All Chapters of ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย: Chapter 1 - Chapter 10

16 Chapters

บทที่ 1

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเองก็มีสีหน้าท่าทางต่อนางแย่ลงเรื่อยๆ คำพูดคำจาก็ยิ่งไม่น่าฟัง ทว่าเซี่ยเสวียนจี้กลับใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดจัดการกับข่าวลือเหล่านั้นทุกครั้ง หนำซ้ำยังลงโทษโบยตัวเองในศาลบรรพชนถึงเก้าสิบเก้าแส้ บีบจนฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่กล้าสร้างความลำบากใจให้นางอีก ในการเสี่ยงทายครั้งที่เก้าสิบเก้า เสิ่นจิงหลานซ่อนเร้นกลิ่นอายหลบอยู่บนขื่อคานในศาลบรรพชน นางไม่อาจทนเห็นเซี่ยเสวียนจี้ต้องทนทุกข์เพราะนางได้อีกแล้ว ในมือกำเข็มเงินไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะซัดออกไปเพื่อเปลี่ยนทิศทางไม้ปวยให้กลายเป็นฤกษ์มงคลก่อนที่มันจะตกลงถึงพื้น ภายในศาลบรรพชนจุดธูปควันลอยคลุ้ง แสงสลัวราง เซี่ยเสวียนจี้ล้างมือชำระกายและจุดธูป หลังจากคุกเข่าโขกศีรษะต่อบรรพบุรุษแล้ว เขาก็เริ่มเสี่ยงทาย เสิ่นจิงหลานยังไม่ทันได้ลงมือ คำทำนายก็ปรากฏขึ้นเสียก่อน คว่ำหนึ่ง หงายหนึ่ง เป็นฤกษ์มงคลเมื่อเสิ่นจิงหลานเห็นคำทำนาย หินก้อนใหญ่ที่ทับถมอยู่ในใจมาเนิ่นนานก็ถูกยกออกไปเสียที นางเก็บเข็มเงินในมือ ใบหน้าเห่อร้อนแดงซ่าน เตรียมตัวลุกขึ้นจากไป ทว่า เซี่ยเสวียนจี้กลับหยิบไม้ปวยขึ้นมาเสี่ยงทายใหม่อีกครั้ง เขาโยนติดต่อกันถ
Read more

บทที่ 2

เสิ่นจิงหลานก้าวเข้ามาในลานเรือน ความหนาวเหน็บของสายฝนซึมลึกทะลุเสื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก มวยผมที่หนักอึ้งหลุดลุ่ยแนบชิดติดกับลำคอไป๋จื่อมองเห็นมาแต่ไกล จึงรีบร้องบอกเข้าไปในห้องโถงด้านในด้วยความดีใจ “ฮูหยินกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!” สิ้นเสียง ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านใน เซี่ยเสวียนจี้ก้าวพรวดเดียวออกมา รวบตัวนางเข้าไปกอดไว้แน่นไออุ่นจากกายเขาส่งผ่านเสื้อผ้าที่เปียกชื้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและปวดใจ “เจ้าไปไหนมา เหตุใดถึงได้เปียกปอนดูไม่ได้เช่นนี้? รีบตามข้าเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเถิด ระวังจะจับไข้เอาได้”“ไม่เป็นไร” นางตอบเสียงแผ่ว น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่นใดๆ พลางผละออกจากอ้อมอกของเขาอย่างช้าๆ “ข้าเข้าวังมา” เซี่ยเสวียนจี้ดูเหมือนมีเรื่องในใจ จึงไม่ได้ซักไซ้ต่อว่านางเข้าวังไปทำไม เพียงแต่ร้องสั่งให้สาวใช้รีบไปต้มน้ำร้อน แล้วหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดผมให้นาง เขาเอื้อมมือจะช่วยถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกให้ เสิ่นจิงหลานถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่งงานมาห้าปีไม่เคยเข้าหอ เซี่ยเสวียนจี้รักษาระยะห่างระหว่างชายหญิงอย่างเคร่งครัดมาตลอด การใกล้ชิดกันเพี
Read more

บทที่ 3

เซี่ยเสวียนจี้มีสีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ ทว่าน้ำหนักมือที่จับนางไว้กลับเผยให้เห็นถึงความปีติยินดีในยามนี้เสิ่นจิงหลานนับเลขในใจเงียบๆ หนึ่ง สอง สาม...ท้ายที่สุดเมื่อนับถึงสาม มือของนางก็ถูกปล่อยออกอย่างรวดเร็ว เซี่ยเสวียนจี้มีสีหน้ารู้สึกผิดเต็มประดา “จิงหลาน จู่ๆ ก็มีงานราชการด่วน ข้าจัดการเสร็จเมื่อไหร่จะรีบไปรับเจ้าที่เรือนท่านแม่ทันที” พูดจบเขาก็ไม่รอให้เสิ่นจิงหลานตอบรับ พาคนเดินจ้ำอ้าวออกไปนอกจวนอย่างเร่งรีบ เบื้องหน้าราวกับมีม่านหมอกบางๆ บดบัง แผ่นหลังของเซี่ยเสวียนจี้เลือนรางลงเรื่อยๆ เมื่อมาถึงเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็ถูกพาตัวไปยังห้องพระเล็กโดยตรง ตั้งแต่เซี่ยเสวียนจี้สั่งประหารหลานชายเพียงคนเดียวของบ้านเดิมฮูหยินผู้เฒ่า โทษฐานที่ล่วงเกินนางต่อหน้าธารกำนัล เสิ่นจิงหลานก็ไม่ได้พบหน้าฮูหยินผู้เฒ่าอีกเลย คัมภีร์เล่มหนาและกระดาษถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ เสิ่นจิงหลานคุกเข่าลงเตรียมคัดลอกพระสูตรอย่างคุ้นชิน ทว่ากลับพบว่าครั้งนี้ไม่มีการเตรียมน้ำหมึกไว้ให้เสียงแหลมบาดหูของฉินมามาดังขึ้น “ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่า เป็นเพราะเจ้าก่อกรรมทำเข็ญฆ่าคนไว้มากเกินไปแน่ๆ ถึงได้เสี
Read more

บทที่ 4

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ณ ห้องอาหารจวนราชครูอาหารเช้ารสเลิศจัดวางเรียงรายเต็มโต๊ะ เซี่ยเสวียนจี้กำลังคีบผักใบเขียวอ่อนวางใส่ชามของซูเฉียนเยว่อย่างใจเย็น พลางเอ่ยกล่อมเสียงนุ่มให้นางกินผักให้มากหน่อย ซูเฉียนเยว่เบ้ปากอย่างแง่งอน ทว่าสายตากลับหันไปมองเสิ่นจิงหลานที่เอาแต่ก้มหน้ากินโจ๊กเปล่าอยู่อีกฝั่ง รอยยิ้มไร้เดียงสาสว่างไสวผุดขึ้นบนใบหน้า“พี่สะใภ้อย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ ศิษย์พี่ดูแลข้าจนชินแล้ว เขายังชอบทำเหมือนข้าเป็นเด็กไม่รู้จักโตอยู่เรื่อยเลย” น้ำเสียงของนางดูไร้เดียงสา ก่อนจะหันไปมองเซี่ยเสวียนจี้ด้วยท่าทีแง่งอนกึ่งออดอ้อน “ศิษย์พี่ อย่ามัวแต่ดูแลข้าสิ คีบกับข้าวให้พี่สะใภ้บ้างสิเจ้าคะ” เมื่อเซี่ยเสวียนจี้ได้ยินดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นอย่างจนใจทว่าเปี่ยมไปด้วยความตามใจ เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกซูเฉียนเยว่เบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ท่วงท่าดูคุ้นเคยและสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง“พี่สะใภ้ของเจ้าเป็นถึงแม่ทัพที่ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองแถมยังเข้มแข็งปานนั้น จะต้องให้ข้าดูแลอะไรอีก กลับเป็นเจ้าเสียอีก รอนแรมอยู่ข้างนอกมาตั้งหลายปี ผอมลงไปตั้งเยอะ คงไม่ได้ดูแลตัวเองให้ดีล่ะส
Read more

บทที่ 5

ริมสระน้ำ อาหารปลาถูกโปรยปรายลงไป ดึงดูดฝูงปลาหลีฮื้อให้แย่งกันกระโดดขึ้นเหนือน้ำจนเกิดเสียงดังเซ็งแซ่“พี่สะใภ้ช่างอารมณ์ดีเสียจริงนะเจ้าคะ”เสิ่นจิงหลานไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงแค่ฟังจากเสียงฝีเท้าก็รู้ว่าเป็นซูเฉียนเยว่ นางเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่วงท่าของผู้ชนะอย่างช้าๆ มาหยุดยืนอยู่ข้างกายเสิ่นจิงหลาน น้ำเสียงหวานหยดย้อยทว่าอาบไปด้วยยาพิษ“พี่สะใภ้สมกับเป็นแม่ทัพหญิงที่เคยผ่านสมรภูมิรบมาจริงๆ รู้ความจริงถึงขนาดนั้นแล้ว ยังอุตส่าห์มีกะจิตกะใจมายืนให้อาหารปลาหน้าตาเฉยอยู่อีก” เสิ่นจิงหลานช้อนตาขึ้น ปรายตามองนางอย่างเรียบเฉย ที่แท้นางก็รู้เรื่องนั้นมาตั้งนานแล้ว“เจ้าต้องการอะไร?”รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเฉียนเยว่ยิ่งสว่างไสว และยิ่งเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ “แน่นอนว่า ย่อมต้องขอให้พี่สะใภ้คืนตำแหน่งที่เดิมทีไม่ใช่ของท่าน กลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงน่ะสิเจ้าคะ หากไม่ใช่เพราะปีนั้นข้าหนีไปด้วยความน้อยใจ มีหรือที่ตำแหน่งฮูหยินราชครูนี้ จะตกมาถึงหัวเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งพิงอย่างท่านได้?” เด็กกำพร้า?คำสองคำนี้ราวกับมีดสั้นที่แหลมคมที่สุด ทิ่มแทงทะลุบาดแผลที่ลึกที่สุดในใจนางอย่างแม่นยำ ย้อนกลั
Read more

บทที่ 6

วันต่อมา อำนาจการดูแลจวนราชครูก็ถูกส่งมอบให้ซูเฉียนเยว่อย่างเปิดเผย เซี่ยเสวียนจี้กับซูเฉียนเยว่ยิ่งทำตัวติดกันไปไหนมาไหนด้วยกันในจวนอย่างโจ่งแจ้ง ท่าทางสนิทสนมแนบชิด ข่าวลือเรื่องที่นางเป็นตัวกาลกิณีแพร่สะพัดไปทั่วอย่างหนักหน่วง นางรู้ดีว่านี่คือการที่เซี่ยเสวียนจี้กำลังบีบบังคับนาง ไป๋จื่อโกรธจนขอบตาแดงก่ำ ทว่าเสิ่นจิงหลานกลับสงบนิ่งผิดปกติ นางเพียงแค่เช็ดกระบี่ประจำกายเงียบๆ ยังไงซะอีกไม่กี่วันนางก็จะจากไป ชาตินี้ไม่กลับมาอีกแล้วจนกระทั่งบ่าวชราที่เฝ้าจวนเก่าตระกูลเสิ่นวิ่งกระหืดกระหอบล้มลุกคลุกคลานเข้ามา น้ำตาอาบหน้า “คุณหนู แย่แล้วขอรับ มีคน มีคนอยู่ที่หน้าหลุมศพท่านแม่ทัพเฒ่า” เสิ่นจิงหลานหัวใจกระตุกวาบ ควบม้าห้อตะบึงไปยังชานเมืองสายฝนปะปนกับโคลนตม ภาพตรงหน้าทำเอาเลือดในกายของนางไหลย้อนกลับในพริบตาป้ายหลุมศพของท่านพ่อถูกทุบจนแหลกละเอียด เลือดสุนัขดำสกปรกสาดกระเซ็นไปทั่ว ชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมเกรียมหลายคนกำลังหัวเราะเยาะ พลางกวัดแกว่งแส้ที่ชุ่มไปด้วยเลือดสุนัขเฆี่ยนตีและเหยียบย่ำโครงกระดูกของท่านพ่อที่จมอยู่ในโคลน“ตี! ตีให้ข้าแรงๆ เลี้ยงตัวกาลกิณีออกมาทำร้ายผู้คน ตายไ
Read more

บทที่ 7

พรุ่งนี้ก็คือวันที่เสิ่นจิงหลานจะจากไป และก็เป็นวันที่เซี่ยเสวียนจี้จะแต่งภรรยาเอกร่วมเข้ามา เสิ่นจิงหลานนั่งอยู่ในห้องที่ว่างเปล่า ด้านหน้าของนางมีหีบใบใหญ่สองใบวางอยู่ ด้านในเต็มไปด้วยของขวัญที่เซี่ยเสวียนจี้เคยมอบให้นางตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลองป๋องแป๋งธรรมดาๆ ในตอนเด็ก ปิ่นปักผมตอนถึงวัยปักปิ่น มีดสั้นก่อนออกรบ เครื่องประดับและชาดทาปากหลังแต่งงาน นางโยนของขวัญเหล่านั้นลงในเตาไฟ ไม่นานนักก็ถูกเผาจนมอดไหม้ไปหมดสิ้น ในมือของนางเหลือเพียงกล่องไม้จันทน์อันประณีตเพียงใบเดียว ด้านในอัดแน่นไปด้วยจดหมายที่เซี่ยเสวียนจี้เขียนถึงนางตลอดห้าปีที่อยู่ชายแดน จากช่วงแรกที่ได้รับทุกวัน จนกระทั่งตอนหลังต้องรอหลายเดือนกว่าจะได้รับจดหมายที่มีข้อความเพียงไม่กี่คำ นางโยนมันลงเตาไฟทีละฉบับๆ สายลมพัดเอาเถ้าถ่านปลิวว่อน ร่วงหล่นกระจัดกระจายไปทั่วทิศ“เจ้ากำลังเผาอะไรอยู่?” เซี่ยเสวียนจี้ว่าที่เจ้าบ่าวปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้“ไม่มีอะไร ก็แค่ของเก่าที่ไม่เอาแล้ว” เสิ่นจิงหลานไม่ได้มองเขา น้ำเสียงราวกับล่องลอยมาจากความว่างเปล่า เซี่ยเสวียนจี้เองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
Read more

บทที่ 8

ภายในโถงประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสว่างไสว แขกเหรื่อมาร่วมงานกันเนืองแน่น เซี่ยเสวียนจี้จูงมือซูเฉียนเยว่เดินทอดน่องมาบนพรมทอ ลานสองข้างทางมีสาวใช้คอยโปรยกลีบดอกไม้ใส่บ่าวสาวไม่ขาดสาย“บ่าวสาวควงคู่ ครองรักนิรันดร์!” ผู้ประกอบพิธีร้องตะโกนอวยพรดังก้อง เสียงแสดงความยินดีดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั้งโถง สองแก้มของซูเฉียนเยว่แดงระเรื่อ ความสุขเอ่อล้นทะลัก เสิ่นจิงหลานเป็นเทพสงครามหญิงแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ต้องยอมให้นางแต่งเข้าประตูมาอยู่ดี นายหญิงแห่งจวนราชครูนี้ ต้องเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นมีแขกที่ช่างสังเกตกระซิบกระซาบกันเสียงเบา “ดูสิ งานแต่งใหญ่โตปานนี้ แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยกับฮูหยินเซี่ยกลับไม่โผล่หน้ามาเลย นี่มันเป็นขั้นตอนการรับอนุชัดๆ”เมื่อถึงขั้นตอนที่สองกราบไหว้ฟ้าดิน แขกทั้งงานต่างก็เริ่มรู้สึกตัว ซูเฉียนเยว่หน้าถอดสีทันที นางกระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก แล้วตวาดสั่งเสียงกร้าว “ยังไม่รีบไปเชิญฮูหยินผู้เฒ่าออกมาอีก!” ตอนนี้เอง เซี่ยเสวียนจี้ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าท่านแม่กับเสิ่นจิงหลานดูเหมือนจะไม่ปรากฏตัวออกมาเลย ลางสังหรณ์ใจคอไม่ดีสายหนึ่งก่อตัวขึ้นในใจไม่ยอมจางหา
Read more

บทที่ 9

แผ่นหินสีเขียวบนถนนในวังหลวงแผ่ซ่านความหนาวเหน็บ เซี่ยเสวียนจี้คุกเข่าอยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว เหล่านางกำนัลขันทีที่เดินผ่านไปมาต่างซุบซิบนินทากัน “ราชครูดึงดันจะแต่งศิษย์น้องของตัวเองเข้ามาเป็นภรรยาเอกร่วมจนบีบให้ท่านแม่ทัพเสิ่นต้องจากไป ตอนนี้กลับมาขอร้องให้ฝ่าบาททรงเรียกคืนราชโองการหย่าขาด ช่างเหลวไหลสิ้นดี......” คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นราวกับเข็มที่ทิ่มแทงลงกลางใจเขา ความรู้สึกนับหมื่นพันตีรวนขึ้นมา ท้ายที่สุดก็กลั่นตัวกลายเป็นคำว่า “เสียใจ” อันหนักอึ้งหวงกงกง ขันทีคนสนิทข้างกายฮ่องเต้กางร่มเดินเข้ามา ในแววตาของเซี่ยเสวียนจี้ก็ปรากฏประกายแห่งความหวังขึ้นมาทันที “หวงกงกง ขอร้องล่ะ ให้ข้าได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทสักครั้งเถิด” หยาดฝนร่วงหล่นลงมาตามขอบร่มเป็นสาย “ฝ่าบาททรงรับสั่งให้บ่าวชรามาถามท่านราชครูเรื่องหนึ่ง หากท่านตอบได้ ก็สามารถเข้าเฝ้าฝ่าบาทได้ขอรับ”“ฝ่าบาททรงถามว่า เซี่ยเสวียนจี้ เจ้ายังจำคำสาบานที่ให้ไว้ตอนที่มาขอพระราชทานสมรสกับเสิ่นจิงหลานเมื่อหลายปีก่อนได้หรือไม่?” เซี่ยเสวียนจี้ชะงักงันอยู่กับที่ ปีนั้นในใจเขามีเพียงความคิดที่อยากจะใช้งานแต่งงานอันยิ่งใหญ่บีบให้ซูเฉียนเ
Read more

บทที่ 10

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเห็นแสงไฟสว่างโรจน์มาจากเรือนของเซี่ยเสวียนจี้ ท้ายที่สุดด้วยความห่วงใยลูกชายจึงรีบรุดมา นึกไม่ถึงเลยว่า เพิ่งจะมาถึงหน้าประตู กลับได้ยินความลับอันน่าตกตะลึงเช่นนี้เข้านางใช้ไม้เท้าพยุงร่างเดินงกๆ เงิ่นๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าเซี่ยเสวียนจี้ “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านฟังข้าอธิบายก่อนสิเจ้าคะ” ซูเฉียนเยว่พยายามจะเข้ามาขวางฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย ทว่ากลับถูกนางใช้ไม้เท้าฟาดกระเด็นไปด้านข้างนางจ้องมองเซี่ยเสวียนจี้ด้วยสายตาเย็นเยียบ “เรื่องที่นางพูดเมื่อครู่ เป็นความจริงหรือไม่” เซี่ยเสวียนจี้หลบตาด้วยความละอายใจ ภายใต้สายตาคาดคั้นของมารดา เขาจำใจกัดฟันตอบออกไป “เป็น... เป็นความจริงขอรับ!”“เพียะ!” ฝ่ามือตบฉาดลงบนใบหน้าของเซี่ยเสวียนจี้อย่างแรง“เซี่ยเสวียนจี้ เจ้าทำกับนางเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นถึงเทพสงครามแห่งต้าเซี่ย แต่เจ้ากลับใช้ฤกษ์ร้ายเก้าสิบเก้าครั้งนั่นมาหยามเกียรตินาง เหยียบย่ำให้นางกลายเป็นตัวกาลกิณีที่มือเปื้อนเลือด”“นางคือน้องสาวที่เติบโตเคียงข้างเจ้ามาตั้งแต่เด็ก เป็นผู้มีพระคุณที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเจ้าในยามวิกฤต จิตใจเจ้าทำด้วยอะไรถึงได้โหดเหี้ยมเช่นนี้!”
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status