แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: ขี่หอยทากซิ่ง
วันต่อมา อำนาจการดูแลจวนราชครูก็ถูกส่งมอบให้ซูเฉียนเยว่อย่างเปิดเผย เซี่ยเสวียนจี้กับซูเฉียนเยว่ยิ่งทำตัวติดกันไปไหนมาไหนด้วยกันในจวนอย่างโจ่งแจ้ง ท่าทางสนิทสนมแนบชิด

ข่าวลือเรื่องที่นางเป็นตัวกาลกิณีแพร่สะพัดไปทั่วอย่างหนักหน่วง นางรู้ดีว่านี่คือการที่เซี่ยเสวียนจี้กำลังบีบบังคับนาง

ไป๋จื่อโกรธจนขอบตาแดงก่ำ ทว่าเสิ่นจิงหลานกลับสงบนิ่งผิดปกติ นางเพียงแค่เช็ดกระบี่ประจำกายเงียบๆ ยังไงซะอีกไม่กี่วันนางก็จะจากไป ชาตินี้ไม่กลับมาอีกแล้ว

จนกระทั่งบ่าวชราที่เฝ้าจวนเก่าตระกูลเสิ่นวิ่งกระหืดกระหอบล้มลุกคลุกคลานเข้ามา น้ำตาอาบหน้า “คุณหนู แย่แล้วขอรับ มีคน มีคนอยู่ที่หน้าหลุมศพท่านแม่ทัพเฒ่า”

เสิ่นจิงหลานหัวใจกระตุกวาบ ควบม้าห้อตะบึงไปยังชานเมือง

สายฝนปะปนกับโคลนตม ภาพตรงหน้าทำเอาเลือดในกายของนางไหลย้อนกลับในพริบตา

ป้ายหลุมศพของท่านพ่อถูกทุบจนแหลกละเอียด เลือดสุนัขดำสกปรกสาดกระเซ็นไปทั่ว ชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมเกรียมหลายคนกำลังหัวเราะเยาะ พลางกวัดแกว่งแส้ที่ชุ่มไปด้วยเลือดสุนัขเฆี่ยนตีและเหยียบย่ำโครงกระดูกของท่านพ่อที่จมอยู่ในโคลน

“ตี! ตีให้ข้าแรงๆ เลี้ยงตัวกาลกิณีออกมาทำร้ายผู้คน ตายไปแล้วก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบเลย!”

วินาทีนั้น เส้นความอดทนที่เรียกว่าสติสัมปชัญญะในหัวของเสิ่นจิงหลาน ขาดสะบั้นลงอย่างสิ้นเชิง

นางพุ่งเข้าไปแย่งแส้จากมือของคนคนหนึ่ง หอบเอาความเคียดแค้นและความสิ้นหวังอันทะลักทลาย ฟาดฟันลงบนร่างของพวกเดนมนุษย์เหล่านั้นอย่างดุดัน

“โอ๊ย!” ตอนแรกคนพวกนั้นยังด่าทอ “ตัวกาลกิณีฆ่าคนแล้ว!”

แต่ไม่นานนัก เสียงด่าก็กลายเป็นเสียงโหยหวน และสุดท้ายก็เงียบงันไป

สายฝนชะล้างซากความพังพินาศบนพื้น ปะปนกับน้ำเลือดและโคลนตม เสิ่นจิงหลานคุกเข่าลงตรงหน้าเศษกระดูกของท่านพ่ออย่างหมดเรี่ยวแรง พยายามใช้สองมือเปล่ากอบโกยกระดูกขาวโพลนเหล่านั้นเข้ามากอดไว้ ทว่าทำอย่างไรก็ไม่สามารถปะติดปะต่อกลับมาให้สมบูรณ์ได้ดังเดิม

ในที่สุดนางก็พังทลายลง แหงนหน้าขึ้นปล่อยเสียงร้องไห้โหยหวนอย่างสุดแสนจะเจ็บปวด เสียงร้องทะลุผ่านม่านฝน ดังก้องกังวานอยู่ในสุสานอันอ้างว้างเนิ่นนาน ราวกับนกตู้ยู่ร่ำไห้จนเป็นสายเลือด

ยามที่เซี่ยเสวียนจี้ได้ยินข่าวและรีบรุดมาถึง ภาพที่เขาเห็นก็คือฉากนี้

เสิ่นจิงหลานคุกเข่าอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ ค่อยๆ หยิบเศษกระดูกขึ้นมาจากโคลนตมทีละชิ้นๆ น้ำฝนผสมกับโคลนไหลรินอาบแก้ม ร่างกายเปียกปอนไปหมด ดูน่าเวทนายิ่งนัก

ฝีเท้าของเซี่ยเสวียนจี้ถูกตอกตรึงอยู่กับที่ในพริบตา ความหนาวเหน็บปะปนกับความหวาดกลัวที่อธิบายไม่ถูกแล่นปราดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ข่าวลือพวกนั้นเขาจงใจปล่อยปละละเลยจริง เพื่อบีบให้นางยอมก้มหัว ทว่าเขาไม่เคยคิดเลยว่า จะมีใครใจกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นมาขุดหลุมศพโบยศพเช่นนี้

เขาพยายามข่มความตื่นตระหนกในใจ สาวเท้าเข้าไปใกล้ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความตึงเครียดที่ยากจะสังเกตเห็น “จิงหลาน ไม่ใช่ข้านะ… เรื่องนี้ข้าจะตรวจสอบอย่างเข้มงวด จะต้องจับพวกชาวบ้านสารเลวพวกนั้นมาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นให้จงได้!”

เขายื่นมือออกไปหวังจะประคองนางให้ลุกขึ้น

ทว่ามือยังไม่ทันได้แตะถูกตัว ก็ถูกเสิ่นจิงหลานสะบัดออกอย่างแรง

“ไสหัวไป”

นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่ที่เคยสะท้อนประกายไฟและความรักใคร่ บัดนี้เหลือเพียงความเงียบงันดุจความตายและความเคียดแค้นที่ฝังรากลึกถึงกระดูก เซี่ยเสวียนจี้ถูกแววตานั้นทำให้ตกใจจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว

“เซี่ยเสวียนจี้ ข้าตกลงแล้ว”

ประโยคนี้ไม่เหมือนคำอนุญาต แต่เหมือนเป็นคำพิพากษาชี้ขาดเสียมากกว่า

ปฏิกิริยาแรกของเซี่ยเสวียนจี้ไม่ใช่ความปีติยินดีที่สมหวัง แต่กลับเป็นความรู้สึกอึดอัดราวกับหัวใจถูกมือที่เย็นเฉียบบีบรัดเอาไว้อย่างแรง สุดท้ายก็ทิ้งประโยคหนึ่งไว้ “ข้า… ข้าจะรีบไปสืบหาตัวคนร้ายเดี๋ยวนี้” แล้ววิ่งเตลิดหนีไป

จวนราชครูเริ่มประดับประดาโคมไฟหลากสี เพื่อเตรียมการสำหรับงานแต่งงาน

เซี่ยเสวียนจี้ออกคำสั่งด้วยตัวเองว่า มาตรฐานของงานแต่งงานครั้งนี้ จะต้องเหนือกว่าตอนที่แต่งเสิ่นจิงหลานเข้ามาอย่างเทียบไม่ติด เขาต้องการพิสูจน์ให้คนทั้งใต้หล้าเห็นว่า สิ่งที่เขามอบให้ซูเฉียนเยว่นั้น คือความทะนุถนอมที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้

ผ้าไหมพริ้วไหวดั่งม่านเมฆ ผ้าแพรสีแดงสว่างไสวดั่งเปลวเพลิง ทั่วทั้งจวนถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแห่งความมงคลอันถึงที่สุด

มองดูสีแดงสดใสเต็มลานเรือน ในใจของเซี่ยเสวียนจี้กลับว่างเปล่า นึกถึงดวงตาที่มืดหม่นไร้ชีวิตชีวาและไร้ซึ่งระลอกคลื่นใดๆ ของเสิ่นจิงหลานขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน

แม้แต่ตอนที่ซูเฉียนเยว่ยิ้มแย้มดั่งดอกไม้บานเอนกายเข้ามาซบ ก็ไม่อาจสะกดความหงุดหงิดว้าวุ่นในใจลงได้

เขาเริ่มควบคุมรายละเอียดทุกอย่างของงานแต่งงานด้วยตัวเอง พยายามใช้ความยุ่งเหยิงมาเติมเต็มความว่างเปล่าในใจ

แตกต่างจากความคึกคักวุ่นวายภายนอก เสิ่นจิงหลานเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือนของตัวเองอย่างสงบ ในมือกำลังเย็บสนับเข่าหนาๆ คู่หนึ่ง

ฉินมามาคนสนิทข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยมาหา ครั้งนี้นางไม่ได้มีท่าทีหยิ่งผยองเหมือนคราวก่อน หลังจากทำความเคารพแล้วก็เชิญเสิ่นจิงหลานไปพูดคุยที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าอย่างนอบน้อม

เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู เสียงแก้วแตกก็ดังขึ้น เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “ที่แท้ หลายปีมานี้ที่เจ้าคอยทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับข้า ไม่ใช่เพื่อปกป้องเสิ่นจิงหลาน แต่เป็นเพราะเจ้าคิดว่าตอนนั้นข้าเป็นคนบีบให้ซูเฉียนเยว่ต้องจากไป เจ้ากำลังแก้แค้นข้าสินะ”

ฉินมามามีสีหน้ากระอักกระอ่วน รีบก้าวไปข้างหน้าเตรียมจะส่งเสียงรายงาน ทว่าเสิ่นจิงหลานกลับผลักประตูเดินเข้าไปโดยตรงอย่างสงบนิ่ง

เมื่อเห็นเสิ่นจิงหลานที่จู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ามา ความโกรธบนใบหน้าของเซี่ยเสวียนจี้ก็แข็งค้างไปในพริบตา ความตื่นตระหนก ความลนลาน ความน่าสมเพช และอารมณ์ที่หลากหลายหลั่งไหลขึ้นมาบนใบหน้าของเขาราวกับกระแสน้ำ

“จิงหลาน…” เขาพยายามจะอธิบาย ทว่าเสิ่นจิงหลานเพียงพยักหน้าให้เขาเล็กน้อยอย่างรักษามารยาท เดินผ่านร่างเขาไปนั่งลงในตำแหน่งรองจากฮูหยินผู้เฒ่า

รอคอยให้ฮูหยินผู้เฒ่าเปิดปากตำหนิอย่างเงียบๆ

“เจ้าที่เป็นถึงนายหญิงของจวนราชครู เรื่องรับภรรยาเอกร่วมเช่นนี้จะปล่อยให้สามีของตัวเองลงมือจัดการเองทุกอย่างได้อย่างไร พวกผู้ชายน่ะเขาต้องทำเรื่องใหญ่โตกันทั้งนั้น”

เสิ่นจิงหลานช้อนตาขึ้น กวาดสายตามองใบหน้าที่ค่อนข้างลนลานของเซี่ยเสวียนจี้อย่างเรียบเฉย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ใต้เท้าราชครูมอบอำนาจดูแลจวนให้คุณหนูซูไปตั้งนานแล้ว คุณหนูซูถูกราชครูเทิดทูนไว้กลางใจมาหลายปีขนาดนี้ งานแต่งของพวกเขาคงไม่อยากให้ข้าเข้าไปก้าวก่ายหรอกเจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเบนสายตามาหยุดอยู่ที่เสิ่นจิงหลาน “พูดแบบนี้ หมายความว่าเจ้าเห็นด้วยงั้นหรือ?”

เซี่ยเสวียนจี้กลั้นหายใจโดยสัญชาตญาณ มองนางอย่างตึงเครียด ภายในใจเตรียมคำพูดสำหรับรับมือกับการคัดค้านของนางไว้นับไม่ถ้วน

ทว่า เสิ่นจิงหลานเพียงแค่ปรือตาขึ้นเล็กน้อย เอ่ยสองคำออกมาอย่างราบเรียบไร้ระลอกคลื่น

“เห็นด้วย”

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยจ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง รู้ดีว่าปฏิกิริยาเช่นนี้ของนางหมายความว่าอย่างไร นี่ไม่ใช่การประนีประนอม แต่เป็นการยอมแพ้และตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ประกายแสงสุดท้ายในดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าดับวูบลง นางโบกมืออย่างหมดเรี่ยวแรงโดยไม่พูดอะไรอีก ใช้ไม้เท้าพยุงร่างเดินเตาะแตะกลับเข้าไปในห้องด้านใน

เสิ่นจิงหลานเองก็ลุกขึ้นตาม ไม่หยุดรั้งรอแม้แต่น้อย เดินตรงออกไปทันที

เซี่ยเสวียนจี้มองแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวไม่แพ้กันทั้งสอง ภายในใจถูกปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัวอย่างใหญ่หลวง เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีสิ่งสำคัญบางอย่าง กำลังเลือนหายไปจากชีวิตของเขาอย่างเงียบๆ ด้วยความเร็วที่ไม่อาจกอบกู้คืนมาได้

ที่หน้าประตู เสิ่นจิงหลานกำลังส่งมอบสนับเข่าคู่หนึ่งให้กับฉินมามา

“ฮูหยินผู้เฒ่ามีโรคปวดขา วันข้างหน้าข้าไม่ได้อยู่ข้างกายนางแล้ว พวกเจ้าต้องคอยดูแลให้ดีนะ”

“เจ้าไม่ได้อยู่ข้างกายท่านแม่ แล้วเจ้าจะไปที่ไหน?” เซี่ยเสวียนจี้ที่เดินตามออกมาตามหลังก้าวหนึ่งบังเอิญได้ยินคำพูดของเสิ่นจิงหลานพอดี

เสิ่นจิงหลานไม่สนใจ หันหลังเดินกลับไปยังเรือนของตนเอง

ทว่าเซี่ยเสวียนจี้กลับเดินตามหลังนางไปราวกับผีผลัก ตามตื๊อพูดพร่ำไม่หยุดจนไปถึงหน้าประตูเรือน

“เสิ่นจิงหลาน เจ้าพูดมาให้รู้เรื่องนะ” “เสิ่นจิงหลาน เจ้าจะกลับไปอยู่ที่ตระกูลเสิ่นงั้นหรือ? ตระกูลเสิ่นไม่เหลือใครแล้วนะ เจ้ากลับไปแล้วจะมีความหมายอะไร”

“น้องหญิง เจ้าสนใจข้าหน่อยได้ไหม?” ฝีเท้าของเสิ่นจิงหลานหยุดชะงักลงทันที

หยดน้ำค้างใสแจ๋วร่วงหล่นลงสู่สระน้ำ ก่อให้เกิดระลอกคลื่นเล็กๆ

ห่างกันห้าปี แต่งงานกันมาห้าปี เสิ่นจิงหลานไม่ได้ยินเซี่ยเสวียนจี้เรียกขานนางเช่นนี้มาเกือบสิบปีแล้ว

เซี่ยเสวียนจี้เดินไปตรงหน้าเสิ่นจิงหลาน ในแววตาที่สุขุมมานานหลายปี แฝงไปด้วยความหวาดกลัวดั่งเด็กหนุ่ม

“ข้ากับอาเยว่กำลังจะแต่งงานกัน เจ้าก็จะย้ายออกไปอยู่นอกจวน แล้วเจ้าจะให้อาเยว่วางตัวอย่างไรในวันข้างหน้า”

หัวใจของเสิ่นจิงหลานตายด้านและเงียบสงัด เซี่ยเสวียนจี้ยังคงเอ่ยต่อไป “อาเยว่ไม่เข้าใจเรื่องกิจการภายในจวน อำนาจการดูแลจวนก็ยังคงต้องมอบให้เจ้า เจ้ายังคงเป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้”

“ขอเพียงวันข้างหน้าเจ้าไม่ไปหาเรื่องอาเยว่ ข้าจะ...” เขาดูเหมือนกระดากปากที่จะพูด “ข้าจะทำดีต่อเจ้าให้มาก”

“ลูกของข้ากับอาเยว่ก็จะมอบให้เจ้าดูแล เจ้าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า”

“ปัง!” ประตูเรือนถูกปิดลงอย่างแรง เซี่ยเสวียนจี้โดนกระแทกหน้าหงาย

“เสิ่นจิงหลาน เจ้าอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 16

    งานเลี้ยงฉลองวันพระราชสมภพของฮ่องเต้ แขกเหรื่อดื่มกินกันอย่างชื่นมื่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขศานต์ เสียงเครื่องดนตรีบรรเลงเพลงไพเราะเสนาะหู เสียงหัวเราะพูดคุยดังขึ้นไม่ขาดสายกลางงานเลี้ยง ทว่า ความรื่นเริงนี้กลับถูกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญทำลายลงอย่างกะทันหัน เซี่ยเสวียนจี้ที่เงียบหายไปนานจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาสวมชุดเต็มยศของราชครูในวันวาน เส้นผมหวีเรียบแปล้ไร้ที่ติ ทว่ากลับไม่อาจปกปิดความซูบผอมซีดเซียวบนใบหน้าและแววตาที่เบิกโพลงอย่างผิดปกติได้ การปรากฏตัวของเขาทำให้ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบลงในพริบตา ชนิดที่ว่าเข็มตกสักเล่มยังได้ยิน สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ทะมึนลงทันที เหล่าขุนนางต่างเงียบกริบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว ไม่มีใครกล้าปริปากส่งเสียง ทว่าเซี่ยเสวียนจี้กลับเมินเฉยต่อบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ สายตาของเขามองทะลุผ่านทุกคน ไปหยุดนิ่งอยู่ที่เสิ่นจิงหลานซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างฮ่องเต้อย่างลุ่มหลงและอาวรณ์ เขาก้าวเดินเข้าไปหน้าพระพักตร์ทีละก้าว สายตาไม่ยอมละไปจากเสิ่นจิงหลานเลยแม้แต่เสี้ยววินาที น้ำเสียงอ่อนโยนเสียจนชวนให้ขนลุกซู่“จิงหลาน ข้ามารับเจ้าไปแต่งงานแล้ว”คนทั้งง

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 15

    น้ำเสียงของเสิ่นจิงหลานยังคงราบเรียบ ทว่ากลับประดุจมีดเหล็กกล้าที่แทงทะลุกลางใจของเขาอย่างโหดเหี้ยม เซี่ยเสวียนจี้พ่ายแพ้ราบคาบต่อคำถามที่ถาโถมเข้ามาของนาง เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง เขาอ้าปากอยากจะอธิบายอะไรบางอย่าง ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่อาจหาคำแก้ตัวใดๆ ให้กับตัวเองได้อีกแล้ว“เจ้ารังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ โอกาสสักครั้งก็ไม่ยอมให้ข้าเลยงั้นหรือ?”เสิ่นจิงหลานมองดูคนตรงหน้าอย่างเงียบๆ ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกเสียใจ“เซี่ยเสวียนจี้ ข้าไม่เกลียดเจ้าหรอกนะ เกลียดคนคนหนึ่งมันเหนื่อยเกินไป ข้าเพียงแค่หวังว่าชาตินี้ ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ก็ขออย่าได้พบเจอกันอีกเลย” ไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็ไม่ขอพบเจองั้นหรือ? คำพูดประโยคนี้ราวกับคำพิพากษาครั้งสุดท้าย ที่กดทับเซี่ยเสวียนจี้จนเงยหน้าไม่ขึ้น ท่านแม่ของเขา ภรรยาของเขา ล้วนแต่ไม่ขอพบเจอเขาอีกไม่ว่าจะอยู่หรือตาย“หึ...” รอยยิ้มขื่นขมผุดขึ้นที่มุมปากเซี่ยเสวียนจี้เดินเหม่อลอยออกจากประตูจวนตระกูลเสิ่น ลมหนาวในฤดูหนาวพัดบาดใบหน้า ทว่ากลับเทียบไม่ได้กับความหนาวเหน็บในใจของเขาแม้แต่เศษเส

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 14

    เสิ่นจิงหลานกลับมาถึงจวนเก่าตระกูลเสิ่น เรือนยังคงสะอาดสะอ้านเหมือนเช่นเคย แม้แต่ต้นเหมยในเรือนเก่าของนางก็ยังได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี บนกิ่งก้านประดับประดาไปด้วยดอกตูมเล็กๆ เต็มไปหมดบ่าวชราถือไม้กวาดเดินเข้ามาหา คิ้วที่ขาวโพลนขมวดเข้าหากันเป็นปม ลดเสียงลงบ่นกระปอดกระแปด “คุณหนู ไอ้คนแซ่เซี่ย... ไอ้เดรัจฉานนั่น ยังคงเฝ้าอยู่หน้าประตู ไล่อย่างไรก็ไม่ยอมไป! หิมะตกหนักหนาวเหน็บปานนี้ บ่าวล่ะกลัวจริงๆ ว่ามันจะมาแข็งตายอยู่หน้าประตูบ้านพวกเราให้เป็นเสนียดจัญไรเปล่าๆ!”เสิ่นจิงหลานประคองถ้วยชาร้อน เป่าใบชาที่ลอยอยู่เบาๆ แล้วจิบคำหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ให้เขาเข้ามาเถอะ” ตั้งแต่วินาทีที่นางตัดสินใจกลับมาเมืองหลวง ก็รู้ดีว่านางกับเซี่ยเสวียนจี้ย่อมต้องมีวันที่จะได้พบหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปมบางอย่าง ก็ต้องลงมือแก้ด้วยตัวเอง เส้นทางบางสาย ก็ต้องเผชิญหน้าขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจน ท่ามกลางกลิ่นหอมของชาที่ลอยกรุ่น ทั้งสองคนนั่งประจันหน้ากันเสิ่นจิงหลานจับป้านชา รินชาร้อนให้เขาหนึ่งถ้วย ท่วงท่าลื่นไหลทว่าเหินห่าง “ใต้เท้าเซี่ย มาหาข้ามีธุระอันใดหรือ?” น้ำเสียงของนางเป็นเพียงกา

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 13

    “ท่านแม่ทัพเสิ่น มีจดหมายจากเมืองหลวงมาอีกแล้วขอรับ” มองดูตัวอักษรที่คุ้นเคยบนจดหมาย ภายในใจของเสิ่นจิงหลานก็เกิดระลอกคลื่นขึ้นเล็กน้อย นางไม่อยากรับรู้เรื่องราวใดๆ ที่เกี่ยวกับเซี่ยเสวียนจี้อีก ทว่าเรื่องการหย่าขาดของนางดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่โตมาก ข่าวคราวจึงถูกส่งเข้าหูนางอยู่ไม่ขาดสาย นางรู้ว่าตอนนี้เซี่ยเสวียนจี้เป็นเพียงราชครูแต่ในนาม ส่วนซูเฉียนเยว่ถูกลงโทษประหารด้วยการใช้ม้าห้าตัวแยกร่างไปแล้ว ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการลงมาด้วยพระองค์เอง เพื่อเชิดชูคุณงามความดีของนางและท่านพ่อ ข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นตัวกาลกิณีอะไรนั่น จะไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกต่อไป นางโยนจดหมายฉบับนั้นลงกองไฟอย่างไม่ใส่ใจ พลางสั่งการว่าวันหลังหากมีจดหมายจากเซี่ยเสวียนจี้มาอีก ก็ไม่ต้องเอามาให้นาง บางทีเขาอาจจะกำลังสำนึกเสียใจ แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางเล่า“เสิ่นจิงหลาน มัวแต่หลบซ่อนตัวปักผ้าอยู่ในกระโจมหรืออย่างไร ถึงได้ชักช้าปานนี้ ขืนยังไม่ออกมาอีกจะพลาดฝนดาวตกที่พันปีจะมีสักหนเอานะ” เสียงที่ฟังดูน่าโดนเตะดังมาจากนอกกระโจม“หลี่เฉิงเยี่ย เจ้าปีกกล้าขาแข็งขึ้นแล้วสินะ!” เสิ่นจิงหลานถือแส้พุ่งพรวดออ

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 12

    เขาส่งคนไปสืบสวน ความจริงที่ได้รับทำเอาเขาตกตะลึงจนแทบช็อก ที่แท้ปีนั้นซูเฉียนเยว่ไม่ได้จากไปเพราะถูกฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยบีบบังคับ แต่นางไปถูกตาต้องใจจอมยุทธ์พเนจรคนหนึ่งเข้า จึงได้หนีตามเขาไปท่องยุทธภพต่างหาก การกลับมาเมืองหลวงครั้งนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเขา แต่เป็นเพราะจอมยุทธ์ผู้นั้นมีภรรยาอยู่ก่อนแล้ว เรื่องที่นางตั้งครรภ์จึงเป็นที่ยอมรับไม่ได้สำหรับภรรยาเอกนางกับจอมยุทธ์นัดแนะแยกย้ายกันหนีตามมาที่เมืองหลวง นึกไม่ถึงว่าจะถูกเซี่ยเสวียนจี้พบตัวเข้าที่หน้าประตูเมืองเสียก่อน พอเห็นถึงความรักอันลึกซึ้งของเซี่ยเสวียนจี้ นางกับชายชู้จึงวางแผนการชั่วร้าย ให้นางแต่งงานกับเซี่ยเสวียนจี้เพื่อให้เขารับเป็นพ่อเด็ก แบบนี้ทรัพย์สมบัติมหาศาลของจวนราชครูก็จะตกเป็นของครอบครัวพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูก เซี่ยเสวียนจี้สัมผัสได้ถึงความอัปยศอดสูอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาชักกระบี่ออกมาหมายจะฟันจอมยุทธ์ผู้นั้นให้ตายคาที่ ทว่าซูเฉียนเยว่กลับถลันเข้ามาขวางหน้าไว้“อย่าทำร้ายสามีข้านะ”เซี่ยเสวียนจี้ขบกรามแน่นจนเลือดซึมที่มุมปาก“ซูเฉียนเยว่ ข้าถามตัวเองว่าไม่เคยทำไม่ดีต่อเจ้า ช่วยเจ้าออกมาจากสลัม เลี้ยงดูปู

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 11

    เช้าตรู่ในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยถอดปิ่นปล่อยผมสยาย เดินเท้าเปล่าย่ำไปบนแผ่นหินสีเขียวที่ปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง น้ำเสียงแหบพร่าดังก้องไปทั่วเมืองหลวง “หม่อมฉันสกุลเซี่ย อบรมสั่งสอนบุตรชายไม่ดี ปล่อยให้เซี่ยเสวียนจี้บุตรชายของหม่อมฉัน เห็นแก่ความปรารถนาส่วนตัว แอบเปลี่ยนคำทำนายฤกษ์ดีร้าย ทำลายชื่อเสียงของเทพสงครามเสิ่นจิงหลาน ขอฝ่าบาททรงลงอาญาด้วยเพคะ” ผ่านไปเพียงครึ่งค่อนวัน ข่าวฉาวเรื่องที่ราชครูแอบเปลี่ยนคำทำนายถึงเก้าสิบเก้าครั้งเพื่อหญิงงาม ก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ราชสำนักสั่นสะเทือน ฝ่าบาทกริ้วจัด มีราชโองการตำหนิอย่างรุนแรง หากไม่เห็นแก่ที่ตระกูลเซี่ยจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมืองมาถึงเก้าชั่วอายุคนล่ะก็ ทรงอยากจะสั่งประหารเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอดชาวบ้านต่างโกรธแค้นที่ถูกปั่นหัวหลอกลวง ส่วนคนที่เคยด่าทอเสิ่นจิงหลานก่อนหน้านี้ก็ยิ่งรู้สึกผิดอย่างหนัก ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าราชครูที่เที่ยงธรรมและเคร่งครัดมาตลอด จะกล้าทำเรื่องพรรค์นี้ลงคอ ความน่าเชื่อถือของราชครูป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี ไม่มีใครเชื่อถือเขาอีกต่อไป ตำแหน่งราชครูแห่งต้าเซี่ยที่ได้รับความเคารพรักจากราษ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status