LOGIN“เราเดินมาตั้งไกล กลับไปก็เสียเวลาอีก รีบไปเถอะฝนกำลังจะตก” ชายหนุ่มคว้าแขนหญิงสาววิ่งไปได้ไม่นานสายฝนก็โหมกระหน่ำตกลงอย่างหนัก ทำเอาทั้งคู่เปียกโชกไปทั้งตัว กว่าจะหาโรงแรมพักได้ใช้เวลาเกือบชั่วโมง ซ้ำร้ายห้องพักเหลือเพียงห้องเดียว
“เอาไงดีล่ะคุณ ห้องเดียวด้วย”
“อย่าเรื่องมากน่า ดีกว่าไม่มีห้องพัก ไปเถอะหนาวจะตายอยู่แล้ว” อชิรวิชญ์เดินตามพนักงานโรงแรมไปยังห้องพัก ก่อนจะส่งธนบัตรจำนวนหนึ่งให้แก่พนักงานเป็นค่าตอบแทน
“เธอเข้าไปอาบน้ำก่อนเถอะ”
“แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนนะคุณ”
“ไม่มีก็แก้ผ้าเอาสิ ง่ายจะตาย” เขาพูดด้วยความโมโห
ปุณณดาสะบัดหน้าหนี ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาให้เสียเวลา จึงเดินเลี่ยงไปที่ตู้เสื้อผ้าภายในห้องพัก ซึ่งพบชุดคลุมอาบน้ำแขวนอยู่ เธอจึงคว้ามันถือติดมือหายเข้าไปในห้องน้ำเกือบยี่สิบนาที ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมา พบว่าอชิรวิชญ์กำลังนั่งดูทีวีอยู่
“ไปอาบน้ำสิคุณ”
“อืม” อชิรวิชญ์ขานรับคำสั้นๆ ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
“จะนอนตรงไหนดี โซฟาหรือเตียง” หญิงสาวครุ่นคิดมองสลับกันไปมา “เตียงดีกว่า หวังว่าคุณอชิจะเป็นสุภาพบุรุษพอนะ” คิดได้ดังนั้นก็ทรุดตัวลงบนเตียงนอน
เพียงไม่ถึงสิบนาทีอชิรวิชญ์เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพล่อแหลม ปมผ้าขนหนูหมิ่นเหม่เหมือนกำลังจะหลุดเสียให้ได้ ปุณณดาถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยใบหน้าแดงก่ำใจสั่นไหว
“ทำอย่างกับไม่เคยเห็น” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเหยียดกับท่าทางไร้เดียงสาของหญิงสาว ก่อนเดินไปหยิบเบียร์ออกมาจากตู้เย็น
“ก็ฉันไม่เคยนี่” ใช่ เธอไม่เคยอยู่เพียงลำพังกับเพศตรงข้ามมาก่อน จะมีก็เพียงบิดาผู้ให้กำเนิดเท่านั้น
“ฉันควรเชื่องั้นหรือ” เขาเอ่ยขณะหันไปสบสายตากับร่างบาง ที่นอนห่มผ้าห่มบนเตียงนอนอย่างสบายอารมณ์
“ก็ตามใจ คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ” หญิงสาวพลิกตัวหันหลังให้อีกฝ่ายเพื่อตัดปัญหา พยายามข่มตาให้หลับแต่นอนเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหลับลงได้ จนกระทั่งเตียงอีกฝั่งยวบลง เธอจึงรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นพร้อมหวีดร้องเมื่อเห็นเขาในสภาพเปลือยกาย
“คนทุเรศ” หญิงสาวยกมือขึ้นปิดตา โดยไม่รู้ว่าการที่เธอลนลานลุกขึ้นนั่งจนไม่ทันระวัง ทำให้ปมชุดคลุมที่สวมใส่อยู่หลุดลุ่ยเผยทรวงอกอิ่มปรากฏแก่สายตาของอชิรวิชญ์โดยไม่ได้ตั้งใจ
“ยั่วเหรอ”
“ยั่วอะไร ใครยั่ว” หญิงสาวเอ่ยถาม ขณะที่ยังปิดตาอยู่เพราะไม่อยากเห็นภาพอุจาดตา
“เธอไง” ชายหนุ่มกระชากร่างบางเข้าหาลำตัว จนเธอเซถลาร่างเกยอยู่บนตักของเขา
“คุณอชิ ทำบ้าอะไร” หญิงสาวลนลานรีบพาตัวลงมาจากตักแกร่ง แต่กลับถูกอีกฝ่ายกักร่างไว้ไม่ให้ขยับ
“ฉันทำอะไร เธอต่างหากที่ทำฉัน หยุดดิ้น” ชายหนุ่มกระซิบเสียงเครียด ขืนเธอยังดิ้นไม่หยุดแบบนี้ เขาคงได้จับร่างบางกดลงกับเตียงนอนแน่
“ก็ปล่อยฉันก่อน” เธอกระซิบเสียงอ่อยๆ เมื่อรู้สึกเหมือนมีอะไรมาดันที่สะโพก
“อืม...ไม่ปล่อย”
อชิรวิชญ์ขบเม้มที่ซอกคอขาวพร้อมกับสอดฝ่ามือใหญ่เข้าไปในเสื้อคลุมอาบน้ำ เพื่อลูบไล้ทั่วเนินอกอิ่มแล้วบีบคลึงไปมา โดยไม่สนใจอาการขัดขืนของอีกฝ่าย ก่อนกดร่างเธอจมลงกับเตียงนอน
“เรามาสนุกกันเถอะ”
“ไหนคุณเกลียด ขยะแขยงฉันไง” เธอพยายามหาข้ออ้างเพื่อเอาตัวรอด
“เก็บไว้ก่อน เพราะตอนนี้อารมณ์ฉันมันเตลิดจนกู่ไม่กลับแล้ว หากคืนนี้ไม่ได้ปลดปล่อยคงนอนไม่หลับ”
“เครื่องป้องกันก็ไม่มี คุณกล้านอนกับผู้หญิงสกปรกอย่างฉันหรือ” ปุณณดายังหาเหตุผลให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำดังกล่าว
“ครั้งเดียวคงไม่ติดโรคหรอก” อชิรวิชญ์หลงลืมสิ่งที่ตนได้ลั่นวาจาว่าจะไม่แตะต้องปุณณดาอย่างเด็ดขาด แต่ในเวลานี้กลับต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เพียงเพราะอยากจะฝังร่างลงไปในเนื้อนุ่ม
“แต่ฉันไม่”
“เธออยากได้ฉันไม่ใช่หรือ จัดการฉันสิ” ชายหนุ่มล้มตัวนอนลงหวังให้หญิงสาวเป็นคนเริ่มก่อน ปุณณดาจึงใช้โอกาสนี้ลุกขึ้นหนีแต่กลับถูกเขาตะครุบร่าง จนชุดคลุมอาบน้ำหลุดลุ่ยเป็นภาพที่เย้ายวน ปลุกอารมณ์ดิบเถื่อนในกายของอชิรวิชญ์ให้ลุกซู่
“สวยมากดา” เขารวบข้อมือเรียวขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะพรมจูบไปทั่วใบหน้าจวบถึงริมฝีปากนุ่ม แล้วค่อยๆ ขบเม้มริมฝีปากบนล่างเพื่อหมายจะสอดแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไป หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีจนใบหน้าคมตกลงมาที่ซอกคอขาวแทน ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนเป็นขบเม้มลงไปเพื่อตีตราประทับ ขณะส่วนล่างพยายามถูไถปลุกเร้าอารมณ์ให้อีกฝ่ายมีอารมณ์ร่วมไปกับเขาด้วย
“อย่าค่ะคุณอชิ ฉันไม่ต้องการ”
“เธอต้องการมัน ฉันรู้” เขายังมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องการมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับตน
“อย่าปากแข็งปฏิเสธเลยน่า”
“ฉันไม่อุ๊บ...”
ปุณณดาพูดไม่ทันจบประโยค อชิรวิชญ์ก็ใช้โอกาสนี้สอดปลายลิ้นอุ่นเข้าไปเกี่ยวตวัดรอบๆ ปลายลิ้นนุ่ม ด้วยความช่ำชองมากด้วยประสบการณ์ ใช้เวลาล่อหลอกอยู่เพียงไม่ถึงนาที ทำเอาหญิงสาวเผลอตวัดลิ้นตอบโต้อย่างไม่ประสา แต่กลับสร้างความพึงพอใจแก่ชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย มือใหญ่ที่กุมข้อมือเรียวเริ่มคลายออกแล้วเลื่อนลงมาบริเวณทรวงอกอิ่ม บีบคลึงลงไป
“อืม...” เสียงหวานเผลอครางออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว
“หวาน” เขากระซิบบอกก่อนจะใช้ปลายลิ้นที่อุ่นชื้นโลมเลียยอดปลายถันสีหวานสลับกันไปมา สร้างความวาบหวามแก่หญิงสาวอยู่ไม่น้อย พร้อมกับมึนงงกับความต้องการของตนเอง ทำไมถึงชอบในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำกับตนนัก ทั้งที่เป็นเรื่องที่น่าอายยิ่งนัก
“คุณอชิ...” เสียงหวานขาดห้วงพยายามผลักไสศีรษะทุยออกไปแต่ร่างกายกลับทรยศ ด้วยวัยที่ยังอ่อนประสบการณ์กลับเผลอใจให้อีกฝ่ายอย่างลืมตัว
กระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ดึงสติของทั้งคู่กลับคืนมา อชิรวิชญ์ซึ่งเป็นเจ้าของเสียงโทรศัพท์ผละร่างคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันกายก่อนจะไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ
“ครับลิสา” เพียงได้ยินชื่อผู้หญิงออกมาจากริมฝีปากอุ่น ทำเอาปุณณดาชะงักงันราวกับถูกสาป ก่อนเสียงพูดคุยจะหายไป เพราะอชิรวิชญ์เดินเลี่ยงไปที่ระเบียงห้อง
“ทะเลหรือคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา“อืม...ที่ภูเก็ต”“ไปค่ะ ดาอยากเจอป้านวล” ปุณณดาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นานแล้วสิที่เธอไม่ได้เจอแม่บ้านวัยกลางคนที่มีแต่ความรักความเมตตาให้ตน ก่อนจะขมวดคิ้ว“ทำไมครับ ขมวดคิ้วทำไม”“ป้านวลยังไม่รู้ว่าแม่ดาเคย...”“ป้านวลรู้แล้วครับ ป้าแกบอกว่าเป็นคนละคน ไม่เกี่ยวกัน”“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”“ก่อนกลับครับ แกยังเตือนพี่ไม่ให้ไปลงอะไรที่ดา เพราะดาไม่เกี่ยว” ตอนนั้นเขาไม่ยอมฟังใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทที่คอยเตือนอยู่เสมอ แต่เขายังนิ่งเฉย จนผลสุดท้ายต้องแพ้ภัยตัวเอง “แต่พี่ก็ยังทำ ขอโทษนะครับ”“ไหนเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วไงคะ เราจะพูดแต่เรื่องดีๆ ในอนาคต”“ครับ นอนเถอะพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าไปภูเก็ตกัน”“ชวนแม่กับคุณพ่อไปด้วยดีไหมคะ” เธออยากเห็นท่านทั้งสองไปพักผ่อน“แล้วเขาจะเรียกฮันนีมูนได้ยังไงครับ พี่อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่น&rdquo
“ก็ใครจะหน้าด้านเหมือนพี่อชิล่ะคะ” หญิงสาวทำปากยื่นใส่ จนอชิรวิชญ์มันเขี้ยวกระชากร่างบางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง ทำเอาหญิงสาวตาโตด้วยความตกใจ กำลังจะต่อว่าต่อขานอีกฝ่าย แต่ถูกริมฝีปากอุ่นปิดเสียงพูดเสียก่อนแล้วจัดการสอดปลายลิ้นร้อนเข้าโพรงปากนุ่มเพื่อเกี่ยวตวัดดูดดื่มความหอมหวาน เพียงไม่กี่อึดใจปลายลิ้นเล็กก็เริ่มตวัดตอบโต้อย่างไม่ประสา แต่กลับสร้างความพึงพอใจจนเขาต้องครางเสียงในลำคอ จากนั้นไม่นานก็ถอนจูบออกมาพลางมองหญิงสาวอย่างแสนรัก“พี่รักดาเหลือเกินยอดรัก” เขาพึมพำบอกก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขณะฝ่ามือใหญ่ไล้ไปทั่วเรือนร่างอันเย้ายวนกระทั่งถึงจุดสำคัญกลางใจหญิง“พี่อชิ...อืม” เธอครางออกมายามปลายนิ้วแกร่งสอดเข้าไปในช่องแคบ รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“แล้วดาจะมีความสุข” เขาบอกขณะแนบใบหน้ากับอกอิ่ม ตวัดลิ้นโลมเลียไปมาจนเจ้าของอกอิ่มต้องแอ่นโค้งขึ้นราวคันศรเพื่อให้เขาได้สัมผัสได้ถนัดขึ้น ความเร่าร้อนในกายสาวยิ่งทวีคูณพร้อมขยับร่างตามปลายนิ้วแกร่ง ก่อนเขาจะถอดปลายนิ้วออกมากลางคัน“อืม...พี่อชิ ดาไม่ไห
“ไม่เป็นไรหรอก”“มีความสุขมากๆ นะอชิ ฉันดีใจที่เห็นแกมีความสุข ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับคุณดา มันไม่เคยมีแฟนตั้งแต่ที่รู้จักกันมา อาจจะหวานไม่ค่อยเป็น ยังไงก็เอ็นดูมันด้วยนะครับ” ภูผาฝากฝังเพื่อนรักกับเจ้าสาว“ไม่หวานหรือคะ” หญิงสาวอดขำไม่ได้ ตอนนี้เขาหวานจนเลี่ยน มุมนี้อาจจะไม่มีใครเคยเห็น“นี่แกเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ” ภูผาอดแปลกใจไม่ได้ แต่ดีใจที่เพื่อนรักพยายามปรับตัวไปพร้อมกับคนรัก“ก็เพื่อคนที่เรารัก แกก็เหมือนกัน อันไหนผ่อนผันได้ก็ลองทำดูนะ” เขาแอบรู้มาว่า ภูผามีปัญหากับภรรยาบ่อยครั้ง เพื่อนๆ ในกลุ่มแอบเล่าให้ฟังเพราะเป็นห่วง เห็นเขาสนิทกับภูผามากที่สุด“อืม...” ภูผาขานรับไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เพราะชีวิตของตนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ“เดี๋ยวฉันเข้าไปในงานก่อน”“ไปเถอะ เพื่อนๆ รอแกอยู่ด้านในตรงหน้าเวที”“อืม...ไว้คุยกันเพื่อน” อชิรวิชญ์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนภูผาจะเดินหายเข้าไปในงาน“ดูหน้าคุณภูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ ท
“เดี๋ยวรอแม่กลับมาจากต่างจังหวัดก่อนนะคะ” หลังจากมารดาตัดสินใจบวชเพื่อล้างบาปให้ฉัตรแก้ว มารดาก็เริ่มเดินสายทำบุญ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเท่าไหร่“ไม่ต้องห่วง พี่ให้คุณทิพย์จัดการหาฤกษ์มาให้แล้ว”“แม่รู้แล้วเหรอคะ”“ใช่ พี่โทร.ไปคุยกับแม่ของดาแล้ว และได้กำหนดมาแล้วด้วย” เรื่องนี้เขาปิดเป็นความลับ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด“กลัวดาไม่แต่งด้วยหรือไงคะ มัดมือชกแบบนี้”“ก็ใช่น่ะสิครับ พี่อยากแต่งงานกับดา อยากใช้ชีวิตแบบสามีภรรยา อยากตื่นขึ้นมาเจอหน้าดาเป็นคนแรก”“ขอบคุณนะคะที่ยังยืนยันคำเดิมกับดา”“ไม่ว่าจะกี่ปี พี่ยังยืนยันคำเดิม ดาคือผู้หญิงที่พี่รักมากที่สุด และอยากใช้ชีวิตร่วมกับดา”“ขอบคุณนะคะพี่อชิ” หญิงสาวยกฝ่ามืออุ่นมาแนบกับใบหน้า“อีกสองเดือนเราจะได้แต่งงานกันแล้วนะครับ”“สองเดือนเหรอคะ” ดวงตากลมโตขยายกว้างด้วยความตกใจ ทำไมถึงไวนัก แล้วเธอจะเตรียมตัวทันหรือเปล่า“ใช่ครับ อีกตั้งส
“ดาก็รู้หากพี่มองนานกว่านี้ พี่อาจจะอดใจไม่ไหว ดานั่นแหละที่จะต้องเสียเปรียบ ที่สำคัญดาเพิ่งพบเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆ มา พี่กลัวดาจะหวาดกลัวจนไม่ยอมให้พี่มาแตะต้องตัวดาอีก”“สำหรับพี่อชิดาไม่กลัวหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดา หากพี่อชิไม่ตัดสินใจเข้าไป ดาอาจจะไม่มีหน้ามาพบพี่อชิอีกแล้ว”“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับดา พี่รับได้ทุกอย่าง อย่าตีค่าตัวเองแบบนั้น พี่รักเพราะดาเป็นดา”“พี่อชิ...เมื่อก่อนนอกจากพ่อ ดาไม่คิดว่าจะมีใครรักดาได้อีกแล้ว ขอบคุณนะคะที่เห็นค่าผู้หญิงคนนี้”“เพราะดามีค่าที่สุดในชีวิตพี่ พี่อาจจะเคยใจร้ายกับดา แต่ในอนาคตภายภาคหน้าพี่จะไม่มีวันทำให้ดาเสียใจ แต่งงานกับพี่นะครับคนดี” เขาส่งสายตาวิงวอน กลัวเหลือเกิน กลัวเธอจะปฏิเสธ“ค่ะ ดาจะแต่งงานกับพี่อชิ”เมื่อคิดทบทวน ที่ผ่านมาอชิรวิชญ์ก็ได้พิสูจน์ถึงความรักและหวังดีที่มอบให้ ยังเผื่อแผ่ไปถึงมารดา ที่เขาเคยเคียดแค้นชิงชัง แต่ ณ เวลานี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว“ขอบคุณครับ ขอบคุณ” เขาพูดด้วยเสียงสั่นๆ รู้สึ
ชาติชายกระตุกยิ้มเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ขณะปุณณดาพยายามโทรศัพท์ไปหาอชิรวิชญ์ แต่ปลายสายไม่ทันได้รับ ชาติชายตัดสายทิ้งเสียก่อน“ผมรักคุณดาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” ผู้จัดการหนุ่มพูดพร่ำ พร้อมสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปช้าๆด้านอชิรวิชญ์แปลกใจที่จู่ๆ สายถูกตัดทิ้ง พร้อมมองไปยังหน้าบริษัท พบว่ายามกำลังล็อกประตูอยู่ เขาจึงรีบเดินลงจากรถ“ลุงจะปิดประตูแล้วหรือครับ”“อ้าวคุณนั่นเอง” ยามประจำหน้าบริษัท จำได้ว่าเคยเห็นมาส่งปุณณดาบ่อยๆ“ผมมารับดาครับลุง”“เห็นคุณทัช บอกว่าคุณดากลับกับผู้จัดการครับ”“กลับกับผู้จัดการ เป็นไปไม่ได้ ดาเพิ่งโทรศัพท์มาหาผมว่ากำลังลงมา ลุงเปิดประตูให้หน่อยสิครับ”อชิรวิชญ์รู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี“ไม่ได้หรอกครับคุณ”“หากดาติดอยู่ในนั้นจะทำยังไงครับ”“เอ่อ...หากทำอะไรพลการ ผมอาจจะโดนไล่ออก” ชายสูงวัยมีท่าทางลังเล แต่ด้วยความเป็นผู้น้อยก็ไม่กล้าจะเปิดเข้าไป“ผม







