Share

CHAPTER 06

Penulis: RINSP
last update Tanggal publikasi: 2026-07-30 18:44:06

“กูออกไปข้างนอกก่อนนะ เดี๋ยวต้องไปช่วยไอ้เจ็ทเตรียมสถานที่อีก” ไอ้ปกหันมามองผมหน้านิ่งแถมยังใช้น้ำเสียงเข้มแกมข่มขู่กัน “อย่าก่อเรื่องอีกเข้าใจไหม ไม่งั้นกูจะให้ไอ้เจ็ทมาสวดมึงเจ็ดวันเจ็ดคืน”

เจ็ดวันเจ็ดคืน พวกมึงนึกว่าจัดงานวัดกันหรือยังไง คล้อยหลังไอ้ปกเดินเปิดประตูออกไปผมก็เริ่มบ่นสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “แน่จริงเรียกมาสวดเลยดิวะ กูกลัวที่ไหน”

“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ” ผมทำตาโตตกใจ รีบเม้มปากตัวเองอย่างไวตามสัญชาตญาณการหลบหลีกอันยอดเยี่ยมของตัวเองที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เมื่อตะกี้ผมเห็นไอ้ปกมันเดินเปิดประตูออกไปแล้วนะ ทำไมมันยังเดินกลับมาอีก “กลัวไร”

“อ๋อ กูบอกว่าพวกมึงไม่ต้องกลัว วันนี้กูจะเป็นคนดีของน้องเบลล์”

"ถามน้องเขาก่อนไหมว่าอยากเป็นของมึงหรือเปล่า"

จบบทบรรยาย

หลังจากทำกิจกรรมช่วงกลางวันเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนส่วนตัว อาบน้ำ เตรียมตัวเข้าพิธีผูกข้อมือรับน้องที่จะจัดขึ้นในช่วงค่ำคืนนี้ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงเย็น ฉันแต่งตัวอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาข้างนอกเร็วกว่าเวลานัดเรียกรวมพล เนื่องจากเพื่อนๆ ของแก้วเข้ามาอยู่ในห้องเพื่อแต่งหน้า แต่งตัว พูดคุยกันเสียงดัง จนฉันต้องหนีออกมาอย่างเงียบ ๆ เดาว่าพวกเธอคงยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าฉันหายไปน่ะ

“เบลล์” เสียงตะโกนจากใครบางคนทำให้ฉันหยุดชะงักการก้าวเดินเพื่อหันกลับไปมองยังเจ้าของเสียง รอยยิ้มยกขึ้นอย่างดีใจที่เห็นว่าเขาเป็นใคร แค่เห็นไกลๆ แต่ก็จำได้ทันทีเพราะหน้าตาเขาโดดเด่นเกินกว่าใคร เขาสามารถเป็นนักแสดงได้เลยนะ ทั้งรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสะดุดตาจนคนต้องหันมอง สิ่งที่ฉันพูดมานั้นไม่เกินจริงเลยสักนิด การันตีด้วยตำแหน่งเดือนคณะสุดหล่อของชั้นปีเราด้วย ฉันยังแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่บังเอิญได้รู้จักและสนิทกับคนหน้าตาหล่อแบบเขาน่ะ แต่มันก็ต้องแลกกับสายตาของผู้หญิงที่มองมาเหมือนฉันไปแย่งแฟนของพวกเธอยังไงอย่างนั้นแหละ ทั้ง ๆ ที่เก้าก็มีแฟนอยู่แล้ว ทั้งยังสวยมากเลยด้วย

อันที่จริงตั้งแต่มาเข้าค่ายพวกเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลย อาจจะมีเดินสวนกันตอนทำกิจกรรมบ้าง แต่ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันสักเท่าไร

ร่างสูงวิ่งตรงมาถึงที่ฉันยืนอยู่เพียงเวลาไม่กี่วินาที อดไม่ได้จึงเอ่ยแซวเขาไปเบาๆ ตามประสาคนคุ้นเคย คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน เขาชื่อ เก้า เพื่อนร่วมคณะและร่วมชมรมวิ่งของฉัน เราค่อนข้างสนิทกันเพราะอยู่ซ้อมวิ่งด้วยกันบ่อย แถมยังลงเรียนคลาสเดียวกันทั้งเทอมอีกด้วยน่ะ “เดินก็ได้ปะ กลัวคนไม่รู้ว่าเป็นนักกีฬาวิ่งมหา’ ลัยหรือยังไง”

“อย่าแซวได้ปะ แล้วนี่กำลังจะเดินไปไหนอะ”

“เดินเล่นแถวนี้แหละ รอเข้าหอประชุมไง” ฉันเอ่ยบอกอย่างเซ็งๆ สายตาพลันเห็นพี่เจ็ทกับพี่ปกในชุดเครื่องแบบนักศึกษาเต็มยศแถมยังใส่สูทของมหาวิทยาลัยกำลังเดินอยู่อีกฝั่งของสนาม เดาว่าอีกไม่นานคงมีการเรียกรวมแล้วแน่ๆ ปีนี้เราค่อนข้างโชคดีที่มีรุ่นพี่ปีสามมาคุม เพราะไม่อย่างนั้นพวกรุ่นพี่ปีสองคงเล่นเราหนักกว่านี้เป็นแน่ ได้ข่าวว่าปีก่อนพวกพี่เขาสั่งสมความเจ็บแค้นเอาไว้เยอะน่ะเพราะรุ่นของพี่เจ็ทนั้นโหดมาก ตอนแรกฉันก็นึกว่าปีสามลงมาคุมจะยิ่งแย่กว่าเดิมเสียอีก แต่พอได้มาสัมผัสจริงๆ พวกรุ่นพี่ปีสามใจดีมากเลยนะ เวลารุ่นพี่ปีสองสั่งลงโทษอย่างไม่มีเหตุผล พี่ปีสามก็จะเข้ามาปรามให้เบาลงทุกครั้ง พวกเราทุกคนเลยรอดมาสวมชุดนักศึกษาอย่างเต็มภาคภูมิเหมือนดังเวลานี้

“เออ เมื่อกี้โค้ชไลน์มาบอกว่าหลังจากออกค่ายจะเรียกประชุมอะ” สิ่งที่เก้าพูดทำฉันมุ่นคิ้วงุนงงเป็นอย่างมาก

“ส่งในไลน์กลุ่มเหรอ ทำไมฉันไม่ได้ล่ะ” ฉันเอ่ยถามพลางหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดเช็ก ทว่ายังไม่ทันได้กดเข้าแอปใดๆ เลย เสียงแจ้งเตือนจากเมสเสนเจอร์ก็ดังขึ้นรัวๆ อย่างกับมีคนตาย

เรียวคิ้วสองข้างขมวดเป็นปมเมื่อเห็นว่าในหน้าจอของแอปที่เข้าใช้งานบ่อยๆ นั้นไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ทว่าเสียงแจ้งเตือนข้อความยังดังมาเรื่อย ๆ “แอปรวนหรือเปล่าเนี่ย”

“ทำไมเหรอ”

“ไม่รู้ดิ มีเสียงแจ้งเตือนว่าข้อความเข้า แต่พอเลื่อนดูมันไม่มีอะ” ฉันคิดว่าตัวเองเลื่อนรีเฟรชหน้าจอหลายครั้งแล้วแต่หัวข้อแชตล่าสุดยังเป็นของไบรท์เหมือนเดิม ไบรท์เป็นน้องสาวฉันเองน่ะ

“อยู่ในสแปมหรือเปล่า ไม่ก็อาจจะอยู่ในคำขอเพราะไม่ได้เป็นเพื่อนกัน” คำแนะนำของเก้าทำให้ฉันฉุกขึ้นคิดมาได้ ทว่าปลายนิ้วยังไม่ทันจะแตะกดเข้าไปดูด้านใน เสียงนกหวีดเรียกรวมตัวก็ดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบเก็บโทรศัพท์เอาไว้เสียก่อน

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวช้าโดนลงโทษอีก” เก้าพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเราสองคนก็วิ่งไปยังหน้าหอประชุมซึ่งทางแคมป์ใช้เป็นสถานที่จัดสัมมนาฝึกอบรมต่างๆ แต่วันนี้มันจะเป็นสถานที่สำหรับทำพิธีผูกข้อมือรับน้องของพวกเรา

ทันทีที่มาถึงรุ่นพี่ปีสองเป็นฝ่ายจัดแถวให้พวกเราเดินไปยังด้านในอย่างระเบียบเรียบร้อย เราถูกจับให้แยกชายหญิงนั่งล้อมเป็นวงกลมวงใหญ่ โดยมีรุ่นพี่ปีสองคอยดูแลและยืนคุมอยู่ด้านหลัง สายตาพลันเห็นรุ่นพี่ปีสามในชุดนักศึกษาเต็มยศยืนเรียงกันอยู่ด้านหน้า โดยมีพี่เจ็ทเป็นแกนนำหลักและมีพี่ปกขนาบข้าง สองคนนี้ตัวติดกันตลอดเลยแฮะ

“น่าเสียดายอ่า ดูเหมือนปีนี้พี่เขาก็ไม่มานะ ตอนแรกก็แอบดีใจที่เห็นพี่เจ็ทกับพี่ปกมาค่ายกับเราด้วย คิดว่าพี่ไวท์ต้องมาแน่ ๆ แต่สองวันมานี้ไม่เห็นหน้าพี่เขาเลยนี่ดิ อดได้เห็นหน้าหล่อของพี่เขาเลยอ่า” เสียงเพื่อนผู้หญิงที่นั่งข้างฉัยเอ่ยกับเพื่อนอีกคนเสียงเบา หากแต่ฉันที่นั่งอยู่ใกล้มาก แทบจะไหล่ชนกันได้ยินหมดทุกคำพูดแหละ แต่ฉันก็ฟังผ่านหูไปเท่านั้นเพราไม่ได้สนใจเรื่องอะไรพวกนี้อยู่แล้ว

“อดได้เห็นสามเสือแก็งวิศวะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเลย”

“น้องๆ เงียบด้วยค่ะ เราจะเริ่มพิธีกันแล้ว” เสียงปรามจากรุ่นพี่ปีสองที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังนั้นดังขึ้น ส่งผลให้สองคนที่กำลังคุยกันอย่างออกรส ถึงกับปิดปากเงียบฉับพลัน

ทันใดนั้นเองที่ประธานรุ่นเอ่ยเปิดกิจกรรมจบ เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วนั้นเริ่มเบาลงจนเกือบเงียบสนิท แสงไฟในห้องเริ่มหรี่แสงลง เสียงเพลงขับร้องจากรุ่นพี่ปีสองก็ดังกระหึ่มก้องทั่วทั้งอาคาร รุ่นพี่เริ่มทยอยแจกเทียนให้กับน้อง ๆ ปีหนึ่งทุกคน แสงไฟจากเปลวเทียนวูบไหวไปมาคล้ายมนต์สะกดให้เราตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งฝัน กระทั่งเสียงเพลงจบลง รุ่นพี่ต่างเดินเรียงแถวเข้ามาเพื่อผูกมัดข้อมือให้กับเรา แอบรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่า เพราะมันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของคณะ ตอนที่ได้ฟังรุ่นพี่เขาบอกเล่าถึงความรู้สึกที่พวกเขาได้ประสบพบเจอมา ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของพวกเขากระทั่งได้มาสัมผัสของจริงด้วยตัวเอง

ขนลุกมาก

รุ่นพี่เริ่มผลัดกันมาผูกข้อมือให้พวกเราปีหนึ่ง แวะเวียนผ่านไปคนแล้วคนเล่า กระทั่งเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการผูกข้อมือ ขณะที่ฉันกำลังก้มหน้าจัดระเบียบเชือกที่ผูกข้อมืออยู่นั้นเอง ดูเหมือนรุ่นพี่คนต่อไปจะเดินมาหยุดตรงหน้าฉันพอดี กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับน้ำเสียงตื่นเต้นของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกายฉัน ฉันจึงยื่นมือออกไปอย่างไม่ได้คิดอะไร ทว่ายังไม่ทันได้ผูกข้อมือ ฉันก็ต้องตกใจพยายามดึงมือตัวเองกลับมาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเพื่ออยากจะเห็นสีหน้าค่าตาของเขา ทว่ามันก็มืดมากเพราะแสงไฟจากเทียนนั้นรีบหรี่ใกล้ดับเต็มที จนไม่อาจมองเห็นใบหน้าเขาได้อย่างชัดเจน

แต่สิ่งที่ฉันมั่นใจคือ ฉันกำลังโดนรุ่นพี่นิสัยไม่ดีคนนี้แตะอั๋งหลอกจับมือกัน เขาไม่ได้จับธรรมดานะแต่เขาดันใช้สองมือจับนี่สิ อะไรกันวะเนี่ย

“พี่ปล่อยมือเบลล์นะ ถ้าไม่ปล่อยเบลล์จะตะโกนจริงๆด้วย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 72 (จบ)

    ที่นี่อาจไม่มีหิ่งห้อย แต่ก็มีดวงดาวให้มองอยู่บ้าง อาจจะไม่สวยเท่าบ้านเรา แต่มันก็พอให้รู้สึกซาบซึ้งใจ เมื่อได้นั่งมองกับคนข้างกาย หลังจากที่ฉันเสียน้ำตาให้กับคำพูดของเฮียไป ฉันก็เพิ่งจะสงบสติอารมณ์อ่อนไหวข้างในใจได้ เรานั่งกันอยู่เงียบ ๆ และได้ทบทวนเรื่องราวหลาย ๆ อย่างในอดีตที่ผ่านมา กว่าที่เราสองคนจะได้มานั่งอยู่ด้วยกันอย่างนี้ มันไม่ง่ายเลยนะ“จะว่าไป เบลล์ก็ทึ่งตัวเองเหมือนกันนะ ที่ทนมาได้ขนาดนี้ เป็นผู้หญิงคนอื่น คงยอมแพ้ไปนานแล้ว” ฉันเองก็แปลกใจทำไมถึงยังอยู่ข้าง ๆ เขา“เฮียเข้าใจนะว่าทำไมเบลล์ถึงทนกับคนอย่างเฮียได้อะ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่จริงจังนักพลางวาดวงแขนมาที่ไหล่เล็กของฉันเพื่อดันไปซบไหล่เขา“เข้าใจว่าอะไร” เขาเคยเข้าใจอะไรด้วยหรือไง เอาแต่ เกเร หนีเที่ยว ทำเรื่องแผลง ๆ ไปวัน ๆ เอาแต่บอกว่าตัวเองเป็นอิสระ สุขนิยม มีแต่ฉันที่ต้องตามเขาอยู่ร่ำไป บางครั้งก็อยากจะพอแต่ในจังหวะนั้นเขาก็ดึงฉันกลับไปอีก“ก็เฮียมันคนหล่อ เบลล์คงตัดใจทิ้งยาก” คนสุขนิยมตอบแกมหัวเราะ อีกทั้งยังยักคิ้วหลิ่วตามาให้ ฉันได้แต่เบะปากคืนกลับไป เข้าเรื่องจริงจังได้ประเดี๋ยวเดียวก็กลับมาเล่นอีกแล้ว“ล้อเล

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 71

    [บทบรรยาย : ไวท์ วรัท]ผมมองใบหน้าเรียวเล็กของเธอด้วยหัวใจเต้นแรง คนอะไรทำหน้าอึน แกล้งตีมึนกลบความขี้เขินแล้วยังน่ารัก ไม่ให้ผมหลงเธอคงเป็นไปไม่ได้“งั้นเบลล์ขอตายก่อน” คนตัวเล็กเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ ดูเหมือนเจ้าตัวคงเขินจนไม่รู้ว่าตัวเองด้วยซ้ำว่ากำลังพูดอะไรอยู่ แต่ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เธอยังน่ารักสำหรับผมเสมอ นึก ๆ ดูแล้วเราสองคนไม่ได้คุยเรื่องไร้สาระกันมานานเท่าไรแล้วนะ แต่ไหนแต่ไรผมเป็นคนไม่ยึดติดกับอะไร ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปเรื่อย ๆ อยากทำสิ่งไหนก็จะทำ ทำตามใจตัวเองมาตลอด วันนี้ผมยังเป็นคนเดิม ยังยึดคติสุขนิยม ทว่าสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ ผมอยากมีชีวิตคู่ อยากมีเบลล์เคียงข้าง อยากสร้างอนาคต อยากเป็นทุกอย่างให้กับเบลล์ อยากเป็นคนที่รักเธอสุดหัวใจอยากเห็นรอยยิ้ม อยากได้ยินเสียง อยากเห็นหน้า อยากทำทุกอย่างร่วมกับเธอ ผมว่าผมรักเธอมากกว่าที่ตัวเองคิดเสียอีก“ก็ได้ เฮียก็อยากให้เบลล์ตายก่อน” ผมตอบกลับ ส่งผลให้คนตัวเล็กทำหน้ามู่ทู่ อีกทั้งยังส่งสายตาพิฆาตใส่กัน ถ้าหากไม่แก้ต่าง เบลล์คงงอนผมหนักแน่ ๆ“ที่อยากให้เบลล์ตายก่อน ตัวเองจะได้ลั้ลลาสินะ” ปลายคางเธอเชิดขึ้นเล็กน้อย อดที่จะขำกับคนตรง

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 70

    “ถ้าเฮียถีบ...เบลล์ตบคืนร้อยเท่า” รีบเอ่ยบอกเขาเสียงเข้ม ตอนที่เห็นเฮียกำลังยกเท้าตั้งใจจะถีบฉัน แต่โชคดีที่ฉันไหวตัวหลบได้ทันเสียก่อน อันที่จริงเรื่องของเรื่องฉันแค่อยากจะแกล้งคนขี้กลัวให้ตกใจเล่นเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกใจกลัวขนาดนี้ เกือบเจ็บตัวฟรีแล้วไหมล่ะ“เบลล์เหรอ” น้ำเสียงของเขายังฟังดูเหมือนไม่เชื่อว่าเป็นฉัน ร่างสูงโปร่งขยับตัวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังติดกับฝาผนัง“เฮีย เบลล์เอง”“ตกอกตกใจหมด นึกว่าผี” เขายกมือขึ้นทาบอกเบา ๆ พลางสูดลมหายใจเข้าออก “ถ้าเฮียเกิดหัวใจวายตายขึ้นมา เบลล์จะอยู่กับใคร”เรื่องเล่นใหญ่ต้องยกให้คุณวรัทเขาล่ะ“แค่แกล้งเล่นนิดเดียวเอง จู่ ๆ หลอดไฟในห้องก็ดับอะ”“เหรอ มันคงช็อตแหละ เดี๋ยวเฮียออกไปซื้อหลอดมาเปลี่ยน แต่ตอนนี้เราออกไปห้องนั่งเล่นก่อนดีไหม รู้สึกวังเวงยังไงไม่รู้ เบลล์คงกลัวแย่เลย” เขาเอ่ยบอกอย่างเป็นห่วง ฉันได้แต่คิดในใจคนที่กลัวเป็นเขามากกว่าล่ะมั้ง เหงื่อแตกเชียว“ทำไม เฮียกลัวผีเหรอ” ทำเสียงหลอนนิด ๆ ก่อนจะกระโดดเกาะหลังเขา และมันได้ผลเกินคาดคนขี้กลัวสะดุ้งตัวโยนรีบวิ่งออกไปด้านนอก กระโดดไปนั่งโซฟาพร้อมกับสีหน้าที่ขวัญเสียสุด ๆ“เบลล์ ไม่

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 69

    “เปล่า ก็เฮียฝันอยู่อ่า” คนตัวโตตอบกลับมาเสียงอ่อย สรุปเขาเบลอคิดว่าตัวเองฝันอยู่ โอ๊ย...ปวดหัว อยากจะเอาข้าวต้มราดใส่หัวเขาสักทีเผื่อความร้อนจะช่วยละลายเมือกในสมองเขาบ้างดูเอาเถอะ เจอกัน คุยกันขนาดนี้ ยังคิดว่าฝันอยู่อีก“ไม่ได้ฝันเว้ย เฮียฟังเบลล์นะ ตอนนี้คือเฮียตื่นแล้ว โอเคปะ” ฉันพยายามใจเย็น จับมือเขาไว้เพื่อแสดงให้เขาดูว่าฉันตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ฝัน เป็นคนจริง ๆหงุดหงิดตั้งแต่เมื่อคืนละนะ...“จริงดิ แต่ไม่มั้ง เบลล์ไม่มีทางอยู่ที่นี่หรอกมั้ง” เขายังเถียงกลับมาอย่างมั่นใจ ตอนนี้อารมณ์ฉันจะเข้าเลเวลสี่แล้ว แต่ฉันก็ยังพยายามใจเย็น นี่อิเฮียมันเรียนจนสมองไปหมดแล้วหรือยังไง“ทำยังไงถึงจะเชื่อว่าเบลล์อยู่ที่นี่”“ก็...”“ก็อะไร” ถามออกไปอย่างฉุนเฉียว ชอบทำให้คนเขาหงุดหงิด จู่ ๆ เฮียก็ขยับเข้ามาใกล้ฉันก่อนจะช้อนตัวอุ้มฉันขึ้นลอยหวือกลางอากาศและก้าวเดินเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็ว“เฮียจะทำอะไร” เอ่ยถามตอนที่เขาอุ้มตัวฉันวางไว้บนเตียงก่อนเจ้าตัวจะตามมาคร่อมร่างฉันเอาไว้ สีหน้าอิเฮียดูมึน ๆ อยู่นะ หรือว่าอิเฮียจะเมายาจริง ๆ“พิสูจน์ไงว่าไม่ได้ฝัน” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงขี้เล่น สีหน้ามึนงง

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 68

    ลอนดอน ,ประเทศอังกฤษฉันบินมาถึงลอนดอนประมาณตีสี่กว่า ๆ คิดว่าเวลานี้เฮียคงนอนหลับปุ๋ยอยู่ หลังจากรับกระเป๋าเดินทางเสร็จเรียบร้อย ฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบที่อยู่ของอะพาร์ตเมนต์ที่เฮียพักอีกครั้ง จากนั้นก็เรียกแท็กซี่จากหน้าสนามบินไปหาเขาทันทีอากาศที่นี่ค่อนข้างหนาว อุณหภูมิที่รู้สึกได้หนาวแบบติดลบเลยล่ะ วินาทีที่เดินออกจากสนามบินบอกเลยว่าหนาวมาก โชคดีที่ใส่เสื้อฮีทเทคสวมทับด้วยเสื้อโค้ตตัวหนาอีกหนึ่งชั้น พอจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาบ้างฉันใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเดินทางมาถึงอะพาร์ตเมนต์ที่เฮียอาศัยอยู่ แอบรู้สึกตื่นเต้นอยู่หน่อย ๆ เพราะไม่รู้ว่าถ้าฉันโผล่ไปอยู่ในห้องเฮียเวลานี้ เขาจะทำสีหน้ายังไงกลับมา แค่คิดก็สนุกแล้วเรื่องเซอร์ไพรส์เฮียครั้งนี้ ฉันมีคุณป๋าคอยช่วยทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องที่ขอกุญแจสำรองห้องของเฮียจากผู้ดูแลอะพาร์ตเม้นต์และตอนนี้ฉันก็ได้กุญแจห้องของเฮียมาแล้วใช้เวลาหาไม่นานก็เจอห้องของเขา ไม่รอช้าจึงจัดการเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบ ๆ พยายามทำทุกอย่างให้เบาเสียงที่สุด ฉันวางกระเป๋าเดินทางตรงมุมหนึ่งของห้อง ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอน พอเปิดประตูเข้าไปด้า

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 67

    หนึ่งปีต่อมาถ้าถามว่าชีวิตฉันที่ไม่มีเฮียไวท์เป็นยังไงบ้าง ฉันก็ยังใช้ชีวิตปกติเหมือนเช่นเดิมทุกวัน แต่อาจมีเพิ่มอีกสักสองสามอย่างเช่น วันหยุดฉันอาจจะต้องไปกินข้าวกับที่บ้านของเฮีย ไปช้อปปิ้งกับพวกคุณป้า คุณอา และกิจกรรมที่ฉันทำเป็นประจำตอนนี้เวลา สิบโมงเช้านั่นก็คือวิดีโอคอลคุยกับคุณวรัท(ขอดูห้องหน่อย) คนตรงหน้าทำคิ้วขมวดมุ่น สายตาเรียวรีจ้องแต่จับผิดตลอดเวลา ตอนนี้เฮียเป็นโรคกลัวฉันมีชู้ กลัวว่าฉันจะแอบคบผู้ชายลับหลังเขา ไม่รู้ว่าเขาจะระแวงอะไร ทุกวันนี้ฉันแทบไม่เจอผู้ชายคนไหนเลยนอกจากคุณป๋าของเขาและพ่อของฉัน ทั้งโซ่ เก้า เดียร์ ได้หายสาบสูญไปจากชีวิตฉันหมดแล้ว นาน ๆ ทีเราจะได้เจอกันสักหนหนึ่งฉันหลบจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเพื่อให้เขาเห็นบริเวณโดยรอบอย่างสะดวก(ไปฝึกงานนี่เจอไอ้พวกพี่เลี้ยงมาจีบปะ) คิดเอาไว้อยู่แล้วเชียว เขาต้องถามเรื่องนี้ทุกวันสิน่า ทั้งที่ฉันก็ตอบเหมือนเดิมมาอาทิตย์กว่าแล้ว นับตั้งแต่เริ่มฝึกงานที่บริษัทเป็นวันแรกจนถึงวันนี้“ไม่มี” เขาพยักหน้าอย่างพอใจ ช่วงนี้เฮียย้อมผมเป็นสีดำแล้วดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะเลย ที่สำคัญมันทำให้เขาหล่อขึ้นกว่าเดิมเสียอีก“ละเฮียอะ มีสาวมา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status