Share

บทที่ 2

Author: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
หลังแต่งงาน ฟู่หย่าหนิงมักอ้างว่าต้องใช้ความสงบในการปฏิบัติธรรม ไม่ยอมให้ผมเข้าไปนอนค้างในห้องของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ต่อให้เป็นคืนวันที่ 16 ของเดือน หลังจากเสร็จสิ้นกิจของสามีภรรยา ผมก็ทำได้เพียงช่วยเธอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อย แล้วต้องเดินออกมาอย่างโดดเดี่ยว

ทว่าในนาทีนี้ ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า กฎเกณฑ์อันเข้มงวดและไร้ความปรานีเหล่านั้น ฟู่หย่าหนิงตั้งมันขึ้นมาเพื่อใช้ปิดตายและป้องกันผมเพียงคนเดียวเท่านั้น

วินาทีนั้น ผมเจ็บปวดจนไร้เสียงสะอื้น ร่างกายเริ่มชาหนึบตั้งแต่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าจนไร้ความรู้สึกไปทั้งตัว เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่หัวใจ ราวกับมีเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทงทะลุซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่ฟู่หย่าหนิงยังคงไม่มีท่าทีจะอธิบายอะไร เธอกลับทำหน้าตึงเครียดกว่าเดิม

“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาโดยไม่เคาะประตู?”

“ไม่มีระเบียบวินัยเอาเสียเลย ออกไป!”

ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง แล้วหันไปมองหลินอวี๋เฮ้า จู่ ๆ ก็รู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมา

ภรรยาของผมปล่อยให้ชายแปลกหน้าค้างคืนในห้องได้อย่างหน้าตาเฉย ถึงขั้นให้เขาช่วยไดร์ผมให้โดยมีผ้าขนหนูพันอยู่ผืนเดียว...

พวกเขาสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ แต่ผมที่เป็นสามีมีทะเบียนสมรสกลับต้องเคราะประตูก่อนจะเข้าห้องงั้นเหรอ?

ฟู่หย่าหนิง คุณไม่เพียงแต่ไม่เห็นผมอยู่ในสายตา แต่คุณไม่เคยให้เกียรติชีวิตคู่ของเราเลยด้วยซ้ำ

ผมผิดหวังในตัวเธอจนถึงขีดสุด

“ฟู่หย่าหนิง เราหย่ากันเถอะ”

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา ไม่ว่าฟู่หย่าหนิงจะตั้งข้อเรียกร้องที่เย็นชาหรือไร้เหตุผลเพียงใด ผมล้วนตอบตกลงทุกประการ

หลายปีมานี้ผมเสพติดนิสัยที่ต้องดูแลเธออย่างอ่อนโยนไปเสียแล้ว

นี่เป็นครั้งแรก... ที่ผมแสดงท่าทีเย็นชาใส่เธอ

“หย่า?”

“แค่เพราะเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ?”

ฟู่หย่าหนิงชะงักไป สีหน้าของเธอวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด เธอส่ายหน้าปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ “ไม่ ฉันไม่ยอมหย่า”

ท่าทีเด็ดขาดของเธอทำให้ผมประหลาดใจ

ผมนึกว่าความสัมพันธ์ของเธอกับหลินอวี๋เฮ้านั้นชัดเจนมากพอแล้ว และเธอกำลังรอให้ผมเป็นฝ่ายถอยออกไปเอง

แต่เธอกลับปฏิเสธเสียงแข็ง หรือว่าเธอยังอยากจะรั้งผมไว้?

ความทุ่มเทด้วยใจจริงตลอดห้าปีทำให้ผมเผลอหาข้อแก้ตัวให้ฟู่หย่าหนิงอีกครั้ง

ทว่า... ประโยคถัดมาของเทพธิดาผู้สูงส่ง กลับผลักผมลงสู่ขุมนรกอย่างเลือดเย็น!

“ตอนนี้ฉันอยู่ในช่วงถือศีล การหย่าร้างถือเป็นการผิดศีล”

“ถ้าจะหย่า ก็รอให้ผ่านช่วงถือศีลของฉันไปก่อนค่อยว่ากัน!”

ใบหน้าของฟู่หย่าหนิงเย็นเยียบ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจโต้แย้งได้

ที่แท้... ผมก็แค่คิดไปเองอีกแล้ว

ผมยิ้มเยาะตัวเอง ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนอยากจะอาเจียนออกมา

ในที่สุดผมก็เข้าใจเสียทีว่าในสายตาของเธอ ผมไม่เพียงแต่ไม่ใช่สามี แต่ผมแทบไม่มีค่าพอจะเป็นมนุษย์ในสายตาเธอด้วยซ้ำ

ห้าปีของชีวิตคู่ ผมกลับไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะขอหย่า

คนที่มีเลือดเนื้ออย่างผม มักจะถูกจัดวางไว้หลังการถือศีลที่เคร่งครัดของเธอเสมอ

“หย่าหนิง ผมขอโทษ อย่าหย่ากับคุณกู้เพราะผมกับลูกเลย ผมไม่ได้อยากทำลายครอบครัวคุณ ถ้าผมรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ผมควรจะเป็นฝ่ายไปเองดีกว่า”

“ตงตง ใส่เสื้อผ้าลูก ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรา”

หลินอวี๋เฮ้าถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย อุ้มตงตงทำท่าจะเดินออกไป

ผมหลับตาลง ไม่อยากดูละครดราม่าฉากนี้

หลินอวี๋เฮ้าพูดไม่ผิด...

ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขาจริง ๆ แต่มันคือบ้านที่ผมตรากตรำสร้างขึ้นมาและยอมโอนอ่อนผ่อนตามทุกอย่างตลอดห้าปี

นกเขาแย่งรังนกกางเขนนอน... มีสิทธิ์อะไร?

แต่ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะรั้งเขาไว้

“สัมภาระของตงตงก็จัดเข้าที่หมดแล้ว จะให้พวกคุณย้ายออกไปได้ยังไง?”

“อยู่ต่อเถอะ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของฉันกับเขา ไม่เกี่ยวกับคุณและเด็ก”

ฟู่หย่าหนิงหันมามองผม แววตาเย็นชาถึงขีดสุด

“คนที่จะต้องไปไม่ใช่เขา แต่เป็นคุณ”

“ตงตงยังเด็กขนาดนี้ คุณเป็นผู้ชายอกสามศอกจะใจกว้างหน่อยไม่ได้หรือไง? ต้องบีบคั้นสองพ่อลูกให้ไม่มีทางถอยเลยใช่ไหม?”

ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลึกเข้าไปในลำไส้และหัวใจของผม

ที่แท้... ผมต่างหากที่เป็นคนบีบคั้นพวกเขาให้ถึงทางตันอย่างนั้นเหรอ?

แล้วผมต้องใจกว้างแค่ไหนล่ะ? ต้องยืนปรบมือให้ตอนพวกคุณพลอดรักกันงั้นเหรอ?

ผมอยากจะตะโกนถามออกไปจริง ๆ

แต่สีหน้าที่แสนเย็นชาของฟู่หย่าหนิงทำให้ผมรู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว

ไปเถอะ...

ชีวิตคู่มาถึงจุดนี้ แทนที่จะปล่อยให้มันเหลวไหลต่อไป สู้จบมันลงตรงนี้ยังดีเสียกว่า

ผมเดินจากมาโดยไม่ปริปากสักคำ

ผมกลับเข้าห้องตัวเอง เก็บเสื้อผ้าและสัมภาระอย่าเงียบ ๆ เตรียมตัวย้ายออกจากบ้านหลังนี้

น่าตลกที่ตลอดห้าปีที่แต่งงานกัน ผมไม่เคยซื้ออะไรให้ตัวเองเลย ทุกความใส่ใจล้วนทุ่มเทให้ฟู่หย่าหนิงและบ้านหลังนี้

สุดท้ายแล้ว สัมภาระที่เป็นของผมจริง ๆ กลับมีเพียงกระเป๋าใบเล็ก ๆ เพียงใบเดียว ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็จัดการจนสะอาดตา

ห้องนี้ไม่มีร่องรอยของผมหลงเหลืออยู่แล้ว การวิ่งมาราธอนในชีวิตคู่ห้าปีของผมกับฟู่หย่าหนิงได้มาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว

ก่อนไป ผมทิ้งจดหมายลาไว้ฉบับหนึ่ง

ไม่มีอะไรจะพูดมากนัก แค่แจ้งให้เธอทราบว่าวันจันทร์หน้าเจอกันที่สำนักงานเขต

แต่พอเปิดประตูออกมา ฟู่หย่าหนิงกลับยืนรออยู่ตรงนั้น

เมื่อเห็นผมถือกระเป๋าเดินทาง คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันทันที

“คุณจะไปไหน?”

“หลีกทางให้พวกคุณไง เราจบกันแล้ว”

ผมเดินเลี่ยงเธอไปหวังจะจากไป แต่เธอกลับขวางไว้แล้วผลักผมกลับเข้ามาข้างในอย่างแรง

“กู้เฉิน ตงตงยังอยู่ในบ้านนะ คุณจะหาเรื่องทำให้ทุกคนลำบากใจไปถึงไหน?”

“ที่ฉันบอกให้คุณไป ฉันหมายถึงให้คุณกลับไปห้องตัวเอง ไม่ใช่ให้หนีไปจากบ้านนี้!”

ตอนนี้ห้องของผมสะอาดตามาก ฟู่หย่าหนิงเหลือบไปเห็นจดหมายฉบับนั้นทันที

เมื่อเห็นเนื้อหาข้างใน เธอก็ฉีกจดหมายทิ้งอย่างไม่ลังเล ก่อนจะจ้องมองผมด้วยความโกรธจัด “กู้เฉิน ฉันขอย้ำอีกรอบ ฉันไม่ยอมหย่า!”

“ถ้าคุณกล้าคิดเรื่องนี้อีก คุณก็รู้ว่าจะเจอกับอะไร!”

“เจอกับอะไรล่ะ?”

ผมผิดหวังจนใจสลายอดไม่ได้ที่จะย้อนถามอย่างประชดประชัน “ทำให้คุณผิดศีลเหรอ?”

“แต่ตอนที่คุณนอนอยู่ในอ้อมกอดของหลินอวี๋เฮ้า ตอนที่คุณพันผ้าขนหนูผืนเดียวให้เขาไดร์ผมให้ ตอนที่คุณทำหน้าที่เป็นแม่ของลูกเขา... คุณเคยนึกถึงศีลธรรมของคุณบ้างไหม?”

“เคยนึกถึงพระที่คุณนับถือบ้างไหม!”

คำพูดของผมยังไม่ทันขาดคำ ฟู่หย่าหนิงก็หน้าเขียวปัดก่อนจะตบหน้าผมฉาดใหญ่

“หุบปาก!”

“คุณกล้าดียังไงมาวิจารณ์พระธรรม!”

ผมยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าฟู่หย่าหนิงจะกล้าลงไม้ลงมือกับผม

ห้าปีที่แต่งงานกัน แม้เทพธิดาจะไร้ใจ แต่เราก็อยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นนี้มาก่อน

ตบนี้... ได้ฟาดเยื่อใยสุดท้ายของผมกับเธอจนขาดสะบั้นลงแล้ว

“ฟู่หย่าหนิง คิดเสียว่าผมทนรับกฎเกณฑ์ของคุณไม่ไหวแล้วก็ได้ จบกันด้วยดีเถอะ”

“ถือซะว่าเป็นสามีภรรยากันมานาน ไม่จำเป็นต้องทำให้มันดูน่าเกลียดขนาดนี้”

ความเด็ดเดี่ยวของผมดูเหมือนจะทำให้ฟู่หย่าหนิงฉุกคิดขึ้นมาได้ สีหน้าเย็นชาของเธอเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย

“ที่ฉันตบคุณ ฉันผิดเอง ฉันขอโทษคุณก็ได้ แต่คุณก็รู้ว่าฉันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ที่สุด แล้วคุณยังจะมาจี้ใจดำเรื่องนี้ฉันทำไม?”

คำขอโทษที่ดูเหมือนการหาเรื่องกลับนั้น ทำให้ผมทำได้เพียงแค่นหัวเราะในลำคอ

“แล้วแต่คุณจะคิด”

ประโยคนี้... ผมคืนให้เธอไปแบบคำต่อคำ

ฟู่หย่าหนิงชะงักงัน ความโกรธพุ่งขึ้นมาในแววตาอีกครั้ง

“กู้เฉิน ทำไมระหว่างเราถึงมีความเชื่อใจกันมากกว่านี้ไม่ได้?”

“คนถือศีลไม่พูดปด ฉันบอกว่าไม่เคยทรยศชีวิตคู่ของเรา ก็คือไม่เคย ทำไมคุณต้องคอยต่อต้านฉันอยู่เรื่อย?”

ผมตอบกลับด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก “ก็แค่หยุดก่อนจะขาดทุนไปมากกว่านี้”

ฟู่หย่าหนิงโกรธจนทำอะไรไม่ถูก เธอแย่งกระเป๋าเดินทางในมือผมไป

“คุณจะไปไหนก็เรื่องของคุณ แต่ฉันยอมไม่หย่า!”

พูดจบเธอก็เดินจากไป

วินาทีนั้นผมถึงได้รู้ว่าตัวเองก็เจ็บจนแทบขาดใจ ร่างกายสั่นเทา หัวใจราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นไว้จนหายใจไม่ออก

ฟู่หย่าหนิงคิดว่าแค่เอากระเป๋าเดินทางไปแล้วผมจะไปไหนไม่ได้งั้นเหรอ?

เธอคิดผิดแล้ว...

ก็แค่เสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัว ผมยอมซื้อใหม่ดีกว่าจะต้องรั้งอยู่ที่นี่

ผมเดินออกจากบ้านหลังนั้นทันที

พอก้าวพ้นประตูบ้าน เสียงโทรศัพท์จากทีมกู้ภัยก็ดังขึ้น...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status