Mag-log in“เดี๋ยวก็ตกคอหักตายหรอก! หนักชะมัด”
“สาบานว่าปากที่พูด” มินตราหยุดดิ้นเมื่อเขาวางเธอลงในห้องน้ำที่ระยะห่างจากเตียงนอนไม่กี่เมตร
“รออยู่นี่เดี๋ยวเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดมาให้นั่งลงเดี๋ยวจะเวียนหัวอีก”
มินตราทำหน้าเอือมๆ อีกครั้งกับนิสัยของเขา ที่น่าจะได้มารดามาเต็มๆ ดื้อรั้นไม่มีใครเกิน สักพักเขาก็เข้ามาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวได้ชุดนอนของเธอ
“เปิดฝักบัวอาบไม่ต้องนอนแช่อ่างนะเดี๋ยวไม่สบายเร็วๆ เข้าจะรอข้างนอก”
“บอกแล้วไงกลับไปได้แล้วจะรอทำไม” มินตราพูดพร้อมกับมองค้อนไปที่ชายหนุ่ม
“ จะรอจนกว่าคุณจะอาบน้ำเสร็จแล้วผมถึงจะกลับ เดี๋ยวล้มมาอีกไม่มีใครอยู่ด้วยจะทำยังไง”
“ตามใจออกไปได้แล้วจะอาบน้ำ”
“อาบให้ไหมครับ” เขาพูดพร้อมทั้งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะส่งสายตาทะเล้นมาที่เธอ
“อย่ามาทะลึ่งออกไปได้แล้ว” มินตราพูดพร้อมกับดันหลังของเขาให้ออกไปก่อนจะปิดประตูแล้วรีบลงกลอน
มินตราอาบน้ำไม่นานนักสักพักเธอก็เดินออกมา และต้องแปลกใจกับผ้าปูหมอนข้างทุกอย่างที่ถูกเปลี่ยนออกเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ต้องทำหน้างงมันเหม็นอ้วก จะนอนไปได้ยังไงผมเปลี่ยนให้เรียบร้อยแล้วนั่งลงสิ”
เขาจับมินตรานั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะแป้ง ก่อนจะเช็ดผมพร้อมกับเสียบไดร์เป่าให้เธอ มินตราไม่รู้ว่าจะขอบคุณหรือว่ากล่าวเขายังไงดีในสิ่งที่เขาทำให้เธอ โดยไม่เคยได้ร้องขอมันคือสิ่งดีๆ ที่เข็มทิศทำให้ด้วยความเต็มใจ
“เข็มทิศฉันขอพูดกับนายตรงๆ เลยนะ ฉันอายุก็มากกว่านายหลายปี นายควรเลิกยุ่งกับฉัน เพื่อหาคนที่ดีเข้ามาในชีวิต อย่ามาจมปลักกับแม่หม้ายที่มีตำหนิอย่างฉันอีกเลย”
มินตราพูดขึ้นมาเมื่อเข็มทิศไดร์ผมให้เธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอไม่ใช่เด็กที่จะมาเก๊กและเก็บเขาเอาไว้ สิ่งที่แม่เขาพูดมันคือความจริงที่เธอจะต้องยอมรับให้ได้ แม้ภายในใจลึกจะรู้สึกดีที่มีเขาอยู่ข้างๆ ในยามที่อ้างว้างแบบนี้
“หยุดพูด เพราะถ้าไม่หยุดจะจับปล้ำทำเมียซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”
“ฉันกำลังพูดจริงจัง นายอย่ามาล้อเล่นได้ไหม”
“คำพูดของผมมันไม่จริงจังตรงไหน หรือจะให้ผมทำอย่างที่พูดก่อนคุณถึงจะเชื่อ” เขาพูดพร้อมกับฉุดมินตราให้ลุกขึ้น จากนั้นเข็มทิศก็จับไหล่ของเธอทั้งสองข้าง หันหน้าเข้าหาทำให้มินตรากลัวว่าเขาจะทำอะไรบ้าๆ อย่างที่พูด
“ฉันเชื่อว่านายจะทำจริง แต่วันนี้แม่ของนายมาหาฉันที่ร้าน แล้วบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับนายซะ ฉะนั้นนายก็ควรจะเลิกยุ่งกับฉัน อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจไปมากกว่านี้อีกเลยนะเข็มทิศ”
“แม่อีกแล้วเหรอ ไปนอนได้แล้วผมกลับบ้านไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้มีเรื่องคุยด้วยไปนอนสิเดี๋ยวล็อกบ้านให้”
“เด็กบ้านี่... เผด็จการชะมัดสั่งโน่นสั่งนี่" มินตราบ่นเบาๆ ก่อนที่จะเดินขึ้นเตียงไปนอน
ที่บ้านของเข็มทิศ เมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้านก็พบเพียงมารดาที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ส่วนบิดาคงขึ้นบ้านนอนไปแล้ว จากนั้นสายตาของหญิงสูงวัยได้มองมาที่เข็มทิศอย่างเอาเรื่อง
“คิดว่าจะเข้าบ้านตัวเองไม่ถูกเสียอีก บ้านหลังนั้นมันมีอะไรดีทำไมแกถึงได้ไปทุกวี่ทุกวัน สิ่งที่ดีๆ ผู้หญิงดีๆ ที่ฉันหามาให้แกทำไมแกถึงไม่เห็นค่าหรือแกจะไปคว้าตะกั่วแบบนั้นมาทำเมีย”
“แม่รู้ไหมความรักมันไม่ใช่กระเป๋าที่โรงงานของแม่ ที่จะออกแบบคอลเลกชันแบบไหนก็ได้ แม่เลิกยุ่งกับผมเสียที ผมทำให้แม่ได้ทุกอย่างขอแค่ความรัก ผมขอเลือกและออกแบบมันเองจะได้ไหมครับแม่"
คำพูดของเข็มทิศยังคงทำให้ผู้เป็นมารดารู้สึกขัดใจอยู่มาก เพราะนางวาดฝันถึงอนาคตของลูกสะใภ้อย่างไอลิน สาวสวยสดใสเก่งและฉลาดเหมาะสมกับเข็มทิศเป็นอย่างมาก ส่วนฐานะนางไม่เกี่ยงเพราะที่บ้านรวยอยู่แล้ว
“ฉันมีข้อเสนอให้แกไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศให้จบ ก่อนจะมาสานฝันความรักบ้าบออะไรนั่น อีกเรื่องพรุ่งนี้ต้องบินไปดูงานที่ฮ่องกง เตรียมตัวให้พร้อมด้วยแกไม่ใช่เด็กแล้วนะเรื่องงานต้องมาก่อน”
เข็มทิศไม่พูดอะไร เขาเดินตรงขึ้นไปยังห้องพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปที่ฮ่องกง แต่นั่นเขาไม่หนักใจเท่ากับต้องไปเรียนต่อตั้งสองปี หากเขาต้องห่างกับมินตราอีกครั้งเขาจะทนได้ไหม ถ้าถามตอนนี้เขาคงตอบว่าไม่ แต่ถ้ามันทำให้มารดาไฟเขียวยอมรับในตัวมินตรา ชายหนุ่มก็ยังลังเลในคำตอบ แต่ในระยะเวลาสองปีอะไรจะเกิดขึ้นถ้าต้องห่างกันนั่นคือสิ่งที่เขาไม่สามารถจะเดาได้
เช้าของวันใหม่แสงสีทองที่สาดส่องเข้ามา ทำให้หญิงสาวที่นอนห่มผ้าอยู่บนเตียงนั้น รู้สึกแยงตากับแสงที่มันสะท้อนกระทบเข้ามาภายในห้องนอน เธอค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะพบว่าแสงของเช้าวันใหม่ที่สาดเข้ามานั้นมันเริ่มจากสายแล้วสำหรับอาชีพแม่ค้าอย่างเธอ
เมื่อได้พักผ่อนมาทั้งคืนทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก แล้วมินตราจึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว เพื่อจะได้ไปเตรียมร้านให้เสร็จ ก่อนที่เวลามันจะสายมากไปกว่านี้ แล้วค่อยมาทำเมนูง่ายๆ ทานสำหรับมื้อเช้าด้วยความเร่งรีบทำให้เธอไม่ทันสังเกต ว่ามีใครคนหนึ่งกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ภายในครัวอย่างกับเชฟมือหนึ่งก็ไม่ปาน
พอเธอเดินเข้ามาถึงร้านปรากฏว่าประตูเหล็กบานเลื่อนนั้นถูกยกขึ้น มีเพียงบานประตูกระจกใสเท่านั้นที่ปิดอยู่ มินตราเปิดแล้วเดินเข้าไปด้านใน ก่อนจะพบว่าทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมที่จะเปิดขาย เสียงฝีเท้าคนเดินตามหลังมาก่อนจะได้ยินเสียงอันคุ้นเคยนั่นดังขึ้น
“ตื่นแล้วเหรอ ไปทานข้าวกันผมทำเสร็จแล้ว”
เขาพูดพร้อมกับจับข้อมือของเธอเดินเข้าไปในบ้านแล้วตรงไปยังโต๊ะอาหารที่มีกับข้าวสองสามอย่างถูกจัดไว้อย่างน่ากิน เขาเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวลงนั่ง ก่อนจะหยิบจานข้าวมาตักแล้วส่งให้เธอ จากนั้นค่อยตักใส่จานของตัวเองแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างๆ มินตรา
“ยังเวียนหัวอยู่ไหม” เสียงทุ้มของชายหนุ่มถามออกมาด้วยความห่วงใย
“ไม่เวียนแล้ว” คำถามอย่างห่วงใยที่ปนไปด้วยความใส่ใจนั้น ทำให้มินตราอยากหยุดเวลานี้เอาไว้เหลือเกิน เขาไปอยู่ไหนมาทำไมมาเกิดช้าจัง ถ้าเข็มทิศเกิดเร็วกว่านี้สักสิบปี เธออาจจะไม่โดดเดี่ยวในวันที่บิดามารดาจากไป แต่ก็ไม่แน่ถ้าเขาเกิดก่อนอาจจะแต่งงานมีลูกมีเมียไปแล้วก็ได้..
จุ๊บ! อยู่ๆ เขาก็จุ๊บมาที่แก้มของเธอ
“นายทำบ้าอะไรเนี่ย” มินตราพูดพร้อมกับเอามือลูบที่แก้มออกเบาๆ เขาจุ๊บลงมาได้ยังไงในขณะที่ทานอาหารอยู่
“เช็ดออกเหรอ...หื้ม จุ๊บ! จุ๊บ! จุ๊บ! นี่แนะ” การกระทำของเข็มทิศ ทำให้มินตราเอามือมาป้องหน้า พร้อมกับถือช้อนส้อมเอาไว้ในมือ เมื่อเขาจุ๊บมาที่แก้มของเธอหลายครั้งรัวๆ
“พอแล้วไม่เช็ดแล้ว ถ้านายยังขืนทำอะไรแบบนี้อีก ฉันจะเอาส้อมจิ้มลูกตาเลยคอยดูสิ!” มินตราพูดพร้อมกับทำหน้าตาจริงจังใส่เข็มทิศ
“ใจร้าย ผมไม่อยู่หลายวันอย่าคิดถึงก็แล้วกัน” คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกใจหายไม่น้อย การมีเขาเข้ามาในชีวิตของเธอ ในเวลานี้มันเริ่มจะชินเหมือนเขาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้ไปเสียแล้ว
“นายจะไปไหนเหรอ”
“ฮ่องกง” พอพูดจบเขาก็ตักผัดผักรวมใส่จานให้กับเธอ ทั้งสองคุยกันไประหว่างทานอาหารเช้า ภาพเหล่านั้นมันไม่ต่างจากคู่รักหรือสามีภรรยา โดยมีสายตาของใครคนหนึ่งจับจ้องมาที่ทั้งสองอย่างอาฆาตแค้น ก่อนที่เขาจะสับเท้าหันหลังกลับ เดินออกจากบ้านหลังงามแล้วขับรถออกไปทันที
แต่เมื่อเห็นหน้าเขาผ่านจอสมาร์ทโฟนนั่นแล้ว มันชัดเจนกว่าตัวเป็นๆ เพราะการจับจ้องนั้นมันได้โฟกัสมาที่ใบหน้าของเขาและเธอเข็มทิศเองที่ใช้โน้ตบุ๊กบนโต๊ะทำงาน เมื่อใบหน้าของหญิงสาวที่เฝ้ารอโชว์ที่หน้าจอเขากลับตั้งใจมองอย่างไม่กระพริบตา จนมินตราแอบเบือนหน้าหนีมองออกไปนอกจอ เพราะกลัวใจจะละลายกับสายตาของชายหนุ่มที่ตั้งใจจ้องมองมาที่เธอ“กำลังทำอะไรอยู่ไม่ต้องบอกก็รู้กำลังคิดถึงผมอยู่ใช่ไหมล่ะ” เข็มทิศพูดออกมาพร้อมกับสายตาที่กรุ้มกริ่ม“อย่าหลงตัวเองให้มากอยู่นานๆ เลยนะนายไม่ต้องรีบกลับ หรือจะตั้งหลักปักฐานอยู่โน่นเลยยิ่งดี” หญิงสาวแกล้งพูดออกไป ทั้งที่คำพูดของเขานั้นเป็นจริงทุกประการ เธอกำลังคิดถึงเขาอยู่เพียงแค่มินตราไม่อยากแสดงออกไป เพราะเธอรู้ตัวเองว่าไม่คู่ควรกับเขา จึงกั๊กคำพูดและความรู้สึกนั้นเอาไว้“ปากดีแบบนี้แหละที่ผมชอบ อยากชิมอีกจังปากหวานๆ” คำพูดของเข็มทิศทำให้มินตรา มองค้อนเขาออกไป“ทะลึ่งใหญ่แล้วนะ มีอะไรอีกไหมจะไปอาบน้ำ” มินตราพูดออกมาด้วยความเขินอาย“อาบไปด้วยคุยไปด้วยก็ได้ผมไม่ถือ” ชายหนุ่มยังคงพูดออกมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์“นายนี่มันโรคจิตลามกไม่มีใครเกินจริงๆ เลย” หญิงสาวเอ็ดเ
ทั้งคู่นั้นไม่รู้ว่ามีแขกคนสำคัญแอบเข้ามาในบ้านพร้อมกับหายนะ ที่กำลังจะคืบคลานเข้าหา อีกไม่นานด้วยแรงพยาบาทของดวงตาคู่นั้น ที่จ้องจะทำร้ายคนทั้งคู่ได้ทุกเมื่อ“นายไปนานไหมกี่วัน”“คิดถึงอ่ะดิ! ไปไม่นานหรอกประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้างานเสร็จเร็วก็อาจจะได้กลับก่อน หรือบางทีถ้ามีปัญหาก็อาจจะยืดเยื้อออกไปอีก” “อืม...”เมื่อทั้งสองทานข้าวเสร็จเข็มทิศได้ลุกขึ้นออกมาจากโต๊ะอาหาร มินตราก็ลุกขึ้นเตรียมเก็บจานไปล้าง แต่เธอกลับรู้สึกใจหาย“ผมไม่อยู่อย่าลืมลงกลอนประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยนะ ไปแล้วเดี๋ยวตกเครื่อง”“อืม..ไปเถอะไม่มีใครเขาบ้าระห่ำเหมือนนายหรอก"หมับ!! อยู่ๆ ร่างระหงก็เซถลาตามแรงกระชากของชายหนุ่ม อกนุ่มของเธอกระแทกเข้ากับอกกว้างอันแข็งแกร่งของเขา ร่างทั้งสองแนบชิดสนิทเสียจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจซึ่งกันและกันสายตาที่ไม่ลอกแลกของชายหนุ่มนั้น ได้สบเข้ากับดวงตากลมโตที่มันรับกับใบหน้านวล เหมาะกับใบหน้างามรูปไข่ เขาค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำก่อนจะกดริมฝีปากลงไปจูบเธอ ปากหนาได้ทาบลงไปบนริมฝีปากบางของสาวรุ่นพี่ เขารับรู้ได้ถึงความอ่อนละมุนของรสชาติอันแสนหวานของรสจูบนั้น จนแทบจะคล
“เดี๋ยวก็ตกคอหักตายหรอก! หนักชะมัด”“สาบานว่าปากที่พูด” มินตราหยุดดิ้นเมื่อเขาวางเธอลงในห้องน้ำที่ระยะห่างจากเตียงนอนไม่กี่เมตร“รออยู่นี่เดี๋ยวเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดมาให้นั่งลงเดี๋ยวจะเวียนหัวอีก”มินตราทำหน้าเอือมๆ อีกครั้งกับนิสัยของเขา ที่น่าจะได้มารดามาเต็มๆ ดื้อรั้นไม่มีใครเกิน สักพักเขาก็เข้ามาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวได้ชุดนอนของเธอ“เปิดฝักบัวอาบไม่ต้องนอนแช่อ่างนะเดี๋ยวไม่สบายเร็วๆ เข้าจะรอข้างนอก”“บอกแล้วไงกลับไปได้แล้วจะรอทำไม” มินตราพูดพร้อมกับมองค้อนไปที่ชายหนุ่ม“ จะรอจนกว่าคุณจะอาบน้ำเสร็จแล้วผมถึงจะกลับ เดี๋ยวล้มมาอีกไม่มีใครอยู่ด้วยจะทำยังไง”“ตามใจออกไปได้แล้วจะอาบน้ำ”“อาบให้ไหมครับ” เขาพูดพร้อมทั้งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะส่งสายตาทะเล้นมาที่เธอ“อย่ามาทะลึ่งออกไปได้แล้ว” มินตราพูดพร้อมกับดันหลังของเขาให้ออกไปก่อนจะปิดประตูแล้วรีบลงกลอนมินตราอาบน้ำไม่นานนักสักพักเธอก็เดินออกมา และต้องแปลกใจกับผ้าปูหมอนข้างทุกอย่างที่ถูกเปลี่ยนออกเรียบร้อยแล้ว“ไม่ต้องทำหน้างงมันเหม็นอ้วก จะนอนไปได้ยังไงผมเปลี่ยนให้เรียบร้อยแล้วนั่งลงสิ”เขาจับมินตรานั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะแป้ง ก่อนจะเช็ดผมพร้อ
เช้าของวันใหม่ เมื่อเข็มทิศขับรถออกไปได้ไม่นาน มินตราก็ต้องแปลกใจกับแขกที่มาเยือน แน่นอนหญิงวัยกลางคนผู้นี้ไม่ใช่ลูกค้าของเธอ เพราะนางคือมารดาของเข็มทิศนั่นเอง“เช้านี้ยังไม่มีลูกค้าก็ดีฉันยังไม่อยากประจานเธอ ฉันขอพูดอะไรกับเธอหน่อยสิ” นางพูดพร้อมกับใช้สายตามองหญิงสาวอย่างเหยียด“เชิญนั่งก่อนค่ะคุณน้าจะรับน้ำอะไรดีคะ เดี๋ยวมินจะทำให้ชิม ที่คุณน้าให้เกียรติเข้ามานั่งในร้านวันนี้” มารดาของเข็มทิศเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง พร้อมกับเชิดหน้าหยิ่งๆ ใส่มินตราก่อนจะแสยะยิ้มอย่างเหยียดๆ ส่งไปให้เธอ“ฉันไม่ได้มาเพื่อชิมน้ำของหล่อน กำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ถ้าไม่มีธุระที่จำเป็นและสำคัญฉันคงไม่เข้ามาเหยียบร้านของเธอให้เป็นเสนียดเท้าฉันหรอก”มินตราที่ฟังอยู่พยายามข่มใจเอาไว้ การที่เธอเป็นหม้ายมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเชียวหรือ ทำไมล่ะ ในเมื่อผู้ชายเป็นฝ่ายผิดแล้วผู้หญิงที่ถูกกระทำต้องยอมรับกรรมแต่เพียงผู้เดียว มันถูกต้องแล้วหรืออย่างไร“เชิญคุณน้าพูดธุระมาได้เลยค่ะมินมีงานต้องทำอีกมาก”มินตราพูดพร้อมกับหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้ามมารดาของเข็มทิศ เธอรู้สึกอึดอัดกับความใจแคบของผู้หญิงคนนี้ แต่ถ้าคิดอีกมุมหนึ่
สาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้องนั่งรถเงียบกันมาตลอดทาง ทั้งสองแอบชำเลืองมองกันไปมา มินตราแอบมองที่มุมปากของเข็มทิศ ที่มีรอยแดงช้ำและมีเลือดซึมเล็ดออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ต่างคนต่างก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมินตรากำลังนึกถึงความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจตต์ ผู้ชายที่เคยเป็นสามี หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมเธอถึงขยะแขยงเขาได้มากมายถึงเพียงนี้ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กับเขานั้นมันหมดไปจนสิ้น สุภาษิตที่ว่าตัดบัวยังเหลือใยสำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่ เพราะแม้แต่ใยหรือความทรงจำดีๆ เธอก็ไม่มีให้กับเขาอีกต่อไปแล้ว..ส่วนทางด้านเข็มทิศกำลังคิดว่า เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะของความกลัว เมื่อสายตาที่เจตต์มองมายังมินตรามันแอบแฝงเรื่องร้ายๆ ไว้ข้างในเขาเป็นผู้ชายด้วยกันพอจะดูออก เจตต์ยังหวังที่จะได้มินตรากลับคืนไปเมื่อรถแล่นเข้ามาถึงบ้านทั้งสองหลังที่อยู่เคียงกัน ก่อนที่มินตราจะลงไปจากรถ เข็มทิศได้คว้ามือของเธอมากุมไว้“ไม่ต้องลงกลอนประตูอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวไปหา” น้ำเสียงทุ้มบ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว“ไม่ต้อง จะมาทำไมมันดึกแล้ว”“จะไปก็คือจะไปอย่าห้าม เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ จะล็อกก็ได้นะ ผมจะเตรียมค
กลุ่มเพื่อนของเข็มทิศต่างก็แปลกใจที่วันนี้เขาควงหม้ายสาวอย่างมินตรามาที่ผับได้ แต่คนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจคงจะเป็นเพื่อนสาวของเขาโดยเฉพาะไอลินและแอนเข็มทิศนั่งลงพร้อมกับดึงมินตรานั่งข้างๆ หนุ่มโต๊ะใกล้เคียงต่างมองมาที่มินตราสาวสวยหุ่นดี ในเวลานี้เธอสะดุดตาชายหนุ่มพวกนั้นเหลือเกิน“พวกเราไม่รู้ว่าพี่จะมาเคยชินกับการสั่งแต่เหล้าพี่ดื่มได้ไหม” ไอลินพยายามพูดกระแนะกระแหนเป็นเชิงว่ามินตราเป็นส่วนเกินของคนในกลุ่มนี้“อะไรก็ได้พี่ดื่มได้หมด”“ไม่ได้พรุ่งนี้เปิดร้านผมไม่ได้อยู่ช่วย..มึงช่วยสั่งน้ำส้มให้คุณมินตราด้วย” เข็มทิศพูดพร้อมกับหันไปสั่งแอนเจ้าประจำในการจัดการเครื่องดื่มของกลุ่ม เวลาไปไหนเที่ยวผับร้านอาหาร แอนจะจัดการจดรายการทั้งหมด ก่อนจะมาหารกันแต่ส่วนมากเข็มทิศจะจ่ายเองทั้งหมด เพราะบ้านของเขาค่อนข้างมีฐานะกว่าทุกคน“เดี๋ยวกูจัดการให้” แม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร แต่เมื่อเพื่อนสั่งแอนก็ต้องทำหลังจากที่ดื่มกันอยู่พักใหญ่ ไอลินก็พยายามชวนเข็มทิศไปเต้นเป็นเพื่อน แน่นอนสำหรับคนที่คิดมากเกินกว่าเพื่อนนั้นก็อยากทำทุกอย่างให้เพื่อนหันมามองตัวเองบ้าง.“ทำไมมึงไม่ไปเต้นกับแอนล่ะไอ้เจมส์ไปเต้







