LOGINตอนที่สอง
โชคดีที่ลืมของ
“ข้างในน้องรัดนิ้วพี่จนเจ็บเชียว แสดงว่ายังแน่นอยู่ คงเพิ่งเคยไม่กี่ครั้งสินะ” รุ่นพี่หนุ่มสันนิษฐาน
“ไม่เคยสักครั้งต่างหาก” อิงดาวรีบบอกความจริง
“หา!...ถ้าอย่างนั้นพี่จะทำให้น้องได้รู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร” รุ่นพี่หนุ่มรีบฉวยโอกาสโอ้อวดก่อนจะจับร่างบางนอนลงกับพื้นแล้วเตรียมสอดใส่ด้วยความฮึกเหิม
อิงดาวเตรียมจะร้องห้าม เธอไม่คิดว่าเขาจะจู่โจมถึงขนาดนี้
แต่เนื้อเข้าปากแล้วมีหรือที่คนจะยอมคายออก เมื่อเห็นว่ารุ่นน้องสาวเริ่มดิ้นรน รุ่นพี่หนุ่มจึงรีบแทงเข้าไปอย่างไม่เล้าโลมอีก
“โอ๊ย!...” อิ๊งค์ร้องด้วยความเจ็บปวด เธอเคยอ่านมาว่าครั้งแรกของผู้หญิงต้องเจ็บบ้าง แต่นี่มันเจ็บมากกว่าที่คิดเยอะเลย
รุ่นพี่หนุ่มกลัวว่าร่างข้างใต้จะร้องโวยวายจึงรีบทิ่มเข้าไปให้สุดโดยไม่สนใจเสียงร้องของหญิงสาว เมื่อได้สมใจแล้วจึงค่อยขยับช้าลงเพื่อให้ร่างบนพื้นคุ้นเคย
“เดี๋ยวก็สนุก รับรองว่าดีกว่าช่วยตัวเองเยอะ แล้วจะติดใจจนต้องมาให้พี่ช่วยบ่อยๆ” รุ่นพี่หนุ่มคุยโม้อีก ก่อนจะเร่งความเร็วเมื่อความเสียวเริ่มถาโถม
มือหนาเอื้อมมาปลดกระดุมเสื้อเพื่อขย้ำขยี้ทรวงอกอวบอิ่มพร้อมกับกระแทกสะโพกไปด้วยอย่างสุขสมใจ
คิดไม่ถึงว่าแค่กลับมาเอาของจะได้สะบะระฮึ่มสาวสวยแถมยังเป็นคนแรกอีกด้วย โชคดีจริงๆ
รุ่นพี่หนุ่มคิดขณะโยกเอวเข้าออกอย่างเร็วจนไม่นานสองร่างก็เกร็งกระตุกไปไล่ๆกัน
อิงดาวซึ่งโดนสอดใส่อย่างไม่ทันตั้งตัวได้แต่ปล่อยเหตุการณ์เลยตามเลยด้วยคงไม่สามารถเรียกร้องหรือโวยวายอะไรได้เพราะการที่เขาเข้ามาเห็นภาพเธอช่วยตัวเองก็คล้ายการเป็นการเชิญชวนในทีอยู่แล้ว
เมื่อได้ลองการร่วมรักของจริงอิ๊งค์พบว่าสิ่งที่รุ่นพี่กล่าวไว้ไม่ผิดเพราะความรู้สึกช่างแตกต่างจากการช่วยตัวเองอย่างมาก จนในที่สุดอิ๊งค์จึงตัดสินใจชวนรุ่นพี่หนุ่มมาเปิดกล้องถ่ายออกทางช่องของเธอเพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มไม่ปฎิเสธ
ด้วยรูปร่างเพอร์เฟคดั่งนักกีฬาของรุ่นพี่หนุ่มซึ่งมีความสูงถึง189ซม.ในขณะที่อิ๊งค์สูงเพียง160ซม. ทำให้ความแตกต่างของขนาดรูปร่างเป็นข้อลวงล่อให้ผู้ชมชื่นชอบด้วยคล้ายหญิงสาวโดนรังแกอย่างไม่มีทางสู้
อีกทั้งขนาดแท่งกายของชายหนุ่มเมื่อเทียบกับช่องทางรักอันน่ารักของหญิงสาวก็ส่งให้ผู้ชมฮึกเหิมอยากทะลวงความจิ้มลิ้มนั้นบ้างจนช่องของอิงดาวได้รับความนิยมพุ่งสูงมีรายได้มากขึ้นหลายเท่าตัว
อิ๊งค์หรืออิงดาวเปิดกล้องแสดงการร่วมรักมาหลายเดือนจนเริ่มซ้ำซาก แม้รุ่นพี่หนุ่มจะเคยเสนอให้ชวนเพื่อนชายคนอื่นมาร่วมด้วยแต่เธอไม่อยากทำแบบนั้น จึงคิดได้แค่ออกนอกสถานที่กันบ้าง
วันเกิดเหตุ พวกเขาได้ออกไปเช่าบ้านพักต่างจังหวัดเพื่อถ่ายการร่วมรักให้เห็นวิวธรรมชาติ ขณะกำลังเตรียมการถ่ายโดยรุ่นพี่หนุ่มตั้งกล้องเรียบร้อยแล้วจู่ๆฝนก็ตกหนักลงมาในขณะที่เธอซึ่งสวมชุดบางเบาเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
อิงดาวเดินไปปิดหน้าต่างซึ่งเปิดอยู่จนน้ำฝนสาดพื้นเปียกปอน ใครจะทันคิดว่าสายไฟซึ่งลากผ่านน้ำฝนจะเกิดรั่วขึ้นมาจนช็อตร่างบางสั่นสะท้าน หญิงสาวพยายามอ้าปากเพื่อตะโกนเรียกรุ่นพี่หนุ่มแต่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ สมองของอิงดาวมึนงงชา เธอรู้สึกหายใจลำบาก ก่อนจะหมดสติไปในที่สุด
หญิงสาวนอนครุ่นคิดถึงร่างเดิมจนเกือบเช้า แม้อิงดาวจะไม่ได้มีชีวิตที่สดใสดั่งหน้าตา แต่อาจด้วยความคุ้นชินทำให้เธอรู้สึกใจหายที่ต้องมาอยู่ต่างที่ต่างทางโดยไม่ได้เป็นแม้กระทั่งตัวเอง
ตอนที่ยี่สิบเจ็ด กลางวันรบข้าศึกแม่ทัพหนุ่มมองทหารซึ่งรอดชีวิตอยู่บนเรือลำข้างก่อนจะออกคำสั่งให้ทุกคนรีบอพยพออกจากเรือโดยด่วนด้วยยังพอมีเวลา หมอชายทั้งสองจึงขอนำข้าวของเครื่องใช้ที่มีประโยชน์ไปด้วย ประกอบกับต้องขนลูกกระสุนปืนใหญ่อีก เรือรบเฉียงต้าแล่นเข้ามาใกล้ขณะเรือเล็กถูกพายไปมาระหว่างเรือทั้งสองลำจนค่ำมืดแม่ครัวชุนเหนียงกับว่านจินเจียวขอตัวไปเตรียมอาหารก่อนจะออกมานั่งกินร่วมกันอย่างหิวโหย“พวกเจ้าหนีออกไปที่เรือลำข้างได้อย่างไร” แม่ทัพใหญ่เอ่ยถามขึ้นก่อน“นั่นต้องยกความดีให้จินจิน นางเป็นผู้หลอกล่อพวกนั้นจนพวกมันวางใจขังพวกเราไว้ที่ห้องเสบียง จากนั้นนางจึงพาพวกเราหนีออกมาลงเรือเล็กที่ซ่อนไว้” หมอหญิงซางไป๋อันเป็นคนเล่าแล้วกล่าวชื่นชม“ไม่เสียแรงที่พี่วางใจ” ฮัวจางเหว่ยหันไปจุมพิตแก้มนวลอย่างหน้าไม่อาย“อื้อ...พี่เหว่ย” ว่านจินเจียวหน้าแดงก่ำก้มหน้างุดด้วยไม่อยากสบสายตาหยอกล้อ“แล้วพวกท่านมาช่วยพวกเราได้อย่างไร&rd
ตอนที่ยี่สิบหกทำอย่างไรดี“พวกมันหันปากกระบอกปืนใหญ่มาทางเรือของเราแล้ว” ทหารคนหนึ่งตะโกนโวยวายจนสามสาวต้องวิ่งตาลีตาเหลือกมารวมตัวกันมองดูที่ด้านหน้า“จริงด้วย หรือว่าพวกมันจะหากระสุนปืนใหญ่พบแล้ว” ชุนเหนียงอุทาน“อาจเป็นได้ หากพวกมันเข้าไปรื้อค้นในห้องเสบียงและเดินตามทางมาอาจบังเอิญพบที่ซ่อนของกระสุนปืน” สาวน้อยพึมพำเสียงแผ่ว“ทำอย่างไรดี หากพวกมันยิงเข้าใส่เรือของเรา พวกเราเละแน่” ชุนเหนียงยังคงโวยวายอย่างแตกตื่น“อาชุน เจ้าใจเย็นหน่อย ระยะห่างเพียงนี้ ใช่ว่าจะยิงโดน” หมอหญิงรีบปลอบเพื่อนสาวทหารบนเรือต่างเตรียมการเฝ้าระวังและหยิบอาวุธทุกอย่างขึ้นมาเตรียมต่อสู้ รวมทั้งเตรียมการซ่อมแซมเรือ“พวกเราแล่นให้ห่างอีกหน่อยได้หรือไม่” ว่านจินเจียวเดินไปสอบถามทหารซึ่งควบคุมการเดินเรือเพื่อให้พ้นรัศมีของปืนใหญ่“ได้ แต่ต้องค่อยๆไป” เสียงเคร่งเครียดตอบออกมาหญิงสาวไม่อยากกดดันจึ
ตอนที่ยี่สิบห้า สตรีของแม่ทัพทหารซึ่งมีอายุที่สุดบอกก่อนจะลงไม้พายก่อนคนแรกขบวนผู้หลบหนีพายออกมาอย่างเชื่องช้าด้วยน้ำหนักที่เกินกำลังของเรือ กว่าจะถึงกลางทางทุกคนก็เหงื่อตกกันแล้ว“เฮ้ย! พวกมันหนีไปโน้นแล้ว” โชคร้ายที่ทหารข้าศึกคนหนึ่งเหลือบมาเห็น“รีบพายเร็วเข้า” ชุนเหนียงเอ่ยเร่งอย่างแตกตื่นเมื่อมองเห็นทหารข้าศึกบนเรือต่างปรี่กันมาทางกราบเรือเพื่อหาทางมาล้อมจับพวกนางยิ่งเร่งเรือยิ่งแกว่งจนน่าหวาดเสียว“ใจเย็นๆ อย่าให้เรือล่ม” ว่านจินเจียวเอ่ยเตือน“พวกเจ้ารีบไปก่อนพวกเราไม่อยากเป็นภาระ” ทหารคนหนึ่งกระโดดลงจากเรือลงไปแช่ในน้ำทะเลอย่างผู้เสียสละ“ไม่ อย่าได้โง่เช่นนี้ หากถูกจับตัวได้ย่อมกลายเป็นภาระยุ่งยาก เจ้าเข้าใจหรือไม่ รีบเกาะเรือตามมา” ว่านจินเจียวตวาดอย่างโมโหทหารผู้นั้นคิดใคร่ครวญแล้วจึงยอมมาเกาะข้างลำเรือพลางช่วยตีขาพาเรือให้เร็วขึ้นเมื่อเห็นว่าการตีขาช่วยให้เรือเร็วขึ้นได้ ทหารที่ยังพอไหวจึงกระโดดลง
ตอนที่ยี่สิบสี่ เราต้องหนี “ห้องเก็บเสบียงดีหรือไม่เจ้าคะ ถึงอย่างไรก็ยังมีประตูที่คล้องกุญแจได้” ว่านจินเจียวเสนออาฉิวมองหญิงสาวอย่างไม่ไว้วางใจด้วยตั้งแต่ขึ้นเรือมานางมีท่าทางช่วยเหลืออย่างผิดแปลก“อย่าได้มองเช่นนั้น ข้าเพียงอยากอยู่อย่างสบาย ห้องเก็บเสบียงมีอาหารอยู่หลายอย่าง อีกทั้งยังไม่แคบจนอึดอัด” สาวน้อยรีบแก้ตัวทหารด้านหน้าวิ่งไปสำรวจห้องเสบียงแล้วกลับมารายงาน“เป็นห้องมิดชิด ไม่มีของสำคัญและมีกุญแจคล้องอยู่จริงขอรับ”“เห็นไหม ข้าบอกแล้ว” หญิงสาวรีบเอาความดีใส่ตัว“เช่นนั้นพวกเจ้ารีบเข้าไปอย่าได้ชักช้า” อาฉิวตะโกนเร่ง หมอทั้งสามและแม่ครัวสาวให้ช่วยกันพยุงทหารที่บาดเจ็บเดินเข้าไปกองที่ในห้องเสบียงจนแน่นขนัด“ส่วนเจ้า ข้าเคยได้ยินจากทหารว่าทำอาหารได้ รีบไปทำอะไรง่ายๆมาให้พวกเรากิน” อาฉิวชี้ดาบมาทางว่านจินเจียว“ให้พี่ชุนเหนียงช่วยได้หรือไม่เจ้าคะ นางคือแม่ครัวตัวจริง ส่วนข้าเป็นเพียงผู้ช่วยเท่
ตอนที่ยี่สิบสี่ เราต้องหนี ว่านจินเจียวเดินไปรวมกับหมอทั้งสามและแม่ครัวชุนเหนียง โดยมีทหารที่บาดเจ็บนั่งนอนกองอยู่หญิงสาวพยายามขยิบตาส่งสัญญาณกับหมอหญิงซางไป๋อันและแม่ครัวสาวด้วยหวังว่าพวกนางจะเข้าใจการกระทำในครั้งนี้“พวกมันถอดไม้และปลอกเหล็กออกไปบางส่วนอย่างที่คาด พวกเรารีบไปค้นหาให้พบ ถึงอย่างไรพวกมันย่อมต้องซ่อนไว้ในเรือลำนี้แน่” ข้าศึกที่ทำทีเป็นคนเจ็บแล้วลอบขึ้นเรือมาเร่งหาทางขับเคลื่อนเรือรบเพื่อให้ห่างออกจากชายฝั่งของตนเองว่านจินเจียวทบทวนความจำที่แม่ทัพใหญ่ฮัวจางเหว่ยเคยบอกเอาไว้ว่าเรือรบเฉียงต้าลำนี้เป็นเรือที่ใช้ใบและอาศัยแรงลมในการเคลื่อนที่ จึงมีเสาใบที่หัวเรือและกลางเรือด้วยแม่ทัพหนุ่มเคยพานางไปร่วมรักกระแทกกระทั้นกันบนเสาทั้งสองต้นอย่างน่าหวาดเสียว หญิงสาวจึงจำคำอธิบายได้อย่างแม่นยำ“จินจินน้อย เจ้ามองดูสิ เสาที่กางใบนี้ทำด้วยไม้สักใหญ่โต แล้วยังมีปลอกเหล็กคาดเป็นเปลาะๆ ที่สำคัญคือไม้นี่ เจ้าลองมองดูให้ดี ไม้นี้แม้จะเล็กแต่ใช้ป้องกันไม่ให้ใบเรือมาติดปลอกเหล็กแม้จะ
ตอนที่ยี่สิบสาม อย่าได้คิดต่อสู้รุ่งเช้า กองทหารต่างเตรียมตัวอย่างฮึกเหิม เสียงโห่ร้องดังก้องปลุกให้ว่านจินเจียวผวาตื่นและรีบลุกขึ้นวิ่งออกมา“พวกเขาจะไปกันแล้วหรือ” สาวน้อยหันไปถามแม่ครัวชุนเหนียงอย่างแตกตื่น“ใช่ แม่ทัพใหญ่มีคำสั่งให้เคลื่อนขบวนลงจากเรือแล้ว” แม่ครัวสาวตอบอย่างเคร่งขรึม สายตาห่วงใยมองออกไปโดยหยุดอยู่ที่กุนซือหลิวหยางนานเป็นพิเศษเหล่าทหารต่างทยอยลงเรือเล็กมุ่งหน้าไปใกล้ชายฝั่งของข้าศึกเพื่อรวมตัวโดยพร้อมเพรียงรอสัญญาณการบุกจากแม่ทัพหนุ่ม มองเห็นเป็นแนวยาวจากเรือทั้ง5ลำฮัวจางเหว่ยหันมาเห็นว่านจินเจียวจึงเดินเข้ามาหา“จำพื้นที่เรือเฉียงต้าได้ทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่”“ได้” หญิงสาวพยักหน้า“หากเกิดเหตุร้าย หรือมีข้าศึกบุกขึ้นมาให้รีบหนีออกไป อย่าได้สนใจเรือ ขอเพียงพวกเจ้าปลอดภัย พวกมันย่อมไม่มีตัวประกันไว้ต่อรอง” แม่ทัพหนุ่มกำชับก่อนจะก้มหน้ากดจุมพิตหนักลงมาแล้วผละจากไปโดยเร็วว่านจินเจียวผวาจะตามไปแต่เมื่







