Share

บทที่ 7

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-06 11:44:19

วันต่อมา

มะลิตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อไปใส่บาตรจากนั้นก็ไปเข้าเวรเช้าต่อที่แผนกผู้ป่วยหญิง กำลังเดินเข้าไปในแผนกก็เจอหมอต้นเดินออกมาพอดี

"อ้าว พี่ต้นกำลังจะออกเวรเหรอคะ"

"ใช่จ้ะ พี่ง่วงมากเลย ว่าจะไปหากาแฟร้อนๆ ดื่มสักหน่อย"

"งั้นมะลิขอตัวก่อนนะคะ"

"จ้ะ ไปเถอะ พี่ก็จะกลับแล้วเหมือนกัน" ส่งยิ้มให้มะลิแล้วเดินออกไป

ด้านมินกำลังวุ่นอยู่กับการจัดร้านกาแฟของตัวเองกับพนักงานอีกสองคน เพราะใกล้เวลาที่ร้านจะเปิดแล้ว ถึงจะเป็นร้านเล็กๆ แต่เธอก็ภูมิใจที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก มินกำลังเช็ดทำความสะอาดแก้วอยู่ตรงเคาร์เตอร์ ลูกค้าคนแรกก็เดินเข้ามาพอดี

"คุณครับผมขอเอสเพรสโซ่ร้อนๆ ที่หนึ่งครับ"หมอต้นเอ่ยขึ้น

"ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ คุณลูกค้า" มินพูดทั้งที่ยังหันหลังอยู่

"ครับ" เดินไปหาโต๊ะนั่งที่อยู่มุมหนึ่งของร้าน สายตาก็กวาดไปทั่วร้านปกติเขาจะดื่มอีกร้านหนึ่งแต่วันนี้ร้านปิดเขาเลยต้องมาร้านนี้

มินจึงรีบลงมือชงกาแฟด้วยตัวเองเพราะให้พนักงานอีกสองคนออกไปชื้อของช่วยกันเพื่อเอามาเติมในร้าน พอชงเสร็จมินก็ยกไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะด้วยตัวเอง

"ได้แล้วค่ะ จะรับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ" พูดพลางยกแก้วกาแฟลงวางบนโต๊ะ

"ผมขอเค้กอีกสักชิ้นหนึ่งก็ได้ครับ" เงยหน้าขึ้นมามองหน้ามิน

พอหมอต้นเห็นหน้ามินก็หยุดมองไม่ได้ เหมือนกับต้องมนต์สะกด เพราะเธอทั้งสวยและน่ารัก จนมินเริ่มประหม่าทำตัวไม่ถูกที่อยู่ๆ ก็ถูกผู้ชายแปลกหน้ามองไม่ยอมละสายตา

"คุณจะรับเค้กอะไรดีคะ"

"เอ่อ ผมขอเป็นเค้กนมสดก็แล้วกันครับ"

"ขอโทษค่ะ ทางร้านเราไม่มี"

"เอ่อ แล้วมีเค้กอะไรบ้างครับ"

"มีเค้กช็อคโกแลต กับวนิลาค่ะ"

"งั้นผมเอาเค้กช็อคโกแลตก็แล้วกันครับ" ยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม

"ค่ะ " เดินตรงไปที่ตู้เก็บเค้กแล้วหยิบเค้กช็อคโกแลตที่ตัดเป็นชิ้นออกมาใส่ในจานเล็กๆ แล้วยกไปเสิร์ฟให้หมอหนุ่ม

"มาแล้วค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ"

"ขอโทษนะครับ ร้านนี้เพิ่งเปิดเหรอครับ ทุกอย่างยังดูใหม่อยู่เลย"

"ใช่ค่ะ เพิ่งเปิดมายังไม่ถึงปีเลย"

"อ่อ เหรอครับ" พยักหน้ารับรู้แล้วทานเค้กกับกาแฟต่อ

มินเห็นพนักงานสองคนเดินถือของที่ให้ออกไปชื้อเดินเข้ามาในร้านพอดี เธอจึงรีบเข้าไปช่วยถือแล้วเอาไปเก็บช่วยกันที่เคาร์เตอร์

"ครบหมดตามที่สั่งให้ชื้อแล้วใช่ไหมจ้ะ"

"ครบหมดแล้วค่ะ พี่มิน" ขิงเอ่ยขึ้นที่เรียกเจ้านายตัวเองว่าพี่เพราะมินอยากให้เป็นกันเองมากขึ้น

"เก็บตังครับ" หมอต้นหันไปตรงเคาร์เตอร์

"ครับ"เอส พนักงานชายอีกคนจึงรีบเดินไปที่โต๊ะของหมอหนุ่มทันที พอคิดเงินเสร็จกำลังจะเดินกลับไปทำงานของตัวเองต่อ แต่ถูกเรียกเอาไว้ก่อน

"เดี๋ยวก่อนครับ ไม่ทราบว่าผู้หญิงสวยๆ คนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ" หันไปมองทางมิน

"ชื่อพี่มินครับ เป็นเจ้าของร้าน" เอสเอ่ยขึ้น

"ขอบคุณครับ ไว้ผมจะมาอุดหนุนใหม่" หันไปมองหน้ามินแวบหนึ่งแล้วเดินออกจากร้านไป

"ครับ"

ด้านภาคินกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงริมสระบัวมองออกไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายน้ำตาคลอเบ้า

"คุณคินไปทำกายภาพกันเถอะค่ะ" น้อยเอ่ยขึ้น

"ผมไม่อยากทำ จะไปไหนก็ไปไม่ต้องมายุ่ง"

"งั้นทานผลไม้ก่อนก็ได้ค่ะ" วางจานผลไม้ไว้บนโต๊ะ

"ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงออกไป!" ตวาดเสียงดัง

"ค่ะ พี่ไปเดี๋ยวนี้แหละ" รีบออกไปจากตรงนั้นทันที

พอน้อยออกไปภาคินก็หันไปปัดจานผลไม้แรงๆ จนตกแตกกระจายเกลื่อนพื้น เพื่อระบายความเก็บกดที่อยู่ข้างใน กำมือแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดปูนอย่างเห็นได้ชัด น้อยได้แต่มองอยู่ห่างๆไม่กล้าเข้าไปใกล้ จึงรีบวิ่งไปบอกอัมพรกับสุวัตรที่อยู่ในบ้าน ปกติจะเรียกมินแต่มินไปที่ร้านตั้งแต่เช้าแล้ว

อัมพรกับสุวัตรทราบเรื่องก็รีบมาที่บ้านหลังเล็กด้วยความร้อนใจ เห็นภาคินนั่งหันหลังอยู่ และเศษจานแตกกระจายเต็มพื้น อัมพรจึงเดินเข้าไปปลอบด้วยการกอดและลูบหัวเบาๆ

"คินเป็นอะไรไหนบอกแม่มาสิ อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยนะลูก"

"ผมอยากตายครับแม่ ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม" กอดอัมพรไว้แน่นน้ำตาไหลอาบแก้ม

"อยู่เพื่อแม่กับพ่อและน้องยังไงล่ะ เราทุกคนรักลูกมากนะรู้ไหม"

"ครับผมรู้ ผมแค่ไม่อยากเป็นภาระให้ใครจะต้องมาดูแลอีกแล้ว"

"ไม่มีใครเป็นภาระใครทั้งนั้นแหละ ขอให้ได้อยู่ดูแลกันไปตลอดชีวิตก็พอแล้ว แม่ขอแค่นี้แหละ" พูดพลางน้ำตาคลอเบ้า

"ผมเป็นห่วงสวนส้มครับ"

"ไม่ต้องห่วงหรอกลูกคนงานเขาทำตามที่ลูกสั่งไว้ทุกอย่างแล้ว"

ภาคินไม่ตอบหรือพูดอะไรอีก แต่กลับสวมกอดอัมพรไว้แน่นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้ตัวเอง เพราะตอนนี้เขารู้สึกว่าเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ ส่วนสุวัตรได้แต่ยืนมองปล่อยให้อัมพรปลอบลูกชายไป ยิ่งนับวันภาคินก็ยิ่งเกรี้ยวกราดและอารมณ์ร้อนขึ้นทุกวันไม่เหมือนเมื่อก่อน

ตอนเย็นของวันถึงเวลาเลิกงานมะลิเก็บของเสร็จกำลังจะเดินออกไปจากแผนก ไอซ์ก็เดินเข้ามาพอดี

"อ้าว มะลิจะกลับแล้วเหรอ"

"ใช่จ้ะ"

"แล้ววันนี้มีนัดกับหมอต้นเหรอ"

"เปล่าจ้ะไม่มีขอตัวก่อนนะ" เดินผ่านหน้าไอซ์ออกไป

ไอซ์ได้แต่มองตามหลังมะลิที่เดินออกไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะเธออยากรู้ความสัมพันธ์ของหมอต้นกับมะลิให้มากกว่านี้

ด้านมะลิพอไปถึงหอพักก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดพยาบาลสีขาวเป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขายาว พร้อมกับกระเป๋าสะพายบ่าสีดำใส่ของเล็กน้อย และไม่ลืมการ์ดที่เขียนข้อความข้างในเตรียมไว้กับคุกกี้อีกหนึ่งกล่องเพื่อเอาไปฝากภาคิน

มะลิออกมายืนรอมินตรงหน้าโรงพยาบาล ไม่นานรถเก๋งสีดำของมินก็แล่นมาจอดตรงหน้ามะลิ มินจึงเรียกมะลิให้ขึ้นรถ จากนั้นก็แล่นรถออกตรงไปยังบ้านพงษ์ไพศาลที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก ระหว่างทางทั้งคู่ก็พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย

"เป็นไงบ้างเหนื่อยไหมวันนี้" มินเอ่ยถามขึ้น

"ก็เหนื่อยเป็นปกตินั้นแหละ แล้วมินล่ะ"

"ฉันเพิ่งเข้าร้านวันนี้เป็นวันแรกเอง หลังจากที่ไปเที่ยวทะเลมา"

"แล้วลูกค้าเยอะไหม"

"ก็เรื่อยๆ ไม่ถึงกับเยอะอะไรหรอก"

"งั้นเหรอ ฉันว่าจะไปอุดหนุนร้านเธอสักหน่อย" ส่งยิ้มให้มิน

"ก็ไปสิ ฉันจะบริการเธอเป็นอย่างดีเลยล่ะ" มินพูดปนหัวเราะ

"เจ้าของร้านออกตัวซะขนาดนี้ ไม่ไปคงไม่ได้แล้วล่ะ" มะลิพูดยิ้มๆ

"จ้ะ แม่พยาบาลคนสวย" หันมาส่งยิ้มให้มะลิ

มินขับรถไปเรื่อยๆ ไม่นานก็มาถึงบ้านจึงเลี้ยวเข้าไปจอดตรงลานจอดรถภายในบ้าน พอรถจอดสนิททั้งคู่ก็ลงมาจากรถ มินพามะลิตรงเข้าไปในบ้านหลังใหญ่เพื่อไปพบพ่อกับแม่ ก่อนที่จะไปที่บ้านหลังเล็ก แต่กลับไม่เจอใครเลยสักคน มินจึงไปถามป้าชุ่มแม่ครัวใหญ่

"ป้าค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปไหนเหรอคะ" เดินเข้าไปในครัว

"ไปอยู่เป็นเพื่อนคุณคินที่บ้านหลังเล็กค่ะ"

"มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าคะ "

"จะว่ามีก็มีนะคะ"

"หมายความว่ายังไงคะ มินไม่เข้าใจ"

"คือคุณคินไม่เอาใครเลยค่ะตอนนี้นอกจากพ่อกับแม่ แกอาละวาดใหญ่เลยนะคะ จะทำกายภาพให้ก็ไม่ยอมให้ทำค่ะ" ป้าชุ่มพูดเสียยืดยาว

"โธ่ พี่คิน งั้นมินขอตัวไปดูพี่คินก่อนนะคะ"เดินออกจากห้องครัวไป

"ค่ะ"

"มะลิไปบ้านหลังเล็กกันเถอะ พ่อกับแม่ฉันอยู่ที่นั้น" เดินนำหน้ามะลิออกไป

มะลิเดินตามหลังมินไปตามทางเดินที่แยกออกมาจากบ้านหลังใหญ่ เดินไปไม่กี่เมตรก็ถึงบ้านไม้ชั้นเดียวถึงจะไม่ใหญ่มากแต่ก็น่าอยู่

"คุณพ่อคุณแม่ค่ะ พี่คินล่ะคะอยู่ไหน"มินเดินเข้าในบ้านเจออัมพรกับสุวัตรนั่งอยู่ตรงโซฟากลางบ้าน

"อยู่ข้างในห้องจ้ะ" อัมพรเอ่ยขึ้น

"สวัสดีค่ะ คุณลุงคุณป้า" มะลิยกมือไหว้

"สวัสดีจ้ะ หนูมะลิใช่ไหม"อัมพรรับไหว้

"ใช่ค่ะ "

"โตเป็นสาวแล้วสวยขึ้นเยอะเลย จริงไหมคะคุณ" หันไปถามสามีตัวเอง

"ใช่สวยขึ้นเยอะเลย เมื่อก่อนยังร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่เลย" สุวัตรพูดพลางหัวเราะ

"แม้พ่อกับแม่ชมมะลิกันใหญ่เลยนะ ทีกับลูกตัวเองไม่เคยชม"

"จะไปหาพี่ไม่ใช่เหรอก็ไปสิ" อัมพรเอ่ยขึ้น

"มาพอดีเลย พี่คินจะไปไหนเหรอคะ " ภาคินเคลื่อนวีลแชร์ออกมาจากห้องพอดี

พอมะลิเห็นสภาพของภาคินก็อดที่จะสงสารไม่ได้เพราะสภาพของเขาตอนนี้ต่างจากเมื่อหลายปีก่อนมาก หน้าตาไม่สดใสเหมือนอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา แววตาแข็งกระด้างปนเศร้า แล้วก็ผอมซูบลงและที่ทำให้ยิ่งน่าเห็นใจมากไปกว่านั้นก็คือขาทั้งสองขาที่เดินไม่ได้อีกแล้ว

"มาค่ะ มินช่วยไปตรงริมสระบัวกันดีกว่า" เข็นพี่ชายตัวเองออกไปจากตัวบ้านแล้วไปหยุดตรงริมสระ โดยที่มะลิเดินตามไปติดๆ

"มะลิเข้ามาสิ " มินเรียกมะลิให้เข้าไปหาภาคินใกล้ๆ

"สวัสดีค่ะ พี่คิน" ยกมือไหว้พร้อมกับส่งยิ้มให้

ภาคินหันมามองหน้ามะลิแล้วหันกลับไปทางเดิม โดยไม่ตอบรับหรือพูดอะไรสักคำ แต่ความสวยสดใสของมะลิทำให้ภาคินชะงักไปชั่วครู่หนึ่งเหมือนกัน มะลิหุบยิ้มลงทันทีที่ภาคินทำอย่างกับเธอเป็นธาตุอากาศไม่มีตัวตน

"พี่คินรู้ไหมคะ ว่ามะลิเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลประจำอำเภอเรานี้เอง" มินพูดขึ้นทำลายความเงียบ

ภาคินเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาอะไรกับใครทั้งนั้น จนมินหันไปมองหน้ามะลิแล้วก็ไปสะดุดตากับของฝากที่มะลิถืออยู่ในมือ เธอว่าจะถามตั้งแต่อยู่ในรถแล้วแต่ก็ลืมไป

"นั้นของฝากพี่คินใช่ไหม"

"ใช่จ้ะ คุกกี้กล่องนี้ฉันตั้งใจเอามาฝากพี่คิน" หันไปมองหน้าภาคินที่เอาแต่นั่งนิ่ง

"มาเดี๋ยวฉันจะเอาไปใส่จานมาให้พี่คินดีกว่า ฝากพี่คินด้วยนะมะลิ" รับกล่องคุกกี้แล้วเดินเข้าไปในบ้าน

"พี่คินชอบดอกบัวเหรอคะ" เดินไปยืนอยู่ข้างๆวีลแชร์

"ฉันจะชอบหรือไม่ชอบอะไรมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย แล้วเลิกเรียกฉันว่าพี่ได้แล้ว ฉันไม่ใช่พี่เธอ" พูดด้วยน้ำเสียงกระด้าง

มะลิได้ยินอย่างนั้นก็หน้าเจื่อนลง ไม่รู้ว่าภาคินคิดอะไรถึงได้พูดแบบนั้นออกมา เหมือนต้องการสร้างกำแพงกั้นไว้ไม่ให้ใครเข้าถึงได้

"มาแล้วค่ะ พี่คินลองชิมหน่อยนะคะ มะลิอุตส่าห์ชื้อมาฝาก" มินถือจานใส่คุกกี้เดินเข้าพร้อมกับหยิบคุกกี้ยื่นไปป้อนภาคินถึงปาก

"พี่ไม่อยากกิน" เบือนหน้าหนีไปทางอื่น

"ก็ได้ค่ะ ไม่ทานก็ไม่ทาน" มองหน้าพี่ชายตาละห้อย

"หนูมะลิอยู่ทานข้าวเย็นกับพวกเราก่อนนะ แล้วค่อยกลับ" อัมพรเดินเข้ามา

"จะดีเหรอคะ หนูเกรงใจค่ะ"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก"อัมพรเอ่ยขึ้น

"คุณแม่พูดถูกค่ะ จะเกรงใจอะไรเราเป็นเพื่อนกันนะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งเอง" มินส่งยิ้มให้มะลิ

"เดี๋ยวแม่กับพ่อกลับไปบ้านใหญ่ก่อนนะ ตามสบายนะ หนูมะลิ"

"ค่ะ"

"พี่ขอตัวก่อนก็แล้วกัน" พูดจบภาคินก็เคลื่อนวีลแชร์หายเข้าในห้อง

มินจึงชวนมะลิไปนั่งคุยกันตามประสาผู้หญิงตรงโซฟากลางบ้านเล็กด้วยกันอย่างสนุกสนาน จนน้อยเดินเข้ามาพอดี

"พี่น้อยค่ะ วันนี้พี่คินอาละวาดอีกแล้วใช่ไหมคะ"

"ใช่ค่ะ ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับพี่เลย"

"อดทนหน่อยนะคะ พี่น้อยลองดูไปก่อนเผื่อพี่คินจะอารมณ์เย็นลงบ้าง"

"ค่ะ" รับคำแล้วเดินออกไป

"มะลิฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะเดี๋ยวมา"มินเอ่ยขึ้น

"จ้ะ ตามสบาย" มะลินั่งทานของว่างต่อ

โครม! เสียงดังออกมาจากห้องภาคิน มะลิจึงรีบลุกแล้วเดินเข้าไปข้างในห้องทันที สิ่งที่เห็นตรงหน้าภาคินนอนกองอยู่กับพื้นพยายามจะลุกขึ้นด้วยตัวเอง

"มาค่ะ มะลิช่วย" จับพยุงตัวภาคินขึ้น

"เธอจะมาช่วยฉันทำไม" จ้องหน้ามะลิ

"มะลิเต็มใจช่วยค่ะ แล้วพี่คินจะนั่งตรงไหนคะ"

"ที่เตียง"

มะลิจึงพยุงตัวภาคินไว้ค่อยๆขยับถอยหลังไปที่เตียงโดยที่เธออยู่ตรงด้านหน้าภาคิน จนขามะลิไปชนเข้ากับขอบเตียง และด้วยความที่ตัวภาคินหนักทำให้เธอรับน้ำหนักไม่ไหว จึงทำให้ตัวภาคินล้มลงมาทับตัวเธอ ลงไปนอนบนเตียงอย่างแรง ทำให้ริมฝีปากหนาหยักของภาคินจูบเข้าไปที่แก้มของมะลิเต็มๆ มะลิเบิกตากว้างด้วยความตกใจ จากนั้นทั้งคู่ก็มองสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย

"มะลิเธออยู่ไหนอะ"เสียงมินเรียกอยู่ข้างนอกห้อง

มะลิจึงรีบขยับตัวเองออกมาจากตัวภาคิน แล้วพยุงให้ภาคินนั่งลงบนเตียงตามที่เขาต้องการ

"อ้าว! อยู่นี้เอง" มินเดินเข้ามาในห้อง

"พอดีพี่คินตกวีลแชร์ฉันก็เลยเข้ามาช่วยพยุงขึ้น" พูดพลางแก้มแดงไปด้วย

"เอาอีกแล้วนะคะพี่คิน บอกแล้วว่าจะทำอะไรให้เรียก ดื้อจริงๆ พี่ชายคนนี้"

"ออกไปได้แล้ว พี่อยากอยู่คนเดียว" มองหน้ามะลิแวบหนึ่ง

"ก็ได้ค่ะ นี้ก็จะเริ่มมืดแล้ว เดี๋ยวมินจะเรียกพี่น้อยให้มาช่วยเตรียมตัวอาบน้ำเลยนะ ไปมะลิออกไปข้างนอกกัน" หันไปมองมะลิที่เอาแต่ยืนก้มหน้าอยู่

มะลิเดินตามหลังมินไปที่บ้านหลังใหญ่ นั่งคุยกันไปสักพักก็ได้เวลารับประทานอาหารเย็น ระหว่างอยู่ในโต๊ะอาหารมินก็ตักโน้นนั้นนี้ใส่ไปในจานของภาคินจนเต็มจานไปหมด

"มินพอได้แล้วพี่ทานไม่หมดหรอก"

"ค่ะ พี่คินตักเพลินไปหน่อย" ส่งยิ้มให้พี่ชาย

"แม่ว่าเปลี่ยนจากตักให้พี่คินเปลี่ยนมาตักให้มะลิดีกว่าไหม ดูสิไม่ยอมตักสักทีไม่รู้จะเกรงใจอะไรนักหนา" อัมพรเอ่ยขึ้น

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณป้า"

"มาฉันตักให้เธอเอง" มินตักแกงใส่จานให้มะลิทันที

"ขอบใจจ้ะ" ตักข้าวเข้าปาก

หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จมะลิก็เตรียมตัวจะกลับหอพักของตัวเองในโรงพยาบาล พอเปิดกระเป๋าออกก็เจอการ์ดที่ตัวเองตั้งใจจะเอาให้ภาคินยังอยู่ในกระเป๋าอยู่ จึงรีบเดินตามหาภาคินจนไปถึงบ้านหลังเล็ก ก็เห็นภาคินนั่งอยู่ข้างนอกพอดี เธอจึงเดินเข้าไป

"พี่คินพอดีมะลิมีของจะให้ค่ะ"

"อะไรของเธออีกฉันนึกว่ากลับไปแล้ว"

"นี้ค่ะ" ยื่นการ์ดไปให้ภาคิน

"ฉันไม่อยากได้"

"รับไปเถอะค่ะ มะลิตั้งใจทำให้เลยนะคะ"

"รับก็ได้ พอใจหรือยังกลับไปได้แล้ว" ยอมรับการ์ดจากมะลิเพื่อตัดรำคาญ

"อย่าลืมเปิดอ่านด้วยนะคะ มะลิกลับก่อนล่ะ สวัสดีค่ะ" ยกมือขึ้นไหว้แล้วเดินออกไป

พอมะลิออกไปภาคินก็ถือการ์ดเข้าห้องไป แต่ยังไม่ยอมเปิดอ่าน ส่วนมะลิเดินไปถึงหน้าบ้านมินก็ออกมาพอดี จากนั้นทั้งคู่ก็ขึ้นรถแล่นออกไปจากบ้าน ระหว่างก็คุยกันไป

"เธอไปไหนมาเมื่อกี้ฉันเห็นเธอเดินมาจากทางบ้านหลังเล็ก " มินถามขึ้นตามองทางข้างหน้า

"ฉันก็ไปเดินเล่นแถวๆ นั้นแหละ"

"จริงอะ ฉันนึกว่าแอบไปหาพี่คิน" มินพูดหยอกมะลิ

"จะบ้าเหรอ" พยายามเก็บอาการเขินไว้

"แม้ไม่ต้องเขินหรอก ฉันรู้ว่าเธอชอบพี่คิน"

"เปล่าสักหน่อย ไม่ได้ชอบ"

"ก็ได้ฉันไม่เถียง แต่ถ้าวันไหนพี่คินชอบมะลิขึ้นมาฉันเชียร์เต็มที่เลยแหละ ถ้าเธอไม่รังเกียจคนพิการนะ"

"รังเกียจอะไรกัน เธอก็รู้ว่าฉันอยากเป็นพยาบาลเพราะอะไร"

"ฉันรู้ คงไม่มีใครเข้าใจคนไข้เท่ากับหมอพยาบาลแล้วล่ะ " มินหันไปส่งยิ้มให้มะลิ

มะลิพยักหน้ารับแล้วก็นั่งเงียบไปตลอดทาง นึกถึงภาพที่ริมฝีปากของภาคินจูบเข้าไปที่แก้มของเธอเต็มๆ อดที่จะเขินอายขึ้นมาไม่ได้ ไม่นานรถก็แล่นไปส่งเธอถึงที่หน้าหอพัก รอจนรถมินลับตาไปมะลิจึงเดินเข้าห้องอาบน้ำแต่งตัว เสร็จก็ไปล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วหลับตาลง

ด้านภาคินนอนอยู่บนเตียงกำลังจะหลับตาลง ตาก็เหลือบไปเห็นการ์ดที่มะลิให้วางตรงโต๊ะหัวเตียง จึงหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน

ไม่ว่าพี่คินจะเจอกับปัญหาหรืออุปสรรค อะไรก็ตามที่เข้ามาในชีวิตของพี่ตอนนี้ มะลิขอให้พี่สู้ต่อไปนะคะ อย่าเพิ่งท้อ หวังว่าสักวันจะมีปฏิหาริย์ที่ทำให้พี่กลับมาเดินได้อีกครั้ง

สู้ๆ นะคะ จากมะลิ

พออ่านจบภาคินก็เอาการ์ดวางไว้ที่เดิม ปิดไฟหัวเตียงแล้วนอนราบลงไปกับเตียงหลับตาลง แต่ในหัวกลับมีภาพใบหน้าของมะลิลอยเข้ามา กลิ่นหอมๆจากแก้มของมะลิยังคงติดอยู่ตรงปลายจมูกของเขาอย่างตรึงใจ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 179

    "ผมว่าเด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก มีแต่ผู้ใหญ่เนี่ยแหละที่คิดมากไปเอง ผมว่าคุณอย่าเข้มงวดกับลูกไปหน่อยเลย" หมอต้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน "ก็ได้ผมจะปล่อยเด็กไปตามวัยก็ได้ แต่ถ้าโตขึ้นผมไม่รับประกันนะ ว่าจะเป็นยังไง" ภาคินกระดกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม "แม้หวงแต่ลูก อย่าลืมหวงเมียด้วยก็แล้วกันค่ะ"

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 178

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ สวนส้มพงษ์ไพศาลครอบครัวของภาคินกับหมอต้นมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านพักในสวนเพื่อมาผ่อนคลายพักผ่อนกันในวันหยุดและถือโอกาสพาเด็กๆ ทั้งสองบ้านมาเล่นด้วยกัน ระหว่างที่มะลิกับมินกำลังช่วยกันทำกับข้าวลูกๆ ก็พากันวิ่งเล่นไล่จับอยู่บริเวณในสวน ส่วนภาคินกับหมอต้นก็นั่งดื่มพร้อมกับแกล้มเนื้อย่

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 177

    "แล้วคิดจะมีอีกสักคนไหมคะ" "แล้วมินไหวไหมละ ถามอย่างนี้อยากมีใช่ไหม" "ไม่ใช่ค่ะ มินแค่ถามเฉยๆเอง แค่รินกับตินก็เหนื่อยมากแล้ว พี่ไหวเหรอ" "สำหรับพี่แค่นี้ก็พอแล้ว มีกันแค่สองคนพี่น้องก็พอ และที่สำคัญมีเมียที่น่ารักอยู่ข้างๆแบบนี้ตลอดไป พี่ไม่ขออะไรอีกแล้วล่ะ" จูบหน้าผากมนเบาๆ "มินก็เหมือนกันค

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 176

    "มะลิกำลังยั่วพี่อยู่ใช่ไหม" "เปล่าสักหน่อยค่ะ" พูดพลางเดินไปยืนตรงใต้ฝักบัวพร้อมกับเปิดน้ำไหลลงมาอาบบนเรือนร่างบาง ภาพตรงหน้ามันช่างยั่วยวนปลุกความกำหนัดของคุณพ่อลูกสามยิ่งนัก ภาคินไม่รอช้ารีบถอดกางเกงยีนส์และกางเกงชั้นในออกด้วยความรวดเร็ว แล้วเข้าไปยืนซ้อนหลังเมียรักพร้อมกับใช้มือหนาลูบไล้ไปตร

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 175

    ภาคินกับมะลิกำลังแต่งตัวกันอยู่ในห้องเพื่อจะพาเด็กๆ เข้าไปเล่นในสวนส้มด้วยในวันนี้ ทั้งสองคนกำลังจูบคลอเคลียกันอย่างดูดดื่มอยู่ตรงหน้ากระจกแต่งตัว ริมฝีปากหนาจูบดูดกลืนความหวานจากริมฝีปากอ่อนนุ่มไม่ยอมหยุด จนคนที่ถูกเล้าโลมแทบจะหายใจไม่ออกจึงผลักไหล่หนาออกเบาๆ "พอได้แล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันที

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 174

    ภาคินพอดูออกว่ามะลิยังคงน้อยใจเรื่องเมื่อตอนกลางวันอยู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดทำร้ายจิตใจเธอสักหน่อย ก็แค่พูดเล่นๆเองแต่เธอก็จริงจังไปได้มันน่าน้อยใจนัก ร่างหนาขยับตัวเข้าไปสวมกอดร่างบางเอาไว้พร้อมกับสูดดมกลิ่นกายหอมๆ เข้าสู่ปอดด้วยความชื่นใจ "ยังงอนพี่อยู่เหรอ" "เปล่าค่ะ นอนเถอะ" "มะลิอยากให้พี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status