Masuk
งานแต่งงานของดนุพลนักธุรกิจใหญ่วัยห้าสิบเก้าปี ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางเสียงหัวเราะแห่งความสุขของคู่บ่าวสาว แต่กลับบาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนที่เป็นลูกอย่างอชิรวิชญ์เป็นอย่างมาก จะไม่ให้เขาเจ็บปวดใจได้อย่างไร ก็ในเมื่อหทัยทิพย์คือผู้หญิงลับๆ ของบิดาตนมานาน ตั้งแต่มารดายังมีชีวิตอยู่ และยังเป็นต้นเหตุทำให้มารดาเขาต้องตรอมใจตายอีกด้วย
ดนุพลตัดสินใจแต่งงานกับหทัยทิพย์อดีตคนรักหลังสูญเสียภรรยาไปเพียงไม่กี่เดือน โดยไม่คิดที่จะฟังเสียงคัดค้านของใครแม้แต่บุตรชายเพียงคนเดียวของเขาก็ตาม ต้องการเพียงทำตามคำเรียกร้องของหัวใจเท่านั้น
“อชิ แกทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย”
“จะให้ผมยืนยิ้มหน้าชื่นตาบาน รับผู้หญิงคนนี้มาแทนแม่หรือครับ ไม่มีทาง!” อชิรวิชญ์ส่งสายตาเกรี้ยวกราดไปยังแม่เลี้ยง และเผื่อแผ่ไปถึงบุตรสาวของนางด้วย
“ตาอชิ” ดนุพลกดเสียงต่ำ เพราะไม่ต้องการให้ใครมาได้ยิน ในข้อโต้แย้งระหว่างตนกับบุตรชาย
“เชิญตามสบายครับ พ่อจะไปขึ้นสวรรค์หรือลงนรกที่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับผม” อชิรวิชญ์เดินฝ่าผู้คนไปยังด้านหลังงานเลี้ยงด้วยความคับแค้นใจ เพราะไม่สามารถทำให้งานแต่งงานในครั้งนี้ล่มลงได้
“ไอ้อชิ!”
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณพล ทิพย์เสียใจที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณกับคุณอชิต้องบาดหมางกัน”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ผมต่างหากที่เลี้ยงลูกตามใจจนเกินไป”
“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ...ยายดาตามไปดูแลพี่เขาหน่อยสิ” หทัยทิพย์หันไปบอกบุตรสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากที่นางยืน
“เอ่อ...ดา”
“ไปสิยายดา”
“แต่เดี๋ยวจะถึงเวลาส่งตัวเข้าหอแล้วนะคะ ดาต้องช่วยดูแลแขก” ปุณณดาพยายามหาข้ออ้าง ยอมรับว่าไม่กล้าพอที่จะอยู่ใกล้อชิรวิชญ์เพียงลำพัง เพราะรู้ฤทธิ์เดชของอีกฝ่ายดี
“ไม่ต้องไปหรอกหนูดา ปล่อยมัน” ดนุพลบอกด้วยความโมโห
“ให้ยายดาไปอยู่เป็นเพื่อนดีแล้วค่ะ ทิพย์ไม่อยากให้คุณอชิรู้สึกเหมือนถูกทิ้ง...ไปสิยายดาไปดูพี่เขาหน่อย” หทัยทิพย์ดันร่างบุตรสาวให้เดินไปทางที่อชิรวิชญ์เดินหายออกไป
ปุณณดายืนทำใจอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอชิรวิชญ์ที่กำลังนั่งดื่มอยู่ริมสระว่ายน้ำเพียงลำพัง เธอเห็นอีกฝ่ายเทเครื่องดื่มเข้าปาก ราวกับน้ำเปล่า
“คุณอชิคะ เอ่อ...”
“มีอะไรกับฉันอีก” เสียงห้าวติดหงุดหงิดที่รู้ว่าใครเข้ามาก่อกวน
“คุณดื่มเยอะแล้วนะคะ เดี๋ยวก็เมาหรอก”
“เมาแล้วมันหนักหัวใคร พ่อแท้ๆ ฉันยังไม่สนใจเลย” ชายหนุ่มกล่าวประชดปนน้อยใจ
“สนใจสิคะ ท่านถึงฝากให้ฉันมาดูแลคุณ”
ปุณณดาจำต้องพูดปดออกไป เพราะจริงๆ แล้ว มารดาของเธอต่างหากล่ะที่ไล่มาให้ดูแลเขา
“งั้นเหรอ” อชิรวิชญ์หรี่ตามองอีกฝ่ายราวกับไม่เชื่อ
“จริงๆ ค่ะ อย่าดื่มเลยนะคะมันไม่ดีต่อสุขภาพ”
“เธอคิดว่าเธอเป็นใคร ถึงได้มาสอนฉัน อย่ามาเจ๋อ” ชายหนุ่มกล่าวจบก็คว้าขวดบรั่นดีกับแก้วเดินไปอีกฟากหนึ่งยังเรือนหลังเล็กที่มารดาเขาเคยพักอาศัยอยู่ หลังจากรับรู้ว่าบิดามีผู้หญิงอีกคน
ปุณณดายืนลังเลว่าควรตามไปหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจทรุดตัวนั่งอย่างเหน็ดเหนื่อยหัวใจ ใช่ว่าเธอจะเห็นด้วยกับงานแต่งงานในครั้งนี้ ถึงจะคัดค้านหัวชนฝา แล้วจะมีประโยชน์อะไร นอกจากมารดาจะไม่ฟังแล้วยังต้องมาเจ็บตัวอีกด้วย
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
ปุณณดานั่งเกร็งข้างๆ คนขับรถมาตลอดทาง ขณะเดินทางกลับจากดูงานที่เชียงใหม่พร้อมอชิรวิชญ์ด้วยความจำใจ เพราะคำขอร้องแกมวิงวอนของพ่อเลี้ยงอย่างดนุพล จนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้
“ไม่รู้จะให้มาด้วยทำไม เกะกะ” คนขับรถพึมพำอย่างหงุดหงิด
“คุณก็รู้ ว่าฉันปฏิเสธคุณพ่อของคุณไม่ได้”
ปุณณดารีบกล่าวแย้งขึ้นมา เขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ยังจะมาหาเรื่องกันอีก
“ปฏิเสธไม่ได้ อย่ามาเล่นละครดีกว่า อยากอยู่กับฉันสองต่อสองละสิไม่ว่า แม่เธอวางแผนจับพ่อฉันไม่พออีกหรือไง เธอกับแม่ถึงได้คิดวางแผนจับฉันเป็นผัวอีกคนน่ะ”
“หยาบคาย! ฉันไม่เคยคิดอย่างที่คุณกล่าวหาเลยสักนิด”
“ปากแข็ง แค่สายตาเวลาเธอมองฉัน มันแทบจะกลืนกินอยู่แล้ว อยากมากหรือไง” ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกมา ทำเอาคนฟังสะอึก
ปุณณดาเลือกที่จะเงียบแต่อีกฝ่ายกลับตีความหมายว่าเธอยอมรับในสิ่งที่พูด แต่แล้วจู่ๆ รถที่นั่งมากลับดับวูบกลางทาง
“รถเป็นอะไรน่ะคุณ”
“ฉันก็ไม่รู้” ชายหนุ่มบิดกุญแจเพื่อสตาร์ตรถ พยายามสตาร์ตอยู่หลายครั้งก็ไม่ติดอยู่ดี
“ทำไมรถถึงมาเสียกลางทางได้ ฝนก็ทำท่าจะตกแล้วด้วย” ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปบริเวณนอกรถ
“เพราะมีตัวซวยอย่างเธอนั่งมาด้วยไง” อชิรวิชญ์เดินลงจากรถ เปิดฝากระโปรงด้านหน้ารถเพื่อตรวจเช็กอาการว่าเสียจากตรงไหน “โธ่โว้ยมาดับอะไรตอนนี้” ชายหนุ่มสบถเสียงออกมาอย่างอารมณ์เสีย ทำเอาปุณณดาเริ่มใจคอไม่ดี
“ลงรถ”
“คะ??” ปุณณดาทำสีหน้างุนงง
“จะนั่งอยู่ในรถคนเดียวทั้งคืนก็ตามใจ” อชิรวิชญ์พูดเท่านั้น ปุณณดาก็รีบเปิดประตูลงมาจากรถทันที จากนั้นเขาจึงจัดการเข็นรถเข้าข้างทางพร้อมกับล็อกรถไว้ หากฝืนซ่อมต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะเขาไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์การซ่อมติดรถมาด้วย และที่สำคัญฝนเหมือนกำลังตั้งเค้ามา แต่ด้วยความรีบร้อนทำให้ทั้งคู่ลืมหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าติดมือลงมาด้วย
“เราจะไปหาโรงแรมที่ไหนล่ะคุณ” เธอมองไปทั่วบริเวณ แทบจะไม่มีรถวิ่งผ่านด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่โรงแรมเลย บ้านคนก็แทบจะไม่มีให้เห็น
“ลองหาเอาข้างหน้า จะบ่นอะไรนักหนาเนี่ย”
“นี่ๆ คุณ ฉันลืมกระเป๋าเสื้อผ้า ต้องกลับไปเอาก่อน”
“ทะเลหรือคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา“อืม...ที่ภูเก็ต”“ไปค่ะ ดาอยากเจอป้านวล” ปุณณดาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นานแล้วสิที่เธอไม่ได้เจอแม่บ้านวัยกลางคนที่มีแต่ความรักความเมตตาให้ตน ก่อนจะขมวดคิ้ว“ทำไมครับ ขมวดคิ้วทำไม”“ป้านวลยังไม่รู้ว่าแม่ดาเคย...”“ป้านวลรู้แล้วครับ ป้าแกบอกว่าเป็นคนละคน ไม่เกี่ยวกัน”“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”“ก่อนกลับครับ แกยังเตือนพี่ไม่ให้ไปลงอะไรที่ดา เพราะดาไม่เกี่ยว” ตอนนั้นเขาไม่ยอมฟังใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทที่คอยเตือนอยู่เสมอ แต่เขายังนิ่งเฉย จนผลสุดท้ายต้องแพ้ภัยตัวเอง “แต่พี่ก็ยังทำ ขอโทษนะครับ”“ไหนเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วไงคะ เราจะพูดแต่เรื่องดีๆ ในอนาคต”“ครับ นอนเถอะพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าไปภูเก็ตกัน”“ชวนแม่กับคุณพ่อไปด้วยดีไหมคะ” เธออยากเห็นท่านทั้งสองไปพักผ่อน“แล้วเขาจะเรียกฮันนีมูนได้ยังไงครับ พี่อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่น&rdquo
“ก็ใครจะหน้าด้านเหมือนพี่อชิล่ะคะ” หญิงสาวทำปากยื่นใส่ จนอชิรวิชญ์มันเขี้ยวกระชากร่างบางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง ทำเอาหญิงสาวตาโตด้วยความตกใจ กำลังจะต่อว่าต่อขานอีกฝ่าย แต่ถูกริมฝีปากอุ่นปิดเสียงพูดเสียก่อนแล้วจัดการสอดปลายลิ้นร้อนเข้าโพรงปากนุ่มเพื่อเกี่ยวตวัดดูดดื่มความหอมหวาน เพียงไม่กี่อึดใจปลายลิ้นเล็กก็เริ่มตวัดตอบโต้อย่างไม่ประสา แต่กลับสร้างความพึงพอใจจนเขาต้องครางเสียงในลำคอ จากนั้นไม่นานก็ถอนจูบออกมาพลางมองหญิงสาวอย่างแสนรัก“พี่รักดาเหลือเกินยอดรัก” เขาพึมพำบอกก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขณะฝ่ามือใหญ่ไล้ไปทั่วเรือนร่างอันเย้ายวนกระทั่งถึงจุดสำคัญกลางใจหญิง“พี่อชิ...อืม” เธอครางออกมายามปลายนิ้วแกร่งสอดเข้าไปในช่องแคบ รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“แล้วดาจะมีความสุข” เขาบอกขณะแนบใบหน้ากับอกอิ่ม ตวัดลิ้นโลมเลียไปมาจนเจ้าของอกอิ่มต้องแอ่นโค้งขึ้นราวคันศรเพื่อให้เขาได้สัมผัสได้ถนัดขึ้น ความเร่าร้อนในกายสาวยิ่งทวีคูณพร้อมขยับร่างตามปลายนิ้วแกร่ง ก่อนเขาจะถอดปลายนิ้วออกมากลางคัน“อืม...พี่อชิ ดาไม่ไห
“ไม่เป็นไรหรอก”“มีความสุขมากๆ นะอชิ ฉันดีใจที่เห็นแกมีความสุข ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับคุณดา มันไม่เคยมีแฟนตั้งแต่ที่รู้จักกันมา อาจจะหวานไม่ค่อยเป็น ยังไงก็เอ็นดูมันด้วยนะครับ” ภูผาฝากฝังเพื่อนรักกับเจ้าสาว“ไม่หวานหรือคะ” หญิงสาวอดขำไม่ได้ ตอนนี้เขาหวานจนเลี่ยน มุมนี้อาจจะไม่มีใครเคยเห็น“นี่แกเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ” ภูผาอดแปลกใจไม่ได้ แต่ดีใจที่เพื่อนรักพยายามปรับตัวไปพร้อมกับคนรัก“ก็เพื่อคนที่เรารัก แกก็เหมือนกัน อันไหนผ่อนผันได้ก็ลองทำดูนะ” เขาแอบรู้มาว่า ภูผามีปัญหากับภรรยาบ่อยครั้ง เพื่อนๆ ในกลุ่มแอบเล่าให้ฟังเพราะเป็นห่วง เห็นเขาสนิทกับภูผามากที่สุด“อืม...” ภูผาขานรับไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เพราะชีวิตของตนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ“เดี๋ยวฉันเข้าไปในงานก่อน”“ไปเถอะ เพื่อนๆ รอแกอยู่ด้านในตรงหน้าเวที”“อืม...ไว้คุยกันเพื่อน” อชิรวิชญ์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนภูผาจะเดินหายเข้าไปในงาน“ดูหน้าคุณภูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ ท
“เดี๋ยวรอแม่กลับมาจากต่างจังหวัดก่อนนะคะ” หลังจากมารดาตัดสินใจบวชเพื่อล้างบาปให้ฉัตรแก้ว มารดาก็เริ่มเดินสายทำบุญ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเท่าไหร่“ไม่ต้องห่วง พี่ให้คุณทิพย์จัดการหาฤกษ์มาให้แล้ว”“แม่รู้แล้วเหรอคะ”“ใช่ พี่โทร.ไปคุยกับแม่ของดาแล้ว และได้กำหนดมาแล้วด้วย” เรื่องนี้เขาปิดเป็นความลับ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด“กลัวดาไม่แต่งด้วยหรือไงคะ มัดมือชกแบบนี้”“ก็ใช่น่ะสิครับ พี่อยากแต่งงานกับดา อยากใช้ชีวิตแบบสามีภรรยา อยากตื่นขึ้นมาเจอหน้าดาเป็นคนแรก”“ขอบคุณนะคะที่ยังยืนยันคำเดิมกับดา”“ไม่ว่าจะกี่ปี พี่ยังยืนยันคำเดิม ดาคือผู้หญิงที่พี่รักมากที่สุด และอยากใช้ชีวิตร่วมกับดา”“ขอบคุณนะคะพี่อชิ” หญิงสาวยกฝ่ามืออุ่นมาแนบกับใบหน้า“อีกสองเดือนเราจะได้แต่งงานกันแล้วนะครับ”“สองเดือนเหรอคะ” ดวงตากลมโตขยายกว้างด้วยความตกใจ ทำไมถึงไวนัก แล้วเธอจะเตรียมตัวทันหรือเปล่า“ใช่ครับ อีกตั้งส
“ดาก็รู้หากพี่มองนานกว่านี้ พี่อาจจะอดใจไม่ไหว ดานั่นแหละที่จะต้องเสียเปรียบ ที่สำคัญดาเพิ่งพบเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆ มา พี่กลัวดาจะหวาดกลัวจนไม่ยอมให้พี่มาแตะต้องตัวดาอีก”“สำหรับพี่อชิดาไม่กลัวหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดา หากพี่อชิไม่ตัดสินใจเข้าไป ดาอาจจะไม่มีหน้ามาพบพี่อชิอีกแล้ว”“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับดา พี่รับได้ทุกอย่าง อย่าตีค่าตัวเองแบบนั้น พี่รักเพราะดาเป็นดา”“พี่อชิ...เมื่อก่อนนอกจากพ่อ ดาไม่คิดว่าจะมีใครรักดาได้อีกแล้ว ขอบคุณนะคะที่เห็นค่าผู้หญิงคนนี้”“เพราะดามีค่าที่สุดในชีวิตพี่ พี่อาจจะเคยใจร้ายกับดา แต่ในอนาคตภายภาคหน้าพี่จะไม่มีวันทำให้ดาเสียใจ แต่งงานกับพี่นะครับคนดี” เขาส่งสายตาวิงวอน กลัวเหลือเกิน กลัวเธอจะปฏิเสธ“ค่ะ ดาจะแต่งงานกับพี่อชิ”เมื่อคิดทบทวน ที่ผ่านมาอชิรวิชญ์ก็ได้พิสูจน์ถึงความรักและหวังดีที่มอบให้ ยังเผื่อแผ่ไปถึงมารดา ที่เขาเคยเคียดแค้นชิงชัง แต่ ณ เวลานี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว“ขอบคุณครับ ขอบคุณ” เขาพูดด้วยเสียงสั่นๆ รู้สึ
ชาติชายกระตุกยิ้มเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ขณะปุณณดาพยายามโทรศัพท์ไปหาอชิรวิชญ์ แต่ปลายสายไม่ทันได้รับ ชาติชายตัดสายทิ้งเสียก่อน“ผมรักคุณดาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” ผู้จัดการหนุ่มพูดพร่ำ พร้อมสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปช้าๆด้านอชิรวิชญ์แปลกใจที่จู่ๆ สายถูกตัดทิ้ง พร้อมมองไปยังหน้าบริษัท พบว่ายามกำลังล็อกประตูอยู่ เขาจึงรีบเดินลงจากรถ“ลุงจะปิดประตูแล้วหรือครับ”“อ้าวคุณนั่นเอง” ยามประจำหน้าบริษัท จำได้ว่าเคยเห็นมาส่งปุณณดาบ่อยๆ“ผมมารับดาครับลุง”“เห็นคุณทัช บอกว่าคุณดากลับกับผู้จัดการครับ”“กลับกับผู้จัดการ เป็นไปไม่ได้ ดาเพิ่งโทรศัพท์มาหาผมว่ากำลังลงมา ลุงเปิดประตูให้หน่อยสิครับ”อชิรวิชญ์รู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี“ไม่ได้หรอกครับคุณ”“หากดาติดอยู่ในนั้นจะทำยังไงครับ”“เอ่อ...หากทำอะไรพลการ ผมอาจจะโดนไล่ออก” ชายสูงวัยมีท่าทางลังเล แต่ด้วยความเป็นผู้น้อยก็ไม่กล้าจะเปิดเข้าไป“ผม







