Masukตอนที่สาม
ฟางเจียอี
หญิงสาวเผลอหลับไปจนได้ยินเสียงกุกกักอยู่ด้านหน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงขยับตัวของคนด้านใน สาวใช้จึงแง้มประตูแล้วเดินเข้ามาสอบถามอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูสาม ท่านฟื้นแล้ว บ่าวจะรีบไปเรียนฮูหยินนะเจ้าคะ” หญิงสาวซึ่งอิงดาวจำได้เลือนรางว่าเป็นคนที่เข้าไปอุ้มเธอออกมาจากบ้านของนักพิณคนนั้นรีบวิ่งออกไปจนเรียกไม่ทัน
ไม่นานร่างของหญิงสาววัยประมาณใกล้40ก็วิ่งเข้ามาคว้าตัวบุตรสาวโอบกอดเข้าหาตัวพลางลูบหน้าลูบหลังอย่างห่วงใย
“อีอี เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง แม่ตกใจมากรู้หรือไม่ เสี่ยวถงรีบไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า”
อิงดาวซึ่งตอนนี้อยู่ในร่างของฟางเจียอีทบทวนความจำซึ่งฟางเจียอีตัวจริงได้บอกเล่าเอาไว้ว่าท่านแม่ของนางรักใคร่นางที่สุด หญิงสาวมองท่าทางซึ่งแสดงออกถึงความห่วงกังวลจากใจจริงก่อนจะเอ่ยตอบด้วยท่าทีอ่อนแรง
“ท่านแม่ ลูกไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าคะ”
“ให้ท่านหมอตรวจดูอีกหน่อยเถิด เจ้าหลับไปทั้งวันทั้งคืนจนแม่ปวดใจ” ฮูหยินใหญ่สกุลฟางบอกบุตรสาวคนเดียวก่อนจะถอยออกมาให้หมอได้ตรวจอย่างละเอียด
หมอบอกว่าหญิงสาวพักผ่อนน้อยประกอบกับโดนไอเย็นมากเกินไปจึงหมดสติ เพียงพักผ่อนมากๆและดื่มยาบำรุงสักสองสามวันก็จะดีขึ้นเอง
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากหมอ ฮูหยินใหญ่หลิวซื่อจึงเบาใจลงและสั่งให้สาวใช้ดูแลคุณหนูของนางให้ดีก่อนจะออกไปเพื่อให้บุตรสาวได้พักผ่อน
เมื่ออยู่กันตามลำพัง อิงดาวในร่างของฟางเจียอีจึงเริ่มเอ่ยปากสอบถามสาวใช้นามเสี่ยวถงซึ่งฟางเจียอีคนเก่าบอกเอาไว้ว่าอยู่กับนางมาตั้งแต่ยังเด็กและไว้วางใจได้
“ข้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
“บ่าวเป็นคนพาท่านขึ้นรถม้ามาเจ้าคะ ยามนั้นคุณหนูหน้าซีดขาวยิ่งนัก มือเท้าล้วนเย็นเฉียบคล้ายคนตาย เมื่อมาถึงที่จวน ฮูหยินถึงกับร้องห่มร้องไห้เรียกหมอมาถึงสามคนเพื่อรักษาท่านเจ้าค่ะ”
“แล้วอย่างไรต่อ”
“หมอเหล่านั้น คนหนึ่งฝังเข็ม คนหนึ่งกดจุด คนหนึ่งสั่งยา ไม่นานสีหน้าคุณหนูก็ดีขึ้น จากนั้นพวกเขาก็บอกว่าเพียงโดนไอเย็นมากเกินไปและให้พักผ่อนมากๆเจ้าค่ะ” สาวใช้เสี่ยวถงบอกเล่าก่อนจะเอ่ยคำถามซึ่งค้างคาใจออกมา
“ที่บ่าวเห็นไม่ใช่เพียงโดนไอเย็นแน่ ครูพิณผู้นั้นทำอันใดกับคุณหนูหรือเจ้าคะ” แม้นางจะเป็นสาวใช้คนสนิท แต่เมื่อคุณหนูสั่งห้ามไม่ให้ติดตามเข้าไป จึงได้แต่นั่งรอด้านนอกอย่างกระวนกระวาย ยามเมื่อครูพิณผู้นั้นวิ่งออกมาเรียกให้เข้าไปช่วยคุณหนู นางถึงกับตกใจเมื่อเห็นสภาพอันน่ากลัวของคุณหนูสามของนาง
“เขาทำอันใดหรือ” อิงดาวในร่างของฟางเจียอีเค้นเสียงออกมาด้วยความแค้นแทนฟางเจียอีตัวจริง แต่นางไม่สามารถบอกความจริงแก่สาวใช้ได้จึงได้แต่ปัดให้เรื่องผ่านไป
“ช่างเถอะ เอาไว้ข้าจะแก้แค้นเขาเอง”
ตอนที่ยี่สิบหก เอาแต่ใจองค์หญิงน้อยทั้งสองแสดงความเคารพนอบน้อมก่อนจะเชิดหน้าขึ้นมาให้ผู้คนได้เห็นอย่างชัดเจน โอ้โฮ...หน้าตาคมเข้ม สวยบาดตาบาดใจทีเดียว รูปร่างก็ไม่เบา ทั้งทรวงอกอะร้าอร่าม สะโพกกลมกลึง พวกนางใส่ชุดบางเบาเน้นให้เห็นเรือนร่างอย่างตั้งใจถึงเพียงนี้เชียว ฟางเจียอีมององค์หญิงทั้งสองแล้วปรายตามองไปทั่วท้องพระโรง สายตาของชายหนุ่มทุกคนต่างจับจ้องมองร่างเย้ายวนขององค์หญิงต่างแคว้นอย่างสนใจ โดยเฉพาะองค์ชายสามซึ่งถึงกับน้ำลายหกจนชายารองต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาช่วยเช็ดให้ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ “เราต้องขอบพระทัยเสด็จพ่อของพวกเจ้าที่ส่งธิดาแสนงดงามมาถึงสององค์ เอาล่ะในสาสน์นี้ได้เขียนขอเอาไว้ว่าอยากให้พวกเจ้าทั้งสองได้เลือกชายหนุ่ม
ตอนที่ยี่สิบหก เอาแต่ใจทันทีที่สายตาของครูพิณหนุ่มหยุดอยู่ที่ฟางเจียอีซึ่งยืนอยู่ไกลๆ หญิงสาวถึงกับใจหายวาบเกรงว่าเขาจะพูดสิ่งใดออกมาทำให้สวามีระแวง โชคดีที่สนมขั้นเฟยอดใจไว้ไม่อยู่ จึงคว้ากระบี่ยาวในมือองครักษ์ด้านข้างเสือกแทงเข้าไปในร่างของครูพิณหนุ่มด้วยตนเอง ร่างขาวบอบบางค่อยๆทรุดลงบนพื้นหญ้าทั้งๆที่สายตายังอยู่ในอาการไม่อยากเชื่อ ฟางเจียอีหมุนกายกลับเข้าตำหนักทันทีด้วยใจระทึกและไม่อยากรับรู้เรื่องอื่นแล้ว อุตส่าห์มีชีวิตใหม่ได้มาเข้าร่างอื่นทั้งที ทำไมถึงสิ้นคิดขนาดนั้น 
ตอนที่ยี่สิบห้า สอนแบบนี้เองหรือฟางเจียอีจับโต๊ะกลางเอาไว้ให้มั่นเพื่อโยกสะโพกสอดส่ายควงโยกย้าย มือหนาเอื้อมมาบีบเคล้นทรวงเต่งซึ่งเด้งไหวไปตามจังหวะ ก่อนทั้งสองร่างจะขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกันอีกครา หญิงสาวหันร่างมาผลักสวามีหนุ่มให้พิงร่างไปกับโต๊ะกลางบ้าง หยางจินอี้เอนร่างรอดูว่าชายาสาวจะมีท่วงท่าใดมาให้เขาแปลกใจจนเมื่อร่างบางหันหลังแล้วจับแท่งทวนสอดใส่เข้าไปในร่องน้ำของตนเอง หญิงสาวเด้งร่างขึ้นลงขย่มราวแก่นกายของชายหนุ่มเป็นของเล่นอันหฤหรรษ์ หยางจินอี้เพียงยกสะโพกรับการขึ้นลงของชายาสาวจนนางพอใจ เมื่อโยกจนหมดแรงฟางเจียอีจึงเอนร่างนอนลงบนโต๊ะบ้าง องค์ชายหนุ่มยกขาเรียวขึ้นพาดบ่าทั้งสองข้างแล้วยืนทิ่มแทงตอกย้ำเข้ากลางกายสาวอย่างรุนแรงจนฟางเจียอีหัวสั่นหัวคลอน เต้าทรวงอวบเด้งสั่นไหวเรียกให้หยางจินอี้ต้องเอื้อมมือไปบดขยี้จนหนำใจสองหนุ่มสาวโยกร
ตอนที่ยี่สิบสี่ ตั้งตรงไว้ก่อน ฟางเจียอีอ้างเรื่องการมีรอบเดือนซึ่งทำให้มีอารมณ์แปรปรวนจนองค์ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เป็นเช่นนั้นเองหรือ หากเจ้าหงุดหงิดด้วยเรื่องนั้นก็ควรให้หมอตรวจดูสักหน่อย ดีหรือไม่” “หม่อมฉันมักเป็นเช่นนี้ทุกเดือนเพคะ หากทำให้เสด็จพี่ไม่พอใจก็คงต้องหลบลี้หนีหน้าในช่วงนั้นนะเพคะ” “ไม่ต้องหรอก พี่เข้าใจดีแล้ว” หยางจินอี้รู้สึกดีขึ้นเมื่อได้รู้ถึงสาเหตุแห่งความตึงเครียดของชายาสาว “วันนี้น้
ตอนที่ยี่สิบสาม ไม่ยุ่งเกี่ยว ฟางเจียอีคิดอย่างทอดถอนใจ แม้จะอยากช่วยเหลือองค์หญิงใหญ่แต่นางคงไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป จะให้ออกไปห้ามปรามในยามนี้ก็คงจะเสี่ยงเกินไป ได้แต่รอดูไปก่อนโดยหวังว่าองค์หญิงน่าจะหยุดยั้งเอาไว้ได้ก่อนที่จะโดนสอดใส่ดังเช่นที่นางเคยหยุดยั้งองค์ชายสี่เอาไว้ได้หลายครา ร่างขาวของครูพิณไหลตัวลงยังเบื้องล่างของกายสาวเพื่อสอดลิ้นส่งความหวามไหวให้องค์หญิงน้อยจนเสียงครวญครางดังลอดออกมา ร่างบางขององค์หญิงดิ้นซ้ายขวาบ่งบอกถึงอารมณ์ซ่านเสียว มือขาวของครูพิณเอื้อมขึ้นมาบีบขยำทรวงเต่งจนฟางเจียอีรู้สึกเจ็บแทนมองคนอื่นกลับรู้สึกเจ็บ แต่ยามตนเองโดนบดขยี้กลับรู้สึกดีจนต้องขอให้บีบจนบี้แบนหญิงสาวคิดขำ แม้จะมองไม่ชัดแต่นางแน่ใจว่ารุ่นพี่ในร่างของครูพิณย่อมไม่ใช้เวลากับการโลมเล้านานนักเพราะเขาใจร้อนเกินไปความคิดของฟางเจียอีย่อมเป็นจริงเมื่อชายหนุ่มเคลื่อนร่างขึ้นทาบทับแล้ว“กระหม่อมจะเข
ตอนที่ยี่สิบสาม ไม่ยุ่งเกี่ยว“ตัวจริงของพวกเขาก็ตายไปแล้ว จะมาแก้แค้นอะไรกัน พี่แค่อยากบอกให้อิ๊งค์รู้ว่ายังมีพี่เป็นเพื่อนในโลกที่ไม่ใช่ของพวกเรา ถ้าอยากให้พี่ช่วยอะไรก็บอกได้” เสียงอ่อนนุ่มพยายามเอ่ยคล้ายหวังดี“คงไม่ต้อง ตอนนี้อิ๊งค์คือชายาเอกขององค์ชายสี่ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายมาก และจะสบายมากขึ้นถ้าพวกเราไม่ต้องติดต่อหรือพบเจอกันอีก” อิงดาวตัดความสัมพันธ์อย่างไม่รั้งรอ“แน่ใจหรือว่าสุขสบายดี ไม่คิดถึงพี่แน่หรือ” รุ่นพี่หนุ่มในร่างครูพิณขยับเข้าใกล้เพื่อเล้าโลมตามที่เคยกระทำในร่างก่อน“อย่าเข้ามาใกล้นะ ไม่เช่นนั้นพี่คงไม่ได้ตายดี” ฟางเจียอีขยับถอยห่างพร้อมข่มขู่“แหม...ได้เป็นชายามียศศักดิ์ถึงกับขู่พี่เสียแล้ว พี่แค่อยากมอบความสุขให้เหมือนเดิมแค่นั้น” สายตาโลมเลียมองไล่ไปทั่วร่างบาง“ร่างนี้สวยงามน่ารักน่ารังแกกว่าร่างเก่าของเธออีกนะ ทั้งอกก็เต็มล้นกว่า เอวก็เล็กแต่สะโพกกลับใหญ่ หน้าตาก็อ่อนหวาน นี่ถ้าได้ออกกล้องยอดเงินต้อง







