Se connecterเช้าของวันใหม่ เมื่อเข็มทิศขับรถออกไปได้ไม่นาน มินตราก็ต้องแปลกใจกับแขกที่มาเยือน แน่นอนหญิงวัยกลางคนผู้นี้ไม่ใช่ลูกค้าของเธอ เพราะนางคือมารดาของเข็มทิศนั่นเอง
“เช้านี้ยังไม่มีลูกค้าก็ดีฉันยังไม่อยากประจานเธอ ฉันขอพูดอะไรกับเธอหน่อยสิ” นางพูดพร้อมกับใช้สายตามองหญิงสาวอย่างเหยียด
“เชิญนั่งก่อนค่ะคุณน้าจะรับน้ำอะไรดีคะ เดี๋ยวมินจะทำให้ชิม ที่คุณน้าให้เกียรติเข้ามานั่งในร้านวันนี้” มารดาของเข็มทิศเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง พร้อมกับเชิดหน้าหยิ่งๆ ใส่มินตราก่อนจะแสยะยิ้มอย่างเหยียดๆ ส่งไปให้เธอ
“ฉันไม่ได้มาเพื่อชิมน้ำของหล่อน กำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ถ้าไม่มีธุระที่จำเป็นและสำคัญฉันคงไม่เข้ามาเหยียบร้านของเธอให้เป็นเสนียดเท้าฉันหรอก”
มินตราที่ฟังอยู่พยายามข่มใจเอาไว้ การที่เธอเป็นหม้ายมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเชียวหรือ ทำไมล่ะ ในเมื่อผู้ชายเป็นฝ่ายผิดแล้วผู้หญิงที่ถูกกระทำต้องยอมรับกรรมแต่เพียงผู้เดียว มันถูกต้องแล้วหรืออย่างไร
“เชิญคุณน้าพูดธุระมาได้เลยค่ะมินมีงานต้องทำอีกมาก”
มินตราพูดพร้อมกับหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้ามมารดาของเข็มทิศ เธอรู้สึกอึดอัดกับความใจแคบของผู้หญิงคนนี้ แต่ถ้าคิดอีกมุมหนึ่งความเป็นจริงแล้วคนเป็นแม่ก็ย่อมหวังดีกับลูก เธอก็ผิดที่ไปยุ่งกับลูกชายของนาง
“ฉันจะไม่อ้อมค้อมนะ ลูกชายของฉันกำลังจะมีอนาคตที่ดี เข็มทิศเป็นถึงลูกเจ้าของโรงงานและอีกไม่นานเขาก็จะได้รับตำแหน่งประธานบริษัทแทนพ่อของเขา เธอเลิกยุ่งกับลูกชายของฉัน ถือว่าฉันขอร้องก็แล้วกันในฐานะเพื่อนบ้านติดกันมานาน” ความจริงแล้วมินตรารู้ดีว่าสถานะของเธอไม่เหมาะและคู่ควรกับเข็มทิศเลยแม้แต่น้อย เธอก็อยู่ในที่ของเธอแต่ชายหนุ่มนั้นต่างหากที่พยายามวิ่งเข้าหา และรบเร้าเธอให้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ แม้เธอจะพยายามเลี่ยงแล้ว
“มินอยากให้คุณน้าไปบอกลูกชายของคุณน้า ให้เลิกยุ่งกับมินมากกว่า เพราะมินเองก็ไม่คิดที่จะยุ่งกับเขาอยู่แล้ว” มินตราพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“ก็เพราะว่าฉันบอกลูกชายของฉันไม่ได้ ฉันถึงต้องมาบอกเธอ ถ้าเธอไม่เล่นด้วยมีหรือเข็มทิศจะเข้าออกบ้านของเธอได้ดึกๆ ดื่นๆ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ” หญิงวัยกลางคนเริ่มสียงดังขึ้น
“คุณน้าเป็นแม่น่าจะรู้นิสัยของลูกชายของคุณน้าดีนะคะ เวลาที่เขาจะทำอะไรแล้วใครก็ขวางไม่ได้”
“แต่เธอเป็นเจ้าของบ้าน ถ้าไม่เปิดประตูไว้มีหรือเข็มทิศจะเข้าไปได้ แม่หม้ายอย่างเธอผ่านอะไรมาเยอะ ฉันขอเถอะ ให้ลูกฉันได้เจออะไรดีๆ กับเขาบ้างไม่ใช่เจอแต่ของมือสองเกรดตก”
คำพูดของมารดาเข็มทิศทำให้มินตราถึงกับนั่งสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเก็บอารมณ์ขุ่นเคืองนั้นเอาไว้ มือของเธอจับที่เก้าอี้ไว้แน่น นางดูถูกเธอราวกับว่าไม่ได้เป็นผู้หญิงด้วยกัน
“ถ้าเข็มทิศมามินจะไล่เขาออกไปเองค่ะ จะไม่ให้เขาเข้าบ้านหลังนี้อีก มินจะล็อกบ้านลงกลอนให้ดีแต่ถ้าเขายังพยายามเข้ามาหรือทำอะไรที่มันเกินกว่าเหตุ มินจะเรียกตำรวจมาไล่เขาออกไปในข้อหาบุกรุกหวังว่าคุณน้าคงพอใจนะคะ ลูกค้ามาพอดีมินขอตัวไปต้อนรับก่อน”
พอมินตราเดินออกไปต้อนรับลูกค้า มารดาของเข็มทิศก็เดินออกไปจากร้านของเธอทันที มินตราชงกาแฟให้ลูกค้าเสร็จก็มีลูกค้าเดินเข้ามาหลายราย ทำให้เธอวุ่นอยู่กับการต้อนรับลูกค้าจนไม่มีเวลารับประทานข้าวเที่ยง และที่สำคัญเธอก็ไม่รู้สึกหิวกินอะไรไม่ลง
เวลาผ่านไปหลังจากที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนไม่มีเวลานั่งพักมินตรารู้สึกเมื่อยและอ่อนล้าหากเธอไม่จ้างใครมาช่วยร่างกายของเธอต้องมีอันพังก่อนเวลาเป็นแน่ เมื่อเธอเก็บข้าวของในร้านเรียบร้อยเช็กของขาดของเหลือเงินที่ขายได้ ก่อนจะนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายของร้านไม่นานเธอก็ทำมันเสร็จ
ขณะที่มินตรากำลังจะลุกขึ้นยืนนั้น เธอรู้สึกหน้ามืดก่อนจะเซถลาล้มลงไป มือหนาได้เข้ามาจับประคองรับร่างอรชรของเธอเอาไว้ทัน ก่อนที่หัวของเธอจะฟาดลงกับพื้นกระเบื้องอันแข็งโป๊กนั่น
ชายหนุ่มอุ้มมินตราขึ้นไปบนบ้าน ก่อนจะวางร่างเพรียวลงที่เตียงนอนอย่างช้าๆ และเบามือ จากนั้นเขาก็เดินไปเอากะละมังใบเล็กใส่น้ำมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนน้อยซับหน้าให้กับเธอ
หญิงสาวค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้น เมื่อโดนอะไรเย็นๆ มากระทบที่ใบหน้าของเธอ มินตราค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ แต่ก็ต้องหลับตาลงตามเดิม เมื่อเพดานนั้นมันหมุนราวกับว่าเธอกำลังเล่นเครื่องเล่นที่โลดโผนมันหมุนติ้วๆ จนเธออยากจะอ้วกออกมาให้ได้..
อ๊วก!!!
ในที่สุดจากอาการมวนท้องเธอก็อ้วกออกมาจนได้ แม้จะออกมาไม่มาก แต่กลิ่นของมันไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่ออยู่ในห้องแอร์แบบนี้กลิ่นกระจายคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง ชายหนุ่มค่อยๆ เช็ดอ้วกของเธอออกก่อนจะหาผ้ามาซับอย่างไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย
“ออกไป.... ดีขึ้นเดี๋ยวฉาน...ทาม...เองออกปาย...ออกไปสิ" เธอพยายามผลักเขาออกแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแม้แต่เสียงพูดที่เปล่งออกมายังเบาและยานเสียจนแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์ เขาส่ายหัวให้กับความพยายามของเธอ ก่อนจะเดินไปเปิดหน้าต่างจากนั้นเขาก็ปิดแอร์แล้วกดปุ่มเปิดพัดลมแทน
ชายหนุ่มลงไปต้มข้าวต้มให้กับเธอเพราะดูจากสภาพแล้วมินตราคงไม่มีแรงลุกขึ้นมาทานข้าวแน่ๆ สาเหตุที่มีตราเป็นแบบนี้มันเกิดจากความเครียดและไม่ได้ทานข้าวเมื่อตอนกลางวัน
ชายหนุ่มทำอยู่พักใหญ่ๆ ใส่โน่นใส่นี่เสร็จแล้วก็ยกขึ้นไปให้เธอบนห้อง เขาจัดแจงอุ้มเธอขึ้นนั่งชิดกับหัวเตียงก่อนจะเอาหมอนมาหนุนให้เธอพิงเอาไว้
“ค่อยยังชั่วแล้วเดี๋ยวฉันทานเองนายกลับไปได้แล้ว”
“นั่งอยู่เฉยๆ จะป้อนแรงจะขยับยังไม่มีเลยยังจะทำเป็นอวดเก่งอีก” มินตรายอมให้เขาป้อนอย่างว่าง่ายเพราะเวลานี้เธอไม่มีแรงเหมือนที่เขาว่าจริงๆ เมื่อเธอรับประทานไปได้แค่สี่ห้าคำก็รู้สึกอิ่ม มันพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก
“พอแล้วไม่เอาจะอ้วก!” มินตราพูดพร้อมกับส่ายหน้าแล้วเอามือปิดปากเอาไว้
“อีกคำเดียวคำเดียวก็พออ้าปาก”
“คำเดียวจริงๆ นะห้ามบังคับไม่อย่างนั้นฉันจะอ้วกใส่หน้านายคอยดู”
“อืม..คำเดียวจริงๆ อ้าปาก” มินตรายอมอ้าปากรับข้าวที่เขาตักมาป้อนเต็มช้อนนั้นอย่างว่าง่าย เธอพยายามเคี้ยวและกลืนลงอย่างช้าๆ เพราะกลัวว่ามันจะอ้วกออกมาอีก ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งกำลังตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
“นั่นมันข้าวที่ฉันกินเหลือนายกินเข้าไปได้ยังไงทำไมไม่ลงไปตักเอาใหม่” มินตราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ
“ทำไมผมจะกินไม่ได้” เข็มทิศตอบกลับไปแต่ยังคงตักข้าวใส่ปากไม่ได้ฟังคำทักท้วงของมินตรา
“แต่น้ำลายของฉันมันติดอยู่ในช้อนในถ้วยและก็ในข้าวต้มนั่นด้วย”
“ไม่เห็นเป็นไรเลยอะไรที่เป็นคุณผมไม่เคยรังเกียจ แต่กลับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ได้ทำอะไรให้หรือแม้แต่การที่ได้ทานข้าวชามเดียวกันกับคุณ” มินตราไม่โต้ตอบกลับหากแต่นึกถึงคำที่มารดาเขาพูดกับเธอตอนเช้า เธอจะกลายเป็นคนผิดคำพูดหากเขายังอยู่ที่นี่กับเธอแบบนี้
“ทานข้าวเสร็จก็กลับไปได้แล้วฉันจะไปอาบน้ำและต้องการพักผ่อน”
“ลุกไหวไหมทานข้าวเสร็จจะอาบน้ำเลยเหรอ อาหารยังไม่ย่อยเลยนะ”
“แค่ข้าวต้มมันย่อยแล้วกลับบ้านไปฉันจะอาบน้ำ” เข็มทิศไม่พูดอะไรแต่ลุกไปช้อนตัวมินตราขึ้นในท่าเจ้าสาว เธอขัดขืนดิ้นไปมาด้วยร่างกายที่บอบบางและอ่อนแรง มันจึงไม่เป็นผลต่อเข็มทิศเลยสักนิดเดียว
“ทำบ้าอะไรของนายปล่อยนะปล่อยเดี๋ยวนี้” มินตราเริ่มโวยวายเสียงดังมากขึ้น
"มินตราไม่ค่อยสบาย นอนอยู่ในห้องโน่น" "ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่าจะได้ออกไป คุณมินตราพักผ่อนอยู่ ไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเธอ ที่สำคัญเวลานี้น้องหนูคงอยากให้ผมออกไปจากห้องนี้แล้ว" เจมส์พูดจบก็หันหน้าไปทางเด็กน้อย ที่เวลานี้เธอตั้งหน้าตั้งตาจ้องมองไปที่จอสมาร์ตโฟนอย่างเดียว การคุยธุรกิจระหว่างบริษัทของแพรวา โดยมีตัวแปรสำคัญคือเจมส์นั้นได้ผ่านพ้นไปด้วยดีตอนเย็นหลังเลิกงานเข็มทิศพามินตราไปที่คลินิก ซึ่งเป็นหมอที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะหมอพายนั้นเป็นเพื่อนของเขาเอง ถึงไม่สนิทมากแต่ก็ถือว่าสนิทในระดับหนึ่ง"หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้วค่ะ"แม้ว่ามินตราจะพอทราบอาการ แต่เธอก็ไม่วายที่จะตื่นเต้นอยู่ดี ในเวลานี้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อมันเป็นเรื่องที่น่ายินดี มือเล็กเรียววางไว้ที่หน้าท้อง ก่อนจากลูบไปมาเบาๆ ร้อยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนน้ำตาไหลออกมาราวกับสั่งได้ มันคือน้ำตาแห่งความยินดี เมื่อเธอรู้สึกตื้นตันจนเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เมื่อสิ่งมีชีวิตกำลังจะก่อเกิดขึ้น จากการหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ด้วยความรักทั้งหมดที่มีระห
"มินไม่รู้เหมือนกัน เย็นนี้ไปหาหมอก็รู้ อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นะเข็มทิศอย่าคิดมากสิ""ไม่สบายมันน่ายินดีตรงไหนมินตรา ผมอยากรู้เหลือเกิน คุณมีอะไรปิดบังผมไว้หรือเปล่าเนี่ย”"ดูทำหน้าเข้ายังกับคนแก่ไปได้" มินตราแกล้งพูดเอ็ดสามีออกไป"ทำไมแกไม่แก่เด็ดแล้วกัน" ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยใบหน้ายียวนกวนเล็กน้อย“เข็มทิศลูกได้ยินหมดนะที่นายพูดเนี่ย""ทำไมคะคุณแม่คุณพ่อชอบเด็ดใบไม้เหรอคะ"ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เข็มทิศอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ให้กับคำพูดของกาลเวลา ที่ใส่ซื่อแต่พูดจามีเหตุผลเพราะคำว่าเด็ดนั้นต้องใช้กับใบไม้สินะเพียะ!!"โอ๊ย!!คุณตีผมทำไมเนี่ย""ชอบวกมาเรื่องแบบนั้นอยู่เรื่อย เดี๋ยวเหอะทานข้าวไปเลยค่ะน้องหนู" เข็มทิศกับลูกสาวมองตา พร้อมกับส่งยิ้มให้กัน เมื่อสองพ่อลูกถูกมินตราดุเบาๆบริษัทเข็มทิศชายหนุ่มพาภรรยาและลูกสาวเดินเข้ามาในบริษัท ทุกคนต่างจ้องมองมาเป็นตาเดียว เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มินตรากับลูกได้มาเหยียบที่นี่ ซึ่งคนส่วนมากก็ไม่ค่อยทราบเรื่องส่วนตัวของเข็มทิศ เพราะเขาไม่ค่อยได้เปิดเผย เนื่องจากมินตรากับลูกนั้นไม่ชอบเป็นข่าว ตั้งแต่ครานั้นตอนที่มินตราเป็นนางแบบ หลังจากนั้นข่างของเธอก
“ฮึก ฮื้อ! คุณแม่ขา น้องหนูเจ็บตรงนี้ค่ะ” กาลเวลาร้องออกมาพร้อมกับเอามือลูบลงไปที่ข้อเท้าของเธอ"อย่าขี้แยหน่อยเลย นังเด็กเหลือขอเอ๊ย!"เมื่อเข็มทิศเดินเข้ามาถึง เขาได้ยินทุกคำพูดของแพรวา ที่หล่อนกำลังพูดด่าทอกาลเวลาลูกสาวของเขาอยู่ในเวลานี้"นี่คุณแพรวาเด็กตัวแค่นี้ ทำไมคุณถึงพูดจาเหมือนกับเด็กน้อยนั่นทำผิดมหันต์!" น้ำเสียงเข้มฟังดูแข็งกร้าว พร้อมกับแฝงด้วยความโกรธ ทำให้มินตราตกใจเล็กน้อย ที่เจอกับสามีของเธอที่นี่ ส่วนกาลเวลานั้นก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่สนใจคนรอบข้าง จนกลายเป็นจุดสนใจของไทยมุงเริ่มมองมาที่กาลเวลาและแพรวาเข็มทิศโน้มตัวก้มลงไปอุ้มกาลเวลาขึ้นมา เมื่อเด็กน้อยมองเห็นว่าเป็นบิดาของเธอ ลำแขนเล็กของกาลเวลาโอบรัดไปที่คอแกร่งของเข็มทิศ พร้อมกับซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่งของบิดาทันที“ฮึก ฮื้อ!”"โอ๋... ไม่ร้องนะครับคนเก่ง"ชายหนุ่มพูดปลอบลูกสาว พร้อมกับเอามือลูบลงที่เส้นผมของกาลเวลาเบาๆ ไอศกรีมในมือของเด็กน้อยเวลานี้มันได้เลอะเสื้อของผู้เป็นบิดาไปหมด จึงทำให้แพรวานั้นอดที่จะพูดออกไปไม่ได้"เข็มทิศเด็กนี่กำลังทำเสื้อของคุณเลยนะคะ เด็กอะไรก็ไม่รู้ คุณเป็นแม่ภาษาอะไร หัดอบรมดูแลลูกหน่อยสิ เ
ในเวลานี้เข็มทิศเองก็พยายามเลื่อนเก้าอี้ ขยับถอยห่างออกมา หากเธอไม่ใช่ลูกค้าคนสำคัญ เขาคงจะไม่เกรงใจคงจะพูดตรงๆ ออกไป โดยที่ไม่ต้องรักษาน้ำใจเธอเลยสักนิด"คุณแพรวาอาหารมาแล้ว ทานข้าวเถอะครับ พอดีว่าช่วงบ่ายผมมีประชุม” ชายหนุ่มพยายามบอกปัดหล่อนไปทางอ้อม เมื่อหญิงสาวเริ่มรุกหนัก เธอไม่อายคนรอบข้างบ้างเลยหรืออย่างไร"อะไรกันคะ เพิ่งออกมาเจอแพรก็จะรีบกลับ แพรไม่ยอมจริงๆ ด้วย ตอนเย็นคุณต้องพาแพรไปดินเนอร์เพื่อเซ็นสัญญา” คราวนี้หล่อนได้หยิบยกเอาสัญญาขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่บอกกับเจมส์เอาไว้ว่า จะเซ็นสัญญาก็ต่อเมื่อเข็มทิศกลับมา และให้เขานัดให้เธอในวันนี้"ผมจะให้ไอลินนัดเจรจาเซ็นสัญญากับคุณอีกทีนะครับ พอดีช่วงเย็นผมก็มีธุระต้องรีบกลับบ้าน""หากคุณจะส่งตัวแทนมา แพรจะขอยกเลิกสินค้าทั้งหมดทั้งหมด แล้วจะไปสั่งที่อื่นแทน” แพรวาพูดพร้อมกับเชิดหน้าหันมองไปทางอื่น เธอทำเหมือนกับคู่รักกำลังงอนกัน เข็มทิศรู้สึกเอือมระอากับการที่ต้องมาเอาใจลูกค้ารายใหญ่ ที่สำคัญต่อบริษัท ซึ่งหล่อนไม่มีอิทธิพลต่อจิตใจของเขาเลยสักนิด"พอดีผมนัดกับลูกสาวเอาไว้ ตอนเย็นไม่ว่างครับคุณแพรวา" ในที่สุดเข็มทิศก็ตัดสินใจพูดเรื่
เช้าของวันใหม่เข็มทิศเตรียมตัวออกไปทำงาน แต่ลูกสาวกาลเวลาวิ่งมาเกาะแข้งเกาะขาจะเป็นทำงานกับคุณพ่อ เธอร้องอยู่อย่างนั้น จนมินตราถือไม้เรียวเดินออกมาหน้าบ้าน เพราะไม่อยากให้กาลเวลานั้นเอาแต่ใจเกินไป งอแงจะตามบิดาไปทำงานเกือบทุกวันเสียจนเคยตัว"น้องหนูจะไปกับคุณพ่อค่ะ ให้น้องหนูไปด้วยนะคะ" เด็กหญิงแก้มใส พูดจาเจี๊ยวจ๊าวออกมาเข็มทิศย่อตัวลงนั่ง เพราะเขาเองก็ไม่อยากห่างลูกเลยแม้เพียงนาที แต่ก็มีหน้าที่ต้องไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเข็มทิศเองก็ชอบใจเวลาเห็นลูกสาวมีท่าทีออดอ้อนแบบนี้"เดี๋ยวตอนเย็นพ่อก็กลับแล้วนะครับ วันนี้พ่อมีธุระออกไปนอกออฟฟิศ อากาศมันร้อนไปด้วยไม่ได้เข้าใจไหมคะน้องหนู” ชายหนุ่มพยายามพูดอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจ ด้วยท่าที่อ่อนโยน"ไม่เอาค่ะ น้องหนูจะไปกับคุณพ่อน้องหนูไม่ร้อน" เด็กน้อยออดอ้อนพร้อมกับซบหน้าลงกับแขนของผู้เป็นบิดา ทำให้เข็มทิศนั้นแทบจะใจอ่อน จนไม่อยากออกไปทำงาน เมื่อเจอลูกอ้อนของกาลเวลาแบบนี้"พ่อไปแป๊บเดียวเดี๋ยวตอนเย็นก็กลับมาแล้ว น้องหนูไม่งอแงนะคะ""ไม่เอาค่ะ ยังไงหนูก็จะไปกับคุณพ่อด้วย"มินตราที่สังเกตอยู่นาน เห็นสองพ่อลูกตกลงกันไม่ได้สักที จึงเดินออกมาจา
จุ๊บ! มินตราจุ๊บลงไปที่ริมฝีปากของสามีหนุ่ม เมื่อคำพูดของเขานั้น ทำให้หัวใจของเธอมันพองโตรู้สึกปลาบปลื้มกับการที่ได้เข็มทิศมาเป็นสามี“ว้าว! วันนี้มาแปลกจัง”"ปากหวานก็เลยอยากชิม มินไปรับลูกก่อนนะ”เข็มทิศยิ้มกว้างให้กับความน่ารักของมินตรา เธอเป็นคนเรียบร้อยแต่เวลาอยู่กับเขาเธอมักจะทำอะไรแบบนี้ ซึ่งมันพิเศษมากสำหรับเข็มทิศ ที่เขาได้เธอมาเป็นภรรยามินตราเดินเข้ามาภายในบ้านของเข็มทิศ ซึ่งในรอบหลายปีและทุกครั้งที่เข้ามาเหยียบที่นี่ ก็มักจะกลัวรัศมีของมารดาของเขาเสมอ ที่นางเปล่งแสงความเกลียดชังมาที่เธอทุกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่เหมือนกัน เมื่อมารดาของสามีหนุ่มนั้น เริ่มเปิดรับเธอเป็นลูกสะใภ้อย่างเต็มตัว เพราะไม่อย่างนั้นเข็มทิศก็จะไม่ให้กาลเวลาเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้ ทำให้ผู้เป็นมารดายอมจำนนทำตามข้อตกลงทุกอย่าง และที่สำคัญความดีของมินตรานั้น ทำให้นางเชื่อมั่นและยอมรับเธอ จนรู้สึกผิดกับอดีตที่เคยรังเกียจมินตรา"อ้าว! หนูมินกลับมานานหรือยัง"“เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่นี่เองค่ะ”"คุณแม่!” เด็กหญิงตัวเล็กวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้เป็นมารดาด้วยความดีใจ เมื่อเธอไม่เจอกับมินตรามาหลายวัน ทำให้กาลเวลารู้สึกคิ
“เดี๋ยวก็ตกคอหักตายหรอก! หนักชะมัด”“สาบานว่าปากที่พูด” มินตราหยุดดิ้นเมื่อเขาวางเธอลงในห้องน้ำที่ระยะห่างจากเตียงนอนไม่กี่เมตร“รออยู่นี่เดี๋ยวเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดมาให้นั่งลงเดี๋ยวจะเวียนหัวอีก”มินตราทำหน้าเอือมๆ อีกครั้งกับนิสัยของเขา ที่น่าจะได้มารดามาเต็มๆ ดื้อรั้นไม่มีใครเกิน สักพักเขาก็เข้ามา
สาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้องนั่งรถเงียบกันมาตลอดทาง ทั้งสองแอบชำเลืองมองกันไปมา มินตราแอบมองที่มุมปากของเข็มทิศ ที่มีรอยแดงช้ำและมีเลือดซึมเล็ดออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ต่างคนต่างก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมินตรากำลังนึกถึงความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจตต์ ผู้ชายที่เคยเป็นสามี หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมเ
กลุ่มเพื่อนของเข็มทิศต่างก็แปลกใจที่วันนี้เขาควงหม้ายสาวอย่างมินตรามาที่ผับได้ แต่คนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจคงจะเป็นเพื่อนสาวของเขาโดยเฉพาะไอลินและแอนเข็มทิศนั่งลงพร้อมกับดึงมินตรานั่งข้างๆ หนุ่มโต๊ะใกล้เคียงต่างมองมาที่มินตราสาวสวยหุ่นดี ในเวลานี้เธอสะดุดตาชายหนุ่มพวกนั้นเหลือเกิน“พวกเราไม่รู้ว่าพี่จะ
มินตรา อายุสามสิบปี เธอกำพร้าทั้งบิดามารดา เมื่อทั้งสองเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ หญิงสาวอาศัยอยู่ที่บ้านคนเดียว มินตราอยู่ได้ด้วยเงินประกันและเงินเก็บที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ ซึ่งไม่มากไม่น้อย แต่ก็พอสำหรับที่จะให้เธอเรียนจบปริญญาตรีโดยไม่ต้องดิ้นรนความงามที่ไม่ได้ผ่านการศัลยกรรมบวกกับใบหน้าเรียวจมูกค