียกกูว่าหมาแก่ทุกคำ ปากแซ่บจนน่าขยี้ให้จมเขี้ยวจริงๆ “แต่กูว่าสถานการณ์ข้างล่างเริ่มไม่ปกติแล้วนะไอ้รุต ดูสี่สาวนั่นสิ...” ทุกคนชะงักแล้วมองลงไปพร้อมกัน น้ำหวานและเพื่อนๆ เริ่มมีอาการแปลกๆ การโยกย้ายจังหวะเริ่มดูสะเปะสะปะ หน้าแดงก่ำผิดปกติ ทั้งที่พวกเธอเพิ่งเริ่มดื่มไปไม่เท่าไหร่ มะนาวเริ่มยืนไม่อยู่ มะปรางเกาะไหล่มิ้นไว้แน่น ส่วนน้ำหวานสะบัดหัวไปมาเหมือนพยายามคุมสติ ”เชี่ย! อาการเหมือนโดนวางยา!” ไม่รอช้า วิศรุตวางแก้วเหล้ากระแทกโต๊ะจนเหล้ากระเด็น เขารีบสับเท้าลงบันไดไปเป็นคนแรก ตามมาด้วยธีร์และศรัณย์ที่หน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที ในจังหวะนั้นเอง ผู้ชายรูปร่างกำยำสองคนก็เนียนเข้ามาแทรกกลาง"น้องครับ เต้นคนเดียวมันเหงา ให้พี่ๆ เต้นเป็นเพื่อนไหม?" ไม่พูดเปล่า เขายังเอื้อมมือมาโอบไหล่มิ้นที่กำลังมึนศีรษะ ธีร์เข้ามาขวาง “ขอโทษครับ เธอมากับผม”แล้วประคองพามิ้นออกไป มะปรางพยายามปัดมือผู้ชายออกด้วยท่าทางนิ่งๆ แต่แววตาเริ่มพร่ามัว"ไม่ต้องค่ะ เพื่อนหนูมีคนดูแลแล้ว... หวาน นาว ฉันว่ามันแปลกๆ ว่ะ ฉัน... ฉันมึนหัวมาก เหมือนจะไม่ไหวแล้ว กลับกันเหอะนะ น้ำหวานพยายามพยุงสติที่เหลืออยู่น้อยนิด"แป๊บนึงนะพวกมึง... ฉันรู้สึกร้อนแปลกๆ เหมือนจะอ้วกด้วย ขอไปล้างหน้าในห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมา..." น้ำหวานกึ่งเดินกึ่งลัดเลาะผ่านผู้คนไปทางห้องน้ำด้วยท่าทางเซไปมา ผิวขาวจัดของเธอตอนนี้กลายเป็นสีชมพูระเรื่อเพราะฤทธิ์อะไรบางอย่างที่ไม่ใช่แค่แอลกอฮอลล์ มะปรางเดินออกไปรอที่รถระหว่าทางเดินเจอผู้ชายสองคนจะลวนลามเธอแต่ศรัณย์ช่วยไว้ทัน “ร้อนเหรอน้องสาว” “ให้พวกพี่พาไปคุยในที่เย็นๆมั้ยย” ศรัณย์โผล่มาพอดี”อย่ามายุ่งกับเมียกู!หรืออยากลองดีก็เอา“ศรัณย์ทำท่ายกหมัด แล้วมะปรางก็ซุดฮวบ มะนาวรอน้ำหวานที่โต๊ะไม่ไหวเดินโซซัดโซเซเข้าลิฟอัตโนมัติหลงทางไปเปิดประตูเจอพายุนั่งทำงานอยู่ เขาเงยหน้า”เฮ้ย!..มาได้ไงวะเนี่ย“ ”ช่วยฉันด้วย..ฉันหลง“พายุประคองมะนาวไปที่โซฟา ส่วน วิศรุต สายตาเขามองหา "ยัยแมวเปรี้ยวตัวแสบ" ของเขา แต่เธอกลับหายไปจากกลุ่ม "หายไปไหนวะ... น้ำหวาน!" เขาพยายามสอดส่ายสายตาจนเห็นแผ่นหลังเนียนในเดรสสีเงินกำลังโซซัดโซเซหายเข้าไปในทางเดินไปห้องน้ำ เขาไม่รอช้า รีบกระโดดข้ามรั้วกั้นโซนวีไอพีแล้ววิ่งตรงไปที่นั่นทันที น้ำหวานเซออกมาหน้าห้องน้ำ โลกหมุนเร็วจนน่าหงุดหงิด เธอพยายามยันผนังไว้ แต่กลับชนเข้ากับอกกว้างของใครบางคนเข้าเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมสุขุมลึกซึ้งปะทะจมูกทันที “ยัยแมวเปรี้ยว” น้ำหวานเงยหน้าช้า ๆ ภาพตรงหน้าเบลอซ้อน “หมา…แก่… ทำไม…ไปโผล่ได้ทุกที่วะ…” “ฉันควรถามเธอมากกว่านะ” วิศรุตกอดอก “นี่มันคลับของเพื่อนฉัน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของแมวเปรี้ยว” “เหอะ…หมาแก่ขี้อวด…” น้ำหวานแค่นหัวเราะ ก่อนจะสีหน้าเปลี่ยนกะทันหัน เธอรีบยกมือปิดปาก... “อ๊วก !” ของเหลวอุ่น ๆ พุ่งใส่หน้าอกสูทราคาแพงของเขาเต็มแรง! วิศรุตยืนนิ่งอึ้งไปสองวินาทีเต็ม “…โอเค เธอจัดหนักกว่าที่คิดไว้เยอะ” เขาพูดช้า ๆ แต่น้ำหวานกลับน้ำตาคลอด้วยความมึนและอาย “ข…ขอโทษ… ฉัน…ไม่เคย…อ๊วกใส่ใครมาก่อน…” “ว้าว ขอบคุณสำหรับเกียรตินั้นนะ” เขาพูดกวน ๆ แต่สายตากลับจริงจังขึ้นเมื่อเห็นเธอสั่น เขาคว้าเอวบางไว้ ปลายนิ้วที่สัมผัสผ่านผ้าบาง ๆ เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านทั้งสองร่างจนน้ำหวานสะดุ้ง “อย่ามาจับฉันนะ…” เสียงเธอสั่นและอ่อนแรง “เธอโดนยา” วิศรุตเสียงเข้ม “เลิกดื้อ แล้วไปกับฉัน” น้ำหวานพยายามส่ายหน้า น้ำตาซึม มือเล็กคว้าเสื้อเขาไว้แน่น “อย่าทิ้งฉันนะ… หมาแก่…” วิศรุตถอนหายใจยาว ก้มลงกระซิบใกล้ใบหูเธอ “เออ…ไม่ทิ้ง แต่ถ้าเธอฟื้นแล้วปากดีเหมือนเดิม ฉันจะเอาเรื่องคืนนี้มาทวงคืนทุกคำด่า... ทั้งต้นทั้งดอก!” น้ำหวานหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่โลกยังหมุน “…ขู่เก่ง…” “กับแมวเปรี้ยวแบบเธอ ต้องใช้วิธีนี้แหละแต่ฉันต้องไปล้างตัวก่อน“เขาสั่งพนักงานเปิดห้องพัก VVIP แล้วอุ้มเธอขึ้นทันที ท่ามกลางไฟนีออน... ความสัมพันธ์ของศัตรูปากจัด กำลังจะเปลี่ยนเป็นไฟที่ไม่มีใครยอมถอยช่วงบ่ายอันเงียบสงบ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลงมายังสนามหญ้าหลังเรือนใหญ่ หลังจากที่ นิสา อาศัยความหน้าด้านหน้าทนขับรถมาจอดที่หน้าไร่ พลางอ้างชื่อคุณม๊าอักษราภัคกับ รปภ. อย่างจองหองว่าเธอตั้งใจเอากาแฟของฝากราคาแพงมามอบให้เพื่อขอโทษเรื่องคราวก่อน จนระบบรักษาความปลอดภัยยอมหลีกทางให้เธอเดินนวยนาดเข้ามาถึงบริเวณหลังเรือนใหญ่จนได้สายตาจองหองของนิสาจิกมองตรงไปที่ พลอตเตอร์ เด็กชายตัวน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตาเล่นกับ ชานม เจ้าหมาตัวโตอย่างเพลิดเพลินโดยไม่มีผู้ใหญ่อยู่แถวนั้น ความอิจฉาริษยาและแรงแค้นจากเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาทำให้นิสาคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ หญิงสาวก้าวพรวดออกไปปรากฏตัวทันที“อ้าว... ไอ้เด็กกาฝากนี่ยังอยู่ที่นี่อีกเหรอ?” นิสาพ่นลมหายใจอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเดินตรงเข้าไปกระชากแขนพลอตเตอร์อย่างแรงจนเด็กชายตัวน้อยถลาตามแรงดึง “นายนี่มันหน้าด้านจริงๆ นะ พ่อแม่เป็นใครก็ไม่รู้ยังจะมาเสนอหน้าเกาะกินอยู่อีก!”“ฮือออ... เจ็บ พลอตเตอร์เจ็บ!” เด็กน้อยร้องไห้จ้าด้วยความตกใจและเจ็บแผลที่ต้นแขน“คุณ!! คุณจะทำอะไรคุณหนู หยุดนะ!” ป้าภา แม่บ้านเก่าแก่รีบวิ่งออกมาจากในครัว เห็นรอยนิ้วมือแดงก่ำบนแขนขาว ๆ ของ
ภายในห้องสวีทสุดหรูของคฤหาสน์อัศวธารากุล หลังจบงานเลี้ยงอันเหนื่อยล้า วิศรุตในสภาพที่ถอดสูทออกเหลือเพียงเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เดินเข้าไปสวมกอดน้ำหวานที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดเครื่องสำอางหน้ากระจก “หวานครับ... พี่ว่าเราไปฮันนีมูนที่ปารีสแล้วต่อด้วยสวิตเซอร์แลนด์ดีไหม พี่จองที่พักแบบส่วนตัวสุดๆ ไว้แล้วนะ จังหวะนี้แหละดีที่สุดเพราะเจ้าภรตมันบินมาไทยพอดี ทางสะดวกเราเลยล่ะ” วิศรุตกระซิบชิดใบหูพลางสูดดมความหอมจากซอกคอเมียหมาดๆ น้ำหวานหัวเราะเบาๆ “พี่รุตคะ... แผนสูงจริงๆ นะคะ แต่อย่างที่หวานบอก หวานยังไม่อยากทิ้งงานยาวขนาดนั้น หวานยังอยากทำโปรเจกต์บัญชีปีนี้ให้เสร็จก่อน และที่สำคัญ... หวานยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำหน้าที่ ‘เมีย’ ได้ไม่ดีพอเลย ดูสิคะ ขนาดหัดทำกับข้าวมาตั้งนาน หวานยังทำไม่เก่งเท่าที่ตั้งใจเลย” วิศรุตหมุนตัวน้ำหวานให้หันกลับมาสบตา แววตาเขาเต็มไปด้วยความรัก “หวานจะเก่งไปถึงไหนครับ สำหรับพี่ แค่หวานมานั่งกินข้าวด้วย พี่ก็อิ่มใจจะแย่แล้ว ฝีมือหวานน่ะเปิดภัตตาคารได้เลยนะ โดยเฉพาะขนมพวกนั้น... จากที่พี่ไม่เคยชอบกินของหวาน ตอนนี้พี่เสพติดขนมฝีมือหวานจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วคร
หลังงานแต่งงานของมะปรางกับศรัณย์ได้ไม่ถึงเดือน โรงแรม 6 ดาว อัศวธารากุล ของภาคิน ถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิมานสีขาวครีมสลับทอง เพื่อต้อนรับงานวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ระหว่าง วิศรุต อนันตไพศาล และ บงกชรัตน์ (น้ำหวาน) รัตนเวทต์ หลังจากที่ทั้งคู่พากันไปทำบุญใหญ่ให้นพดลและบรรพบุรุษเพื่อล้างอาถรรพ์ 20 ปีจนหมดสิ้น วิศรุต ในชุดสูทเจ้าบ่าวสีครีมยืนโดดเด่นอยู่กลางโถงจัดเลี้ยง โดยมี ภรต น้องชายที่บินตรงมาจากลอนดอนยืนอยู่ข้างๆ สองพี่น้องตระกูล อนันตไพศาล ในชุดสูทเต็มยศกลายเป็นเป้าสายตาของสาวๆ ทั้งงานที่พากันซุบซิบถึงความหล่อระดับ เบ้าหน้าฟ้าประทาน "ไอ้รต... แกมองหาใครวะ ตั้งแต่มาถึงงานแกดูไม่ค่อยมีสมาธิเลยนะ" วิศรุตแกล้งแซวน้องชายพลางจัดเนกไทให้เข้าที่ "เปล่าครับพี่รุต... ผมแค่คิดว่าถ้า เมรี มาด้วย งานนี้คงจะสมบูรณ์แบบกว่านี้" ภรตตอบเสียงเรียบ แต่แววตาหม่นลงเมื่อนึกถึงน้ำตาลที่ปฏิเสธไม่ยอมมาเมืองไทยพร้อมเขา "เอาน่า... เดี๋ยวเสร็จงานแกก็บินกลับไปหาเขาแล้วนี่หว่า" วิศรุตตบไหล่น้องชาย "ดูพี่ดิ... กว่าจะพายัยแมวเปรี้ยวเข้าเส้นชัยได้ พี่เกือบตายไปหลายรอบ วันนี้พี่เลยอยากให้ออกมาดีที่สุด" ในขณะนั้นเอง น้ำห
ณ ห้องอาหารสุดหรูของโรงแรม อัศวธารา ที่ตอนนี้ เจ้าของโรงแรมอย่าง ภาคิน สั่งปิดโซนพิเศษเพื่อให้น้องเขยอย่างศรัณย์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้มานั่งฉลองเตรียมงานแต่งครั้งที่สาม พร้อมหน้าพร้อมตาแก๊งเพื่อนซี้ ทั้งธัช ธีร์ และวิศรุต "พวกมึงไม่ต้องอิจฉาหรอกนะ โดยเฉพาะไอ้ธัช ไอ้ธีร์... เมียพวกมึงยังไม่ท้องใช่ไหมล่ะ" ศรัณย์เอ่ยพลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "แต่มะปรางน่ะ... 3 เดือนแล้วโว้ย! แซงหน้าพวกมึงไปไกล" "เออ! ยอมรับว่ามึงไวไอ้หมอ" วิศรุต เบรกแรงพลางเทน้ำใส่แก้ว "แล้วมึงจะตั้งชื่อลูกว่าอะไรนะ 'ศรัณย์วริศ' เหรอ แล้วถ้าเกิดท้องนี้ลูกมึงเป็นผู้หญิงล่ะไอ้หมอ มึงจะทำยังไง" "ผู้ชายเว้ย! กูบอกแล้วไงว่าคนนี้ผู้ชาย" ศรัณย์ยืนยันเสียงแข็งหน้าตาย "กูหมายถึงท้องสองน่ะ! ถ้าคนต่อไปเป็นผู้หญิงล่ะ" วิศรุตเซ้าซี้ต่อ ศรัณย์นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก "ถ้าลูกสาวเหรอ... ก็คง 'วริศรา' หรือไม่ก็ 'ศรัณย์รัตน์' มั้ง ฟังดูเพราะดีออก" "เฮ้ย! ไม่ได้ๆ 'วริศรา' นี่กูจองแล้ว!" วิศรุตโพล่งขึ้นมาจนคนทั้งโต๊ะหันมอง "ชื่อนี้กูเล็งไว้ให้ลูกสาวกูในอนาคต มึงห้ามแย่งนะไอ้หมอ" "โอ๊ยยย! ไ
หลายวันต่อมาวิศรุตที่ยืนรออยู่หน้าห้องทำงาน ทันทีที่เห็นน้ำหวานเดินจูงแฝดเข้ามา แววตาที่เคยดุดันก็เปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับ เขาโผเข้าหา... ไม่ได้หาเด็กๆ นะครับ แต่พุ่งไปหา "แม่" หวานของเด็กๆ ทันที! "หวาน! มาแล้วเหรอครับ" วิศรุตทำท่าจะคว้าเอวน้ำหวานเข้าไปกอดตามสัญชาตญาณ แต่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังอยู่ในที่สาธารณะ "อ๊ะๆ... พี่รุตคะ เด็กๆ มองอยู่นะ" น้ำหวานหัวเราะคิกคักพลางดันอกเขาไว้ "เลม่อน มินนี่ สวัสดี 'ลุงรุต' สิลูก" "สวัสดีครับ/ค่ะ ลุงรุต" เด็กแฝดพนมมือไหว้อย่างน่าเอ็นดู วิศรุตย่อตัวลงมาฟัดแก้มเด็กๆ อย่างหมั่นเขี้ยว "ไงครับตัวป่วน... วันนี้มาคุมแม่หวานทำงานเหรอ ดีมาก เดี๋ยวลุงให้รางวัลเป็นไอศกรีมถังใหญ่เลย" แต่ในสายตาพนักงานที่เดินผ่านไปมา ภาพที่เห็นคือ "ท่านประธานบริหารกำลังหยอกล้อกับลูกน้อยและภรรยา" อย่างอบอุ่น ข่าวลือเรื่องซุกลูกจึงแพร่กระจายไปทั่วตึกไวกว่าความเร็วแสง ในห้องประชุมผู้บริหารที่บรรยากาศกำลังเคร่งเครียด น้ำหวานนั่งเคียงข้างวิศรุตโดยมีเลม่อนกับมินนี่นั่งเล่นระบายสีเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้อง "ผมขอสรุปเรื่องข่าวลือไร้สาระในบริษัทช่วงนี้นะครับ" วิ
หลังจากพิมพรยอมใจอ่อนนอนเฝ้าไข้ที่โซฟาจนเช้า แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มสาดส่องเข้ามาในเพนท์เฮาส์หรู ตุลที่แกล้งป่วยจนอิ่มอกอิ่มใจค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นมองร่างบางที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง เขาเดินไปหยิบผ้าห่มที่หล่นลงพื้นมาคลุมให้เธอเบา ๆ พิมพรขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย พอเห็นหน้าตุลเธอก็รีบเด้งตัวขึ้นทันที “คุณทนาย! เป็นยังไงบ้างคะ ไข้ลดหรือยัง?” มือเรียวสวยเอื้อมไปแตะหน้าผากคนตรงหน้าด้วยความชินชิน แต่ครั้งนี้ตุลไม่ได้หลบ เขาจับมือเธอไว้แน่นแล้วดึงให้เธอนั่งลงสบตากับเขานิ่ง ๆ “ผมหายแล้วครับ... หายตั้งแต่เห็นคุณยอมมานอนเฝ้าผมทั้งคืนแบบนี้” ตุลเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาขี้เล่นหายไปเหลือเพียงความจริงจัง “หายแล้วก็ดีค่ะ... งั้นพิมกลับห้องก่อนนะคะ จะได้รีบไปเตรียมตัวทำงาน” พิมพรพยายามจะชักมือกลับเพราะเริ่มทำตัวไม่ถูกกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไป “พิมครับ...” ตุลเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้พิมพรต้องหยุดฟัง “ที่ผ่านมา... ผมหาห้องให้คุณ ช่วยเหลือคุณเรื่องคดี เอาเครื่องครัวมาวางในห้องคุณเพื่อหาเรื่องมากินข้าวด้วย แล้วยังแกล้งป่วยเพื่อให้คุณมาดูแลแบบนี้... คุณคิดว่า
หลังจากส่งน้ำหวานเข้าทำงานที่ Diamond Group เรียบร้อยแล้ว วิศรุต ก็ขับรถตรงดิ่งกลับมาที่ Diamond Construction ทันทีเพื่อสะสางงานที่คั่งค้าง แต่เพียงแค่ก้าวเข้าห้องทำงาน โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นพร้อมโชว์ชื่อของ 'วิชัย' ผู้เป็นพ่อ “ครับพ่อ” “รุต... พ่อโทรมาบอกว่าพ่อจะกลับปารีสแล้วนะ งานทางโน้น
น้ำหวานเห็นอาการหึงของเขาชัดเจนจนแทบจะทะลุออกมาจากแววตา เธอเลยแกล้งยิ้มมุมปาก “เขาก็แค่มาถามว่าหวานจะ หวาน เหมือนชื่อมั้ยน่ะค่ะ... แต่พี่รุตไม่ต้องห่วงนะคะ หวานจัดการฟาดกลับไปเรียบร้อยแล้วเรื่องบัญชีเพชรที่เขายังซ่อนไว้” วิศรุตถอนหายใจยาวพลางกุมขมับ “มันเป็นหมาป่าในคราบนักบุญหวาน หวานห้ามอยู่กับมั
วิศรุต ยิ้มบางๆ อย่างเหนื่อยล้า ”ขอโทษพ่อพี่เสร็จแล้วเหรอ... ท่านไม่โกรธหวานใช่ไหม" น้ำหวานพูดไม่ออก ความรู้สึกผิดมันจุกอยู่ที่ลำคอจนกลายเป็นก้อนแข็งๆ เธอโผเข้ากอดวิศรุตเต็มแรงจนหมวกกันน็อกในมือเขาร่วงลงพื้นเสียงดังโครม! เธอซุกหน้าลงกับแผงอกของเขาที่เปื้อนคราบเลือดและฝุ่นผง เธอสะอื้นฮักจนตัวโยนเหม
น้ำหวานนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องโถง เคียงข้างด้วยมิ้นและธีร์ที่คอยระวังหลังให้ ในมือเธอถือเอกสารผล DNA ที่ยืนยันสถานะ "ทายาท Diamond Group" ไว้อย่างมั่นคง เมื่อวิศรุตและธัชก้าวเข้ามา ความเย็นชาจากสายตาของน้ำหวานก็ทำให้บรรยากาศติดลบทันที น้ำหวาน ปรายสายตามองวิศรุตด้วยความสมเพช"มาทำไมคะ หรือจะมา





![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

