INICIAR SESIÓN“เกลือนี่ข้าผลิตเป็น รับรองว่าไม่เหมือนเกลือแบบที่พวกท่านใช้ ยานี่ก็มีสรรพคุณมากมาย บางที…หากท่านยอมจ่ายเยอะเสียหน่อย ข้าอาจจะยอมขายให้ในปริมาณที่มากกว่าคนอื่น” เสียงต่อรองทำเขากุมขมับ นางหาเงินมาตลอดทาง หากไม่ได้เป็นเงินก็ต้องเป็นเสบียงที่ทำให้อิ่มท้องกันทุกคน แต่แปลก บางทีนางได้ข้าวมาเพียงห่อสองห่อ แต่เมื่อนางเข้าำปเก็บของ อาหารมากมายในลังไม้กลับพอกพูน!! “ข้าจะไม่ถามว่าเจ้านำอาหารพวกนี้มาได้อย่างไร แต่ข้าอยากให้เจ้าระวังสักหน่อย สายตาหลายคู่ไม่ค่อยอยากเป็นมิตรนัก!“ ”แค่มีท่านข้าจำเป็นต้องกลัวอะไรกัน หากสงครามสงบ ข้าจะเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในยุคนี้!!“
Ver más”เราจะเอาตัวนางไปเป็นภาระทำไมกัน ให้นางนอนตายตรงนี้เสียยังดีกว่า“
”ใช่ข้าเห็นด้วย อาซือกับอาเหยียนเป็นบุรุษอย่างน้อยก็ควรเอาไปด้วย“ ”พวกเราจะแบกรับภาระบ้านรองไปทำไม รอดก็มีบุญ ตายก็ถือว่าหมดกรรม“ เสียงพูดคุยที่นางได้ยินทุกคำแต่คล้ายว่าขยับตัวไม่ได้ทำนางจำใจต้องหลับตาอยู่อย่างนั้น ก่อนจะมีภาพแทรกซ้อนเข้ามาในหัว เป็นภาพหญิงสาวที่อยู่ในจวนใหญ่โต แต่กลับถูกกดขี่หลังผู้เป็นบิดาออกไปราชการที่ชายแดนแล้วไม่กลับมาอีกเลย ไม่เคยได้ยินข่าวคราว จนทุกคนทำใจว่าบางทีถานต้าอู๋อาจไร้ชีวิตแล้วในภพนี้ นางมีน้องชายวัย2ขวบและพี่ชายกำลังรอการสอบเป็นบัณฑิต ตั้งแต่สูญเสียมารดาผู้ให้กำเนิด ภาระทั้งหมดตกอยู่บนบ่าของถานเตียนเถียนและเพราะเป็นบ้านรอง แม้มีผู้ใหญ่ในบ้านแต่ก็ไร้คนช่วยเหลือ “เตี้ยนเตี้ยนฟื้นเถอะ หากเป็นเจ้าต้องตายให้พี่ใหญ่ตายเสียยังดีกว่า” เสียงแหบเล็กๆข้างหูทำนางขมวดคิ้ว คล้ายกับว่ามีใครบางคนไม่ยอมให้นางลืมตา แต่อยากให้นางจำทุกอย่างเอาไว้ก่อน ”ทำไมถึงได้ยินภาษาแปลกๆ ทำไมถึงเห็นและรับรู้เรื่องราวพวกนี้!!“ ในสมองของนางประมวลทุกอย่างอย่างยากลำบาก คนที่ชื่อเดียวกันหน้าตาเหมือนกันนี่คืออะไร ไม่ใช่ว่า เธอเป็นถานเตียนเถียนที่ทำงานในองค์กรการกุศล แล้วถูกฆ่าชิงทรัพย์เมื่อคืนนี้เหรอ เหตุใดตอนนี้จึงไม่เจ็บเลยสักนิด แต่ที่หน้าแปลกคือแม้แต่ความคิดนางก็ยังใช้ภาษาโบราณได้อย่างคล่องปาก ระหว่างที่คิดทบทวน มีภาพมากมายผุดขึ้นมาในหัว เห็นว่าเด็กสาวที่ชื่อถานเตียนเถียนชื่อเดียวกับนาง ป่วยเซาะแซะมาหลายวัน แต่ฝืนร่างกายออกไปทำงานบ้าน จนเมื่อคืนนี้จู่ๆก็หยุดหายใจไปดื้อๆ ”ฝากที่ใหญ่กับน้องเล็กด้วย ข้าคงไม่มีวาสนา มีเพียงของที่ให้ไว้ช่วยเหลือเจ้า!!“ เสียงที่ผ่านลมมาทำนางผุดลุกขึ้นนั้ง พรึบ ”ทะลุมิติงั้นเหรอ!!“ สายตาหวานกวาดมองไปรอบด้าน ตอนนี้นางอยู่ในบ้านเก่าๆแต่ยังถือว่าดีกว่าในนิยายที่อ่านเจอว่านางเอกทะลุมิติมาในคอกหมู เป็นแบบนั้นสู้กัดลิ้นตายอีกรอบดีกว่า แต่กลิ่นเหม็นอับจนแทบขย้อนออกมานี่ก็ไม่ต่างกันนัก “ที่นี่ที่ไหน” จึกๆ นิ้วๆเล็กๆจิ้มลงมาบนแขนผอมแห้งจนนางต้องหันไปมอง “เจ้า…น้องสามงั้นหรือ” ดวงตาแป๋วแหว๋วที่ส่งมาทำนางน้ำตาปริ่มๆจะไหล “น้องรอง” เสียงแหบทุ้มของบุรุษทำนางกลั้นใจเงยหน้าขึ้นไปมองฝั่งตรงข้าม “พี่ใหญ่หรือ” แม้อยากกรี๊ดออกมาดังๆแค่ไหนก็ทำได้แค่ข่มใจ ใบหน้านวลเริ่มเบะออกมากวาดตามองไปรอบๆ ตายด้วยความทรมานในโลกเดิมไม่พอ ทะลุมิติมาแล้วยังรันทดกว่าเดิมอีก!! “ข้าดีใจที่เห็นเจ้าฟื้นขึ้นมาเสียที” คำพูดที่แฝงความดีใจแต่สายตากลับเศร้าสร้อยทำนางรู้ว่าเป็นเพราะอะไร “พวกเขา…หมายถึง…คนที่มาเมื่อครู่ จะทิ้งข้าไว้ที่นี่งั้นหรือ” นางพึ่งตะหนักได้ถึงลำคอที่แห้งผากเมื่อเอ่ยออกไปแล้ว “ดื่มน้ำเสียหน่อย” พี่ใหญ่อย่างถานปิงเหยียนรีบเทน้ำชาเย็นชืดให้น้องสาว แม้จะไม่อยากกินอะไรแต่ก็ต้องกลั้นใจยกขึ้นมาดื่ม “ท่านย่าและป้าสะใภ้จะพาพวกข้าย้ายไปที่เหิงเตียน พวกเขา…” สายตาคมหลบตาน้องสาววูบก่อนจะถอนหายใจ “พวกท่านคงมีแค่ท่านกับน้องสาม ท่านอยากไปหรือไม่” นางจำได้ดีถึงการฝากฝังของคนในความฝัน แต่จะทำอย่างไรหากบุรุษตรงหน้าอยากไป แล้วนางรั้งไว้ได้หรือ ทุกอย่างต้องถามความสมัครใจทั้งนั้น “ข้าไม่อยากไป แต่ว่า…เตี้ยนเตี้ยนตอนนี้สงครามกำลังรุนแรงขึ้น ไม่ช้าจะมีทหารเข้ามาเต็มพื้นที่ หากข้าไม่ไป…ความฝันที่จะได้เป็นบัญฑิตคงจบลง” นางกระพริบตาปริบปริบ “เช่นนั้นเอาน้องเล็กไว้กับข้า” เด็กที่นั้งตาแป๋วอยู่ข้างนางมีอายุเพียง2ขวบปีเห็นจะได้ นางจะปล่อยให้ไปลำบากลำบนได้อย่างไรกัน “เช่นนั้นเจ้าต้องพูดกับท่านย่าเอง เตี้ยนเตี้ยนที่พี่ยอมทิ้งเจ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ตัว แต่หากพี่มีชีวิตที่มั่นคงกว่านี้ จะปกป้องเจ้ากับน้องเล็กได้ หากเราอยู่ด้วยกัน เราอาจจะตายระหว่างหนีจากภัยสงคราม” คนพูดดวงตาแดงก่ำ ไม่กล้าสบตานางตรงๆ “ข้า…เพราะว่าพ่อแม่ฝากฝังไว้ให้ดีกับท่านและน้องเล็กให้มาก ลองทบทวนอีกทีดีหรือไม่ ไปตอนนี้ก็ใช่ว่าจะได้สอบบัญฑิต สงครามเกิดเช่นนี้ไม่แน่ว่า…อาจจะต้องเลื่อนไปก่อน ท่านจะอยู่กับความกดดันของบ้านใหญ่ได้หรือ” ในฝันนางเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่เมื่อก่อนจนปัจจุบัน นางรู้ดีว่าคนพวกนั้นต้องการถานปิงเหยียนไปเพราะเป็นบุรุษเอาไว้พึ่งพาได้เท่านั้น “ข้าจะขัดคำสั่งบ้านใหญ่ได้อย่างไร หากทำเช่นนั้นเจ้ากับน้องเล็กคงถูกทุบตี” นางพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเงียบเสียงลงและใช้ความคิด “หากท่านป่วยใกล้ตายก็ไร้ประโยชน์มิใช่หรือ!!”“ข้าจะเอาน้ำเปล่าและเครื่องดื่มชูกำลังออกมาไว้บนเกวียนเปล่า ท่านทยอยไปขนนะเจ้าคะ” เพราะตอนนี้กำลังวุ่นวาย นางจึงกระซิบบอกเขาก่อนปีนขึ้นไปบนเกวียนที่เอาไปขนของและนำน้ำเปล่าขวดเล็ก เครื่องดื่มชูกำลัง โสม และกาแฟกระป๋องออกมานับแสนขวด ทหารที่ต่อแถวและได้รับของอย่างครบถ้วน มีใจหึกเหิมและมีแรงจัดการข้าศึก“ขอบใจสำหรับเสบียง” แม่ทัพใหญ่แห่งจี้โจวเป็นคนนำกำลังทหารออกไปรบด้วยตนเองขี่ม้าเข้ามาหยุดตรงหน้านาง ตงซื่อเฉิงจึงรีบยื่นดาบให้“ดาบนี้ทำมาจากแร่ชั้นดี ทนทานและแกร่งให้ท่านแม่ทัพไว้ปราบศัตรูขอรับ“ การมีอาวุธดีย่อมพาชัยชนะกลับมาโดยง่าย แต่หากจะให้เขาแจกให้ทุกคนเกรงว่าจะมีคนสงสัย”พวกท่านทั้งสองคนมีบุญคุณกับจี้โจวจริงๆ วันพรุ่งนี้ซางกุ่ยจะนำพวกท่านไปที่เรือนหลังใหม่“ นางและตงซื่อเฉิงก้มหัวลงไปเป็นการขอบคุณ”เอาชนะให้ได้นะเจ้าคะ ถือว่าข้าอวยพรในฐานะคนแคว้นจี้โจวคนนึง“ถานเตียนเถียนและตงซื่อเฉิงมองขบวนรถม้าที่ออกไปจนลับสายตา ในใจนางภาวนาให้ทุกแคว้นที่พักดีต่อองค์ชายรองได้รับชัยชนะ และแต่งตั้งองค์ชายขึ้นเป็นองค์รัชทายาท หากใต้หล้าได้คนที่มีใจคุณธรรมเป็นคนปกครองคงสงบร่มเย็นไม่น้อย“ไปพักเถอะ เจ้
“เช่นนั้นควรทำอย่างไร” เขาไม่เคยเจอการทำศึกที่ฉลาดเช่นนี้ และไม่เคยเจอศึกที่พร้อมตลบหลังตลอดเวลาคล้ายคนคิดกลไกลไม่มีความเป็นบุรุษพอ นอกจากไม่เผชิญหน้ายังไม่มีสาร์นท้ารบ และยังฆ่าแกงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ข่มขวัญอีกต่างหาก“ซุ่มโจมตีขอรับ” “ซุ่มโจมตีงั้นหรือ ชายชาติทหารไม่ทำกัน” เขามีแต่สู้ซึ่งๆหน้าทั้งนั้น“แต่เพราะกลยุทธ์การรบที่เปลี่ยนไป ในเมื่อกบฏไม่เคยมองที่กติกา เหตุใดเราต้องทำตามกติกาหรือเจ้าคะ การเสียกำลังพลโเดเปล่าประโยชน์เป็นเรื่องไม่สมควร” ถานเตียนเถียนที่รักความถูกต้อง แต่ครานี้นางยินดีผิดกติกานิดหน่อยในเมื่อคนเหล่านั้นไม่อยู่ในกติกาตั้งแต่ทีแรก“ที่สำคัญ ทั้งสี่แคว้นจะส่งกำลังพลมากมายไปช่วยวังหลวง แล้วปล่อยให้ชาวบ้านผจญกับความหวาดกลัวหรือเจ้าคะ” สิ่งที่นางพูดล้วนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ตลอดเวลาที่หนีภัยสงคราม เห็นคนเจ็บคนตายจำนวนมาก เท่านั้นยังไม่พอคนโดนปล้นก็มีไม่น้อย หากปล่อยผ่านเรื่องนี้ทั้งที่ช่วยได้ นางและเขาคงไม่ใช่มนุษย์แล้วกระมัง“เอาตามท่านสองคนว่า เรามาวางแผนกันเถอะ” ในเมื่อองค์ชายรองเชื่อใจทั้งคู่ เขาที่เป็นแม่ทัพใหญ่จะเชื่อบ้างมิได้หรือ“ข้าศึกพวกนั้นเดินทางผ่าน
“เย็นนี้ข้าจะพาทุกคนมากินอาหารที่ภัตตาคาร ตอนนี้พวกเรากลับไปอาบน้ำกันก่อนดีกว่า” นางบอกทุกคนเมื่อเห็นภัตตาคารอาหารจีนร้านใหญ่อยู่ตรงหน้า นางเองก็อยากลองชิมเช่นกัน“จะไม่สิ้นเปลืองไปหรือเตี้ยนเตี้ยน” เป็นอาสามของนางก็ขมวดคิ้วอย่างคิดไม่ตก“ตราบใดที่มีข้า ทุกคนจะไม่อดตาย เราเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย เมื่อได้ที่นอนดีๆ อาหารก็ต้องดีด้วยเจ้าค่ะ เตรียมเกลือของท่านอาให้พร้อม ข้าคิดว่า ข้ากำลังจะเจอขุมทรัพย์ที่เราจะหาเงินไปตั้งหลักได้แล้วเจ้าค่ะ” สายตาหวานมองไปยังหอโอสถชื่อเดียวกับเมืองจง นางมั่นใจว่าคนที่หนีภัยสงครามมาต้องมีครอบครัวอยู่ที่นี่แน่นอน หากนางขายสมุนไพรอีกเขาผู้นั้นย่อมรู้ว่านางโกหกว่ามีสมุนไพรเพียงเท่านั้น แต่หากนางขายเกลือและบอกว่านางนั้นผลิตเกลือเป็นนางจะได้ลูกค้าในระยะยาว“ขอประทานอภัยแม่นางถาน ข้าเป็นคนขอท่านแม่ทัพใหญ่แห่งจี้โจว เพราะจดหมายฉบับนั้นที่องค์ชายรองฝากมา ท่านแม่ทัพจึงอยากพบท่าน!!“ นางกับตงซื่อเฉิงลอบมองหน้ากันอย่างหนักใจ ป่านนี้ความลับที่นางมียาวิเศษคงรั่วไหล“หากจะเอาหลานสาวข้าไปพวกข้าก็จะไปด้วย ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน” อาสามที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดในนี้เอ่ยขึ้นเสียงดังฟ
“อาสามเจ้าพูดเกินไป อ่อ เตี้ยนเตี้ยน เรื่องที่พวกอาจะกลับไปเป็นนายอำเภอคงพับไว้แล้วหล่ะ อาสะใภ้กับอาสามปรึกษากันว่า จะกลับไปทำสวนที่หารตง หากภัยสงครามสงบ ไม่อยากรบกวนเจ้ากับบ้านสามีนัก” สิ่งที่ได้ยินอาสะใภ้พูดมาทำนางรีบละมือจากการเก็บข้าวของ”ไม่ลำบากเลยสักนิด ท่านอาสะใภ้บอกข้าว่าจะเปิดหอโอสถด้วยกันหนิเจ้าคะ!!“ นางหันไปพูดคุยกับอาสะใภ้อย่างตั้งใจ ดวงตากลมโตฉายแววไม่เข้าใจ“ข้ากับอาสามเจ้ากลัวจะเป็นภาระ เราสองคนไม่มีทรัพย์สินใดติดตัวมา เจ้าอาจจะเหนื่อยที่ต้องพยุงข้าสองคนเดินไปด้วยกัน” ตอนมารับหลานชายพวกนางนำทรัพย์ติดตัวมาเพียงเล็กน้อย เพราะตั้งใจว่าขะรีบไปรีบกลับมาดูแลลูกบ้าน ไม่ทันคิดว่าจะเจอข้าศึกเข้า“เรื่องนั้นท่านอาอย่าได้เป็นกังวลไปเลยเจ้าค่ะ จำได้หรือไม่ที่ข้ามอบเกลือแก่ท่านอาเอาไว้ นั่นจะเป็นทุนรอนไว้สร้างตัวได้แน่นอน” เมื่อถานเตียนเถียนพูดถึงเกลือ นางก็นึกขึ้นได้ รีบเอาห่อผ้ามาแกะและพบว่ามันยังอยู่ดี“ข้าลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน!! ขอบใจมากนะเตี้ยนเตี้ยน” นางน้ำตาปริ่มจะไหล จากชีวิตที่สิ้นหวังบัดนี้เหมือนมีแสงสว่าง รวบตัวหลานสาวสามีมากอดแนบอก ตลอดทางที่มาเป็นถานเตียนเถ

















