LOGIN“พี่วิไม่สบายหรือเปล่าคะ”
เสียงถามอ่อนๆของเด็กสาวร่างอ้อนแอ้น เจ้าของใบหน้าอ่อนใสเปล่งปลั่งทำเอาวิรามรสะดุ้งโหยง เพราะกำลังนั่งใจลอย
รินรดา สิริรัตนะ เด็กสาววัยสิบเก้าย่างยี่สิบ ญาติผู้น้องที่มารดาของวิรามรรับอุปการะ ให้การสนับสนุนด้านการศึกษา ปัจจุบันเป็นนักศึกษาที่สถาบันแห่งหนึ่ง
“พี่สบายดี วันนี้ไม่มีเรียนหรือเรา”
“ไม่มีค่ะ หยุดอ่านหนังสือเตรียมสอบ”
“เทอมสุดท้ายแล้วสินะ ว่าแต่จบจากนี่แล้วจะไปเรียนอะไรต่อ”
“ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ บางที...รินอาจจะออกมาหางานทำก่อนสักพัก”
“วุฒิแค่นี้จะได้เงินเดือนสักกี่พันกัน เรียนไปก่อนเถอะ ถ้าเราเรียนหลักสูตรปริญญาแต่แรก สี่ปีก็ได้ปริญญาแล้ว นี่เลือกจะเรียนเอาวุฒิด้านวิชาชีพแบบนี้เลยต้องเรียนนานขึ้นอีกกว่าจะได้ป.ตรี”
“รินเรียนไม่เก่งอย่างพี่วิ กลัวเรียนไม่จบน่ะค่ะ”
“ทำไมจะเรียนไม่จบ เรานี่คิดอะไรแปลกๆ กลัวไม่เข้าท่า”
วิรามรมองหน้าสวยใสอย่างวัยรุ่นของญาติสาวผู้น้องอยู่อึดใจจึงพูดขึ้นอย่างรู้ทัน
“พี่รู้ละ รินเกรงใจคุณแม่ ถึงเลือกเรียนสายวิชาชีพ เผื่อยังไงก็จะได้ใช้วุฒิปวส.สมัครงานได้ใช่มั้ยล่ะ”
“เอ่อ...ริน...”
“ไม่ต้องเอ่ออ่าเลย เราก็อย่างนี้ คิดมาก เกรงใจเกินเหตุ”
นอกจากทำเสียงเอ็ด ยังมองญาติผู้น้องด้วยแววตาดุ อีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มแหย
“ก็น่าจะรู้” วิรามรพูดติดต่อกันไป “คุณแม่เต็มใจสนับสนุนเรื่องการศึกษารินทุกอย่าง ค่าเล่าเรียนจะสักเท่าไหร่เชียว แค่นี้ขนหน้าแข้งคุณป้าของรินไม่ร่วงหรอกน่า”
รินรดาหัวเราะคิก
“คุณป้าไม่ได้ผูกเงินไว้กับขนหน้าแข้งสักหน่อยนี่คะ”
“ก็จริงนะ”
วิรามรหลุดยิ้ม แต่รอยยิ้มเหมือนจะขึ้นไปไม่ถึงดวงตาคู่สวยเมื่อพูดติดต่อกันไป
“แต่พี่ก็พูดจริงเหมือนกัน รินไม่ควรต้องเกรงใจจนยอมทนเรียนหลายปีกว่าจะได้ปริญญาแบบนี้ ที่คุณแม่จ่ายค่าเล่าเรียนค่าใช้จ่ายต่างๆให้รินน่ะ เทียบไม่ได้เลยกับที่ท่านเที่ยวทำบุญ บริจาคตามงานการกุศลต่างๆ เพื่อให้ได้หน้าได้ตา เป็นที่กล่าวขวัญในวงสังคม”
“เอ่อ... พี่วิพูดเหมือนไม่ชอบใจที่คุณป้าทำบุญกุศลงั้นแหละ”
“ถ้าทำแต่พอดีพี่ไม่ว่าหรอก แต่นี่คุณแม่เอาแต่งานสังคมสงเคราะห์นอกบ้าน จนลืมหันกลับมาเหลียวแลคนในบ้าน บางทีพี่ก็เคยคิดเล่นๆ ถ้าคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ การที่คุณแม่ทุ่มเทให้งานบุญงานกุศลแบบนี้จะทำให้ชีวิตคู่ของท่านมีปัญหาบ้างมั้ย”
รินรดานิ่วหน้ามองญาติผู้พี่ ได้เห็นว่าตาคมโตที่เคยเปล่งประกายดูไม่วับวาวดุจเคยจึงโพล่งถามออกไป
“พี่วิแน่ใจนะคะว่าไม่ได้เป็นอะไร”
“ทำไมเราถามพี่อย่างนั้นล่ะ”
รินรดาประหลาดใจ ปกติพี่วิของหล่อนไม่เคยพูดอะไรได้เรื่องได้ราวอย่างนี้สักที นอกจากเอาแต่โมโหเวลาคนรอบตัวทำอะไรไม่ถูกใจ ขนาดรินรดาที่มีศักดิ์เป็นน้อง วิรามรยังไม่เว้น
เกิดอะไรขึ้น?
รินรดาโล่งใจที่ไม่ต้องตอบคำถามญาติผู้พี่คนสวย เมื่อสาวใช้โผล่เข้ามาขัดจังหวะ
“มีแขกมาหาคุณรินค่ะ”
วิรามรนิ่วหน้า ถามเสียงค่อนข้างห้วน เพราะอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่
“แขกน่ะชื่ออะไรเขาบอกหรือเปล่า”
“บะ...บอกค่ะ ชื่อคุณทวนเทพค่ะ”
สาวใช้ปากสั่น คุณวิเวลาดีก็อย่างกับนางเอก เวลาร้ายคือนางมารที่ทุกคนในบ้านต่างรู้ดี ถึงกับมีการตั้งคำถามในหมู่คนใช้ ว่าชาตินี้จะมีผู้ชายหน้าไหนกล้าที่จะมาปราบพยศคุณวิบ้างไหม
“พี่วิคะ รินขอออกไปรับแขกก่อนนะคะ”
รินรดาขอตัว
“จะออกไปทำไม ให้แสวงไปเชิญให้เข้ามาที่นี่ก็ได้นี่”
ที่นี่คือห้องนั่งเล่นส่วนตัวของครอบครัว ปกติวิรามรจะไม่ค่อยพอใจขนาดเคยต่อว่ารินรดามาแล้ว เมื่อญาติผู้น้องพาเพื่อนเข้ามานั่งคุยนั่งกินขนมในห้องนี้
“เบาะนี่เปื้อนง่ายเธอก็รู้นี่ยายริน”
น้ำเสียงเข้มงวดนั้นรินรดายังจำได้ดี แล้ววันนี้วิรามรกลับบอกหน้าตาเฉย
“เอ่อ...”
รินรดาติดอ่าง กระทั่งวิรามรหันไปทางสาวใช้ที่ยังไม่กล้ากลับออกไปจนกว่าคุณวิจะบอกให้ไปได้
“ไปเชิญแขกคุณรินเข้ามาที่นี่เลยแสวง แล้วอย่าลืมหาน้ำหาท่ามารับรองแขกด้วยล่ะ”
นี่ก็อีก อย่าว่าแต่แสวงเลย รินรดายังต้องอ้าปากค้าง
พี่วิของรินรดาลืมเขย่าขวดก่อนกินยาแน่ๆเลย ถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
“นี่แม่คุณ”
น้ำเสียงชักจะกลับมาเป็นวิรามรคนเดิม เมื่อแสวงออกประตูไปแล้ว
“อย่ามองราวกับว่าพี่เป็นตัวประหลาดไปหน่อยเลยน่ะ ทำไม? คนเราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางดีขึ้นบ้างไม่ได้หรือยังไง”
ขนาดว่าปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้น วิรามรคนเดิมก็ยังโผล่ออกมาให้เห็นแว้บๆ
“ได้ค่ะได้” รินรดารีบบอกเอาใจ ก่อนจะไปกวนตะกอนให้ขุ่นขึ้นมาอีก
ไม่นาน แสวงก็เดินนำชายหนุ่มร่างสูงเพรียว แต่งกายด้วยรสนิยมดีอย่างคนที่เติบโตมาในครอบครัวฐานะมั่งคั่งเท่านั้นจะทำได้ เข้ามาในห้อง
ทวนเทพ วัชระพงษ์พันธุ์ เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีเข้าขั้นรูปหล่อ
เขาเป็นญาติผู้พี่ของเพื่อนสนิทคนหนึ่งของรินรดา หล่อนได้รู้จักกับเขาก็เพราะเพื่อนแนะนำให้รู้จัก
ปลายเดือนธันวาคม ก่อนคริสมาสต์หนึ่งวัน คฤหาสน์หลังใหญ่กลางกรุงถูกประดับประดาด้วยไฟราวตามรูปทรงต้นไม้ทีถูกดัดให้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ บอกให้รู้ว่ากำลังมีงานเลี้ยงกึ่งกลางสนามหน้าบ้านกว้างขวางตั้งเวทีขนาดสิบหกตารางเมตร ยกสูงจากพื้นราวครึ่งฟุต ตั้งวงดนตรีกำลังบรรเลงสดไว้มุมหนึ่ง ที่เหลือแขกในงานส่วนหนึ่งกำลังเต้นรำกันอย่างเป็นคู่ๆภายในงานไม่ได้มีเพียงผู้ใหญ่ ยังมีบรรดาลูกเล็กเด็กแดงจากครอบครัวเพื่อนสนิทของเจ้าภาพคนที่เป็นหัวโจก นำทีมเล่นสนุกประสาเด็ก จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหม่อมหลวงหญิง วรัญชลี ศุภรัสมิ์ วัยเจ็ดขวบ บุตรสาวคนโตของคุณชาย อติชาติ ศุภรัสมิ์ หรือนายดอน ผู้เคยสวมบทคนขับรถหนุ่ม ที่เคยบุกเข้าหาลูกสาวจอมหยิ่งของนายจ้าง กระทั่งได้เมียเป็นตัวเป็นตนถึงทุกวันนี้มารดาของเด็กหญิง หม่อมหลวง วรัญชลี ไม่ใช่ใครอื่น คุณวิหรือวิรามร เมียรักของนายดอนนั้นเองส่วนลูกทีมที่กำลังประสานเสียงกรีดร้องระคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน เริ่มจากดาวฤกษ์วัยหกขวบ กับน้องสาวคู่แฝด อลิสา-สุทัตตาวัยสี่ขวบ ลูกๆ ของน้าริน หรือ รินรดา ที่ได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลวัชระพงษ์พันธุ์ของสามีเกือบเจ็ดปีแล้วบิดาของหนุ่มน้อยและคู่
เสร็จจากการทำความสะอาด และกระตุ้นนิ้วเท้า เขาก็ลูบผ่านหน้าแข้งและท้องน่อง ลูบขึ้นลง-ขึ้นลง สามสี่ครั้งจึงค่อยเลื่อนมือขึ้นมาบนหน้าขา บรรจงลูบช้าๆ ขึ้นไปจนถึงง่ามขาก่อนจะวนอ้อมกลับโดยผ่านลงมาทางขาอ่อนด้านในแน่ล่ะ อาการยั่วยุระคนยั่วเย้าของเขายิ่งกระตุ้นให้ภรรยาร่างเล็ก ที่เปลี่ยนจากสาวน้อยขี้อายเป็นสาวร้อนรักถึงกับเครียดเกร็ง และสั่นสะท้านด้วยไฟฟอนของความกำหนัดถึงตอนนี้ไม่เพียงหน้าขาขาวละมุนจะสั่นกระตุกน้อยๆ แต่ภายในช่องทางรักของพริ้มยังขมิบเป็นจังหวะ และขับน้ำหวานออกมาอย่างต่อเนื่องยิ่งปลายนิ้วกระด้างเคลื่อนเข้ามาใกล้ปากร่องที่กำลังขับธารเมือกใสลื่น อารมณ์กำหนัดของพริ้มก็ยิ่งเตลิดไปไกล ไกลเสียจนลืมตัวแอ่นเนินขึ้นเชิญชวนหลายครั้ง และทุกครั้งก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะมือหนาเลื่อนห่างออกไปพริ้มระบายลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดแต่ทุกครั้งที่เธอครางอย่างหงุดหงิด สามีผู้ช่ำชองลีลากามของเธอ เพียงอมยิ้มและยิ่งยั่วหยอก ด้วยการกรีดปลายนิ้วเข้าหาร่องสวรรค์ ซึ่งพอเธอแอ่นเนินเข้าหา ปลายนิ้วของเขาก็ล่าถอยเขาทำซ้ำๆ อย่างนี้จนกระทั่งพริ้มครางเสียงดัง เพราะไม่สบอารมณ์นั่นแหละ จึงมีเสียงกระซิบสั่
“พี่รักพริ้มนะ รักสุดหัวใจของนายเสือคนนี้เลย”“พริ้มก็...รักนายเสือค่ะ” เพราะได้คำตอบถูกใจนายเสือผงกศีรษะขึ้นจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงชื้นเหงื่อ ก่อนลามไปใบทั่วหน้านวลเนียนอย่างอดใจไม่ไหว ไม่เว้นแก้มปากที่ทั้งนุ่มทั้งหอมด้วยความซาบซึ้ง หวงแหน ก่อนถอดถอนตัวตนจากช่องทางรักฉ่ำเยิ้มแต่แทนที่จะลงนอนเคียงข้าง ร่างสูงกำยำกลับลงไปยืนข้างเตียงแล้วอุ้มร่างอ้อนแอ้นของเมียรักเดินเข้าห้องน้ำพริ้มหน้าแดงแล้วแดงอีก ทั้งเขินทั้งอายกับความเปลือยเปล่าของตนและ...และ...ความเปลือยเปล่าของสามี เสือเป็นฝ่ายลงมือชำระร่างกายให้เมียตัวน้อยพริ้มรู้สึกอายจนหน้าแทบจะกลายเป็นสีเลือด เมื่อสายตาเข้มคมเล้าโลมไปตามเรือนร่างที่เปล่าเปลือยของเธอเสือใช้สายตาโลมเลียมตั้งแต่ใบหน้า ซอกคอ ทรวงอกที่ตั้งเต้าชูชันก่อนจะโลมต่ำลงมาที่สะดือ ท้องน้อย หน้าขาที่กลมกลึง และหยุดตรงเนินสามเหลี่ยมปกคลุมด้วยใยไหมสีดำสนิทบางเบา หลังจากปล่อยตัวเธอลงยืนกับพื้นห้องน้ำเขาละสายตาจากร่างอ้อนแอ้น เพียงเพื่อไขน้ำลงอ่างอาบน้ำรูปไข่สีขาวสะอาดจนเต็ม จากนั้นก็หยดบับเบิลบาธกับเกลือหอม“ให้พี่อาบน้ำให้นะ”ขาดคำอาสาร่างสูงก็ทรุดตัวคุกเข่าข้างขอบอ่าง
ลืมความเจ็บ ความอึดอัด ที่ประสาททุกเส้นสายรับรู้คือความเสียวซ่านร่านร้อน อยากให้ร่างใหญ่โตขยับท่อนลำที่ปักคาเหมือนที่นิ้วยาวกระด้างสอดซุกแล้วถอยออกแล้วสอดกลับลงมาอีกราวกับว่าความต้องการของพริ้ม จะสื่อถึงเจ้าของลำรักที่ปักยึดพื้นที่เพื่อแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สะโพกสอบเพรียวเริ่มขยับช้าๆ ในลักษณะหมุนวนให้ฐานลำยักษ์บดเบียดเสียดสีกับเนินนูนเป็นกระเปาะราวหลังเต่า“อ๊าาาา!” พริ้มเผลอคราง “เจ็บหรือคนดี” เสียงถามพร่า ร่างหนาหยุดการเคลื่อนไหว มือบางเกาะไหล่บึกบึนกดแน่นเมื่อตอบคำถามด้วยการส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำพูดเนื่องจากความเขินอาย“ถ้าไม่เจ็บ...”เสื่อโหย่งร่างพาลำรักชุ่มน้ำหวานถอยห่างปลายทางที่ปักคาพริ้มผวาตามด้วยสัญชาตญาณ เมื่อรับรู้ถึงความว่างเปล่า แม้จะไม่มากเสือตวัดสะโพกให้ลำโตกลับคืนหลุมที่แน่นหนึบ สัมผัสในความยืดหยุ่นและตอดหนุบ “อูยยยสส” เขาคราง หน้าแดงก่ำเหยเกด้วยความซ่านเสียวถึงไขสันหลัง“จะ...เจ็บหรือคะ”เสียงถามหวานช่างไร้เดียงสา“เปล่าจ้ะ ไม่เจ็บแต่พี่เสียว” ท่านชายตอบตรง ทำเอาคนตั้งคำถามแทบจะอายม้วนถ้าเพียงแต่ร่างอ้อนแอ้นจะไม่ถูกปักตรึงไว้ด้วยเสาเอกแห่งบุรุษ ณ.
“อ๊าส์!” พริ้มถึงกับหลุดเสียงครางทันทีที่ปลายนิ้วเรียวแกร่งทรงพลัง ลุกไล่เข้าสู่จุดศูนย์รวมประสาทยังช่องทางอิสตรีสัญชาตญาณปกป้องตัวเองทำให้พริ้มรีบหุบเข่าเข้าหากัน เลยกลายเป็นว่ากักมือหนาไม่ให้ถอยห่างแต่หลังจากนิ้วแกร่งควงสว่านสลับกระดกวนไปมาในช่องแคบที่กำลังชุ่มฉ่ำ เข่ากลมมนก็คลายจากกันทีละน้อยกระทั่งลำขาเรียวแยกห่างจากกันอัตโนมัติ“นั่นแหละยอดรัก...อย่างนั้น อา...คับแน่นดีเหลือเกินเมียพี่”ท่านชายครางกระเส่าแถมแทนองค์เองว่าพี่ด้วยความสนิทเสน่หาในตัวหม่อมขณะนิ้วกลางทั้งยาวและแข็งแกร่งผลุบเข้าผลุบออกในรูเล็กอย่างเป็นจังหวะจะโคน “อิ๊!”พริ้มลืมตัวหลุดเสียประหลาดเมื่อปลายนิ้วถอดถอนจากรูฉ่ำมาบี้ติ่งสาว“เจ็บหรือคนดี”นายเสือถามเสียอาทร“มะ...ไม่ค่ะ หม่อม เอ่อ พริ้ม...บอกไม่ถูก มัน...ทรมานแปลกๆ”“งั้น...”นายเสือไม่พูดให้จบประโยคว่างั้นอะไรพริ้มเองมารู้กระทั่งร่างใหญ่โตแทรกกลางระหว่างขาเรียวทั้งสองของเธอในท่าหมอบเพื่อลงลิ้นในร่องสาว“อ๊า...อ๊าซ์!พริ้มครางไม่ลืมหูลืมตา สะโพกแอ่นหยัดลำตัวบิดส่าย สองมือขยุ้มผ้าปูทึ้งดึง นายเสือละเลงลิ้น ยิ่งน้ำหวานถูกขับออกมามากเท่าใด ก
ร่างบางถูกวางลงเตียงกว้าง เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ปกปิดผิวเนียนละเอียดเปล่งปลั่งถูกปลดเปลื้องจนร่างอ้อนแอ้นอวบอัดในจุดที่ชวนน้ำลายสอเปลือยเปล่าพริ้มหน้าแดง อาจแดงทั้งตัวเมื่อสบนัยน์ตาเข้มจัดขัดเขิน ใจสั่น แข้งขาทอดยาวเหมือนจะสิ้นเรี่ยวแรงขยับเขยื้อน ทำได้แค่หนีบขาเรียวแนบติดกันแน่น มือแขนทั้งสองไขว้กุมบังปิดป้องเนินสาว เมื่อถูกมองสำรวจลงมาจากสายตาเป็นประกายเจิดจ้าด้วยอารมณ์ปรารถนาที่กำลังพุ่งโพลงอย่างยากจะระงับจนกว่าจะได้รับการปลดปล่อยท่านชายหนุ่ม“สวย...สวยเหลือเกินพริ้มจ๋า”นายเสือหายใจแรงมือหนาโอบอุ้มเนินนุ่มครัดเครียด ท้องนิ้วโป้งกับนิ้วชี้บี้คลึงยอดปทุมเครียดคัดเบาๆ ก่อนใบหน้าคมสันจะโน้มแนบลงชิดนวลเนื้อสาวกายอ้อนแอ้นแอ่นผวาทันทีที่ปลายลิ้นอุ่นสากตวัดไล้วนปลายถันสีชมพูข้างหนึ่งขณะอีกข้างถูกบดบี้“อูว...” พริ้มแทบไม่รู้ตัวว่าหลุดเสียงคราง เมื่อถูกริมฝีปากหยักได้รูปรวบดูดติ่งตูมกระทั่งมันสั่นระริกในอุ้งปากอุ่นเสือหายใจแรงหลังถอนปากจากเนินคู่ขึ้นมองกราดตลอดเรือนกายบางซ่อนรูปท่านชายที่ขอเป็นแค่นายเสือสำหรับภรรยายอดดวงใจ ใช้สายตาลูบโลมอกสวยตั้งชันงดงามราวกับปั้นอยู่อึดใจ จึงสัมผัสด้วย







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)