LOGINบทที่ 10
พวกพี่อยากลองไหม
หลังจากออกมาห้องพี่ภีมฉันก็เดินลงมาด้านล่าง สีหน้าของฉันมันคงไม่รับบุญอะไรแล้ว ไม่ถึงห้านาทีพี่ภีมก็เดินตามลงมา เขารีบคว้าแขนของฉันแล้วดึงเข้าประชิดตัว จนลมหายใจของพี่ภีมคลอเคลียอยู่ตรงหน้า
"ฉันโกรธพี่อยู่ ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง แถวบ้านฉันถือนะ"
"ต้องแต่งใช่ไหมจะได้ให้หม่อมย่าฉันไปขอ"
"พี่จะบ้าหรือไง!"
"ก็เห็นบอกว่าแถวบ้านเธอถือ ฉันก็ต้องรับผิดชอบสิ แต่จะให้ฉันรับผิดชอบแบบไหน จะให้แต่งงานฉันไม่ติดนะ"
"เรายังเรียนกันอยู่เลย ฉันพึ่งจะขึ้นปี 1 ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องจะมาแต่งงานเร็วแบบนี้ แถวบ้านฉันคงเอาไปพูดว่าฉันท้องก่อนแต่ง พี่เคยได้ยินเพลงนี้ไหม"
พาไปลอง ผ่าน กล้อง ถ่ายหนัง
แหม ข้าเขินจัง แต่ข้านั่ง ภูมิใจ
อนิจจา ข้าไม่ทัน ดังได้
ถ่ายมา ถ่ายไป ท้องข้าใหญ่ ขึ้นมา
นามดาวเรือง หรือนาม แววดาว
สิ้นสด หมดสาว กลายเป็นข่าว กลับนา
นามดาวเรือง โดนไอ้หนุ่ม แซวมา
เออ เอ่อ เอิง เอ่ย เรียกอีหม่า ดาวโรย
พอฉันร้องจบพี่ภีมก็หัวเราะลั่น เขาพาฉันมานั่งที่โซฟาแล้วยกขาขึ้นมาไขว่ห้างตามสไตล์คุณชายภีม
"พี่ขำอะไร มันตลกมากหรือไง"
"เธอมันเป็นเด็กแบบไหนกัน นอกจากจะเป็นตัวแสบตัวป่วน ยังทำให้ฉันหัวเราะได้ รู้ไหมว่าเมื่อวานฉันเครียดเรื่องสอบมากกลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดี"
"แต่ฉันก็ได้ข่าวมาว่า หลังสอบเสร็จพี่ก็ไปซั่มผู้หญิงไม่ใช่หรือไง"
"แค่ไปดื่มด้วยกันแต่ไม่ได้ไปต่อ มันรู้สึกสะอิดสะเอียนยังไงก็ไม่รู้ เมื่อกี้ขอโทษนะ ฉันแค่อยากรู้ว่าตัวเองยังมีความต้องการทางเพศอยู่หรือเปล่า"
"แล้วเป็นไง?"
"ก็เต็มปากเธอไง หึหึ"
"พี่ต้องรับผิดชอบนะทำฉันเสียหาย ปากฉันไม่เคยอมจู๋ใครมาก่อน"
"ฮ่า ๆ ๆ ข้าวตังพอได้แล้ว ฉันหัวเราะจนปวดท้องหมดแล้วเนี่ย ฉันรับผิดชอบด้วยการส่งเสียเธอเรียนโอเคไหม"
"แต่ฉันก็ยังโกรธพี่อยู่ดี"
"จะให้ฉันทำยังไงล่ะเธอถึงจะหายโกรธ ไหนลองพูดซิหรือว่า.... ให้ฉันใช้ปากให้เธอดี"
"ใช้ปากให้ฉัน? แต่ฉันไม่มีจู๋นะ"
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ข้าวตังฉันไม่ไหวแล้ว ฮ่าาาา"
ฉันนั่งมองพี่ภีมหัวเราะกว่าเขาจะตั้งสติได้ก็เกือบครึ่งชั่วโมง ฉันนั่งทานข้าวเป็นเพื่อนพี่ภีมเสร็จแล้วก็นั่งดูหนังด้วยกัน พี่ภีมปิดผ้าม่านปิดไฟนั่งดูหนังผีด้วยกันที่ห้องนั่งเล่น
ฉันเข้าไปขนผ้าห่มของตัวเองออกมานั่งห่มผ้า ไม่รู้ว่าพี่ภีมเป็นคนขี้ร้อนตั้งแต่เมื่อไหร่เขาเปิดแอร์เย็นเจี๊ยบ
"ขอห่มด้วยได้ไหม"
"ได้สิแต่อย่าทำเปื้อนนะฉันขี้เกียจซัก พี่รู้ไหมว่าหนังเรื่องนี้มันไปถ่ายทำแถวบ้านฉัน ฉันเคยปั่นรถถีบออกมาดูเห็นดาราด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปถ่ายรูปทีมงานไม่ให้เข้า"
"เธอกลัวผีหรือเปล่า"
"ผีนะไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ที่โผล่ออกมาจะไม่ตกใจกลัว แล้วพี่ล่ะกลัวไหม ผีมันดุนะมันกินไส้คนได้"
"ฉันเรียนอยู่กับศพอาจารย์ใหญ่เอาอะไรมากลัว เรียนจบฉันก็ต้องเป็นศัลยแพทย์ ต้องผ่าตัดคนไข้"
"ฉันเอาใจช่วยพี่นะ แต่ห้ามเอาจู๋ของพี่มาใส่ปากฉันอีกล่ะ"
"ก็วันนี้เธออยากเข้าไปในห้องฉันทำไม พื้นที่ส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นห้องฉันหรือห้องไอ้สองคนนั้น แม้แต่ห้องพักครูเธอก็ต้องเคาะและขออนุญาตก่อน ไม่ใช่เปิดประตูแล้วมาขออนุญาตทีหลัง"
"ฉันจะจำไว้ค่ะ"
ฉันนั่งดูหนังกับพี่ภีมอยู่นานจนหนังใกล้จะจบ ฉันก็ค่อย ๆ ขยับเข้าไปหาพี่ภีมเพราะรู้สึกว่าอากาศมันเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ข้างนอกฝนก็เริ่มตก โชคดีที่ฉันไม่ได้ตากผ้าเอาไว้
"ง่วงก็นอน หนังกำลังสนุกเลย"
"พี่ไม่ง่วงหรือไงฉันง่วงจัง อยู่ใกล้พี่ทำไมมันอุ่นแบบนี้ล่ะ"
พี่ภีมสอดแขนตัวเองมาใต้ผ้าห่มแล้วจับฉันนอนหนุนแขน มือข้างซ้ายลูบหัวฉันเหมือนตอนที่แม่ใหญ่กล่อมฉันนอนตอนเด็ก หัวใจดวงน้อย ๆ มันเต้นตุ้บตั้บรู้สึกแปลก ๆ กับตัวเอง
"พี่ภีม..."
"ครับ..."
มันคงเป็นภาพจำครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นฉันก็นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงกดชัตเตอร์และแสงไฟที่มันสว่างจ้าจนฉันแสบตา
ฉันลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนกอดพี่ภีม ส่วนพี่ภีมก็นอนกอดฉันและมีเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากหน้าทีวี
"พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันเนี่ยไอ้ริว! ไอ้ไนท์!"
"แหม ๆ ๆ กูว่าแล้วทำไมเอ็นดูยัยบ้านนอกนี่จัง ที่แท้มึงก็อยากได้ความบริสุทธิ์ของเด็กนี่นี่เอง"
"พูดเหี้ยอะไรของมึงไอ้ริว!"
"พวกพี่ไม่มีมารยาท พี่ภีมฉันขอกลับห้องก่อนนะ กับข้าวพวกพี่ก็อุ่นกินเอาเองเลย"
"อืม ไปเถอะเดี๋ยวฉันจัดการไอ้สองตัวนี้เอง"
หลังจากที่ข้าวตังเดินเข้าห้องของเธอ ภีมหันมามองหน้าริวกับไนท์ทั้งสองยังคงเก็บหลักฐาน แถมยังสำรวจพื้นที่โดยรอบว่ามีอะไรสึกหรอหรือไม่
"กูไม่ได้ทำอะไรกัน"
"ใครจะไปรู้ คนอย่างมึงมันกินเงียบอยู่แล้ว ที่ยอมให้เด็กนั่นอยู่เพราะยัยเด็กนี่ยังบริสุทธิ์อยู่ใช่ไหม มึงมันร้ายไอ้ภีม"
"สมองมึงคิดได้แค่นี้ใช่ไหม ไปไกล ๆ ส้นตีนกูเลย"
"มึงทำเป็นไล่ไอ้ไนท์ กูจะบอกอะไรให้นะ ยัยเด็กนั่นมันเห็นพฤติกรรมของมึงกับพวกกูแล้ว มันไม่มีทางเอาคนอย่างมึงหรอกน่า"
"ใช่ เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้น หม่อมย่ามึงไม่มีทางเอามาเป็นสะใภ้แน่"
สิ่งที่ริวกับไนท์พูดมันทำให้ภีมสะอึกเล็กน้อย ทุกวันนี้ที่เขากินเล่นเที่ยวสนุก ทั้งเหล้า ทั้งผู้หญิง มันก็เป็นเพราะว่าเขาอยากจะเต็มที่กับชีวิตให้มากที่สุด เรียนจบเมื่อไหร่ไม่รู้ว่าหม่อมย่าจะบังคับชีวิตเขายังไงต่อ คงจะให้แต่งงานกับใครสักคน หลังจากนั้นชีวิตของเขาก็คงต้องอยู่ในกรอบที่หม่อมย่าตีเอาไว้ให้
กลางดึกคืนนั้นภีมยังคงนั่งอยู่เงียบ ๆ คนเดียว เสียงประตูห้องนอนของข้าวตังค่อย ๆ เปิด เธอเดินออกมาหาเขาด้วยชุดนอนที่แสนน่ารัก ทำให้ภีมมองเธอไปทุกสัดส่วน
"พี่จัดการสองคนนั้นหรือยัง ต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเลยนะ ปล่อยไว้ไม่ได้อันตรายมาก"
"พวกมันไม่กล้ามายุ่งหรอก อีกอย่างเราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย"
"ฉันได้ยินพี่คุยกับพี่สองคน หม่อมย่าของพี่ชอบบังคับพี่ใช่ไหม"
"ก็ประมาณนั้น"
"พี่ถึงได้ทำตัวสุดโต่งเหมือนทุกวันนี้ใช่ไหม?"
"ใช่ ทำไมเหรอ ฉันผิดมากหรือไง"
"ไม่ใช่ พี่ไม่ได้ผิดแต่ว่า... พวกพี่อยากสวิงกิ้งฉันไหม?"
"ฮะ!!"
บทที่ 37ตอนพิเศษ 2มหาวิทยาลัยเอกชนนอกจากที่ฉันต้องไปปวดหัวกับเรื่องของพี่ภูริ ฉันยังต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมในวันนี้อีก เมื่ออาทิตย์ก่อนนะโมมีเรื่องซึ่งฉันรู้ดีเพราะฉันอยู่ในเหตุการณ์ที่ผับคืนนั้นแต่ฉันไม่รู้ว่าคู่อริของนะโม เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับนะโมทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะทั้งสองมีเรื่องชกต่อยกันที่หอประชุม ทำให้ฉันต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมอย่างกะทันหันเรื่องนี้บอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากให้นะโมถูกทำโทษ ถึงนะโมจะดื้อด้านมากแค่ไหนแต่นะโมก็เป็นน้องที่เชื่อฟังฉันมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่ผ่านมามันเกิดขึ้นตอนที่ฉันกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ฉันถูกนักศึกษาคนนั้นเข้ามากระชากแขน แถมยังมาขโมยจูบฉันอีก มันเป็นจูบแรกของฉันเลยนะ ฉันจะเก็บไว้ให้เจ้าชาย ฉันรีบวิ่งมาฟ้องให้นะโมรู้ หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องชุลมุนจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ คิดว่าเรื่องมันจะจบแต่ก็ไม่จบวันนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องของอธิการบดี เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นเต็มตา หน้าตาก็ดีการแต่งตัวก็สะอาดสะอ้านรถที่ขับมาก็ราคาหลายสิบล้าน ทำไมถึงมีสันดานแบบนั้นนะ"เจ๊ห
บทที่ 36ตอนพิเศษ 1คอนโด X นายแพทย์ภูริ ภูริพัฒน์ ชนาธินาถหลังจากที่เขาต่อรองกับครอบครัวขอออกมาอยู่คอนโดในช่วงชั้นปีที่ 3 เป็นช่วงเวลาที่แฟนสาวของเขาได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยพอดีไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาแอบมาอยู่ด้วยกัน ภูริยังกลับบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ วันปกติก็จะอยู่กับแฟนสาว "พี่ภูริคะ เรื่องทุนที่พี่ภูริขอให้ชะเอมวันนี้อาจารย์เรียกไปคุยแล้วนะคะ""เป็นไงบ้างครับ""ชะเอมได้ทุนค่ะ ขอบคุณพี่ภูริมาก ๆ เลยนะคะที่ยอมคุยกับหม่อมย่าเรื่องทุนของชะเอม""ชะเอมเหมาะสมที่จะได้ทุนนี้ครับ อีกสามปีพี่ต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอกคงจะไม่ได้อยู่ทันรับปริญญาของชะเอม ตั้งใจเรียนนะครับเด็กดีของพี่" "ชะเอมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนค่ะ จะเป็นเด็กดีของพี่ภูริ ชะเอมรักพี่ภูรินะคะ" 3 ปีผ่านไป ในวันที่ชะเอมกำลังจะได้ส่งโปรเจกต์สุดท้ายของการเรียน วันนี้เป็นวันที่ภูริต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อเฉพาะทาง ชะเอมรีบก้าวขาเดินลงมาจากคอนโด จู่ ๆ ก็มีรถตู้สีดำขับมาจอดตรงหน้าเธอหยุดเดินแล้วจ้องมองไปยังประตูรถที่กำลังเปิดออก จนเห็นผู้หญิงสูงส่งสง่างามนั่งอยู่ด้านใน"หม่อมย่า!" เหมือนว่านี่จะเป็นแค่การเตือน ท่านไม่ได้พู
บทที่35อบอุ่น ตอนจบหลังจากความวุ่นวายจบลงเด็ก ๆ ได้เข้าเรียนมัธยมศึกษา เรนนี่โตเป็นสาวทั้งสวยทั้งน่ารักได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน คุณพ่อทั้งสามห่วงลูกสาวมาก ฉันดีใจอย่างหนึ่งนะที่ทั้งสามไม่ได้มาคิดเล็กคิดน้อยคำว่าลูกมึงลูกกู เพราะทุกคนคือลูกของเขาทั้งหมดส่วนภูริตอนนี้เป็นพี่ม.6 เรียนเก่งเป็นประธานนักเรียน ที่สำคัญยังเป็นขวัญใจของสาว ๆ ด้วยเจ้าตัวแสบของเรื่องนี้ก็คงจะเป็นนะโม เจ้าเด็กแสบของฉันเพิ่งจะขึ้นม.1 แต่ก็ก่อเรื่องให้ฉันปวดหัวตั้งแต่วันแรกที่โรงเรียนเปิดเหมือนกัน ร้านอาหารของฉันตอนนี้ก็ยังเปิดตัวอยู่ มีลูกค้าเก่าลูกค้าใหม่แวะเวียนมาตลอด หน้าที่ของฉันในแต่ละวันคือการตื่นมาดูแลลูก ๆ แม้ลูก ๆ จะโตแล้วแต่ฉันก็ยังมีความรักและความเป็นห่วง อะไรที่ทำให้ลูกได้ฉันก็มักจะทำภูริมีความฝันที่จะเป็นคุณหมอ แม้คุณพ่อของเขาจะมีตัวเลือกให้แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะเรียนหมอ เพื่อที่จะกลับมาดูแลโรงพยาบาลของครอบครัวฉันได้ยินแบบนี้ก็ดีใจ อย่างน้อยลูกชายของฉันเขาก็เลือกที่จะเดินตามความฝันและเดินตามรอยพ่อ พี่ภีมตามใจลูกมากแต่มีสิ่งเดียวที่ลูก ๆ มีความเห็นตรงกัน นั่นคือการอยู่กับพวกฉันไม่ออกไปไหน
บทที่ 34ลูกชายพี่ไนท์ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยมันก็มาถึง สามปีผ่านไปฉันตั้งท้องที่สาม และมีลูกชายให้พี่ไนท์ได้เลี้ยงดูเป็นลูกของเขาเอง และคุณพ่อของพี่ไนท์ก็ทำการถ่ายโอนมรดกส่วนหนึ่งให้หลานชายเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาทีหลังแต่มาพร้อมเงิน 100 ล้านใครบ้างจะสู้ลูกชายคนเล็กของฉันมีชื่อว่านะโม คนนี้คุณปู่เป็นคนตั้งให้เพราะท่านชอบเข้าวัดทำบุญ จึงอยากให้หลานชายมีชื่อว่าน้องนะโมท่านหวังเอาไว้ว่านะโมจะเป็นเด็กที่เรียบร้อยมีสติรู้จักคิดรู้จักทำเพล้ง! "ฮะ ๆ ๆ จ๋วยปี้จ๋วย!" "กรี๊ดดด! นะโม คุณแม่ขาน้องทำกระจกแตกค่ะ!" "เรนนี่อย่าเข้าไปนะเดี๋ยวเหยียบกระจก มานี่มาหาพี่!" สติ ใจเย็น มีเหตุผล กี่โมง!!! ฉันรีบวิ่งออกมาจากในครัว ตอนนี้ประตูบ้านฉันแตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวแสบไปเก็บก้อนหินมาปาประตูบ้านจนแตกกระจาย คุณสามีทั้งสามรีบวิ่งออกมาดูจากห้องทำงานพวกเขา จับลูก ๆ ขึ้นมาอยู่บนที่สูงแล้วรีบจัดการซ่อมประตูให้ฉันเพราะนี่มันไม่ใช่ประตูบานแรก บ้านฉันเปลี่ยนประตูมาไม่ต่ำกว่าสิบบานแล้ว พี่ไนท์ถึงกับต้องสั่งประตูสำรองมาไว้เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยมากไหนคือความสงบ ไหนคือสติสัมปชัญญะของลูกฉั
บทที่ 33ลูกสาวพี่ริวเวลาผ่านไปตอนนี้ฉันคลอดลูกคนแรกแล้ว ลูกคนแรกของฉันเป็นไปตามความคิดของพี่ภีมนั่นก็คือลูกชาย พี่ภีมตั้งชื่อว่าน้อง ภูริ ตอนนี้ภูริกลายเป็นขวัญใจของทุกคนไปแล้ว คุณแม่ของพี่ภีมมาอยู่ดูแลเลี้ยงดูด้วยตนเองฉันจึงได้มีเวลาพักผ่อน แต่ช่วงกลางคืนฉันกับพวกพี่ ๆ ก็จะคอยดูแล ไม่ได้จ้างพี่เลี้ยงมาดูแลแต่อย่างใดตอนนี้พี่ริวเริ่มวางแผน พวกเขาไม่ซีเรียสว่าอีกสองคนจะเป็นลูกสาวหรือเป็นลูกชาย เพราะยังไงธุรกิจที่เหลือจะเป็นผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดีแต่คงไม่ใช่ภายในปี 2 ปีนี้หรอก ขอให้ภูริโตกว่านี้ก่อนฉันค่อยทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรผลิตลูกให้พวกเขาชีวิตครอบครัวของพวกฉันยอมรับเลยว่ามันเป็นครอบครัวที่โคตรสงบสุข ไม่เคยมีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งหรือแม้แต่เรื่องงานมาให้ปวดหัว กลับถึงบ้านทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง มีเวลาว่างก็ช่วยกันดูแลภูริ จนวันที่ฉันเริ่มมีอาการแพ้ท้องอีกครั้งในระยะเวลาแค่สองปีครึ่ง ฉันไม่มั่นใจว่าจะใช่หรือไม่ใช่แต่ เพื่อความชัวร์ฉันจึงโทรหาพี่ริวให้พี่ริวพาไปโรงพยาบาล ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่ริวก็ขับรถมารับฉันเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยกันพี่ภีมลงมาฟังผลพร้อมกับพวกฉัน และผล
บทที่ 32ข่าวดีของพี่ภีมหลังจากที่ฉันบอกเรื่องราวสำคัญกับพี่ภีมแล้ว กลับมาถึงบ้านฉันกับพี่ภีมก็เริ่มปฏิบัติงานกันเลย พี่ริวกับพี่ไนท์ยอมสวมถุงยางอนามัย เพื่อปล่อยให้พี่ภีมกับฉันได้มีลูกด้วยกันก่อน พวกเขารู้ว่าพี่ภีมถูกครอบครัวกดดันทั้งเรื่องงานเรื่องเรียนรวมถึงเรื่องคู่ชีวิต ถ้าหากมีหลานสักคนบางทีครอบครัวของพี่ภีมอาจจะปล่อยวางมากขึ้นพี่ภีมกดแช่ทุกหยาดหยดเข้าสู่ร่างกายของฉัน ส่วนทั้งสองทำได้แค่ถอดถุงยางปล่อยพ่นอัดฉีดใส่ตัวและหน้าของฉัน บางครั้งฉันก็เลือกที่จะกลืนกินของทั้งสองเพื่อไม่ให้เขารู้สึกน้อยอกน้อยใจทุกวันหยุดพวกฉันแทบไม่ได้ออกไปไหน ทำกับข้าวเสร็จก็สานต่อกันหน้าทีวี ในครัว บันได และห้องนอนของพวกฉัน ไม่มีวันไหนที่พี่ภีมไม่กดแช่ปลดปล่อยน้ำเชื้อใส่ตัวฉัน และข่าวดีของฉันกับเขามันก็ทำให้ทุกคนดีใจ ฉันกำลังจะเป็นคุณแม่และพี่ภีมกำลังจะกลายเป็นคุณพ่อ หลังจากรับปริญญาของฉันเสร็จเราทั้งสองก็ขับรถมาที่บ้านของพี่ภีมเพื่อบอกข่าวดีให้กับทุกคนรู้ตอนแรกฉันยังไม่บอกหรอกนะปล่อยให้ทุกคนพูดคุยกันไปก่อน ผลการตรวจและแผ่นอัลตร้าซาวด์มันอยู่ในมือของฉัน ซึ่งฉันหยิบเอกสารให้คุณแม่ขาโดยหลอกว่าเป็นสัญญ
บทที่ 25พบแม่ใหญ่หลังจากที่ฉันได้คุยแล้วปรับความเข้าใจกับน้ำมนต์ ฉันก็ยอมบอกกับมันไปตรง ๆ ว่าสถานะของฉันกับสามหนุ่มแห่งบ้านระเบียงดาวแท้จริงแล้วมันเป็นยังไง น้ำมนต์ได้ยินเธออึ้งจนต้องหยิบยาดมขึ้นมาดม พอได้สติเธอกลับมองว่ามันเป็นเรื่องแปลก แต่ถ้าเกิดมันเป็นความต้องการและเป็นรสนิยมมันก็ไม่ผิดอะไร
บทที่ 23จมน้ำทุกคนเริ่มทยอยลงเรือเพื่อเตรียมล่องแก่ง น้ำมนต์กับฉันได้นั่งคู่กันอยู่ตรงกลาง ด้านหลังมีพี่ริวกับพี่เรย์ ส่วนด้านหน้ามีพี่เพื่อน ๆ นั่งคู่กัน พวกเราค่อย ๆ พายเรือออกมา ช่วงต้นสายน้ำยังไม่ค่อยแรง แต่น้ำใสมากจนเห็นฝูงปลาด้านล่าง บรรยากาศรอบ ๆ มีแต่ต้นไม้มีนกน้อยบินผ่านไปผ่านมาฉันหัน
บทที่ 22เครียดช่วงเย็นนักศึกษาออกมาทำกิจกรรมกันด้านนอก วันนี้เป็นกิจกรรมร้องเล่นเต้นระบำไปตามประสา ลานจอดรถถูกดัดแปลงให้เป็นลานกิจกรรมในค่ำคืนนี้ แต่ก็แค่ช่วงหนึ่งทุ่มเท่านั้น หลังจากนี้ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมพักผ่อนกันตามอัธยาศัยในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานร้องรำทำเพลง รถของพี่ภีมก็ขับเข้ามา
บทที่ 21โดนจับได้ฉันกับน้ำมนต์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในรั้วมหาวิทยาลัย กลุ่มของพี่โมเว้นระยะห่างหลังจากถูกพี่ริวขู่ไปวันนั้น ที่สำคัญฉันก็มีพวกพี่เรย์คอยปกป้องดูแลวันนี้เป็นวันเดินทางไปจังหวัดนครนายก แม้จะเดินทางไปไม่กี่ชั่วโมงแต่กิจกรรมบนรถ นอกจากร้องรำทำเพลงพวกนักศึกษาชายก็เอาเกมและไพ่มาเล่นกัน







