แชร์

3

ผู้เขียน: ปลายทางฝัน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-16 21:13:12

ปุณณดาจัดการผูกปมเสื้อคลุมอย่างมิดชิดก่อนจะย้ายตัวเองไปนอนยังที่โซฟา เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องน่าอายขึ้นอีกพร้อมกับคอยฟังเสียงว่าเมื่อไหร่อชิรวิชญ์จะกลับมา แต่นานนับชั่วโมงก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาในช่วงสาย พบว่าตนนอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง ก่อนจะรีบสำรวจตัวเอง พบว่าตนยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำอย่างรัดกุม จึงพรูลมหายใจอย่างโล่งอก

“เกือบไปแล้วสินะเมื่อคืน” เธอพึมพำกับตัวเอง แล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ค่ำคืนที่ผ่านมา เท่านั้นใบหน้าถึงกับแดงก่ำ ที่ตนเกือบปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อชิรวิชญ์เชยชมฟรีๆ แต่ความคิดที่ฟุ้งซ่านพลันสะดุดลง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เธอรีบลุกขึ้นไปดูช่องเล็กหน้าประตู พอเห็นเป็นพนักงานหญิงของโรงแรมจึงเปิดประตูออกไป

“มีอะไรคะ”

“สามีคุณผู้หญิง ให้นำเสื้อผ้ามาให้ค่ะ” พนักงานสาวยื่นถุงกระดาษมาให้แก่แขกสาว

“เขาไม่ใช่...” หญิงสาวไม่ทันปฏิเสธ พนักงานสาวก็พูดจ้อรายงานต่อ

“สามีคุณฝากบอกว่าจะออกไปซ่อมรถ หากคุณผู้หญิงหิว ก็ให้กินไปก่อนค่ะ”

“ค่ะ ขอบคุณมาก”

“จะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ”

“ขอกาแฟกับขนมปังพอค่ะ” ปุณณดาบอกเพียงเท่านั้นก็กลับเข้าไปในห้องเพื่ออาบน้ำแต่งตัว และอดขอบคุณอชิรวิชญ์ไม่ได้ ที่อุตส่าห์มีน้ำใจช่วยจัดการหาเสื้อผ้ามาให้ใส่ แถมยังใส่ได้พอดีตัวอีกด้วย

หญิงสาวนั่งจิบกาแฟระหว่างรออชิรวิชญ์กลับมาที่ห้องพัก ขณะรอหทัยทิพย์ก็โทรศัพท์เข้ามา เพื่อสอบถามความคืบหน้าของปุณณดากับอชิรวิชญ์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นค่ะ”

“ร้อยทั้งร้อยฉันไม่เชื่อแกหรอก ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันสองคนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง”

“นี่แม่อยากให้ดาเสียตัวให้คุณอชิจริงๆ เหรอ” ปุณณดาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“ใช่น่ะสิ ถ้าแกกับคุณอชิลงเอยกันได้ เราก็จะสบายกันทั้งชาติ”

“ทุกวันนี้เราก็มีกินมีใช้ อยู่กันอย่างสุขสบายแล้วนะแม่”

“แกอย่าลืมสิ เรายังมีหนี้ที่พ่อแกสร้างไว้ ทิ้งให้เราต้องรับผิดชอบ”

“เราต้องหาทางออกเรื่องนี้ได้” ทุกปัญหาต้องมีทางแก้ ปุณณดาเชื่อเช่นนั้น

“มันมีทางออก ทางเดียวเท่านั้น แกอย่าโง่เหมือนพ่อแกได้ไหม โอกาสอยู่ตรงหน้าแทนที่จะรีบจัดการ”  หทัยทิพย์บอกอย่างไม่สบอารมณ์ ที่บุตรสาวทำแผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่า

“แม่”  ปุณณดาไม่คิดเลยว่า มารดาจะให้ตนจับอชิรวิชญ์จริงๆ อย่างที่อีกฝ่ายกล่าวหา

“ไม่ต้องมาเรียกฉัน แกมันไม่ได้เรื่อง ไปทำยังไงก็ได้ให้คุณอชิเป็นของแก”

“ไม่ค่ะ ดาไม่ทำ” ปุณณดาตัดสายทิ้ง รู้ว่ากลับไปคราวนี้คงโดนมารดาทำโทษอยู่ไม่น้อย แต่เธอจะไม่ยอมให้มารดาบงการชีวิตอีกอย่างเด็ดขาด

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เสียงที่เอ่ยดังขึ้นจากด้าน หลังทำเอาหญิงสาวสะดุ้งตกใจ แทบทำโทรศัพท์มือถือร่วงจากมือ

“คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“ทำไม? มีอะไร” อีกฝ่ายขมวดคิ้วเชิงถาม

“เปล่าค่ะ ฉันแค่ตกใจ รถซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ”

“อืม...เสร็จแล้วจอดที่ลานจอดรถด้านล่าง รีบเก็บของกันเถอะจะได้กลับกรุงเทพฯ”

“ค่ะ” ปุณณดาเก็บเสื้อผ้าของตนและอชิรวิชญ์ที่เปียกฝนเมื่อคืนนำใส่ถุงรวมกัน ก่อนเดินตามเขาลงมายังลานจอดรถ

“เรื่องงานบริษัทถ้าคุณไม่สะดวกใจให้ฉันไปทำด้วย ก็ไม่ต้องฝืนใจหรอกค่ะ” หญิงสาวคิดทบทวนมาตลอดทาง อยู่ห่างๆ อชิรวิชญ์เสีย มารดาจะได้เลิกบีบบังคับให้เธอทำเรื่องน่าอดสู

“ทำไมล่ะ หรือเธอมีงานทำที่ดีกว่าบริษัทฉัน” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“ไม่ค่ะ เพียงแต่ฉันไม่อยากให้คุณต้องฝืนใจทำงานร่วมกับคนที่ไม่ชอบหน้า”

“ฉันจะลำบากใจหรือไม่ไม่สำคัญ ถึงยังไงฉันก็ไม่สามารถคัดค้านความต้องการของคุณพ่อได้หรอก”

“เดี๋ยวฉันจะพูดกับคุณพ่อของคุณให้เอง”

“ไม่ต้องหรอก ตั้งแต่เธอเข้ามาเป็นเลขาฯ เธอก็ช่วยงานฉันได้เยอะเลยทีเดียว ฉันขี้เกียจหาเลขาฯ คนใหม่ด้วย” เขายอมรับว่าปุณณดาเก่ง ทั้งที่เพิ่งเรียนจบมา สอนงานเพียงครั้งเดียวก็เรียนรู้ได้ไวราวกับคนมีประสบการณ์มาแล้ว ข้อนี้เขายอมจำนน

            เมื่อรถเคลื่อนเข้ามาจอดภายในบริเวณคฤหาสน์หรู ปุณณดาก็แทบไม่อยากก้าวเท้าลงจากรถ เพราะเชื่อว่าทันทีที่ปรากฏตัว เธอต้องถูกมารดาลากตัวไปคุยด้วยอย่างแน่นอน เผลอๆ อาจจะต้องเจ็บปวดเป็นของแถม

“เป็นอะไร เงียบๆ มาตลอดทาง หรือยังคิดถึงเรื่องเมื่อคืน” อชิรวิชญ์เอ่ยพลางกระตุกยิ้ม

“ไม่ค่ะ ฉันลืมมันไปหมดแล้ว” ตั้งแต่มีเรื่องมารดามากวนใจ ปุณณดาแทบลืมเรื่องอันน่าอับอายไปหมดสิ้น

“งั้นเหรอ” น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ก่อนจะเหลือบเห็นหทัยทิพย์ลับๆ ล่อๆ “แล้วจะบอกแม่เธอหรือเปล่า ว่าเมื่อคืนเราเกือบจะ...”

“มันไม่มีอะไรทั้งนั้น” ปุณณดารีบเปิดประตูลงจากรถทันที ก่อนจะชะงักเมื่อมารดาโผล่มายืนอยู่เบื้องหน้า

“แม่...”

“มานี่ยายดา” หทัยทิพย์ลากแขนบุตรสาวขึ้นไปยังห้องนอนทันที

“มีอะไรคะ ทำไมต้องลากดามาแบบนี้ด้วย”

“ยังมาตีหน้าซื่อ ฉันสั่งให้แกทำอะไร”

“แม่ ดากับคุณอชิเราเป็นพี่น้องกันนะคะ”

“พี่น้องร่วมโลกน่ะสิ”

“ดาไม่เข้าใจ แม่จะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร...แม่ก็รู้นี่ว่าคุณอชิมีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้ว และอีกสองเดือนคุณอลิสาก็จะกลับมาแล้วด้วย แม่จะให้ดาหน้าด้านไปแย่งเขามาน่ะหรือ ดาทำไม่ได้หรอก” หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเธอก็จะไม่ทำเด็ดขาด

“แต่แกต้องทำยายดา และอีกอย่างก็แค่ผู้ใหญ่เขาคุยกันเล่นๆ ที่สำคัญเขาก็ตายไปแล้ว”

ฉัตรแก้วกับปรางวลัยซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมานาน ทั้งคู่ได้พูดคุยตกลงกันไว้ว่า เมื่อบุตรชายบุตรสาวทั้งสองโตขึ้นก็จะให้ทั้งคู่ได้หมั้นหมายกัน แต่นางไม่มีทางให้ทั้งสองได้สมหวังหรอก  อย่างไรอชิรวิชญ์ก็จะต้องแต่งงานกับปุณณดาเท่านั้น ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของตระกูลต้องตกเป็นของตน

“ทำไมแม่ต้องทำแบบนี้ด้วย ดาไม่เข้าใจ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   11

    “ไง ถึงกับพูดไม่ออกเลยใช่ไหม นี่ไม่ใช่เวลาที่เรามาคุยกันเรื่องนี้” เขาพูดจบก็ก้มลงบดขยี้เรียวปากบางอย่างหนักหน่วงเร่าร้อนอีกครั้ง ขณะปุณณดาพยายามดิ้นรนผลักไส เธอไม่ได้ต้องการแบบนั้น เพียงแต่เออออกับมารดาไปเท่านั้น“ฮื้อ...ปล่อย”“อย่าดิ้น” เขากัดฟันสั่งเสียงเครียด“ปล่อยฉัน”“เธอต้องการฉัน และฉันก็ต้องการที่จะปลดปล่อย” ใช่ร่างกายเขาจวนเจียนจะระเบิดออกมาแล้ว ยิ่งได้กลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นของปุณณดา ก็ยิ่งทำให้เขาควบคุมร่างกายเอาไว้ไม่อยู่“คุณเกลียดฉัน คุณทำกับฉันแบบนี้ทำไม” เขาเกลียดเธอกับแม่มาก ก็ไม่ควรมายุ่ง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับเธอ พ่อเขาคงต้องบีบบังคับให้รับผิดชอบแน่“ฉันไม่อยากแตะต้องตัวเธอนักหรอก” ชายหนุ่มเค้นคำพูดออกมา แต่ใบหน้าคมกลับซุกไซ้ที่ซอกคอขาว คำพูดและการกระทำช่างสวนทางกันสิ้นเชิง “ก็ปล่อยสิ”“ฉันปล่อยเธอไม่ได้ งั้นฉันอา

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   10

    “วีก็โทร.ไม่ค่อยติดค่ะ คงติดเพื่อนใหม่” มนัสวีพูดเป็นนัยๆ “เพื่อนใหม่ ใครหรือครับ”“อีกหน่อยลิสาคงพามาให้รู้จักเองค่ะ”“มีปัญหากันหรือครับ” อชิรวิชญ์คิดว่ามนัสวีคงแอบน้อยใจอลิสาที่มีเพื่อนใหม่แทนตน ตามประสาคนเคยสนิทกัน“วีชินแล้วค่ะ มาดื่มกันดีกว่า”“ครับ” เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ โดยไม่มีโอกาสเห็นแววตาที่พึงพอใจของมนัสวีที่แอบมองมา“พี่อชิจะกลับกรุงเทพฯ วันไหนคะ”“อืม...พรุ่งนี้พี่ว่าจะกลับแล้ว”“น่าเสียดายจัง” มนัสวีเอ่ยเสียงแผ่ว แต่เชื่อว่าค่ำนี้ผ่านไป เธอต้องรั้งเขาอยู่ด้วยทั้งอาทิตย์แน่ จนเขาปฏิเสธไม่ได้เชียว“พี่มีงานที่กรุงเทพฯ ต้องรีบกลับไปเคลียร์ ไว้มีโอกาสพี่จะพาไปเลี้ยงข้าว”“จริงๆ นะคะ ห้ามผิดสัญญา”“ครับ นี่จะสี่ทุ่มแล้วพี่คงต้องขอตัวกลับก่อน” เขาเอ่ยพร้อมมองหาปุณณดา ไม่รู้คุยโทรศัพท์วางแผนจับเขากับมารดาเสร็จหรือยัง“จะกลับแล้วหรือคะ” มนั

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   9

    ตลอดทั้งวันปุณณดาได้เรียนรู้งานจากอชิรวิชญ์ไม่น้อย และที่ได้รู้อีกอย่างชายหนุ่มจริงจังกับงานมากแต่ก็เป็นที่รักของลูกน้องด้วยเช่นกัน“พอไหวไหม”“คะ” หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของชายหนุ่มจนไม่ทันฟัง“ฉันถามว่าเธอพอจะทำไหวไหม”“ไหวสิคะ ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่พร้อมลุยงานได้ทุกอย่าง”จากประสบการณ์หลังสูญเสียบิดาไป ทำให้เธอต้องทำงานพาร์ตไทม์เพื่อส่งตนเองเรียนจนจบ สำหรับเงินประกันที่บิดาทำทิ้งไว้ มารดาเป็นคนจัดการเองทั้งหมด เธอแทบไม่มีสิทธิ์เข้าไปแตะต้องอชิรวิชญ์กลับนิ่งอึ้งไป มองหญิงสาวด้วยสายตาพิจารณาใหม่อีกครั้ง พร้อมครุ่นคิดถึงเรื่องที่เธอคุยกับมารดาเรื่องที่จะจับเขาแต่งงาน จนเขาสับสนไปหมด อันไหนเรื่องจริง อันไหนอุปโลกน์ขึ้นมากันแน่ ตลอดหนึ่งสัปดาห์เมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์ของมารดาทีไร ปุณณดาก็ต้องสะดุ้งตกใจเสียทุกครั้ง ค่ำคืนนี้ก็เช่นกันที่เธอเดินทางมาเปิดตัวโครงก

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   8

    “ไม่ได้เจอหมายความว่ายังไง ก็แกไปทำงานกับเขา และไหนจะอยู่บ้านพักตากอากาศด้วยกันอีก”“ก็ใช่ แต่ดาไม่ได้ออกไปทำงานด้วย”“ทำไมล่ะ แกเป็นเลขาฯ ก็ควรตามไปสิ”“ดาตื่นมาเขาก็ออกไปแล้ว ไม่รู้จะให้ดาตามมาทำไม”“จะทำอะไรก็รีบๆ ล่ะ” ปลายสายเริ่มกังวลกลัวแผนจะไม่สำเร็จ“ทำไมล่ะคะ หรือเจ้าหนี้มาทวงเงินแล้ว”“เปล่าหรอก แม่ได้ข่าวว่าอลิสากำลังจะเดินทางกลับมาเร็วๆ นี้ แต่ไม่รู้ว่าวันไหน”“แม่...ดาอยากคุยกับคุณธวัชชัย ขอเบอร์โทรศัพท์ให้ดาหน่อยได้ไหม”“แกจะไปคุยอะไรกับเขา”“ก็คุยเรื่องขอผ่อนผันหนี้สินของพ่อไงคะ”“เขาไม่มีทางยอมแน่ แม่เคยลองคุยแล้ว” หทัยทิพย์พยายามหว่านล้อมบุตรสาว ขืนให้เบอร์โทรศัพท์ของเสี่ยธวัชชัยไปมีหวังความแตก “ถ้าแกโทรศัพท์ไปคุย เขาคงพูดโน้มน้าวให้แกยอมแต่งงานกับลูกชายเขา”“ดาแค่จะโทรศัพท์ไปขอผ่อนผันหนี้เท่านั้น เขาคงไม่บีบให้ดาแต่งงานกับลูกเขาหรอก”

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   7

    “ฉันก็ไม่แน่ใจ ฉันเห็นพี่อชิถือกระเป๋าให้ด้วย”“ก็พี่อชิเขาเป็นสุภาพบุรุษ” อลิสากล่าวแก้ ทั้งที่ในใจเริ่มสงสัยว่าอชิรวิชญ์พาสาวที่ไหนไปภูเก็ตด้วย“น่าจะไม่มีอะไรอย่างที่เธอว่าจริงๆ งั้นฉันไม่กวนล่ะ เธอสนุกต่อเถอะ”“อืม...” อลิสานิ่งเงียบไปแม้ปลายสายจะวางไปแล้ว“เป็นอะไรที่รัก” นิโคลัสหนุ่มเมืองผู้ดีที่เป็นทั้งเพื่อนและคู่นอนของอลิสา ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีเพียงมนัสวีเท่านั้นที่รู้“คุณกลับไปเถอะนิค” อารมณ์วาบหวามของอลิสาหายไปตั้งแต่เรื่องอชิรวิชญ์เข้ามากวนใจ แต่อีกฝ่ายกลับเข้ามาโลมเล้าจนอลิสาครวญครางเสียงออกมายามถูกปลุกเร้าอารมณ์ ก่อนจะเตลิดลืมเรื่องของว่าที่คู่หมั้นไปชั่วขณะ เพราะมีสิ่งเร้าใจอยู่เบื้องหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิโคลัสเกิดขึ้นเมื่องานวันเกิดปีที่แล้ว จากเด็กสาวเรียบร้อยในอดีตกลับกลายเป็นสาวร้อนรักยามอยู่กับชายหนุ่มที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่นอนภูเก็ต&nbs

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   6

    “ใช่ค่ะ จอดสิคะ” เมื่อเห็นจวนเจียนจะถึงสถานีรถไฟฟ้าแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมจอด แถมยังแล่นผ่านไป “นี่คุณ...”“จะจอดให้เสียเวลาทำไม ยังไงก็ต้องไปทางเดียวกันอยู่แล้ว และถ้าพ่อรู้ ฉันคงถูกเล่นงานแย่” นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะนับแต่เกิดเรื่องมารดา เขาก็ไม่เคยฟังคำพูดของบิดาอีกเลย“ฉันไม่บอก คุณไม่บอกก็จบ”“พ่อฉันหูตาเป็นสับปะรด” เขาหันมาบอกพร้อมเร่งเครื่องห่างไปทุกที จนปุณณดาไม่กล้าเรียกร้องให้เขาจอดเพราะเธอทำให้เขาเสียเวลามามากพอแล้ว“เอ๊ะ...” เมื่อเริ่มไม่คุ้นเส้นทาง “นี่ไม่ใช่ทางไปบริษัทนี่คะ”“ก็ใช่”“แล้วเราจะไปไหนกันคะ”“ฉันต้องแวะเข้าไปดูโครงการที่ปทุมสักหน่อย และต่อไปเธอต้องตามฉันไปตรวจงานทุกครั้ง”“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” ถ้าเป็นเรื่องงานเธอสู้ไม่ถอย“เดี๋ยวเธอก็รู้เอง” เขาปรายสายตามองหญิงสาวอย่างครุ่นคิดก่อนจะเงียบเสียงไป ตลอดเส้นทางจนถึงไซต์งาน แต่อชิรวิชญ์กลับไม่พูดอะไร นอกจากเข้าไปคุยงานกับวิศวกรและหัวหน้าคุมงาน ซึ่งปุณณดาทำตัวไม่ถูกว่าควรอยู่จุดไหน กระทั่งวิศวกรหนุ่มยื่นหมวกนิรภัยส่งมาให้ด้วยความหวังดี“ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้กับชายหนุ่มที่มีไมตรีมอบให้ ก่อนจะ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status