INICIAR SESIÓN“อีกสิบนาทีงานจะเริ่มแล้ว พิมพ์ว่าเราไปนั่งกันดีกว่า” พิมพ์มาดาเอ่ยชวนเพื่อน ๆ และผู้ใหญ่ทุก ๆ คน ก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปในงานโดยมีอาร์เธอร์เดินตามเข้ามาติด ๆ ส่วน เอเดน คลาส และพายุตามเข้ามาทีหลัง
แชะ!
และภาพอาร์เธอร์และพิมพ์มาดาก็ถูกกดชัตเตอร์รัว ๆ พร้อมเสียงซุบซิบไปไหนทิศทางเดียวกัน
‘เหมาะกันเนอะ คู่นี้’
“หึ” พิมพ์มาดาถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“หัวเราะอะไร” เสียงเรียบถามขึ้น
“ขำน่ะ มีแต่คนเชียร์พิมพ์กับเธอร์”
“ไร้สาระ”
“พิมพ์ก็ว่างั้น…” ก่อนที่พิมพ์มาดาจะหันมามองอาร์เธอร์ “ไม่เห็นจะเหมาะกันตรงไหน ฝังใจกะรักเก่างี้ พิมพ์ไม่เอาหรอก”
ฟึ่บ!
“เฮ้ย! พิมพ์ขอโทษ เผลอพูดอีกแล้ว” พิมพ์มาดารีบเข้าไปคล้องแขนอาร์เธอร์อย่างขอโทษพร้อมซบไหล่อย่างสำนึกผิด แต่ภาพที่นักข่าวได้กลับเป็นภาพคู่รักกำลังออดอ้อนกัน
“อย่าเผลอพูดบ่อยล่ะ เดี๋ยวจะหนีกลับบ้านซะเลย” อาร์เธอร์ตบไหล่เตือน ๆ แล้วทั้งคู่พากันไปนั่งลงในที่ที่จัดเตรียมไว้
“ชิ!” พิมพ์มาดาหลุดเสียงไม่พอใจ
“เป็นไรพิมพ์!?” อาร์เธอร์ที่นั่งข้าง ๆ ถามขึ้นมาเพราะมั่นใจว่าเสียงนั่นไม่ใช่ทำใส่เขาแน่ ๆ
“เปล่า แค่รู้สึกไม่ถูกชะตากับใครบางคนน่ะ”
“ใคร!?” อาร์เธอร์มองหาคนที่ทำให้พิมพ์มาดาคนที่อารมณ์ดีสามารถหงุดหงิดได้
ทว่า...
อาร์เธอร์ต้องหันกลับมาสนใจพิมพ์มาดาแทนเพราะเธอกลับออดอ้อนหนักกว่าเดิม จากที่ปล่อยแขนเขาไปนานแล้ว แต่กลับสอดแขนกอดเขาใหม่
“อย่าสนใจเลยเธอร์ รอดูกระเป๋าที่พิมพ์ออกแบบดีกว่า” พูดจบเธอก็เอาหน้าถูไถไปตามแขนหนาของเพื่อน
“ยัยพิมพ์!! คิดว่าอยู่กันสองคนรึไง” คลาสเอ่ยแทรกขัดท่าทางออเซาะ
“ขี้อิจฉา”
“โอ้ หลงตัวเองชะมัด ให้เธอถูแขนแบบนั้น เรียกน้อง ๆ เด็กเสิร์ฟมาแทนยังดีเสียกว่า” คลาสหยอกล้อพิมพ์มาดา ยิ่งเห็นสีหน้าเอาเรื่องของเพื่อนสาวก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่
“นี่!! ไอ้เพื่อนบ้า”
“พอ ๆ ไอ้คลาส มึงอย่าแกล้งเจ้าของงานดิวะ” เป็นเอเดนที่พูดขึ้นปราม ไม่อย่างนั้นคู่นี้ไม่สงบศึกให้กันง่าย ๆ แน่
“ฮ่า ๆ แกล้งยัยนี่สนุกจะตายไป”
“หึ” อาร์เธอร์ที่นั่งฟังเพื่อนเถียงกัน ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ อายุจะเข้าเลขสามกันอยู่แล้วยังทำตัวเหมือนเด็กสามขวบกันอยู่เลย
.
.
.
เสียงทำนองเพลงเข้ากับจังหวะเหล่านางแบบที่ต่างเดินพรีเซนต์กระเป๋าแบรนด์พิมพ์มาดา เจ้าของงานเผยรอยยิ้มด้วยความภาคภูมิใจกับความสำเร็จกับงานชิ้นนี้ที่ตั้งใจทำสุด ๆ
“ไหนน้องนารามึงวะ ยังไม่เข้ามาอีกหรอ” สายตาเอเดนจับจ้องนางแบบบนเวทีแต่กลับเอ่ยถามคลาสถึงคู่หมั้นที่แม่สร้างพรมลิขิตขึ้นมาในงานนี้
“ถามกู?” คลาสหันไปมองอย่างเอาเรื่อง
“อ้าว คู่หมั้นมึง” เอเดนเอ่ยต่อ
“มึงจะถามทำไม?”
“ก็กูอยากเห็นนี่ จะสวยอย่างที่แม่มึงประกาศไหมวะ”
“กูด้วย อยากเห็น” พายุเสริมขึ้นกระตุ้นอาการหัวเสียของคลาส
“พอ ๆ ดูนางแบบบนเวทีสบายตากว่าเยอะ” คลาสนั่งส่ายหน้าเบา ๆ ทำใจแล้วจ้องมองหาเหยื่อสำหรับคืนนี้ ไม่แคร์พรมลิคงลิขิตที่แม่สร้างเรื่องให้
จวบจนถึงชุดฟินนาเล่ของแบรนด์ นางแบบคนสำคัญของพิมพ์มาดาที่เธอตั้งใจเลือกเพื่อให้ตรงกับกระเป๋าคอลเลคชั่นของเธอ ทุ่มเงินค่าตัวเพื่อขอคิวนางแบบชื่อดังจากอเมริกามาเดินในคืนนี้
“รอดูนางแบบของพิมพ์ เขาเหมาะสมกับคอลเลคชั่นนี้มากเลย” พิมพ์มาดาหันไปกระซิบบอกสี่หนุ่ม
“ถ้าสวยจริง คนนี้กูจอง” คลาสหันไปบอกเอเดนเพื่อบอกจุดประสงค์และให้เอเดนหลบทางให้
“ได้ไง ของอย่างนี้ขึ้นอยู่กับผู้หญิงสิวะ”
“...” คลาสยักไหล่ไม่แคร์ อะไรที่อยากได้ก็ต้องได้
“พนันกันไหม ถ้าเธอเลือกมึง มึงจะขออะไรก็ได้อย่างหนึ่งแต่ถ้าเลือกกูมึงก็ต้องให้ตามที่กูขอ” เอเดนที่มีนิสัยชอบการพนันเป็นชีวิตจิตใจก็ท้าพนันทันที
“...” คลาสเงียบ ส่วนพายุ อาร์เธอร์ส่ายหน้าเอือม ๆ กับสองคนนี้ที่ยังไม่เลิกนิสัยเดิมกันสักที
“มึงไม่กล้า” เอเดนกระตุ้นต่อ
“ตกลง!!” ความปากไวทำให้คลาสตอบตกลง ถึงแม้จะรู้ว่าไม่เคยมีใครชนะการพนันคนอย่างเอเดนได้ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ!!
“พวกมึงหยุดความคิดชั่ว ๆ สักพักได้ไหมวะ” พายุกระซิบเตือน
“อย่าคุยกันสิ เธอจะออกมาแล้ว” พิมพ์มาดาได้ยินสิ่งที่คลาสและเอเดนพูดกันไม่ค่อยชัดเพราะเธอนั่งถัดไปไกลสุด ส่วนอาร์เธอร์ที่นั่งข้างพายุได้ยินทุกอย่างแต่ไม่ได้เล่าหญิงสาวคนเดียวของกลุ่มฟัง ได้แต่เอือม ๆ เพราะเขารู้บทเรียนของผู้ชายเจ้าชู้ดีกว่าใคร
แต่เพื่อนเขาทำนิสัยนี้คงไม่ผิดหรอกเพราะพวกมันยังครองสถานะโสดอยู่ จะมีใคร มองใคร ลากใครขึ้นเตียงก็ไม่ผิด หากตกลงกันเข้าใจ
เมื่อนางแบบชุดฟินนาเล่ปรากฏตัวกลางเวทีด้วยชุดราตรีคล้องคอสีแดงสดเปิดโชว์แผ่นหลังผิวขาวเนียนอมชมพู กระโปรงผ่าสูงขึ้นมาถึงต้นขา โชว์เรียวขายาวสวยเข้ากับรองเท้าส้นสูงเเก้วใส ๆ ส่งให้นางแบบงดงามราวเจ้าหญิง ขณะเดียวกันก็ดูเซ็กซี่เย้ายวนและเฉิดฉายเด่นสง่าบนเวทีพร้อมกับเดินถือกระเป๋าคอลเลคชั่นสีพาลเทสที่เหมาะสมกับนางแบบอย่างที่เจ้าของงานประกาศไว้ แม้แต่สาว ๆ ที่มาร่วมงานยังละสายตาจากนางแบบไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงหนุ่ม ๆ ไม่ว่าวัยไหนต่างตะลึงค้างกับออร่าความงามที่เปล่งประกายเด่นที่สุดในงานนี้
“เชี่ย!! โคตรสวย” ทันทีที่คลาสเห็นนางแบบก็เผลออุทานคำหยาบออกมา ยิ่งเรียกให้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังนางแบบ
“เออวะ สเปกกูเลย” เอเดนเองก็ไม่สามารถละสายตาได้ ซึ่งพายุที่มองอยู่ก็เห็นด้วยกับพวกเพื่อน ๆ
“ลิ!”
ทันทีที่อาร์เธอร์เรียกชื่อหญิงสาว ทุกคนหันหน้ามามองด้วยท่าทีสงสัย นาน ๆ อาร์เธอร์จะมองผู้หญิงตาค้างแบบนี้
“มึงพูดไร?” คลาสถามพร้อมทำหน้างุนงง
“อย่าบอกนะว่า” พายุที่เริ่มจะเดาออกคนแรก
“คนนี้เหรอวะ” ตามด้วยเอเดนที่เริ่มจะเข้าใจ
“พวกมึงรู้จักน้องเขาด้วยเหรอ” คลาสก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
เพี๊ยะ!!
โอ๊ยยย!!
“ไอ้เดนตบหัวกูทำไมเนี่ย แม่ง!! สาว ๆ เห็นเปล่าวะ”
“ไอ้นี่! ยังจะห่วงหน้าตาอีก” เอเดนอดที่จะบ่นไม่ได้ “มึงคิดดี ๆ ลิชื่อใคร” ก่อนจะให้เพื่อนใช้ความคิด
“ใครวะ ชื่อเมียเก่ามึงเหรอ”
“มึงเงียบไปเลย” เอเดนส่ายหน้าอย่างรำคาญ อาการอาร์เธอร์ชัดขนาดนี้ยังมองไม่ออก
ส่วนพิมพ์มาดาก็ได้แต่ยิ้มภูมิใจกับผลงานของตัวเอง ต่างจากคนที่นั่งข้าง ๆ ที่เริ่มจะกระวนกระวายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เข้าใจว่าภาพที่เห็นเป็นความจริงหรือความฝัน
เอี๊ยดดด!! รถหรูดับเครื่องลงด้วยฝีมือเจ้าของรถ ขนาดที่ขับออกจากห้างได้ไกลพอสมควรปึก!!"ไอ้เลว กล้าดียังไงถึงทำแบบนี้กับฉัน" พิมพ์มาดากัดฟันแน่น ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนพวงมาลัยรถ"ฉันจะทำไงกับฆาตกรอย่างนายดี" แต่แล้วก็รีบสลัดความแค้นออกจากหัวแล้วหาทางกำจัดหมอชาร์ลออกจากโรงพยาบาล"หรือจะบอกคุณพ่อไปตรงๆ" ใช่นี่น่าจะเป็นทางที่ช่วยเธอได้"แต่คุณพ่อต้องไม่เชื่อแน่เลย" นอกจากจะไม่มีข่าวการตายที่โรงแรมคืนนั้น หลักฐานอย่างอื่นก็ไม่มีสักอย่าง นอกจากลมปากของตัวเธอเอง แล้วแบบนี้มันจะน่าเชื่อถือยังไงกันพรึ่บ!"นาย บังอาจมากที่มาสร้องรอยบ้าๆนี่บนตัวฉัน!!" ก่อนที่ร่างบางจะเปิดกระจกส่องดูรอยตามลำคอที่เกิดจากร่างสูง รอยไม่ได้มีแค่ตามลำคอแต่มันยังลามไปจนถึงเนินอกยิ่งร่างบางเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นมาอีกครั้ง"โอ๊ยยยย!! ไอ้หมอบ้า นายต้องไม่ตายดีแน่"...ครืดด ครืดด~"หึ คิดว่าฉันจะโง่ไปให้นายปู้ยี้ปู้ยำฉันรึไง" พิมพ์มาดาแสยะยิ้มออกมาเมื่อก้มมองโทรศัพท์มือถือที่ชาร์ลส่งโลเคชั่นนัดหมายมาสองเท้าก้าวลงจากรถเข้าไปในตัวบ้านโดยมีคนขับรถของสมบูรณ์ยืนรอเพื่อเอารถของเธอไปจอดที่ประจำตึก!ตึก!"พิมพ
"ไอ้บ้า!! สกปรกที่สุดเลย" พิมพ์มาดาใช้มือบางถูริมฝีปากตัวเองอย่างรังเกียจ"คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะหยุดเหรอ ไม่มีทาง!!...""...นายไม่มีวันได้เป็นหมอที่นี่อีกต่อไป" ร่างบางยังคงยืนบ่นด้วยความหัวเสีย"เป็นไรคะ คุณพิมพ์!?" แอนนี่ที่เข้ามาเห็นเจ้านายสาวก็ถามอย่างสงสัย"แอนนี่ ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ""คะ!?"หมับ! ก่อนจะลากเลขาสาวให้เข้าห้องทำงานเธอเพื่อพูดคุย"ช่วยฉันกำจัดไอ้หมอบ้านั่นหน่อย" เมื่ออยู่กันสองต่อสอง พิมพ์มาดาเปิดฉากคุยกับรุ่นน้องสาวทันที"คุณหมอชาร์ลเหรอคะ""อืม""ทำไมล่ะคะ หมอชาร์ลเก่งจะตายไป ทั้งเป็นหมอด้านหัวใจแถมยังเป็นผู้บริหารที่ดีอีกด้วย""พอๆ หยุดชมหมอนั่นต่อหน้าฉันเด็ดขาด" ร่างบางรีบเอ่ยห้าม"ค่ะๆ" ทำให้รุ่นน้องอย่างแอนนี่รีบตอบรับกลับไป"แล้วคุณพิมพ์จะให้แอนช่วยเรื่องอะไรเหรอคะ""ฉันอยากรู้ประวัติเกี่ยวกับเขา""วันก่อนแอนเพิ่งส่งไปให้นี่คะ""ใช่ แต่ฉันต้องการรู้มากกว่านี้" เพราะแค่นั่นมันไม่พอที่จะจัดการฆาตกร ขนาดกล้องวงจรปิดโรงแรมเขายังสามารถทำลายมันได้เลย"..." คำตอบของพิมพ์มาดาทำให้แอนนี่ครุ่นคิดตาม"ก็อย่างเช่น เป็นหมอที่ไหนมาก่อน แล้วพักที่ไหน พักกับใครบ้าง""สนใจ!?
@ห้องประชุมโรงพยาบาล"แอนนี่!! ป่านนี้แล้วทำไมพิมพ์มาดายังไม่มาอีก" สมบูรณ์ที่ควบตำแหน่งทั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาลและผู้ถือหุ้นรายใหญ่หันไปกระซิบถามเลขาลูกสาว"เอ่อ...สักครู่นะคะผอ." แอนนี่รีบลุกขึ้นออกจากห้องประชุมเพื่อติดต่อพิมพ์มาดาทันทีทว่า...ไม่ว่าเธอจะติดต่อช่องทางไหนก็ไม่สามารถติดต่อเจ้านายสาวได้เลยการประชุมได้เริ่มขึ้นโดยสมบูรณ์ไม่รอลูกสาวตัวดีอยู่ต่อไป จนกระทั่งการประชุมผู้บริหารใกล้จะเสร็จสิ้นจู่ๆประตูห้องก็ได้เปิดด้วยฝีมือใครบางคนตึกตึก...ร่างบางในชุดเดรสสีแดงสายเดี่ยวส่งให้เธอดูเซ็กซี่"โทษทีนะคะ พิมพ์มาสายไปหน่อย""ทางนี้ค่ะ คุณพิมพ์" แอนนี่รีบไปลากเจ้านายสาวให้นั่งลงข้างๆ โดยมีสายตาทุกคนจับจ้องไปที่หญิงสาวรวมถึงร่างสูงที่ใช้หางตามองเพียงเล็กน้อยพรึ่บ!!"ยัยพิมพ์ แกทำฉันขายหน้าอีกแล้วนะ" ทันทีที่การประชุมเสร็จสิ้น สมบูรณ์หันไปตวาดใส่ลูกสาวที่นั่งไม่ทุกข์ร้อนใดๆ"พิมพ์บอกพ่อแล้วว่าพิมพ์ไม่ชอบงานที่นี่ ยังจะบังคับให้ทำอยู่ได้..." พิมพ์มาดาพูดออกได้ไม่กี่คำก็หันไปพูดกับร่างสูงที่นั่งตรงกันข้าม"...แล้วทำไมนายถึงได้มานั่งประชุมด้วย เป็นแค่หมอไม่ใช่รึไง""ยัยพิมพ์!! เรียกหม
ภายในรถยังคงมีแต่ความเงียบโดยพิมพ์มาดาไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา"ตกลงจะเล่าเธอร์ได้ยัง" ถึงอาร์เธอร์จะเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ท่าทางของเพื่อนมันอดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้"เอ่อ...คือเมื่อกี้เจอ..." พิมพ์มาดาพยายามนึกคำแก้ตัว"เจออะไร" อาร์เธอร์ละสายตาจากถนนมองไปยังคนข้างๆ อย่างตั้งใจ"เจองูอ่ะดิ...ใช่เจองู...""...พิมพ์ก็เลยตกใจวิ่งออกมาจนเจอรถเธอร์ผ่านมาพอดี" ร่างบางได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ออกมา ล่วงใจที่นึกทางออกได้ ถึงแม้จะไม่น่าเชื่อก็ตาม"งูเนี่ยนะ โรงแรมหรูขนาดนั้นไม่อยากเชื่อว่ามีงู""เธอร์จะจับผิดพิมพ์เหรอ" เสียงหวานกลับกลายเป็นเสียงเข้มเมื่อเพื่อนหนุ่มทำท่าจับผิด"เปล่า แค่ความเป็นไปได้มันน้อย""พูดมาก ขับรถไปส่งพิมพ์เลย" ร่างบางตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องขืนเถียงกันต่อมีหวังหลุดพูดออกมาแน่"..." อาร์เธอร์มองพิมพ์มาดานิ่งๆ เพราะเขาไม่เคยเห็นเพื่อนมีท่าทีแบบนี้มาก่อน ถึงเธอจะแสบแค่ไหนก็ไม่เคยจะมีท่าทีลุกลี้ลุกลน"มองอะไร เดี๋ยวก็ไม่ช่วยเรื่องนางแบบคนนั่นหรอก" คำพูดของร่างบางทำให้คนฝ่ายชะงักไปทันที ยอมขับรถไปส่งโดยระหว่างทางไม่มีบทสนทนาใดๆอีกเลย...ปัง!!ทันทีที่ร่างบางเข้ามาในห้องนอนตัวเอง
ครืดด ครืดด~ร่างสูงหยิบโทรศัพทมือถือออกจากกระเป๋าเสื้อสูทก่อนจะก้มลงอ่านข้อความจากปลายทาง'เจอกันลานจอดรถชั้น35'พรึ่บ!"คุณหมอชาร์ล...ขอบคุณคุณหมอมากนะที่มาแสดงความยินดีกับลูกสาวผม" สมบูรณ์บอกร่างสูงใหญ่ออกไป"ยินดีครับ" ชาร์ลตอบกลับเพียงสั้นๆ"ยัยพิมพ์ไปไหน ทำไมไม่มาส่งแขกในงาน" เจ้าของโรงพยาบาลอย่างสมบูรณ์หันไปถามภรรยาที่ยืนข้างๆ ก่อนจะใช้สายตามองหาลูกสาวตัวดี"นั่นสิคะคุณ ฉันก็ไม่เห็นเหมือนกัน""ผมขอตัวก่อนดีกว่า" ชาร์ลที่ยืนฟังเงียบๆ เอ่ยแทรกขึ้นมา"เอางั้นเหรอ""ครับ"ตึกตึก ตึกตึก...ร่างสูงเดินไปทางด้านหลังเพื่อไปทางบันไดหนีไฟ ทว่าสายตาคมก็เหลือบไปเห็นร่างบางที่กำลังโดนมือหนาลากเข้าไปในห้องพักโรงแรม เขาละความสนใจก่อนจะเอื้อมมือเปิดประตูไปลานจอดรถ..@ห้องพักในโรงแรมหลังงานจบอาร์เธอร์ก็ลากตัวพิมพ์มาดามาสอบถามเรื่องจัสมิน“จริงอ่ะ คนนี่เหรอเธอร์...”“...พิมพ์ไม่อยากจะเชื่อ”พิมพ์มาดานึกไม่ถึงว่าจัสมินจะเป็นอดีตของเพื่อนตัวเอง“พิมพ์ติดต่อผ่านทีมงานของทางเมกา จริงๆมีอีกคนนึงแต่จะมาในคอลเลคชั่นหน้าและเป็นคนเสนอจัสมินให้กับพิมพ์เอง”“ใคร?” อาร์เธอร์เอ่ยถาม“อะนี่รูปเธอ”อาร์เธอร์
“อีกสิบนาทีงานจะเริ่มแล้ว พิมพ์ว่าเราไปนั่งกันดีกว่า” พิมพ์มาดาเอ่ยชวนเพื่อน ๆ และผู้ใหญ่ทุก ๆ คน ก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปในงานโดยมีอาร์เธอร์เดินตามเข้ามาติด ๆ ส่วน เอเดน คลาส และพายุตามเข้ามาทีหลังแชะ!และภาพอาร์เธอร์และพิมพ์มาดาก็ถูกกดชัตเตอร์รัว ๆ พร้อมเสียงซุบซิบไปไหนทิศทางเดียวกัน‘เหมาะกันเนอะ คู่นี้’“หึ” พิมพ์มาดาถึงกับหลุดหัวเราะออกมา“หัวเราะอะไร” เสียงเรียบถามขึ้น“ขำน่ะ มีแต่คนเชียร์พิมพ์กับเธอร์”“ไร้สาระ”“พิมพ์ก็ว่างั้น…” ก่อนที่พิมพ์มาดาจะหันมามองอาร์เธอร์ “ไม่เห็นจะเหมาะกันตรงไหน ฝังใจกะรักเก่างี้ พิมพ์ไม่เอาหรอก”ฟึ่บ!“เฮ้ย! พิมพ์ขอโทษ เผลอพูดอีกแล้ว” พิมพ์มาดารีบเข้าไปคล้องแขนอาร์เธอร์อย่างขอโทษพร้อมซบไหล่อย่างสำนึกผิด แต่ภาพที่นักข่าวได้กลับเป็นภาพคู่รักกำลังออดอ้อนกัน“อย่าเผลอพูดบ่อยล่ะ เดี๋ยวจะหนีกลับบ้านซะเลย” อาร์เธอร์ตบไหล่เตือน ๆ แล้วทั้งคู่พากันไปนั่งลงในที่ที่จัดเตรียมไว้“ชิ!” พิมพ์มาดาหลุดเสียงไม่พอใจ“เป็นไรพิมพ์!?” อาร์เธอร์ที่นั่งข้าง ๆ ถามขึ้นมาเพราะมั่นใจว่าเสียงนั่นไม่ใช่ทำใส่เขาแน่ ๆ“เปล่า แค่รู้สึกไม่ถูกชะตากับใครบางคนน่ะ”“ใคร!?” อาร์เธอร์มอง







